“เที่ยวกรุงเทพหนึ่งวันยังไงให้เหมือนไปเที่ยว SEOUL”

เกริ่นนำมาขนาดนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เราจะพาทุกคนออกไปเที่ยวแบบคน Life Style ชิค คูล ที่ไม่ต้องบินไปไกลถึงโซลก็ได้ฟีลเกาหลีฟีเวอร์มุ้งมิ้งแบบสุด ๆ โดยเริ่มจากพาไปเช็คอินกับคาเฟ่เก๋ ๆ จิบกาแฟยามสาย ต่อด้วยอิ่มหนำสำราญใจไปกับอาหารเกาหลีรสชาติต้นตำรับจากเกาะเจจู แล้วเดินทอดน่องไปชมงานศิลป์สุดอาร์ต ก่อนจะคว้าตะกร้าปิกนิกออกไปนั่งจู๋จี๋ราวกับหลุดออกมาจากซีรีย์ แล้วเอาใจสาวเปย์ให้หนักกับสารพัดสินค้าสุดกุ๊กกิ๊กจาก Selected Shop นำเข้าจากเกาหลี จบทริปดี ๆ ด้วยการออกไปตี้ยามค่ำคืนที่บาร์สุดฮอตย่านเอกมัย บอกเลยว่านี่จะเป็น Day to Night ที่ครบรส และครบเครื่องที่สุด มา… ได้เวลาลุกไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบชุดสุดเท่คุมโทนให้ดูเป็นอปป้าที่สุด แล้วจูงมือแฟนออกไปเที่ยวโซล เอ้ย! เที่ยวกรุงเทพฯ แต่ฟีลโซลในหนึ่งวันกัน ส่วนจะมีที่ไหน เกาแค่ไหน ตามมาเลยจ้าออนนี่ …

แน่นอนว่าก่อนจะก้าวออกจากบ้านวันนี้ เราก็ไม่ลืมที่จะเสริมความมั่นใจเพิ่มฟีลความเป็นอปป้าเนื้อหอม ให้สาว ๆ หลงใหลด้วย Axe Body Spray Seoul ที่แค่ฉีดครั้งแรกก็ให้กลิ่นหอมหวาน เหมือนกลิ่นของลูกแพร์และแบล็คเบอร์รี่ แถมซ่อนเสน่ห์ด้วยกลิ่นของไม้จันทน์ ตัวช่วยที่จะทำให้เรารู้สึกมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน ที่พอฉีดแล้วเหมือนวาร์ปไปเดินเล่นอยู่โซลทันทีเลยจ้า พร้อมแล้วก็ออกไปเที่ยวกัน!

Enough for life Bangkok

เร่ิมต้นสาย ๆ ตามสไตล์คนเกาหลี 10.00 นาฬิกา จึงเป็นเวลาดีที่เราจะมาเช็คอินที่แรกกับคาเฟ่แสนเก๋แบบเกาหลี๊ เกาหลี ที่แค่เดินผ่านหน้าร้านก็เผลอนึกว่าเดินเล่นอยู่ย่านฮงแด ซึ่ง Enough for life Bangkok เป็นคาเฟ่ และ Shop สินค้าแฮนด์เมดคุณภาพ ตัวร้านตั้งอยู่ใจกลางย่านสุขุมวิท-แบริ่ง ที่ถึงแม้จะเป็นย่านที่วุ่นวายรถราแน่นขนัด แต่พอเราก้าวเข้าไปในร้านกลับสัมผัสได้ถึงความสงบ เรียบง่าย และละมุน เคล้ากลิ่นอายสไตล์วินเทจหน่อย ๆ แต่ให้ฟีลเกาหลีแบบเต็ม ๆ กิมมิคอีกอย่างของร้านคือบาริสต้าเป็นชาวเกาหลีที่มาจาก Oasis ร้านอาหารชื่อดังในกรุงโซลเลยทีเดียว ทำให้แต่ละเมนูทั้งเครื่องดื่มและขนมนั้นมีความพิถีพิถันมาก ๆ

ขึ้นมาชั้นสองเราก็จะเจอกับห้องโถงที่วางโต๊ะเก้าอี้กระจายอยู่เต็มห้องหลายมุม แต่ยังคงมีความเป็นระเบียบมินิมอลอยู่ หลังจากได้ที่นั่งเรียบร้อย เราก็สั่งเมนูเด็ดมาลอง โดยเริ่มจากอเมริกาโน่รสชาติบาง ๆ ที่ปลุกให้เราตื่นยามสาย ต่อด้วย Black Sugar Latte นุ่ม ๆ ละมุนลิ้นที่หวานกลมกล่อม รสชาตินวลกำลังพอเหมาะพอดี สายกาแฟนมต้องรักแก้วนี้อย่างแน่นอน ส่วนใครไม่ถนัดกาแฟ ทางร้านเค้าก็มีโมจิโต้มินต์มาให้ลองทาน ยิ่งพอได้กินคู่กับสโคนซอสเบอร์รี่รสเปรี้ยวหวานที่ทางร้านทำเองแล้วนั้น บอกได้คำเดียวเลยว่าฟินสุด ๆ

