ปลายปีแบบนี้ถึงเวลาที่แกจะหยิบเสื้อหนาวตัวเก่งมาสวม แล้วออกเดินทางไปเฉิดฉายท้าลมหนาวกันที่ภาคเหนือ จะว่าไปปีนี้เราเองก็เที่ยวมาหลายที่ ไปมาก็หลายจังหวัด แต่ก็มีไม่กี่จังหวัดที่ไปครั้งแรกแล้วต้องมีกลับไปเที่ยวซ้ำอีกเหมือนอย่างจังหวัด ‘ลำปาง’ เมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลาแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เรารู้สึกดีจนต้องพาตัวเองกลับมาอีกครั้ง แต่ลำปางรอบนี้เราจะเปลี่ยนบรรยากาศพาทุกคนไปสัมผัสและรู้จักกับเหมืองแม่เมาะ เหมืองถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บอกเลยว่าใครที่เคยคิดว่าที่นี่มีแต่โรงไฟฟ้าคือผิด เพราะเค้ามีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจเพียบไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกบัวตอง สวนพฤกศาสตร์ ลานสไลเดอร์ หอชมนก สวนสน หรือจะมาชมทะเลหมอกบน Sky walk ก็มี เรียกได้ว่าครบจบ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แถมอากาศก็ดี๊ดี มาจ้าทุกคนตามเรามาเที่ยวกับ “10 จุดเช็คอิน เหมืองแม่เมาะ” กันได้เลยยยย!!!!!!

ก่อนจะเริ่มพาทัวร์รอบเหมืองแม่เมาะนั้น เราคงต้องเล่าถึงประวัติความเป็นมาของที่นี่ให้ได้รู้กันสักหน่อย โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินลิกไนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเปิดมายาวนาวกว่า 28 ปีแล้ว เป็นโรงไฟฟ้าที่ต้นทุนต่ำและใช้ทรัพยากรพลังงานในประเทศ โดยจ่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชนภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด ภาคกลางและภาคอีสานบางส่วน มีพื้นที่กว้างขวางมากเรียกได้ว่าถ้าแกคิดจะเดินรอบเหมืองนั้นคงต้องใช้เวลาเป็นวันเลยทีเดียว และที่นี่มีปริมาณถ่านหินมากสามารถเก็บไว้ใช้ได้ยาวนานกว่า 50 ปี นี่ถือได้ว่าเป็นก้าวในการพัฒนาทางด้านพลังงานของประเทศที่สำคัญมาก และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเขื่อนภูมิพลอีกด้วยนะแก

แม้ว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะนี้จะพัฒนาขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่เค้าก็ไม่ลืมที่จะดูแลและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งเครื่องดักจับฝุ่นเพื่อกรองฝุ่นจากการเผาไหม้ถ่านลิกไนต์ ติดตั้งจุดตรวจวัดค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ไว้ตามหมู่บ้านต่างๆ รวม 12 จุด ที่จะรายงานผลไปยังห้องควบคุมในโรงไฟฟ้า และระบบออนไลน์ไปยังโรงพยาบาลแม่เมาะและกรมควบคุมมลพิษด้วย นอกจากนี้ยังมีการดูแลความเป็นอยู่ของชาวบ้านในบริเวณโรงไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด ทั้งเรื่องของน้ำ ไฟ ถนน โรงกรองน้ำ โรงเรียนโรงพยาบาล ศูนย์ราชการ รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมอาชีพจนได้รับการชมเชยจากธนาคารโลก ว่าเป็นชุมชนตัวอย่างของโลกเพราะมีความสมบูรณ์ในทุกๆ ด้านเลยนะแก มั่นใจได้เลยว่าที่นี่ปลอดภัยแล้วก็มีอากาศบริสุทธิ์ไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน

