แม้กรุงศรีอยุธยาจะไม่สิ้นคนดี แต่ความทรงจำดีๆ ของที่นี่เริ่มค่อยๆ เลือนไป เพราะเท่าที่จำได้ภาพที่นี่คือเมืองเก่าแนวประวัติศาสตร์ที่เคยไปทัศนศึกษาตอนประถม ทัวร์ไหว้พระ 9 วัดที่คุณย่าคุณยายเคยพาไป และก็เป็นโรตรีสายไหมที่ป้าข้างบ้านซื้อมาฝาก และนี่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะพาพวกแกมารื้อฟื้นภาพจำอยุธยาไม่ว่าจะเลือนลางหรือชัดเจนแค่ไหนเราก็เชื่อเหลือเกินว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะพาพวกแกไปเที่ยวเมืองเก่ารอบนี้จะต้องทำให้รู้สึกดีและอยากจะกลับไปเที่ยวอีกครั้งแน่นอน เพราะนี่คืออยุธยาฉบับ 2018 เราจะไปใช้ชีวิตช้าๆ นอนพักผ่อนชิวๆ นั่งคาเฟ่สวยๆ มินิมอลลิสต์ กินกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ แล้วก็ยังไม่ลืมกิจกรรมไหว้พระขอพร เอาเป็นว่านี่คืออยุธยา 2 วัน 1 คืน เวอร์ชั่นที่ครบเครื่องที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา

แน่นอนว่าทริปไหนมีเพื่อนร่วมทางดีทริปนั้นก็เหมือนพกโชคติดตัวไปด้วย อย่างทริปนี้เราก็มีแอปพลิเคชัน iON GO http://bit.ly/2O1THNi นี่แหละที่เป็นเหมือนเพื่อนรู้ใจทุกการเดินทาง เอาจริงเราลองใช้แอปนี้มาสักพักแล้วรู้สึกประทับใจและมันก็คงจะอกแตกตายถ้าไม่ได้บอกต่อ …  คือนางเป็นแอปพลิเคชั่นอัจฉริยะที่จะคอยเตือนให้เราขับขี่รถไม่ให้เกินความเร็วที่กฏหมายกำหนด โดยถ้าเราขับดีมีวินัยก็จะได้ไอออนคอยน์เป็นของรางวัล ซึ่งไอออนคอยน์เราสามารถสะสมแล้วนำไปแลกสิทธิพิเศษต่างๆ ได้อีกเพียบ ที่สำคัญนางคือแอปที่ใช้งานง่ายมากแค่กดเปิดแอปทิ้งไว้ทุกครั้งเมื่อเดินทางแค่นั้นเอง ออ!! และก็ไม่ใช่แค่เฉพาะคนขับเท่านั้นนะที่สะสมแต้มได้คนร่วมทางที่นั่งไปข้างๆ ก็สะสมได้ด้วยเช่นกัน งานนี้ไม่ว่าจะนั่งแท็กซี่ โหนรถเมล์ก็สะสมกันได้ถ้วนหน้านาจา ดีในดีไม่ต้องพูดเยอะรอช้าทำไมโหลดแอปให้ไวแล้วกด Joy Trip เลยจ้าทุกคนนน

01 : Ayutthaya Retreat

กดเปิดแอป iON GO http://bit.ly/2O1THNi ปุ๊บเราก็ขับรถตรงไปยังโลเคชั่นแรก แน่นอนว่าวันสบายๆ แบบนี้มันคงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้นั่งพักจิบเครื่องดื่ม ทานอาหารไทย แล้วไกวเปลห้อยขานอนรับลมชมวิวแบบนี้อีกแล้วละแกเอ๊ย! “อยุธยา รีทรีต” คือตอบโจทย์มากเว่อร์ เพราะนางเป็นคาเฟ่เรือนไทยที่ฉีกกฎภาพจำของคาเฟ่เดิมๆ ในดินแดนสยามประเทศที่เราเคยไปมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเพียงแค่ก้าวขาเข้าไปในตัวร้านก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นตามแบบฉบับของบ้านทรงไทยสไตล์อยุธยาเมืองเก่าเราแต่ก่อน อารมณ์เหมือนได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตช้าๆ เนิบๆ เหมือนที่เคยดูในบุพเพสันนิวาสเลยละ

