ครึ่งปีผ่านไป … หากลองเช็คลิสต์ชีวิตตัวเอง ทุกคนให้คะแนนความพึงพอใจต่อตัวเองในครึ่งปีนี้เท่าไหร่กันดีนะ แต่ไม่ว่าทุกคนจะรู้สึกดีหรือร้ายแค่ไหน อย่าลืมขอบคุณและให้รางวัลตัวเองที่เดินหน้ามาจนถึงวันนี้ด้วยล่ะ และวันนี้เราก็มีไอเดียดีๆ มาเสนอรางวัลที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะวัยใสหัวใจคิกขุ นั่นก็คือการออกเดินทางพาตัวเองไปลิ้มรสความสุข โดยเริ่มจากทิ้งความเหนื่อยล้าและภาระไว้เบื้องหลัง หยิบเดรสตัวเก่งออกมา แต้มลิปสติกสีที่ชอบให้เต็มขอบปาก ฟาดแก้มฉ่ำๆ แบบไม่แคร์เวิลด์ แล้วชวนเพื่อนสนิทออกไปโลดแล่นให้เท่าที่ใจอยาก กินให้มากเท่าที่กระเพาะไหว ถ่ายรูปวนไปจนกว่าจะเปลี่ยนโปรไฟล์ได้ทุกวัน นอนฝันหวานในที่พักสุดน่ารักอย่าง Balcony Seaside ที่มีไฮไลท์เด็ดคือบ่อออนเซ็น เรียกได้ว่าเป็นทริปที่ดึงตัวเองสู่โลกแห่งญี่ปุ่นแบบไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่น เพราะแค่ “ศรีราชา” ก็พอแล้วจ้า เอาเป็นว่าหลังจบทริปนี้เราขอการันตีว่าทุกคนจะต้องผ่อนคลาย สบายใจ พร้อมกลับไปเริ่มทำงานครึ่งปีหลังต่อด้วยไฟแห่งความสุข

The Nine Coffee & Bakery

และที่แรกที่เราอยากเปิดว๊าบมาเสพความสุขให้อุ่นทั้งพุงและอุ่นทั้งใจก็คือ The Nine Coffee & Bakery ร้านคาเฟ่โดดเด่นในสไตล์ Loft ซึ่งออกแบบมาให้เหมือนกระท่อมหลังน้อยในเทพนิยายที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียวตั้งแต่หลังคาจรดพื้นดูช่างกลมกลืนกับธรรมชาติ แทรกด้วยกระจกบานใหญ่ ที่ทำไว้เพื่อรับแสงธรรมชาติทำให้เราได้รับความสดชื่นและความอบอุ่นจากธรรมชาติแท้ๆ ไปพร้อมๆ กัน แถมยังได้มุมถ่ายรูปสุดเก๋ไก๋ที่ดูยังไงก็เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารต่างประเทศไว้ลงเรียกไลค์ในโซเชียลแบบรัวสุด

นอกจากกลิ่นหอมๆ ของต้นไม้และไออุ่นอุ่นของแสงแดดแล้ว กลิ่นกาแฟของที่นี่ก็ตลบอบอวลชวนให้เคลิบเคลิ้มได้ไม่แพ้กัน ทางเราจึงต้องขอสั่งเมนูซิกเนเจอร์ ที่มีชื่อว่า Orangecano ที่จับเอากาแฟสีดำเข้มราวปีศาจมาผสมกับน้ำส้มคั้นสดสีส้มราวแสงอาทิตย์ จนออกมาเป็นความเข้มสุดสดชื่นเพิ่มพลังความเฟรชขั้นสุด และเมนู Sparkling Pink ที่จับเอากาแฟรสขมมาผสมกับลิ้นจี่รสหวาน จนออกมาหอมอร่อยลงตัวเหมาะที่จะสั่งครัวซองอัลม่อนสีน้ำตาลอ่อนอบใหม่มาทานคู่กันเสียยิ่งกว่าอะไร จนต้องแนะนำให้เก็บร้านนี้ไว้ในลิสต์รับรองไม่ผิดหวัง