เก็บภาพจนครบทุกมุม ทั้งถ่ายขนม ถ่ายร้าน เซลฟี่กับกระจก  ก่อนกลับเราก็ไม่ลืมที่จะแวะลงมาอุดหนุนงานคราฟต์ต่าง ๆ ที่มีให้เลือกทั้งตะกร้า แก้วน้ำ จานเซรามิก ช้อนส้อมจากเปลือกหอย งานผ้าถักรองจาน กระเป๋า และผลิตภัณฑ์ทำมืออีกหลายอย่างรวมถึงโปสต์การ์ดดีไซน์สวยไม่ซ้ำใคร ให้เลือกซื้อไว้ให้สาวที่พามาด้วย มาที่นี่ได้ทั้งช้อป ชิม ชิลล์ แบบจบครบในพื้นที่แห่งเดียวไปเลย

Picnic in JEJU

ชิลยามสายกันพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลาไปจัดมื้อหนักกันบ้าง และเพื่อตอกย้ำความเป็นเกาหลีให้เข้ากับตีมเราในวันนี้ ทางเราเลยจูงมือกันไปกินอาหารเกาหลีต้นตำรับสุดอร่อยย่านสามย่าน Picnic in JEJU ที่ตัวร้านตกแต่งในตีมสีขาวสว่างตา มีกระจกบานใหญ่รอบด้าน ทำให้ร้านยิ่งดูโล่งโปร่งสบาย โดยร้านนี้เกิดจากความประทับใจของเจ้าของร้านที่ไปเที่ยวปิกนิกบนเกาะเจจู เค้าเลยอยากนำวัฒนธรรมการปิกนิกของเกาหลีมาไว้ที่ร้านนี้ ภายในร้านจึงเต็มไปด้วยของตกแต่งน่ารักมากมายที่เตรียมไว้ให้สาว ๆ ถ่ายรูปกันได้อย่างเต็มที่ งานนี้อปป้าคนไหนจะนัดเดทแรกหรือพาสาวมาเซอร์ไพร์สก็มั่นใจได้เลยว่าต้องประทับใจทุกราย จนเผลอบอกซารังเฮส่งท้ายแน่นอน

ลูบท้องแก้หิวไปพลาง ๆ เมนูอาหารทุกอย่างที่เราสั่งก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ โดยเมนูซิกเนเจอร์ก็จะเป็นไก่ชีสรสเผ็ด ที่ทางร้านใช้ไก่นุ่ม ๆ ชิ้นพอดีคำ ผัดคลุกเคล้าด้วยซอสเกาหลี ท็อปปิ้งชีสเยิ้ม ๆ บนกะทะร้อน ส่วนเมนูขายดีที่ใครก็ต้องสั่งของร้านนี้ก็คือบิบิมบัพ ข้าวหน้าผักหลากหลายชนิด ที่เสิร์ฟมาพร้อมไข่ให้เราคลุกทุกอย่างให้เข้ากันก่อนจะเติมซอสเกาหลีสีแดงลงไป บอกเลยว่ารสชาติดีมาก จานนี้ให้สามผ่านไปเลย ยิ่งได้กินคู่กับซุปกิมจิหอม ๆ รสชาติต้นตำรับ และหมูสามชั้นย่างกระทะร้อนพร้อมเครื่องเคียงจากเกาะเจจูแล้ว ยิ่งเติมเต็มมื้อนี้ให้อิ่มท้องพร้อมอิ่มใจแบบสุด ๆ

ระหว่างวันเราก็ไม่ลืมที่จะพก Axe Body Spray Seoul ติดรถ ติดกระเป๋าไว้ด้วยตลอด พอช่วงไหนรู้สึกไม่เซลฟ์ เราก็สามารถหยิบออกมาฉีดเสริมความมั่นใจได้ในทันที ให้กลิ่นหอมสดชื่นน่าค้นหาอีกด้วยนะ หน้าหล่อแล้ว กลิ่นกายต้องหอมด้วยนาจาจะได้เป็นหนุ่มเกาหลีแบบเต็มตัว