เราเลือกนั่งติดบึงบัวเพื่อซึมซับบรรยากาศชิวๆ เลือกสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ อย่างลิ้นจี่ลาเวนเดอร์ กับเมนูอาหารไทยอย่างปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมที่กรอบกรุบๆ ผัดสายบัวกุ้งสด และเมนูเด็ดที่ต้องห้ามพลาดน้ำพริกสามอย่างที่ประกอบไปด้วยน้ำพริกกะปิ น้ำพริกกุ้งเสียบ และหลนปู ที่เสิร์ฟคู่กับผักสดและเครื่องเคียงแบบจัดหนักจัดเต็ม ที่เราชอบและยกนิ้วให้เลยก็คือน้ำพริกกะปินี่แหละจ้า รสชาติเหมือนแบบคุณยายตำให้เองกับมือถูกจริตคนชอบกินน้ำพริกแน่นอน และนอกจากความดีงามของรสชาติอาหารแล้วการตกแต่งจัดจานคือเอาไปเลย 10 เต็มจ้าาาาา

02 :: Busaba Café

ถ้าอยุธยาคือหญิงสาวทรงเสน่ห์ที่มีรอยยิ้มหวานปานแม่การะเกด บุษบาคาเฟ่ ก็เหมือนความน่ารักขี้เล่นในตัวที่มาเพิ่มเสน่ห์ให้น่าค้นหาเข้าไปอีก ที่นี่คือคาเฟ่ที่โดดเด่นสะดุดตากับดีไซน์การออกแบบที่หยิบยกเรื่องราวของเส้นกริดมานำเสนอ ซึ่งเส้นกริดนั้นก็มาจากการลดทอนลายของผ้าขาวม้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Busaba จนเหลือเพียงเส้นกริดสีขาวที่เป็นจุดกำเนินเรื่องราวของบ้านทรงไทยแบบที่เราเห็นนี่แหละ ฟังแล้วรู้สึกถึงดีเทลที่เจ้าของเค้าละเมียดละไมใส่ใจในการออกแบบเอามากๆ งานนี้สาวๆ ทั้งหลายก็ลากเดรสยาวสีสดหรือนุ่งโจงกะเบนห่มสไบเฉียงจากกรุงเทพมายืนถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย รับรองว่าได้ภาพแจ่มเรียกยอดไลค์กระจายกลับไปแน่นอน

เราเลือกเป็นกรานิต้าชาไทยทรงเครื่องที่เป็นขนมไทยแท้อิมโพรไวส์กับเทคนิคแบบฝรั่ง ท็อปปิ้งด้วยไอศกรีมโฮมเมดเนียนนุ่มรสชาไทย, เฉาก๊วยท้องถิ่น, มะพร้าวแก้ว, วิปครีม และตบท้ายด้วยสายไหมเอกลักษณ์ของขนมไทยอยุธยาเข้าไปอีก ตักคำแรกก็ฟิ๊นฟินรู้ตัวอีกทีอ้าวหมดแล้ว! ส่วนคอกาแฟทั้งหลายก็เชิญยิ้มกริ่มปลื้มปริ่มได้เลยเพราะร้านนี้เค้าใช้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่อิมพอร์ตมาจากเคนยาและกัวเตมาลา คั่วกลางกำลังพอดี รสนุ่มละมุนลิ้น มีบอดี้หน่อยๆ ให้ได้สัมผัส แถมมีกาแฟช็อตเล็กๆ และสายไหมโฮมเมดไว้ให้เราเลือกเติมท็อปปิ้งได้เองตามใจไปอี๊ก นอกจากกาแฟและของหวานแล้วเค้าก็มีอาหารคาวให้เลือกอีกหลายอย่าง ซึ่งวัตถุดิบต่างๆก็ล้วนคัดสรรของดีของอยุธยามาใช้ทั้งนั้น เป็นอีกร้านที่ดีในดี ทั้งเมนู ทั้งบรรยากาศ น่าหยิบหนังสือดีๆ สักเล่มมาขลุกตัวนั่งอ่าน ปั่นงานชิลล์ๆ เป็นที่สุด