01 :: ทุ่งคอสมอส และทุ่งทะเลหมอก

หลังจากที่เราได้รู้จักโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปแล้ว คราวนี้ถึงเวลาสะพายกล้องออกไปเที่ยวถ่ายรูปรอบๆ บริเวณเหมืองแม่เมาะกัน โดยจุดแรกเป็นการเปิดทริปสวยๆ เอาใจสาวๆ ที่รักความฟรุ้งฟริ้งด้วยทุ่งคอสมอสสีสันสดใสที่มาเต็มทั้งเหลือง ส้ม ชมพู พากันเบ่งบานรอรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ มีสะพานไม้ไผ่หรือที่คนเหนือมักเรียกว่าขัวแตะให้เราได้ลงไปเดินถ่ายรูปชมดอกไม้อย่างใกล้ชิด ถ้าวันไหนฟ้าเปิดอากาศดียิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ไม่ต้องพกแต้มบุญไป แกก็มีโอกาสสูงมากที่ได้ชมหมอกลอยมากับวิวเขาด้านหน้าตัดกับทุ่งดอกไม้สีสวยเป็นภาพที่ลงตัวชวนฝันเหมาะแก่การถ่ายรูปเอามากๆ

02 :: สะพาน Sky Walk

ขยับมาอีกหน่อยเราก็ได้เจอกับจุดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวเหมืองแม่เมาะ สะพานที่ทอดยาวไปด้านหน้ายื่นออกจากตัวศาลาชมวิว มองเห็นวิวเขา เขื่อนแม่ขาม และทุ่งดอกบัวตองได้กว้างรอบตัว สะพานแข็งแรงดีไม่ต้องกลัวเดินแล้วเสียวแต่อย่างใด แต่อย่างที่บอกว่าเป็นจุดที่ฮอตฮิตมาก คนก็จะหนาแน่นพอสมควร เวลาถ่ายรูปก็ใจเย็นๆ ค่อยๆ ถ่าย เพราะไม่ว่าแกจะหมุนกล้องไปมุมไหนก็สวยทั้งนั้น จุดนี้แนะนำให้มาช่วงเช้าเพราะนอกจากจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว อากาศตอนเช้าก็ยังดีมากๆ มีทั้งหมอกทั้งลมหนาวพัดมาเรื่อยๆ จะใส่ธีมวินเทอร์มาถ่ายรูปก็ดูสวยเก๋เหมือนกันนะแก

03 :: สวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

จากสะพาน sky walk เราไปแวะเช็คอินกันต่อที่สวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ที่มีซุ้มประตูด้านหน้าเป็นทางเดิน ตกแต่งด้วยโคมสไตล์ล้านนาสวยงามถือเป็นอีกจุดที่คนมักมาถ่ายรูปกันเยอะมาก ภายในสวนจะมีดอกไม้นานาพรรณให้เราชม มีทั้งบึงบัว สวนนก สวนฟอสซิล สวนสมุนไพร ลานต้นยาง อีกทั้งภายในสวนยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุเสาวรีย์รัชกาลที่ 7 ผู้ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สงวนแหล่งถ่านหินที่แม่เมาะนี้ด้วย นอกจากสถานที่สวยแล้วก็ยังมีกิจกรรมหลากหลายให้เราได้เล่นอย่างชิงช้าพาม่วนที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากนักท่องเที่ยวได้ตลอดเวลา

04 : หอชมนก

เดินเล่นทอดน่องจนทั่วบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาแล้ว ถ้าใครอยากเห็นภาพมุมสูงแบบเต็มเฟรมทั้งหมดของสวน ก็สามารถขึ้นมาชมวิวที่หอชมนกที่มีความสูงเท่าตึก 6 ชั้นได้เลย อาจจะต้องขึ้นบันไดหลายขั้นหน่อยแต่รับรองว่าวิวข้างบนจะทำให้แกร้องว้าว หายเหนื่อยแล้วรู้สึกคุ้มค่ากับการเดินขึ้นมาด้านบนเป็นที่สุด บอกเลยว่าวิวจากหอชมนกนี่แหละสวยที่สุดแล้ว เพราะยิ่งสูงก็ยิ่งเห็นวิวสวยขึ้นเรื่อยๆ