The Baristro at Sriracha

เพราะความสุขมันไม่มีวันสิ้นสุด เราจึงจะไม่หยุดตามหา งานนี้เลยของพุ่งตัวไปยังจุดหมายที่สองของเราแบบไวๆ ที่ The Baristro at Sriracha ร้านดังที่ปังตั้งแต่เชียงใหม่ และดังต่อออกมาไกลถึงศรีราชา คาเฟ่สีขาวสุดมินิมอลล์ที่แต่งแต้มสีสันผ่านเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนและต้นไม้สีเขียวเข้มจนออกมาลงตัวไร้ที่ติในแง่ของความน้อยแต่มากเรียบแต่โก้ที่แท้ทรู จะนั่งข้างในก็ดูเรียบง่ายและน่ารัก แต่ถ้าอยากคึกคัก น่ารักจนไลค์ถล่ม ก็ต้องออกมานั่งข้างนอกคู่กับเจ้ารถสีเขียวหลังร้าน ไฮไลท์ประจำที่ทำให้ร้านนี้เปรี้ยงปร้างในโลกโซเชียล งานนี้แค่แต่งตัวสีเอิร์ธโทนและปรับฟิลเตอร์ให้เป็นแนวญี่ปุ่นอีกสักหน่อย รับรองได้เลยว่าใครที่ไม่อ่านโลเคชั่นดีๆ ก็ต้องมีหลงผิดคิดว่าเราอยู่ญี่ปุ่นกันบ้างเลยล่ะเธ๊อออ!!!

นอกจากความน่ารักของร้านนี้จะดีงามแล้ว เครื่องดื่มร้อนเย็นก็ยังอร่อยชวนให้เราสั่งต่อไม่รอแล้วนะด้วยเหมือนกัน อย่างเมนู Milo Bomb ที่เอาเอสเปรสโซ่สุดร้อนแรงมาผสมกับนมสดผู้นุ่มนวล ก่อนจะท็อปปิ้งปิดท้ายด้วยผงไมโลก็เลิศ หรือจะเมนูหวานๆ ขมๆ อย่าง Triple ที่รวมกาแฟ นมและช็อกโกแลตในสัดส่วนที่พอเหมาะพอเจาะ จนออกมาเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราอยากให้พวกแกได้ลองดื่มดูก็ปัง ยิ่งตามติดด้วยบูเบอร์รี่ชีสพายชิ้นโต ก็เสมือนหนึ่งคำขอบคุณต่อตัวเองที่แสนจะมีคุณค่า จนอยากจะขอบคุณตัวเองมันทุกวัน แต่ก็กลัวเบาหวานถามหา จึงต้องหยุดไว้เพียงสองสามวันทีจะดีกว่า

Balcony Seaside

มาพักผ่อนขอบคุณตัวเองทั้งที ก็ต้องมีเลือกที่พักดีๆ สักหน่อยสิถูกม้ะ และงานนี้ที่พักที่ลอยลำเข้ารอบทั้งในแง่ของความดีงาม ความคุ้มค่า ความคุ้นเคย และความน่ารักราวกับย่อญี่ปุ่นไว้กลางเมืองศรีราชาก็คือ Balcony Seaside ที่เป็นทั้งโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ที่เรามักจะนึกถึงเสมอในทุกทริปที่มาศรีราชา เพราะความมินิมอลของที่พัก ทำให้ดูน่ารักเสมอเมื่อถ่ายรูป รวมถึงความน่ารักของพนักงานที่ยิ้มหวานๆ ให้เราทุกคราเมื่อสบตา และอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญที่ทำให้เราต้องเลือกทุกครั้งก็คือ facilities ต่างๆ ของโรงแรมที่มีให้เราเลือกทำตั้งแต่นั่ง จิบชากาแฟพร้อมกับขนมทานเล่น ห้องอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นที่ล็อบบี้ ถ่ายรูปวนไปทั้งในและนอกห้องของโรงแรม ไปจนถึงการแช่ออนเซ็นแบบฟินๆ ราวกับอยู่ญี่ปุ่นก็ทำได้ค่ะ ก็ด้วยความดีงามต่างๆ เหล่านี้ เราจะเลือกไปพักที่อื่นอีกทำไม