ด้วยความที่อยุธยาเคยเป็นเมืองหลวงเก่าจึงมีวัดวาอารามและโบราณสถานตั้งอยู่โดยรอบ ทำให้ท่ีนี่กลายเป็นอีกเมืองที่เหมาะกับการขับรถช้าๆ ชิวๆ แวะชมนู่นนี่นั่นไปเรื่อยๆ เอามากๆ สำหรับคนที่ยังเปิดแอป iON GO http://bit.ly/2O1THNi ขับชิวตามเราอยู่เราก็มีทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้เราได้คะแนนมากขึ้นมาบอก วลาออกตัวค่อยๆ เหยียบคันเร่งอย่ากระชากพุ่งแรงจนเกินไป / ขับรถด้วยความเร็วคงที่และขับขี่ตามป้ายจำกัดความเร็ว / ยิ่งขับนานก็ยิ่งได้คะแนนเยอะเพราะงั้นเวลาต้องขับรถไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็เตรียมรับคะแนนแบบเต็มๆ ไปได้เลย ทริคง่ายๆ เพียง 3 ข้อนี้แหละจะช่วยให้แกได้คะแนนมากขึ้น ลองดูนะมันอาจทำให้เราสนุกกับการขับรถมากขึ้นก็ได้

03 : วัดใหญ่ชัยมงคล

การมาเที่ยววัดในอยุธยาไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด เพราะแต่ละวัดล้วนมีเรื่องราวประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจทั้งนั้น อย่าง วัดใหญ่ชัยมงคล ที่เราเลือกไปก็ถือว่าเป็นอีกวัดมีความสำคัญทางประวัติศาตร์มากเป็นวัดที่สร้างขึ้นมายาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้นและได้รับการปฎิสังขรณ์ในสมัยพระนเรศวรมหาราช จุดเด่นของวัดนี้ที่ให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่ได้มาก็คือเจดีย์ชัยมงคลทรงระฆังที่ตั้งอยู่บนฐานทรงแปดเหลี่ยมที่องค์ใหญ่ม๊ากมากกกกอลังการสุดๆ แถมยังเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในจังหวัดไปอีก ภายในมีการค้นพบพระชัยมงคลคาถา 1 บรรจุอยู่ หากแกอยากเข้าไปชมความงามใกล้ๆ ก็สามารถขึ้นบันไดด้านหน้าที่ทอดยาวเข้าไปในตัวเจดีย์ได้เลย อาจจะสูงจนขาสั่นไปบ้างนิดหน่อย แต่ขึ้นไปเถอะรับรองว่าประทับใจแน่นอน

อีกจุดที่เราอยากแนะนำให้มากราบไหว้ขอพรก็คือพระนอนในวิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึงแม้ว่าปัจจุบันส่วนของหลังคาของตัววิหารที่ทำจากไม้ได้ผุพังไปตามกาลเวลาเหลือแค่เพียงผนังที่ทำจากการก่ออิฐปูนเท่านั้น แต่ก็เป็นอีกจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติให้หลั่งใหลมากราบไหว้ได้ตลอดวัน นอกจากเจดีย์ชัยมงคลและพระนอนสองจุดเด่นที่เราเล่าแล้วบริเวณรอบเจดีย์วัดก็จะมีพระพุทธรูปปางสมาธิมาประดิษฐานอยู่ให้เราได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

04 :: Sala Ayutthaya

Sala Ayutthaya ที่พักสไตล์ Luxury Boutique คือที่พักสำหรับทริปนี้ขอเรา ที่นี่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับโรงแรมในเครือ Sala เราสะดุดตาตั้งแต่มุมทางเดินเข้าที่มีการออกแบบให้คล้ายกับกำแพงเมืองเก่าอยุธยา เหมือนนำพาให้เราหลุดเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่มีกลิ่นอายของความเป็นไทยแท้ๆ แต่ก็ยังผสมความโมเดิร์น ทั้งชิค ทั้งคูล และหรูหราในเวลาเดียวกัน สังเกตได้จากส่วนโค้งส่วนเว้าของกำแพงที่เมื่อแสงตกกระทบก็จะเกิดเงาที่สวยงาม