05 :: ทุ่งดอกบัวตอง

มาถึงไฮไลต์ที่ต้องขอใส่ดอกจันทร์ตัวโตๆ ไว้เลยว่าห้ามพลาด มาเหมืองแม่เมาะทั้งทีก็ต้องมาชมทุ่งดอกบัวตองนี่แหละไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงนะแก ทุ่งดอกบัวตองที่นี่ปลูกบนพื้นที่มากกว่า 500 ไร่ เต็มไปทั่วบริเวณหันไปทางไหนก็เหลืองอ๋อยไปซะหมด ตั้งอยู่บนภูเขาเทียมที่เกิดจากการนำดินในบ่อเหมืองลิกไนต์ที่ขุดขึ้นมาทิ้งทับถมกันทำเป็นภูเขาสูงโดยสูงจากระดับพื้นดินปกติประมาณ 200 เมตร ดอกบัวตองของที่นี่จะบานสะพรั่งรับลมหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคม และบานเต็มที่ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นักท่องเที่ยวสามารถขับรถส่วนตัวลงไปตามทางที่จัดไว้เพื่อชมดอกบัวตองแบบใกล้ชิด แถมยังสามารถเห็นวิวทุ่งดอกบัวตองที่มีเขื่อนแม่ขามเป็นแบล็คกราวได้อีกด้วยนะ

ใกล้กันกับทางออกสุดทางเราก็เจอกับอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกไม่แพ้ชิงช้าพาม่วน นั่นก็คือรถดอยท้าซิ่ง มีหลายคันเพียงพอต่อความต้องการเล่นแน่นอน จะนั่งเดี่ยวหรือซ้อนคู่ก็ไม่ผิดกติกา แถมรถเป็นระบบอัติโนมือ ถ้าอยากหยุดเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้ เพราะงั้นจึงปลอดภัยมาก ลูกเด็กเล็กแดงเล่นได้สบายมากจ้า

06 :: พิพิธภัณฑ์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา

จากห้าโลเคชั่นสวยๆ เราขอพักเบรคพาทุกคนเข้าโหมดเสริมความรู้กันบ้างกับพิพิธภัณฑ์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา พิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ภายในประกอบไปด้วยห้องจัดแสดงต่างๆ ที่ให้ความรู้ทางธรณีวิทยาบริเวณเหมืองแม่เมาะ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของเหมือง เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า และมาตรการในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างใส่ใจ ใครสนใจอยากหาความรู้เพิ่มเติมก็มาได้ ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ หยุดวันจันทร์ เปิดให้เข้าชมวันละ 4 รอบ เวลา 09.00 น., 10.30 น., 13.00 น. และ 14.30 น. นะทุกคน

นี่เป็นอีกโซนที่เราชอบมาก เพราะเราจะได้เรียนรู้ว่าจากผืนน้ำมาสู่แผ่นดินในสมัยก่อนเป็นอย่างไร ซึ่งที่แห่งนี้เคยเป็นแอ่งทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่เรียกว่าแอ่งแม่เมาะ มีการขุดพบฟอสซิลสิ่งมีชีวิตดึกดําบรรพ์หลากหลายชนิด ซึ่งเป็นหลักฐานสําคัญในการศึกษาความเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของพื้นที่แห่งนี้

ส่วนโซนนี้จะจัดแสดงพื้นที่ทั้งหมดในเหมืองแม่เมาะ บริเวณใกล้เคียง รวมทั้งชุมชนต่างๆ และแสดงขั้นตอนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบว่ากว่าจะได้กระแสไฟฟ้ามาใช้ต้องผ่านกระบวนการอะไรบ้าง ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมยังไง เรียกได้ว่าฟังจบปุ๊บก็จะเข้าใจโรงงานไฟฟ้ามากขึ้นถึงบางอ้อเลยทีเดียว ส่วนที่เราเห็นคล้ายๆ ควันในอากาศเหมือนเกลียวพายุนั้น แท้จริงแล้วคือละอองน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นภัยอันตรายใดๆ เลยจ้า

07 :: แม่เมาะสไลเดอร์

เอาล่ะ!! ถึงเวลาขอให้ทุกคนประจำที่เตรียมตัวให้พร้อมและลองสไลเดอร์ไปพร้อมกัน ลานสไลเดอร์เป็นลานพื้นหญ้าที่เทลาดลงสู่บริเวณสนามกอล์ฟ อยู่บริเวณหน้าอาคารจุดชมวิวของสวนพฤกษชาติ นักท่องเที่ยวจะนำกล่องมาเล่นเองหรือยืมแผ่นรองสไลด์ที่พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษามาเล่นก็ได้ ซึ่งในช่วงที่จัดงานเทศกาลก็จะมีการแข่งขันสไลเดอร์ด้วย ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ ขอแค่ใจกล้าพร้อมลุยก็เล่นได้เลย เราว่าเป็นอีกกิจกรรมที่ได้ฝึกทักษะการทรงตัวได้ดีเลยทีเดียว ส่วนใครทรงตัวไม่ได้ก็อาจจะกลิ้งเป็นลูกขนุนลงเนินมาเลย แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บได้แผลไป เพราะพื้นหญ้าเค้าปูไว้นุ่มมากล้มท่าไหนก็ไม่หวั่นแน่นอน ถ้าอยากรู้ว่านุ่มจริงมั๊ย ? ง่ายๆ แค่ไปหยิบแผ่นรองแล้วทิ้งตัวไหลลงมาเลยจ้า