ห้องพักของเราในครั้งนี้คือ Seaview Suit One Bedroom ที่อยู่ในส่วนของเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ดังนั้นถ้าลองมาพักแล้วถูกใจ … แปลได้ว่าแกสามารถเลือกอยู่เป็นวันเป็นเดือนหรือเป็นปีก็ยังได้จ้า ซึ่งความดีงามของการเป็นห้องแบบเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ก็คือ ความเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ คือจัดเต็มเหมือนบ้านหนึ่งหลังดีๆ นี่เอง เช่นถ้าอยากทำกับข้าวก็มีห้องครัวที่มีไมโครเวฟอยู่เรียบร้อย หรือถ้าอยากซักผ้าอยากรีดผ้าก็มีอุปกรณ์ให้ใช้อย่างครบครัน แต่ถ้าอยากอยู่สบายๆ ไม่ทำงานบ้านก็ย้ายตัวเองไปอยู่แค่ในห้องนั่งเล่นที่มีทีวีกับวิวทะเลให้ดู 24 ชั่วโมง แถมพิเศษสุดๆ ในช่วงยามเย็นห้องพักทางฝั่งนี้ยังกลายร่างเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่จัดว่าสวยงามที่สุดอีกจุดหนึ่งในศรีราชาอีกด้วย พอทะเลกลายเป็นสีดำก็ผันตัวเองเข้าไปอาบน้ำอาบท่าที่เค้าเตรียมทั้งชุดคุมอาบน้ำ ไดร์เป่าผม ไม้แขวน สบู่ แชมพู จนตัวหอมฟุ้งแล้วค่อยไปจบวันด้วยการซุกตัวอยู่ในผ้าห่มหนานุ่มขอบชีสในห้องนอน เป็นไงล่ะครบครันเครื่องแน่นซะยิ่งกว่าซาซิมิรวมพิเศษวาซาบิซะอีกไหมล่ะ

มาทะเลทั้งทีงานบีกินี่ต้องมา ดังนั้นพอชื่นชมห้องหับจนเสร็จเรียบร้อย เราก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งองค์ทำผมให้สวยงามและเติมลิปให้ดูชุ่มฉ่ำอีกสักหน่อย เพื่อมาเดินเล่นรับลมทะเลแบบชิวๆ กันที่สระว่ายน้ำริมทะเล ที่เค้าเนรมิตทรายมาเรียงรายให้เราเดินเล่นแทนชายหาดที่เราไม่สามารถลงไปได้ ซึ่งข้อดีของมันคือความสะอาดและไม่ต้องกลัวแก้วบาดเท้าเวลาที่เดินเท้าเปล่ายามจำลองตัวเองว่าเป็นนางเงือกน้อยด้วยน่ะสิ๊ ดีขนาดนี้จะสะบัดผ้าโบกพริ้วไปตามลมหรือสะบัดผมลงเล่นที่กลางน้ำก็รับรองได้ภาพสวยถูกใจสายไอจีนับ 10 ภาพ

แต่ถ้าหากรู้สึกว่าสระริมทะเลมันเล็กไปหน่อยก็สามารถเดินเข้าไปที่ตึกใหม่ ก็จะพบกับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถว่ายกบ กรรเชียง ฟรีสไตล์ เปลี่ยนท่าไปจนเหนื่อยหอบได้แบบจุกๆ อยู่อีกหนึ่งสระ เอาละใครอยากจะว่ายสวยงามริมทะเลหรือว่ายจริงจังแบบกว้างขวางก็มีให้เลือกตามใจท่าน หรืออยากจะว่ายสลับกันไปให้คุ้มตังค์ก็ตามสบายเลยจ้าแม่นางเงือกน้อย

ถ้าว่ายน้ำไปถ่ายรูปไปจนร่างกายเมื่อยล้า ก็อย่าลืมพาตัวเองไปทำกิจกรรมที่ดีจนเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราอยากกลับมาที่นี่ซ้ำๆ นั่นก็คือการพาตัวเองไปแช่ออนเซ็นให้เป็นผ่อนคายในโซนออนเซ็น Ofuro ร้อนๆ แบบแยกชายหญิงฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ให้แกได้สัมผัสกับความฟินของน้ำร้อนหลากหลายระดับและตู้อบซาวน่าได้ตามใจ แล้วยังตบท้ายด้วยชาเขียวร้อนๆ เพิ่มความผ่อนคลายแบบครบสูตร จนนึกว่าเปิดประตูทะลุมิติไปญี่ปุ่นกันทีเดียวเชียว

