ทริปเดินทางย้อนอดีตแบบไม่ต้องก้าวผ่านกาลเวลา ศึกษารากเหง้าวัฒนธรรมและแหล่งอารายธรรมทวารวดีอันรุ่งเรื่อง ผ่านกำแพงศิลาแลงสีหม่นที่ถูกสร้างไว้ปกป้องเมืองเมื่อครั้นอดีตกาลที่สมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย ณ จังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคกลางตอนบนหรือภาคเหนือตอนล่างห่างจากเมืองหลวงของกรุงรัตนโกสินทร์ไปเพียง 365 กิโลเมตร จังหวัดที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ อดีตหน้าด่านของสุโขทัย ไม่ต้องเปิดตำราให้เสียเวลา เราจะพาไปเที่ยวเมืองรองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา แบบจัดจุก ๆ 2 วัน 1 คืน 7 โลเคชั่น ทั้งเดินชมอุทยานประวัติศาสตร์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติให้ชื่นใจ ก่อนพาไปเช็คอินที่พักสุดคิ้วท์ ร้านอาหารสุดแซ่บ และคาเฟ่สุดคูล แบบไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ซึบซับความอบอุ่นและรอยยิ้มของชาวกำแพงเพชร กับวันธรรมดาชิล ๆ ในเมืองรองที่ต้องห้ามพลาด …

001 : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

เวลาเรานึกถึงโบราณสถานของไทย เชื่อว่าสุโขทัย กับกรุงศรีอยุธยา จะต้องเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึง แต่แกรู้ไหมว่าอดีตเมืองหน้าด่านอย่างกำแพงเพชรก็มีสถานที่เชิงประวัติศาสตร์ ที่น่าสนใจให้เที่ยวชมเหมือนกันนะ ใช่จ้า!!! โลเคชั่นแรกของทริปเราจะพาทุกคนไปย้อนเวลาเช็คอินกันที่ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โดยตัวอุทยานประวัติศาสตร์นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือฝั่งภายในกำแพงเมืองและฝั่งนอกกำแพงเมืองหรือที่เรียกว่าเขตอรัญญิก ซึ่งทั้งสองฝั่งก็มีสถาปัตยกรรมเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งในด้านการใช้วัสดุศิลาแลง และรูปแบบศิลปกรรมไทยดั้งเดิม ที่มีความแข็งแรง ทนทาน อลังการ ถ้าแกสังเกตจะเห็นเลยว่าโครงสร้างต่าง ๆ ของโบราณสถานที่นี่ยังสมบูรณ์อยู่มากเมื่อเทียบกับที่อื่น จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก้ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัยเลยทีเดียว ทำให้นักท่องเที่ยวไม่ว่าใครที่มาเยือนก็อเมซิ่งให้ความเก่าแต่เก๋ของที่นี่กันทั้งนั้น

เราเริ่มเที่ยวจากฝั่งภายในกำแพงเมืองกันก่อน ซึ่งวัดสำคัญของฝั่งนี้คือวัดพระแก้ว เป็นพระอารามหลวงขนาดใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่กลางเมืองเช่นเดียวกับวัดมหาธาตุของกรุงสุโขทัย และวัดพระศรีสรรเพชญของกรุงศรีอยุธยา สิ่งก่อสร้างภายในวัดใช้ศิลาแลงเป็นส่วนใหญ่ ตรงกลางมีพระเจดีย์กลมแบบลังกาองค์ใหญ่เป็นประธาน ปัจจุบันเวลาที่เมืองกำแพงเพชรจัดงานใหญ่ไม่ว่างานนบพระเล่นเพลง หรืองานวันสารทกล้วยไข่ ก็จะมาจัดงานในบริเวณวัดพระแก้วแห่งนี้ด้วย เลยถือว่าเป็นคู่บ้านคู่เมืองของกำแพงเพชรมาเนิ่นนานจริง ๆ