Gallery VER / 무지개 아래

และอย่างที่รู้กันว่า ช่วงนี้กระแสมิวเซียมในเกาหลีคือมาแรงมาก แทบทุกเมืองต้องมีมิวเซียมเก๋ ๆ ให้คนไปชื่นชมงานศิลปะ ซึ่งเมืองไทยเองก็ไม่น้อยหน้า เราจะพาไปชมนิทรรศการ ‘Under the Rainbow’ ที่จัดขึ้นที่ Gallery VER งานนี้เป็นเหมือนงานสร้างแรงบันดาลใจโดยยูจิน ลี ศิลปินชาวเกาหลีร่วมกับศิลปินไทยอีก 7 คน โดยผ่าน ‘Drawing Conversation 2.0’ ที่เป็นกิจกรรมการวาดร่วมกันโดยปราศจากการพูดคุย โดยผลงานของลี จะเน้นไปที่การเติมเต็มชีวิตชีวาให้กับพื้นที่อันเฉื่อยชา ซึ่งแบ่งแยกร่างกาย, ภาษา, วัฒนธรรม, และความเชื่อ ออกจากกัน เราเดินไล่ดูทีละรูป อ่านทีละตัวอักษร ก็ยิ่งเข้าใจคำว่า ศิลปะไม่เคยตายไปจากโลก อย่างที่ใครต่อใครเค้าพูดกันจริง ๆ

นอกจากนี้ภายในงานนิทรรศการ ยังมีการจัดแสดงของศิลปินแต่ละรอบ ให้เราร่วมแบ่งปันการสื่อสารต่อกัน ผ่านกระดาษหนึ่งแผ่นด้วยการวาดเส้นแทนการพูดคุย และเมื่อจบการแสดงหนึ่งรอบ ภาพที่ได้ร่วมกันวาดก็จะถูกแขวนบนผนังในส่วนห้องจัดแสดงจนจบนิทรรศการอีกด้วย เก๋มากเลยละแกจุดนี้

Baker x Florist

ค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ จากแกลลอรี่งานศิลปะไปแล้ว ถึงเวลาจูงมือคนข้าง ๆ แล้วคว้าตะกร้าปิกนิก ออกไปตอกย้ำความชิคแสนน่ารักแบบเกาหลี๊ เกาหลี ราวกับหลุดออกมาจากซีรีย์ทำนองว่าพระนางชวนกันมาปิกนิกวันหยุดฤดูร้อนริมน้ำแบบชิว ๆ กัน ซึ่งเราก็พาตัวเองมาสานต่อจินตนาการความจิ้นนี้ที่ Baker x Florist กับ Outdoor Zone ที่ทางร้านได้จัด Picnic Set มาเอาใจสาว ๆ  บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมาคือสวยใช้ได้ทุกรูปจริง ๆ ทั้งผ้าปู รวมถึงของตกแต่งทุกอย่างต้องบอกเลยว่าเค้าคัดมาแล้ว โดยในเซ็ทก็จะมีทั้งเครื่องดื่ม ชา กาแฟ ขนม homemade ที่ทางร้านอบใหม่หอม ๆ ทุกวัน รวมถึงแซนวิสให้เราเลือกมาปิกนิก พร้อมตะกร้าสุดน่ารัก และพร็อพอีกเพียบ ซึ่งมั่นใจเลยว่าถ้าแกได้นั่งไปสักพักจะต้องรู้สึกเหมือนไปนั่งปิกนิกริมแม่น้ำฮันอย่างแน่นอน เชื่อเรา!

แอคติ้งถ่ายรูปไปแล้วล้านช็อต เปลี่ยนท่านั่ง ท่านอน ท่ามองอ้อนสาวก็ถ่ายมาแล้ว และไม่ว่าใกล้ชิดแนบตัวแค่ไหนก็มั่นใจในเรื่องของกลิ่นกาย เพราะเราใช้ Axe Body Spray Seoul หลังจากได้ภาพที่ถูกใจ ก็ถึงเวลาจิบน้ำชาสบตา และอัพรูปคู่รอเพื่อน ๆ มาแซวอย่างสบายใจ ออ … นอกจากโซนปิกนิกแล้ว ทางร้านเค้าก็ยังมีโซน indoor ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งที่มีกลิ่นอายแบบสไตล์ Moroccan พร้อมหลากหลายเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถันโดยใส่กิมมิคน่ารัก ๆ ในแทบทุกเมนูให้เราได้ลิ้มลองอีกด้วยน้า

Something about us.