ยัง ยัง กิจกรรมของที่นี่ยังไม่หมด เพราะล่าสุดเค้าเพิ่งเปิดตัว Mini HarborLand สนามเด็กเล่นขวัญใจวัยกระเตาะที่มาในตีม Space Adventure ที่เหล่าลูกเด็กเล็กแดงหรือวัยรุ่นคนมีแรงก็สามารถสนุกพร้อมกันได้ทั้งวัน บนมาตรฐานเดียวกับ HarborLand ทุกสาขานั่นเอง ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงหายห่วง เรื่องความชิคเก๋และเหมาะกับการเป็นสถานที่ที่น่าถ่ายรูปคือต้องยกนิ้วให้ ส่วนเครื่องเล่นภายใต้ชื่อว่ามินินั้นไม่ได้มินิน้อยหน้าสาขาใหญ่อื่นๆ เลย เค้าจัดเต็มทั้งสไลด์เดอร์ บ้านบอล แป้นบาส รวมถึงเครื่องเล่นอื่นๆ อีกมากมาย ให้เด็กๆ ได้สนุกวี๊ดว๊าดกันทั้งวันแบบฟรีๆ แต่ถ้าใครอยากแวะเล่นเครื่องเล่นดีๆ แต่ไม่มีเวลาพักค้างคืนก็สามารถจ่ายเงินเพิ่มอีกเล็กๆ น้อยๆ แล้วเล่นมันทั้งวันกันได้เลยจ้า

ตัดภาพกลับมาเอาใจวัยรุ่นและวัยทำงานกันต่อกับมุมที่เราชอบมากเป็นการส่วนตัว คือบริเวณเล้าท์ของโรงแรมที่ออกแบบแบบเปิดโล่งให้เราสามารถนั่งมองวิวทะเลแบบสุดสายตาบนโซฟานิ่มๆ จะจิบเครื่องดื่มก็มีชากาแฟให้กินคู่แบบฟรีๆ ย้ำว่าฟรี ที่ชอบเนี่ยก็ไม่ได้เห็นแก่กินเล้ยจริ๊งงงง หรือถ้าใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานเค้าก็มี iMac และ iPad ไว้คอยให้บริการอีกเช่นกัน งานนี้จะกี่ไอเดียหรือกี่โปรเจ็คก็คงผ่านฉลุยเหมือนกับเรือที่วิ่งฝ่าท้องน้ำอันราบเรียบราวกับกระจกเลยล่ะ นอกจากวิวดีๆ ที่โรงแรมได้มอบให้เราแล้วเค้าก็ยังมีบริการในส่วนอื่นๆ ทั้ง Meeting Room, Study Room, บริการซักรีด, บริการรถรับส่งไปยัง Balcony City Lobby และศูนย์การค้าฮาเบอร์พัทยา ที่ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ระบบการรักษาความปลอดภัยแบบ 24 ชั่วโมง อย่างนี้สิถึงจะเหมาะกับคำว่าชีวิตดีๆ ที่ลงตัว

ชายหาดบางแสน

อีกหนึ่งชายหาดที่เราอยากให้แกแวะไปเพราะไม่ไกลจากศรีราชาก็คือ บางแสน ชายทะเลที่เราเชื่อว่าเกิน 90% ของคนที่อ่านอยู่นี้ต้องเคยมา เพราะมันคือทะเลแรกเริ่มของการเริ่มเที่ยวทะเลของหลายคน เพราะไม่ว่าจะวัยไหนมีเงินเท่าไหร่ก็มาได้ไม่ลำบาก ยิ่งในปัจจุบันชายหาดบางแสนมีการจำกัดเวลาของการตั้งเตียงผ้าใบริมหาด และการเก็บขยะริมหาดที่ถูกซัดเข้ามาในทุกเช้า ยิ่งทำให้เรามีเวลาได้ใกล้ชิดกับทะเลโล่งๆ และแนวต้นมะพร้าวได้สบายตาสบายใจมากขึ้น งานนี้แค่โพสต์ท่าแบบเผลอๆ เอามือจับผมหรือชี้นกชี้ไม้แล้วแต่งสีให้ดูมินิมอล ก็ได้ฟีลคาว๊าอิ๊แบบสุดๆ