08 :: ทีเร็กซ์ ยักษ์ใหญ่ของแม่เมาะ

ก่อนมาตอนที่รู้ว่าที่นี่มีทีเร็กซ์ เราก็คิดนะว่าเหมืองแม่เมาะนี้มันเกี่ยวกับไดโนเสาร์ตรงไหนหว่า พอได้มาเห็นกับตาถึงรู้ว่าทีเร็กซ์ในที่นี้เค้าหมายถึงรถขนถ่านหินลิกไนต์คันบิ๊กเบิ้มขนาดใหญ่ที่สุดที่เป็นฮีโร่ของเหมือง เพราะสามารถขนถ่านได้มากกว่าคันอื่นหลายเท่า แถมยังแข็งแรงจนได้ชื่อว่าเป็นทีเร็กซ์นี่แหละ จะเห็นว่าถ้าเราลองเทียบขนาดดู ตัวเราเองยังสูงไม่ถึงครึ่งของล้อรถขนถ่านหินคันนี้เลย

09 :: สวนสนโรงไฟฟ้า

อีกหนึ่งจุดสำหรับการมาพักผ่อนหย่อนใจในวันสบายๆ ก็ต้องสวนสนนี่แหละ จุดนี้ค่อนข้างไพรเวทมาก อยู่ภายในโรงไฟฟ้าแม่เมาะเลย โดยที่นี่เค้าจะปลูกต้นสนไว้ริมทางเพื่อคอยให้ร่มเงา แถมยังเป็นที่ถ่ายรูปอัพโปรไฟล์ได้ดีอีกด้วย มีโต๊ะเก้าอี้ม้านั่งไว้ให้มานั่งชิลรับลมเย็นๆ แนวสนที่ทอดยาวไปนี่แหละพอถ่ายออกมาจะทำให้เราได้ภาพที่ดูมีมิติน่าสนใจเป็นที่สุด

10 :: ปั่นจักรยานชมสวนดอกไม้

จัดเต็มกับที่เที่ยวไปทั้ง 9 แลนด์มาร์คแล้ว เหลืออีกหนึ่งกิจกรรมเบาๆ ที่รักษ์โลกอย่างการปั่นจักรยานชมทุ่งดอกไม้กัน โดยเราสามารถปั่นได้รอบบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาเลย มีจักรยานให้เรายืมพร้อมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกอย่างเป็นมิตร หลังจากนำบัตรประชาชนไปแลกเป็นที่เรียบร้อยก็สามารถเลือกจักรยานคู่ใจได้ในทันที จากนั้นก็ปั่นไปตามจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่แนะนำหรือตามแผนที่ๆ แจกก็ได้ เส้นทางจะผ่านทั้งทุ่งคอสมอส ทุ่งดอกบัวตอง ไปจนถึงสวนสมุนไพร และอ่างเก็บน้ำภายในสวน ปั่นไปก็แวะถ่ายรูปไปแต่ละจุดเพลินๆ พอถึงเวลาครบชั่วโมงก็นำจักรยานไปคืนที่เดิมเป็นอันเรียบร้อย ใครสายชิล สายปั่น ไม่ชอบไปยืนเบียดเสียดถ่ายรูปซ้ำมุมกับใคร เราแนะนำให้ปั่นจักรยานนี่แหละเพราะรับรองว่าแกจะได้มุมใหม่ที่ไม่เหมือนใครแน่นอน