ก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงแดดยามเย็นนำสายตาเราไปต่อยังร้านคิ้วท์ ๆ ราวกับยกมาจากเกาหลี ที่ซุกซ่อนอยู่ในตึกแถวกลางเก่ากลางใหม่ของย่านถนนพระอาทิตย์ ณ Something about us  ร้านสีขาวแซมน้ำตาล ตัดกับไฟวอร์มไวท์แสงส้มนวล ชักชวนให้เปิดประตูเข้าไปเพื่อทักทาย คุณคิม จินยอง สาวเกาหลีเจ้าของร้าน ซึ่งภายในร้านก็น่ารักมาก มีสารพัดเสื้อผ้า เครื่องประดับ และข้าวของเครื่องใช้มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ของคนไทย และเกาหลีที่ดีไซน์กันเอง ให้เราเลือกช้อป

KIKI BAR

ในวันที่เพลงเกาหลีหาฟังง่าย ศิลปิน K-pop บินมามีตติ้งที่ไทยทุกเดือน แม้แต่ซีรีส์เกาหลีก็มีซับไทยไวจนคิดว่าเป็นละครบ้านเราเอง ทำให้บาร์เกาหลีในกรุงเทพผุดขึ้นมาเพียบในช่วงระยะหลังมานี้ แน่นอนว่าคุมตีมเที่ยวเกาหลีทั้งที เราก็ไม่พลาดที่จะพาตัวเองมานั่งฟังเพลงเกาหลี จิบโซจูที่ KIKI Bar บาร์เกาหลีสุดฮอตย่านเอกมัยใจกลางกรุง ฯ เป็นโลเคชั่นปิดท้ายให้เดย์ทริปวันนี้ และต้องบอกเลยตลอดทั้งวันก็ต้องขอยกความดีงามให้ Axe Body Spray Seoul เพราะตั้งแต่สายจนถึงค่ำขนาดนี้ ยังรู้สึกมั่นใจตลอดเวลา ไม่ว่าสาวคนไหนเข้ามาก็ต้องได้กลิ่นหอมสดชื่นของทั้งลูกแพร์ แบล็คเบอร์รี่ และไม้จันทน์ ที่หอมยั่วยวนชวนฝันอย่างแน่นอน

สำหรับตัวร้าน จะตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโครงการเวิ้งโบราณ ที่นี่เป็นบาร์สไตล์โพชาในยุค 60’ s ซึ่งเป็นคำเรียกของบาร์ที่มีอาหารขาย โดยเน้นใช้สีแดงเป็นจุดเด่นของร้านให้อารมณ์คล้ายร้านขายอาหารในยามค่ำคืนของคนเกาหลี ส่วนชื่อ Kiki (ㅋㅋ) นั้นมาจากเสียงหัวเราะในภาษาเกาหลี ซึ่งเป็นกิมมิคของร้านที่อยากให้ทุกคนที่มาได้สัมผัสถึงบรรยากาศดี ๆ อาหารอร่อย ได้รอยยิ้ม และความสุขกลับบ้านไป

สำหรับเมนูแนะนำก็ต้องยกให้ KIKI Chicken ไก่ทอดเกาหลีที่เราชอบมาก กับรสชาติที่มีให้เลือกถึง 3 รส คือรสออริจินัล รสสไปซี่ และรสครีมกับหัวหอม  ส่วนตัวเราชอบรสสไปซี่มาก ยิ่งพอได้จิบโซจูเข้าไปดับเผ็ดร้อนแล้วยิ่งฟินจนบรรยายไม่หมด จะบอกอีกว่าโซจูที่นี่มีให้เลือกหลากหลายรสมากด้วยนะ ที่สำคัญยังมีเหล้าพื้นเมืองของเกาหลีที่ทำจากข้าวหมัก ให้รสชาติเปรี้ยวปนขมนิด ๆ ให้ลิ้มลอง แถมไม่แพงอย่างที่คิดอีกด้วย รับรองไปชิวร้านนี้คือสบายกระเป๋า แถมได้เหล่หนุ่มสาวเกาหลี งานดี งานพรีเมียม เกรดเอ อีกด้วย

และทั้งหมดนี้คือร้านรวงที่เราได้หยิกยกคัดเลือกมาให้ตรงกับคอนเซ็ป #เที่ยวยังไงให้เหมือนไปSeoul ให้พวกเธอทั้งหลายได้ไปตามรอย ถ่ายรูปกันอย่างจุใจ บอกแล้วว่าเป็น DAY to NIGHT ที่ครบรส ไม่มีเบื่อ แถมยังมั่นใจตลอดวันอีกด้วย รอบนี้ไม่ต้องหาวันลา วันว่างให้ยุ่งยาก แค่วันหยุดสุดสัปดาห์แล้วชวนคนรู้ใจออกไปเที่ยวใกล้ ๆ ค่อย ๆ ซึบซับบรรยากาศรอบตัวอย่างเต็มที่ แค่นี้ก็โคตรมีความสุขแล้วละ