Ohayo! เช้าปุ๊บตื่นปั๊บรีบอาบน้ำแปรงฟันแล้วลงไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมจัดไว้ให้แบบจุกๆ จนสายกินต้องแฮปปี้ สายเฮลตรี้ต้องคาราวะ หน้าบานกับอาหารหลากหลายสัญชาติทั้งอาหารไทย ฝรั่ง และแน่นอนอาหารญี่ปุ่นตามคอนเซ็ปท์ของโรงแรมต้องมี ซึ่งแต่ละโซนก็จัดเต็มหลากหลายจนกินกันไม่หวาดไม่ไหวอย่างแน่นอน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือรสชาติอาหารที่บอกได้เลยว่าละมุนลิ้นเหมือนไปสั่งแต่ละเมนูตามร้านอาหารเลยนะ

Harbor Pattaya

กินอิ่มปุ๊บพวกเราเลือกที่จะไปรอชัตเตอร์บัสเพื่อนั่งไปยัง Harbor Pattaya แบบฟรีๆ และหากิจกรรมย่อยอาหารทำกันสักหน่อย อ้อ! แต่ไม่ต้องกลัวว่ามาห้างไม่น่าจะมีกิจกรรมอะไรให้ทำ เพราะที่นี่เค้าเป็นศูนย์การค้าและสวนสนุกที่เหมาะกับหลากหลายไลฟ์สไตล์ จะมาแนวครอบครัว แนวเพื่อน หรือแนวคู่รักก็อยู่ได้ทั้งวัน นางเป็น The Largest Family Entertainment complex in ASEAN หรือศูนย์รวมความสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนที่ใหญ่จริงไม่จกตากับทั้งหมด 13 โซนสุดอลัง แต่รอบนี้เราขอพาพวกแกไปชมกันแค่โซนเด็ดๆ ที่เราคิดว่าโดนแค่นั้นพอเพราะถ้าให้รีวิวทั้ง 13 โซนคงต้องอยู่กันเป็นเดือนเลยแหละ เริ่มต้นโซนแรกกันที่ Zone Laser Battleโซนสุดว้าวราวกับหลุดเข้าไปในโลกของสตาร์วอร์ เพราะนี่คือเกมส์เลเซอร์แท็กที่ทันสมัยที่สุดจากประเทศออสเตรเลียที่โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นๆ เพราะเขามีปืนลำแสงเลเซอร์ที่ใหญ่กว่าแบบเดิมถึงห้าเท่า และระบบสัมผัสบนปืนใหม่ล่าสุดที่ทำให้เราเหมือนหลุดเข้าไปในจินตนาการแห่งการต่อสู้ระหว่างดวงดาวอย่างแท้จริง ที่สำคัญหลังจบเกมส์ยังมีแต้มนับคะแนนให้เราได้ประชันฝีมือในหมู่เพื่อนฝูงอีกด้วย เลิศศศศศศศศ

โซนถัดมาคืออีกหนึ่งโซนหลังจากที่เราติดใจแบบมินิภายในโรงแรมจนต้องขอมาดูแบบ Original กันที่ HarborLand สนามเด็กเล่นในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่ได้เนรมิตพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ภายใต้แนวคิดอาณาจักรความสนุกแห่งโลกใต้ท้องทะเล ให้กลายมาเป็นสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กเล็กและเด็กโตที่ปลอดภัยได้มาตรฐานระดับสากล ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปผจญภัยกับความสนุกที่คาดไม่ถึง