ในทุกๆ ปีช่วงที่ดอกบัวตองเริ่มบานสะพรั่งสวยเต็มทุ่งก็จะถึงเวลาของงานเฟสติวัล “ท่องเที่ยวแม่เมาะ” ถ้าหากใครมีโอกาสมาในช่วงนี้ละก็ นอกจากจะได้เที่ยวเช็คอินกับ 10 จุดฟินที่เราแนะนำแล้ว ยังได้ร่วมงานที่สนุกสนานครื้นเครงไปกับการแสดงบนเวที ด้วยระบบแสง สี เสียงสุดอลังการ ชมโชว์จากศิลปินนักแสดงมากมายอย่างวันที่เราไปก็มีบอยปกรณ์ และปราง กัญญ์ณรัณ แม่หญิงจันทร์วาดจากบุพเพสันนิวาสมาร้องเพลงเพราะๆ ให้ฟัง แล้วยังมีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่มาต่อแถวขึ้นเวทีส่งความสุข อีกทั้งภายในงานยังมีการแข่งขันแม่เมาะเฟสติวัล โฟลค์ซองชาเลนจ์ การแข่งขันแม่เมาะแดนซ์ซิ่งคอนเทสต์ให้เราร่วมเชียร์อีกด้วย สำหรับงานนี้เราขอนิยามให้สามคำ มันส์ มันส์ มันส์ ไปเลยจ้าาาาา

นอกจากเวทีที่แสนจะครึกครื้นแล้ว สายช้อปก็ไม่ต้องห่วงไปเพราะเค้าได้จัดถนนคนเดินแม่เมาะที่มีสินค้า OTOP คุณภาพ ของดีชุมชน และผลผลิตทางการเกษตรจากชุมชนในพื้นที่ มาออกร้านให้เราช้อปแบบจุใจกว่า 100 ร้านค้า มีทั้งผ้าทอลายสวย ผ้าคลุมไหล่ลายเก๋ เสื้อผ้าฝ้าย ผ้าไหม ผ้ามัดย้อมก็มีครบจนตาลายเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากติดไม้ติดมือแทบไม่ถูกกันเลยทีเดียว และสำหรับใครที่ไม่เคยนั่งรถม้างานนี้เค้าก็มีขบวนรถม้ามาให้ได้ลองนั่งกันดู ดูด้วยเด้อ ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สร้างสีสันให้กับคนในงานที่ไม่เคยนั่งรถม้าเป็นอย่างมาก

ในส่วนของโซนอาหารในงานเทศกาลเที่ยวแม่เมาะนี้ บอกเลยว่าจัดหนักจัดเต็มขนมาเพียบกับอาหารเหนือที่มาในคอนเซ็ป ‘ของกิ๋นล้ำลำในลำปาง’ เรียกได้ว่าเราสามารถพาตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวันไม่ต้องออกไปไหน เที่ยวจนเหนื่อยก็เดินมาซื้อของกินเติมพลัง พออิ่มก็ไปเกาะขอบเวทีดูการแสดงต่อได้เลย งานนี้เป็นอีกงานที่เราได้สัมผัสบรรยากาศสนุกสนานครื้นเครงแบบสุดๆ ทั้งรอยยิ้มจากผู้คนที่ส่งไปมาหากัน แถมยังคอยชี้บอกทางแนะนำจุดต่างๆ ในงานให้กันอย่างดี แม้วันงานอาจจะเจอฝนโปรยปรายลงมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในงานหมดสนุกไปเลยสักนิดเดียว เราประทับใจจนวางแพลนไว้แล้วว่าปีหน้าคงต้องกลับมาเที่ยวเทศกาลแม่เมาะอีกครั้ง

ไม่ว่าจะให้มาลำปางอีกกี่รอบ เราก็ยังรู้สึกว่าจังหวัดนี้เป็นจังหวัดเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใครจริงๆ เหมือนกับเหมืองแม่เมาะแห่งนี้ที่ได้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้พวกเราได้มาเก็บภาพสวยๆ และเรียนรู้พร้อมเข้าใจวิธีการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างถูกต้องด้วย แถมยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ของไทยไม่ได้น่ากลัวและเป็นอันตรายอย่างที่เคยคิดไว้สักนิดเดียว สุดท้ายในอนาคตถ่านหินลิกไนต์ที่นี่อาจจะหมดลงและเราก็ต้องหาพลังงานอื่นมาทดแทนการผลิตกระแสไฟฟ้า ดังนั้นตอนนี้พวกเราก็ควรช่วยกันคนละไม้คนละมือประหยัดไฟให้ได้มากที่สุด เพื่อลูกหลานในอนาคตต่อไปนะทุกคนนน!