ส่วนฝั่งภายนอกกำแพงเมืองนั้น ก็มีวัดและโบราณสถานสำคัญที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งวัดพระนอน วัดพระสี่อิริยาบถ และวัดช้างรอบที่สร้างบนยอดเนิน มีพระเจดีย์ทรงลังกา พร้อมบันไดทางขึ้นทั้งสี่ด้าน โดยทุกด้านจะประดับด้วยรูปปั้นช้างทรงเครื่องถึง 68 เชือก ที่มีหักพังบ้างตามกาลเวลา แต่ถึงแม้มันจะไม่ได้สมบูรณ์เหมือนอย่างก่อน แต่เชื่อเลยว่าใครที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์และศิลปะสมัยโบราณ จะต้องหลงใหลและรู้สึกประทับใจที่ได้มาที่นี่แน่นอน

002 : ฮักปิง

เดินชมประวัติศาสตร์อันสวยงามแบบใกล้ชิดไปแล้ว ถึงเวลาหาของอร่อยร้านเด็ดลงท้องกันบ้าง ‘ฮักปิง’ เป็นร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดี ๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง ในอำเภอโกสัมพี ห่างจากตัวเมืองกำแพงเพชรไปประมาณ 30 กิโลเมตร ตัวร้านเป็นบ้านไม้ริมน้ำที่มีไฮไลท์อยู่ที่ระเบียงนอกชานไว้ให้เรานั่งเล่น นอนเล่น หรือจะนอนจริงสักงีบก็ได้ไม่ว่ากัน ไหนจะลมดีอากาศเย็นสบายแม้ไปตอนเที่ยงก็ยังไม่ร้อนแล้ว ใครอยากเอาเท้าแช่น้ำเค้าก็มีแพที่ลอยอยู่ในแม่น้ำให้เราไปนั่งชิลแบบสุด ๆ อีกด้วย จังหวะนี้ถ้าให้ดีหยิบกล้องแล้วสะกิดเพื่อนข้าง ๆ ถ่ายรูปมุมเก๋ให้สักหน่อย รับรองว่าแกจะได้รูปสวยถูกใจ มีคนมากดไลท์ รัวหัวใจให้เพียบแน่นอน

นอกจากบรรยากาศดีงามแล้ว แน่นอนว่ารสชาติของอาหารก็ถูกปากทางเรามาก ๆ เช่นกัน อร่อยสมคำล่ำลือ ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ที่ต้องสั่งของเค้าเลยก็คือปลาฮักปิง ที่ใช้ปลาในแม่น้ำปิงมาทอดกรอบแล้วคลุกเคล้าด้วยน้ำยำที่เต็มไปด้วยสมุนไพร ไม่ว่าตะไคร้ ขิง พริกแห้ง และพริกสด กินคู่กับข้าวเหนียวนึ่งร้อน ๆ หรือจะซดน้ำต้มยำปลาคังตามก็แซ่บถึงใจไม่แพ้กัน ส่วนใครอิ่มหนำสำราญเบิกบานใจแล้วจะนั่งชิลชมวิวต่อ หรือเดินเล่นชมสวนด้านหน้าของทางร้านที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ก็ได้ แต่ทางเราขอมูฟออนไปยังที่ต่อไปเลยละกัน

003 : กายาสารท café

อากาศร้อนตอนบ่ายแก่ ๆ แบบนี้ จะมีอะไรดีไปกว่าได้พาร่างที่โหยหาความหวานมาเติมเต็มความสุขให้เปรมปรีลงพื้นที่ว่างในกระเพาะ กับคาเฟ่น้องใหม่ในกลางเมืองกำแพงเพชร ที่มาพร้อมชื่อแสนเก๋ว่า ‘กายาสารท’ ซึ่งตั้งตามของกินขึ้นชื่อของจังหวัด ตัวร้านน่ารักอบอุ่นมาก เพราะเจ้าของได้ดัดแปลงจากพื้นที่เล็ก ๆ หน้าบ้านตัวเองมาเปิดเป็นคาเฟ่ แถมมีเสน่ห์ด้วยการตกแต่ง ทั้งผนังปูนเปลือยด้านใน และการเลือกใช้อิฐบล็อกมาเสริมให้ดูเข้ากับบรรยากาศในร้าน ไม่ว่าจะโต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้แต่ของประดับประดาที่เลือกใช้ ก็ทำให้เรารับรู้ได้ถึงความใส่ใจไปซะหมด ใครชอบคาเฟ่แนวอังกฤษสไตล์ แต่ได้กลิ่นอายของความวินเทจจะต้องหลงรักร้านนี้ จนถึงขั้นหยิบกล้องมารัวชัตเตอร์แบบไม่ยั้ง  จิกกล้องแบบไม่หยุดกับทุกมุมของร้านอย่างแน่นอน