เพราะความสนุกไม่เคยพอและความฝันของเด็กๆ ยิ่งใหญ่เสมอ เขาจึงได้เนรมิตอีกหนึ่งโซนที่เรียกว่า HarborLand Ultra ที่ให้เด็กๆ ได้เปลี่ยนบรรยากาศจากโลกใต้ท้องทะเลเข้าสู่การผจญภัยแบบใหม่ๆ ถึงสามแบบ เริ่มต้นที่ Racing สนามจักรยานและสกูตเตอร์แสนสนุก ที่เล่นได้แบบไม่จำกัดวัยเพราะเค้ามีจักรยานสำหรับเด็กเล็กแบบสี่ล้อไปจนถึงจักรยานปั่นล้อเดียวสุดเสียวให้เลือกปั่น

การผจญภัยแบบต่อมามีชื่อว่า Bubble (Inflatable Playground) บ้านลมยักษ์มหาสนุกที่มีหลากหลายแบบให้เลือกเล่น มีเป็นรถบัสบ้านลมด้วยนะ งานนี้เด็กเล่นได้ผู้ใหญ่เล่นดี หรือจะถ่ายรูปให้ออกมาน่ารักชิคๆ พรุ้งพริ้งเหมือนวัยใสก็สวยสมวัยไม่มีใครค้าน เชื่อเราสิว่าเสียงหัวเราะเป็นคำขอบคุณตัวเองที่ดีที่สุด

และเครื่องเล่นใหม่อันสุดท้ายของ HarborLand Ultra มีชื่อว่า Parkour เป็นโซนนินจาสุดมันส์ที่จะทำให้นเราได้ออกกำลังทั้งขา แขน และทุกส่วนไปพร้อมกับการเล่นสนุก มีทั้งปีนผาแบบย่อมๆ วิ่งทรงตัวบนเนินต่างๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็มแรงของร่างกายอีกด้วย

ความสนุกแบบเด็กๆ ผ่านไป เรามาจัดหนักจัดเต็มกับ Deep Climbing Gym หน้าผาจำลองเต็มรูปแบบที่อยู่ภายใต้ Concept เดียวกับสวนสนุกของเด็กเล็กคือใต้ท้องทะเลลึก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังปีนป่ายอยู่บนหน้าผาใต้ท้องมหาสมุทรที่มีเรื่องราวและสีสันอันน่าดึงดูด ส่วนเหล่าหินก้อนเล็กๆ สีสวยที่เรากำลังจะปีนป่ายก็ให้ความรู้สึกเสมือนปะการังน้อยๆ ที่กำลังจะได้ไล่ดูอย่างใกล้ชิด และบนหน้าผาจำลองที่มีความสูง 10 เมตรนี้ เค้าก็มีระบบรักษาความปลอดภัยและตรวจเซฟตี้ที่ได้มาตรฐาน ดังนั้นจะมือใหม่หรือมือเก๋าก็ไว้ใจได้เลย เอาจริงๆ ส่วนนี้นอกจากเราจะได้ออกกำลังกายทุกส่วนแล้วเรายังจะได้ภาพมุมดี เก็บเอาไว้ลงทำเท่ในโซเชียลไปได้อีกหลายวัน งานนี้ภาพสาวสตรองต้องมาแล้วล่ะ

ส่วนใครที่ไม่ถูกกับโรคกลัวความสูง เราขอผายมือเรียนเชิญมานั่งปั้นหน้าทำท่าน่ารักคึกคักเวลาลงเล่นที่โซน LittleLand ดินแดนแห่งจินตนาการที่ได้เนรมิตพื้นที่ทั้งหมดให้กลายเป็นอาณาจักร Groovy Block ที่นำเข้าชิ้นส่วนตัวต่อสีสันสดใสกว่า 30,000 ชิ้น ให้เราได้ต่อเติมจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด งานนี้ใครอยากจะสร้างสรรค์อะไรก็โชว์ฝีมือกันได้เต็มที่ หรือใครที่อยากจะเพิ่มความสนุกเข้าไปอีกนิดก็สามารถต่อเลโก้ให้เป็นรถแข่งคันจิ๋ว เพื่อไปวิ่งฉิวในสนามประลอง ฝึกสมองอย่างสร้างสรรค์ แน่นอนไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็คงรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในวัยเด็กอีกครั้ง