ห้องพักของที่นี่มีให้เลือกหลายแบบ บางห้องพอเปิดม่านก็มองเห็นวิวแม่น้ำและวัดพุทไธศวรรย์อย่างชัดเจน บางห้องก็มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะพักห้องไหนก็ตามทุกห้องล้วนมีการออกแบบดีไซน์ภายในที่คล้ายคลึงกันแถมมี Bathtub ให้แช่ตัวตีฟองทุกห้องอีกด้วยนะแก จากห้องที่เราพักพอแง้มหน้าต่างมองลงไปก็จะเจอกับ Main pool ที่ตอนนี้แสงเย็นกำลังสาดลงมาพอดี และถึงแม้ว่าสระที่นี่จะได้ได้ใหญ่โตเหมือนที่อื่นๆ แต่สำหรับดีไซน์และความคลีนของมันเราขอยกให้เป็นอีกหนึ่งสระที่ประทับใจสุดๆ

มองทางขวาก็อาร์ต มองทางซ้ายก็ฮิป ต้องยอมรับว่าทุกมุมเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะยุคเก่าและศิลปะยุคใหม่ได้อย่างลงตัว สำหรับใครที่เช็คอินแล้วไม่อยากกระดิกตัวไปไหน ตกเย็นก็สามารถเดินสะบัดกระโปรงพลิ้วๆ ไปทานดินเนอร์ในร้านอาหารของที่นี่ได้เลย มีทั้งโซน indoor และ outdoorให้เลือก จะมาเป็นกลุ่ม หรือเป็นคู่รักมุ้งมิ้งก็ฟีลกู๊ดทั้งนั้น เพราะทุกโต๊ะเราจะมองเห็นวัดพุทไธศวรรย์ในบรรยากาศสุดชิลล์ พอทานอาหารเสร็จหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนขอจิบน้ำสมุนไพรที่ทาง Sala เตรียมไว้ให้ แล้วทิ้งร่างพักบนเตียงเก็บแรงไว้ตะลอนกินต่อวันพรุ่งนี้ ^^

เราขอเริ่มต้นวันใหม่กันที่ห้องอาหารวิวดีงามล้านเก้าห้องอาหารเดียวกันกับมื้อเย็น ที่นี่อาหารเช้าเป็นแบบ a la carte มีให้เลือกเยอะมากทั้งอาหารไทยและแบบนานาชาติ ใครไม่อิ่มก็จะมีไลน์บุฟเฟ่ต์เล็กๆให้ตักเติมได้ตลอด ตั้งแต่เช็คอิน ทานมื้อเย็น นอนพัก ทานมื้อเช้า จนตอนนี้เช็คเอาท์เสร็จเรียบร้อย เราประทับใจที่นี่มากและแม้ Sala Ayutthaya จะเป็นโรงแรมเล็กๆ แต่เวลามาพักผ่อนก็รู้สึกสะดวกสบายและผ่อนคลายสุดๆ แถมยังทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพจนได้คอลเลคชั่นใหม่ไปลงไอจีได้เป็นเดือนเลยล่ะ

โดยปกติแอป iON GO http://bit.ly/2O1THNi จะสรุปคะแนนสะสมออกมาเป็นรายวัน ซึ่งหากเราได้คะแนนขับรถสูงสุดต่อวัน จะได้รับ 40 คอยน์ และรางวัลคอยน์จะลดหลั่นตามลำดับไปถึงลำดับที่300 แต่ถ้า invite เพื่อนเราจะได้รับคอยน์ไปเลย 10 คอยน์ (คนถูกเชิญได้รับ 25 คอยน์) แล้วแกร๊ … แล้วความดีงามของเจ้าคอยน์ที่สะสมกันมาตล๊อด ตลอด ก็สามารถนำไปแลกรับส่วนลดต่างๆ กับร้านค้าที่รวมรายการมากมาย อย่างทริปนี้ก็มี TOFU CAFÉ ร้านคาเฟ่ที่เรากำลังจะไปเช็คอินเกร๋ๆ วันนี้นี่แหล่ะที่ร่วมรายการ