มาถึงเมนูเด่นโดนใจวัยรุ่นอย่างเรากันบ้าง กับเมนู Recommend กายาสารท ซิกซ์เนเจอร์ กำแพงเพชรสไตล์ ที่มิกซ์แอนท์แมทช์กาแฟ Cold Brew หอมสดชื่นท็อปปิ้งด้วยกายาสารทด้านบน เป็นเมนูที่ครีเอทไม่เหมือนใครแถมรสชาติถูกใจคอกาแฟเอามาก ๆ ยิ่งได้กินคู่กับเลม่อนทาร์ตที่ทางร้านทำแบบโฮมเมดวันต่อวันแล้ว ยิ่งเข้ากันอย่างไร้ที่ติเผลอแปบเดียวหมดชิ้นภายในสามนาทีเลยจ้า ส่วนสาว ๆ วัยใส เราขอแนะนำเป็นอีกหนึ่งเมนูห้ามพลาดอย่าง Cococano ที่ใช้กาแฟคั่วอ่อนผสมกับน้ำมะพร้าวเย็นหวานเจี๊ยบ ทำให้ดื่มง่ายแถมมีเนื้อมีมะพร้าวให้เคี้ยวกรุบ ๆ ฟิน ๆ เป็นยามบ่ายที่รู้สึกดีกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษเลยละ

004 : ตลาดย้อนยุคนครชุม

บ้านเรือนไม้โบราณอายุหลายร้อยปี ถูกทำให้กลับมามีชีวิตชีวาคึกคักอีกครั้ง กลายเป็นที่ตั้งของ ตลาดย้อนยุคนครชุม ที่เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของการเดินทางมาเที่ยวของเราในทริปนี้ ต้องบอกเลยว่าที่นี่เหมือนพาเราทะลุมิติย้อนเวลาไปเจอบรรยากาศน่ารักในสมัยคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย โดยเค้าได้จำลองบรรยากาศเก่า ๆ มีชาวบ้านแต่งชุดไทยนุ่งกระโจมอก มาเป็นพ่อค้าแม่ค้า นำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และอาหารพื้นบ้านมาวางขาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมครก ขนมรังผึ้ง ผัดไทยายสุภาพเจ้าเด็ด หรือขนมเบื้องโบราณ และอื่น ๆ อีกมากมายให้เลือกชิมจนตัวแตก จนต้องแอบเผลอปลดตะขอกระดุมกางเกงเลยก็ว่าได้ ที่สำคัญคืออร่อยทุกร้าน และราคาไม่แพง เลือกกินได้หลากหลายอย่างแบบไม่รู้สึกผิด นอกจากนี้ก็ยังมีเวทีการแสดงดนตรีและการแสดงพื้นบ้านให้เราชม งานนี้เรียกได้ว่ามีความสุขแบบจุก ๆ คูณสอง อิ่มอะไรก็ไม่เท่าอิ่มท้องและอิ่มใจว่าไหมแก

และที่เราชอบสุด ๆ ของตลาดย้อนยุคแห่งนี้ คือเป็นตลาดที่เน้นการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Low Carbon Tourism แห่งแรกในประเทศ โดยชาวบ้านได้ช่วยกันใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้ ไม่ว่าจะเป็นใบตอง การดาษชานอ้อย ทดแทนการใช้ถุงพลาสติกและโฟม รวมทั้งปรับเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้มาเป็นหลอดตะเกียบหรือ Led ที่ช่วยประหยัดพลังงานอีกด้วย จนแอบอยากให้ทุกตลาดในไทยปรับเปลี่ยนมาใช้แบบนี้ให้หมดเลย ส่วนใครสนใจอยากไปเดินชมความน่ารักที่เราเล่าของตลาดย้อนยุคแห่งนี้ ไปได้ทุกวัน ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ของทุกต้นเดือนเลยจ้า เปิดขายกันยาว ๆ ตั้งแต่บ่ายสามไปจนถึงสามทุ่มเลยทีเดียว