มาต่อกันที่ Wonder Land อีกหนึ่งโซนน้องใหม่สุดน่ารักฟุ้งฟริ้ง แต่เมื่อลองเล่นจริงๆ ก็สามารถเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดได้ไม่เบา เพราะที่นี่เค้านำเอาสวนสนุกสุดมหัศจรรย์ที่จะพาเราหลุดเข้าไปยังโลกแห่งความสุข ผ่านเครื่องเล่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Rocking Tug นาวาพายุหมุน, Happy Swingชิงช้าฮาเฮ, Swing12 ต้นไม้หรรษา, Circus Train ปู๊นปู๊นพาเพลิน และเครื่องเล่นสุดสนุกอีกมากมายให้เราได้สนุกสุดเหวี่ยงกันภายในห้องแอร์เย็นฉ่ำไม่ต้องกังวลเรื่องแดดร้อนแบบสวนสนุกที่อื่นด้วยจ้า

หากพลังงานยังเหลือล้นเรากระโดดข้ามกันไปต่อที่โซน JumpZ ลานแทรมโพลีนขนาดใหญ่ ที่พวกแกสามารถทิ้งตัวลงได้แบบสุดตัวและกระเด้งกลับเข้าสู่อากาศ กลับไปกลับมาทั้งปลดปล่อยและปลอดภัย จะเล่นเพื่อความสนุกก็รู้สึกดีหรือจะเล่นเพื่อการออกกำลังกายก็ใช่มากๆ ส่วนใครที่อยากแอดวานซ์ขึ้นอีกนิดเขาก็มีโซนกระโดดแทรมโพลีนชู๊ตบาส และด่าน Ninja Warrior Course ด่านสุดแกร่งที่มีทั้งหมดเก้าด่านให้เราข้ามผ่านโดยมีกติกาคือเท้าห้ามแตะพื้น ซึ่งสำหรับเราผู้ออกกำลังกายอยู่น้อยนิดก็สลบเหมือดตั้งแต่ด่านแรกแล้วจ้า เลยได้แต่ยกธงขาวขอเปลี่ยนกติกาเป็นถ่ายรูปแบบท่าไม่ซ้ำแทนได้ไหมจะถนัดกว่า

J Park

พักจัดกิจกรรมมาหาที่เดินเล่นชิวๆ ให้ฟิวญี่ปุ่นที่ J Park คอมมูนิตี้มอลล์ของศรีราชากันดีกว่า ที่นี่เราแนะนำให้แกหาชุดเดรสสไตล์ยุ่นสักตัว ถือกระเป๋าสานซักใบ สวมหมวกผ้าฝ้ายซักอัน แล้วมาเดินเล่นถ่ายรูปซักห้าหกมุม รับรองเพื่อนงงนึกว่าอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ แน่นอน เพราะที่นี่เค้าบรรจงคัดสรรจัดตกแต่งสถานที่ให้มีบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ทั้งบ้านเรือน ลำคลอง ต้นซากุระ สวนดอกไม้ ไม่เว้นแม้กระทั่งวัดทองที่เกียวโต ก็จำลองมาไว้ให้เดินถ่ายรูปกันแบบเพลินๆ กันเลย

U Cafe&bakery

วันไหนไม่เข้าคาเฟ่ก็เหมือนอาบน้ำโดยไม่ได้แปรงฟัน เราเลยขอพาพวกแกไปอินกับความญี่ปุ่นของเมืองศรีราชากันต่อที่ U Cafe&bakery ร้านสี่เหลี่ยมสีขาวเล็กๆ ที่ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นและมีความดีเด่นในเรื่องของขนมและเครื่องดื่มที่เป็นโฮมเมดทำวันต่อวันหอมกรุ่นกันตั้งแต่เช้ายันเย็น โดยเฉพาะฮอกไกโดชีสเค้ก เค้กเนื้อนุ่มแน่นหอมกรุ่นละมุนลิ้น และกาแฟที่เค้าคัดเลือกอย่างพิถีพิถันจากยอดดอยทางภาคเหนือของประเทศไทย ทำให้ทันทีที่เราเปิดประตูก้าวเข้าคาเฟ่ความหอมฟุ้งจะเป็นสิ่งแรกที่เข้ามาปะทะกับเรา จนรู้สึกมีความสุขตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลยอ่ะ