05 :: TOFU CAFÉ

คาเฟ่น้องใหม่ไม่ไกลจากที่พัก ตกแต่งร้านได้น่ารักในโทนมินิมอลสไตล์ ภายในร้านคุมโทนสีขาวเสริมสีสันด้วยพืชพรรณสีเขียวดูร่มรื่น เติมแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทนที่ยิ่งทำให้รู้สึกอบอุ่นเข้าไปอีก จัดว่าเป็นคาเฟ่ของอยุธยาที่สวยถูกใจสาย café hopping อย่างเราเอามากๆ จนกลายเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินของเหล่านักท่องเที่ยวไปโดยปริยาย

ชื่นชมความน่ารักกุ๊กกิ๊กของร้านไปแล้วมาลองดูเมนูแนะนำกันบ้างดีกว่า จริงๆ แล้วร้านนี้เค้าเปิดรวมกับร้าน Tbar ที่โดดเด่นเรื่องชานมกับไข่มุกสีทองเด้งหนึบหนับ เราสามารถสั่งเครื่องดื่มมาทานพร้อมขนมในร้านก็ได้ หรือจะแค่แวะมาซื้อชานมสักแก้วก็ไม่ผิด ชาที่นี่ก็ชงสดแก้วต่อแก้วในสไตล์ญี่ปุ่น ช่างเป็นเหมือนสวรรค์ของคนรักชานมจริงๆ นะแก มีให้เลือกทั้งมัทฉะลาเต้ไข่มุก มันม่วงญี่ปุ่นลาเต้ไข่มุก หรือจะแค่ชานมไข่มุกธรรมดา ก็อร่อยเด็ดดวงไม่แพ้กันสักแก้วบอกเลย ส่วนของหวานก็น้ำแข็งใสบิงซูสไตล์ไต้หวันที่ให้เราสนุกกับการเลือกท็อปปิ้งได้เองอย่างเต็มที่ ส่วนรสชาติก็อร่อยถูกปากมากๆ แก

06 :: วัดนักบุญยอแซฟ

จากคาเฟ่เราแวะมาต่อกันที่ วัดนักบุญยอแซฟ วัดเก่าประจำศาสนาคริสต์ที่ตั้งตระหง่านสวยสดงดงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา วัดนักบุญยอแซฟแห่งนี้ถือเป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกแห่งแรกในประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์และมีการบูณะฟื้นฟูมาอยู่เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมฝรั่งเศสยุคฟื้นฟูโรมาเนสก์ที่ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากที่อื่น ถ้าลองใส่ความมโนเข้าไปหน่อยก็เหมือนไปเดินเล่นย่านพระราชวังเก่าในเมืองนอกแบบนั้นเลย ส่วนภายในก็สวยงามไม่แพ้กันตกแต่งด้วยกระจกสีวิบวับ มีรูปปั้นของพระบิดาและพระเยซูเป็นสัญลักษณ์ของศาสนา ด้านหน้ามีแท่นหินอ่อนลวดลายงดงาม ซึ่งได้มีการบูรณะและใช้เป็นที่ประกอบศาสนกิจ ศูนย์รวมศรัทธาแห่งชาวคริสต์มาจนปัจจุบัน ถือได้ว่าวัดนักบุญยอแซฟนี้เป็นเหมือนพยานยืนยันถึงจุดแรกเริ่มของการเผยแพร่ศาสนาคริสต์แห่งแรกในประเทศไทย

 