005 : White Wall riverfront Hotel

และอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ไม่แพ้เรื่องไหน ๆ คือการหาที่พักดี ๆ ที่ลงตัวให้เราได้พักผ่อนปรนเปรอร่างกายอย่างเปรมปรี และทริปนี้เราเลือกพักกันที่ White Wall riverfront Hotel ที่พักเปิดใหม่สุดไฉไลใจกลางเมืองกำแพงเพชร คุมธีมด้วยโทนสีขาวสบายตา เหมาะแก่การหยิบชุดเดรสน่ารักสีเรียบ ๆ มาแมทช์ถ่ายรูปโพสต์ท่าเผลอ ๆ ตามสไตล์ลูกคุณหนูไว้อัพโปรไฟล์ใหม่เป็นอย่างมาก ซึ่งตัวที่พักนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง มีห้องพักไม่มาก แต่รับประกันความน่ารักกิ๊บเก๋ที่ออกแบบโดยพี่เจ้าของที่ใส่ใจในรายละเอียดทุกเรื่อง ตั้งแต่เช็คอิน เวลคัมดริ้ง ไปจนถึงความสะอาด และการตกแต่งภายในห้อง ที่แค่เปิดประตูเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นละมุนใจ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แถมเค้ายังใส่ใจถึงกลิ่นสบู่ แชมพูที่มีให้เราเลือกตั้งแต่ตอนเช็คอินก่อนเข้าพักด้วยนะ

อย่างที่บอกไปว่าภายในห้องพักตกแต่งอย่างเรียบง่ายสบายตา อยู่แล้วสบายใจแล้วนั้น ที่สำคัญทุกห้องยังมีอ่างอาบน้ำแสนเก๋อยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ห็เรานอนแช่ตัวไปชมวิวแม่น้ำจิบค็อกเทลเบา ๆ เคลิ้ม ๆ ไปพร้อมกันด้วย วิวดีแบบนี้ให้แช่จนตัวเปื่อยชั้นก็ยอมมมมจ้า

หลังจากหลับแบบฟิน ๆ ท่ามกลางความเงียบสงบ เช้านี้เราก็แฮปปี้ยิ่งขึ้นเมื่อได้ทานอาหารเช้าที่ตระเตรียมมาอย่างดีของทางที่พัก ยิ่งเป็นเช้าที่ไม่อยากให้ผ่านไปเลยจริง ๆ ซึ่งเมนูอาหารเช้าของที่นี่ก็มีให้เราเลือกหลายแบบทั้งอเมริกัน หรือแบบอาหารไทย หรือใครไม่ชอบจัดหนักมื้อเช้าก็สามารถสั่งเป็นเซ็ท morning kiss เบา ๆ มาทานได้ มีทั้งขนมปังที่ใช้แป้งส่งตรงมาจากฝรั่งเศส ทีเด็ดอยู่ที่ยิ่งเคี้ยวยิ่งหวานละมุนลิ้น แล้วตบด้วยชาอังกฤษแบบผู้ดี หรือจะกาแฟคาราเมลซิกเนเจอร์ของที่นี่ก็ดีงามเช่นกัน โอยยย อร่อยยย โอยยย ดี สิบ สิบ สิบไปเลยจ้าแม่

กินเสร็จแต่ยังไม่ถึงเวลาเช็คเอาท์ เราก็คว้าตะกร้าขนมปังกับเครื่องดื่มสับปะรดโซดาสุดซ่าส์ ออกมาเริงร่าท้าแดดพร้อมเสื่อปิคนิคมานั่งชิลมองแม่น้ำปิงกันต่อ ซึ่งชุดปิคนิคนี้ถ้าใครสนใจก็สามารถจองล่วงหน้ากับทางที่พักโดยตรงได้เลย น่ารักมากแก ยิ่งพอวางพร็อพนิด จัดโน่นนี่หน่อย แล้วโพสท่ายิ้มกว้างประหนึ่งมิสแกรนด์กำแพงเพชร รับรองได้รูปปัง ๆ ไว้ลงไอจีอีกหนึ่งเซ็ทแน่นอน ต้องไม่พลาดเลยนะแก ความน่ารักแบบนี้…