ส่วนถ้าใครไม่ใช่สายแฟแต่เป็นสายชา ที่นี่เค้าก็มีชาให้เลือกหลากหลายชนิดทั้งชาเขียว ชาคั่ว ชามะลิ ชากุหลาบ หรือจะชาเอิร์ลเกรย์ก็มาจ้า อยากจำลองฟิลลิ่งเป็นคนไทย อังกฤษ หรือคนญี่ปุ่น แค่เลือกชาให้เข้ากันก็เปลี่ยนวันและบรรยากาศได้เป็นอย่างดีแล้ว จิบชาเสร็จแนะนำให้ลุกขึ้นไปยืนโพสท่าจิกขา ยิ้มหวานให้คุ้มกับมุมดีๆ ที่มีอยู่ทั้งร้านด้วยนะ

อ่างเก็บน้ำบางพระ

ก่อนตีรถกลับเข้ากรุงเราขอมุ่งไปยังสถานที่ในวัยเด็ก ณ อ่างเก็บน้ำบางพระ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนพื้นที่ของกรมชลประทาน แหล่งน้ำสำหรับใช้ในอำเภอเมืองชลบุรี และอำเภอศรีราชาที่เป็นเสมือนสวนสาธารณะและจุดพักผ่อนหย่อนใจของคนทั่วไปทั้งยามเช้าและยามเย็น จะมาถ่ายรูปเล่นกับทุ่งหญ้าก็สวยงามหรือจะมาปั่นจักรยานเล่นก็อากาศดี ยิ่งช่วงที่ดอกเสลาบานถนนริมเขื่อนก็จะยิ่งสวยเป็นพิเศษเลยละ เราเดินเล่นชมวิวบนถนนอ่างเก็บน้ำสักพักก็ขับรถต่อไปยังอีกจุดชมวิวที่อยู่ไม่ไกลกัน จุดนี้คือญี่ปุ่นมากแก มีทุ่งหญ้า นกน้ำ ต้นไม้ยืนต้นที่ตายเพราะน้ำท่วมตอนสร้างอ่างเก็บน้ำทำให้เป็นภาพที่แปลกตา แต่ก็สวยจนอยากยืนมองนานๆ ว่าแล้วก็หยิบพรอบที่เตรียมมาจากบ้านทั้งว่าวเอย ที่จับแมงปอเอย ออกมาถ่ายรูปสร้างบรรยาศน่ารักๆ ไว้อัพลงไอจีดีกว่า

ก่อนที่พระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าเราก็ต้องโบกมือลาทริปขอบคุณตัวเองในช่วงครึ่งปีแรกที่มีดีมีร้ายปะปนกันไป เพื่อกลับไปฮึดสู้กับครึ่งปีหลังต่ออีกสักยก และการขอบคุณที่ไม่มีคำขอบคุณในทริปเที่ยวศรีราชาแบบญี่ปุ่นของเราในครั้งนี้ ก็ทำให้เราได้รู้ว่าการได้อยู่กับตัวเอง ได้ทำเพื่อตัวเอง ดูแลตัวเอง กินเพื่อตัวเอง เที่ยวเพื่อตัวเอง พักที่ดีๆ เพื่อตัวเอง แท้จริงแล้วเราควรทำมันในทุกๆ วันโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษเลยต่างหาก เพราะไม่ว่าชีวิตของเราจะเดินทางถึงเป้าหมายหรือยัง เราก็เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว เราจึงสมควรที่จะรักและดูแลตัวเองให้มากๆ จะได้มีแรงก้าวต่อไปอีกนานๆ แล้วพวกแกล่ะขอบคุณตัวเองยังไงกันบ้าง ถ้ายังนึกไม่ออกก็ลอกตามทริปนี้ของเราได้เลย รับรองว่ามันจะเป็นคำขอบคุณที่พิเศษสุดสำหรับตัวเองและคนที่แกรักที่น่าจดจำที่สุดทริปหนึ่งเลยแหละ