07 :: I-MUK Icecream&Tea CAFE

ถ้าไปอยุธยาหลังจากที่เห็นรีวิวนี้แล้วไม่แวะไปที่ร้าน I-MUK Ice cream&Tea CAFE บอกได้คำเดียวเลยว่าพลาด เพราะร้านนี้เค้าเป็นขายชานมไข่มุกระดับพรีเมียมที่อิมพอร์ตมาจากแดนอาทิตย์อุทัย คุณภาพแต่ละแก้วนั้นดีเกินค่าราคาคุยเอาไว้ม๊ากมากกก การตกแต่งร้านก็ให้บรรยากาศญี่ปุ๊นญี่ปุ่นเหมือนได้ไปจิบชาสวยๆในเมืองเกียวโตเลยอ่ะแก และด้วยความที่ร้านนี้เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานถ้าจะมาทานก็ใจร่มๆ กันหน่อยนะ คิวอาจจะยาวไปบ้างแต่รับรองว่ารสชาติของชาจะทำให้แกอารมณ์ดีฟินขั้นสุดไปเลย

08 :: เรือนไทยกุ้งเผา วัดเชิงเลน

นอกจากจะได้ฟินกับบรรยากาศเก่าๆ ของเมืองโบราณ ได้พักชิวๆ จิบกาแฟ ชิมชา ใช้ชีวิตช้าๆ จนเรียกได้ว่าทริปเกือบเพอร์เฟคแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ถ้าแกยังไม่ได้กินกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ ย้ำ!!! ตัวใหญ่เท่าฝ่ามือ เพราะฉะนั้นเผื่อความเป็นทริปที่น่าตามรอยที่สุดเราเลยขอจบแบบจุกๆ กันที่ เรือนไทยกุ้งเผา วัดเชิงเลน ร้านสุดชิวบรรยากาศริมน้ำกับเมนูเด็ดกุ้งเผาตัวใหญ่ๆ เน้นๆ ย่างด้วยเตาถ่านให้สุกกำลังดี บอกเลยว่าที่นี่กุ้งสดเนื้อแน่นเด้งสู้ฟันมากเว่อร์ ส่วนมันกุ้งเยิ้มๆ ก็ทานคลุกกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นอะไรฟิ๊นฟิน ส่วนก้ามกุ้งทางร้านก็มีบริการพิเศษให้เราเลือกว่าจะเอาไปผัด เอาไปทอด หรืออบวุ้นเส้นก็ได้ทั้งนั้น นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูเด็ดอื่นๆ อีกเพียบไม่ว่าจะเป็นกุ้งทอดเกลือ, ทอดมันปลากราย, กุ้งพล่าพริกสด  รวมถึงแกงเขียวหวานปลากราย คิดถูกแล้วที่มาปิดทริปสวยๆ ที่นี่

การเดินทางครั้งต่อๆของแก ลองใช้แอป iON GO http://bit.ly/2O1THNi แอปพลิเคชันนี้ให้เป็นเพื่อนรู้ใจทุกการเดินทางดูดิ แล้วแกจะรู้ว่านางสามารถบอกประวัติการเดินทาง สถิติความเร็วในการขับแต่ละวัน นางบอกหมดว่าวันนี้เราขับสูงสุด ต่ำสุด และเฉลี่ยกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้าเราขับขี่ดีปลอดภัยความเร็วไม่เกินกฏหมายกำหนดนางก็จะยิ้มให้ด้วยใบหน้าสีเขียว แถมสุดท้ายนางก็จะให้คอยด์ไว้เก็บสะสมแล้วไป Joy Prize เพื่อนำไปแลกสิทธิพิเศษได้อีกมากมายทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการต่างๆ ที่ร่วมรายการ เราใช้เวลา 2 วัน 1 คืนดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองเก่าไปอย่างเต็มที่ ซึ่งมันน่าจะพิสูจน์ให้หลายๆ คนเห็นแล้วว่าอยุธยายังคงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทริปใกล้ๆ ที่ไปกี่ทีก็มีเรื่องราวดีๆ ให้จดจำ สุดท้ายแล้วภาพจำเก่าๆ ก็ไม่ลบเลือนออกไปไหน แต่เราก็ได้ภาพจำใหม่ๆ ของจังหวัดอยุธยาเพิ่มเข้ามาจากการเดินทางครั้งนี้