006 : แจ๋วบะหมี่

สินค้าดีไม่ต้องเชียร์ก็ดังได้ เหมือนอย่างของดีที่เราจะพาพวกแกไปลองก็คือบะหมี่ไข่สูตรต้นตำรับของจังหวัดกำแพงเพชร เอาจริงจังหวัดนี้เค้าขึ้นชื่อเรื่องก๊วยเตี๋ยวมากนะแก ถึงขนาดกล้าเคลมเลยว่ากินร้านไหนก็อร่อย แต่ถ้าจะให้แนะนำต้องร้านนี้แหละ ‘แจ๋วบะหมี่’ ตัวร้านตั้งอยู่ในตลาดเก่านครชุม มีทีเด็ดที่ว่าบะหมี่ของทางร้านจะทำสดวันต่อวัน ตีกันสด ๆ ทำให้ได้เส้นที่เหนียมนุ่มหอมกลิ่นไข่ มีทั้งแบบเส้นเล็กและเส้นใหญ่แบนเรียบให้เราเลือก การันตีความอร่อยมายาวนานถึง 40 ปี จะสั่งเป็นบะหมี่แห้ง บะหมี่น้ำ หรือแม้แต่บะหมี่ต้มยำก็อร่อยทุกเมนู ที่สำคัญยังมีท็อปปิ้งอย่างเกี๊ยวกรอบกรุบ ๆ ราดบนชามให้ราชาติกลมกล่อมขึ้นอีกด้วย ร้านนี้อร่อยจริงไม่ได้โม้ แถมราคายังชามละ 30 -35 บาทเท่านั้น หากินในกรุงไม่ได้แล้วนะจ๊ะราคานี้บอกเลย

007 : น้ำตกคลองลาน

มาถึงจุดเช็คพ้อยสุดว้าวส่งท้ายทริปอย่าง น้ำตกคลองลาน ที่ทำให้เมืองรองอย่างกำแพงเพชรน่าสนใจเข้าไปอีก ที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสวยงามที่สุดของจังหวัด ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติคลองลาน เกิดจากเทือกเขาขุนคลองลาน ซึ่งมียอดเขาสูงสุดถึง 1,439 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยสายน้ำจะไหลจากลำห้วยต่าง ๆ ประมาณ 5 สาย ลงสู่แอ่งน้ำกลางหุบเขา เกิดเป็นวังน้ำลึกและลำน้ำยาวประมาณ 3 กิโลเมตร แล้วไหลผ่านหน้าผาสูงราว ๆ 100 เมตร ลงมายังแอ่งน้ำด้านล่าง จุดนี้บอกเลยว่า ถ้าแกได้ไปยืนชมวิวจากด้านล่างจะต้องแหงนหน้ามองความอลังอถิมหึมาของน้ำตกจนคอแทบเคล็ดแน่นอน หรือไม่ก็ต้องถอยมาไกลถึงจะเห็นน้ำตกอย่างเต็มตา และความดีงามอีกอย่างคือเป็นน้ำตกที่เดินทางง่ายสะดวกแทบทุกด้าน แถมไม่ต้องเดินไกลให้กังวลใจว่าจะขาสั่น เพราะแค่จอดรถเดินต่อ อีกหน่อยไม่ถึง 200 เมตรก็ได้ความยิ่งใหญ่และสวยงามของน้ำตกคลองลานนี้แล้วจ้า

และแล้วก็จบทริป 2 วัน 1 คืน กับ 7 จุดเช็คพ้อยในเมืองรองสุดน่ารัก แบบอิ่มท้อง อิ่มกาย อิ่มใจจนบรรบยายได้ไม่หมด และถึงแม้ว่าจังหวัดกำแพงเพชรจะเป็นเมืองรองที่ยังไม่ใช่จุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวส่วนมากก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าการได้มาเที่ยวที่จังหวัดเมืองรองแห่งนี้ จะทำให้แกได้มีความสุขไปกับเรื่องราวของวัฒนธรรมไทย อิ่มอร่อยอาหารพื้นบ้าน และได้ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชนนครชุมที่ยังคงใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่ายตามแบบฉบับของความเป็นไทย ซึ่งได้ใจเราไปครองเต็ม ๆ