บางทีคำว่าชีวิตดีก็เกิดขึ้นกับเราได้ง่าย ๆ เพียงแค่ปล่อยเวลาให้เดินช้า ๆ ไปกับหิมะที่โปรยปราย นั่งรถรางชมวิวเมืองสองข้างทางที่ขาวโพลน แวะซดราเมนร้อน ๆ เดินทอดน่องช้อปปิ้งบนผังเมืองตารางหมากรุก มือซ้ายล้วงกระเป๋ามือขวายกเบียร์ขึ้นมาจิบคลายหนาว เข้ามิวเซี่ยมโน้น ออกคาเฟ่นี้ แวะซื้อแครกเกอร์ข้าวเป็นของฝากอีกสักที่ ใช้เวลาคุณภาพไปกับเมืองศูนย์กลางความเจริญที่ใหญ่แต่ไม่วุ่นวาย กับ 14 โลเคชั่น ณ ใจกลางเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่นที่เมืองซัปโปโรแห่งเกาะฮอกไกโดนั่นเอง

หลังจากที่มีโอกาสได้พก PLANET SCB ไปใช้ทั้งยุโรป ทั้งอเมริกา ทางเราก็ต้องบอกว่าชีวิตการเดินทางคล่องตัวมากขึ้นจริง ๆ เพราะเราสามารถรูดผ่านบัตรได้กับทุกสกุลเงินทั่วโลกแบบไม่โดนชาร์จ 2.5% รวมถึงรูดในไทยได้ด้วย แถมสะดวกยิ่งขึ้นกับการกดแลกเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา งานนี้ 13 สกุลเงินไหนร่วง เรทดี ทางเราก็พร้อมเข้า SCB EASY App กดแลกเก็บไว้ใช้ทันที ทริปนี้เที่ยวใกล้ในโซนเอเชียอย่างญี่ปุ่นเราก็ยังสะดวก อุ่นใจ ปลอดภัย รูดได้เกือบทุกร้าน อีกทั้งยังสามารถกดเงินผ่านตู้ ATM ที่รองรับ Visa เพื่อเอาเงินสดมาใช้กับบางร้านได้อีกด้วย ออ!!! ถ้าจะกดแนะนำให้เลือกตู้อิออนนะ เพราะจะไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น โอ้โหม่ะ ดีมากแม่!! อยากให้ทุกคนไปสมัคร เพราะตอนนี้นอกจากฟรีค่าธรรมเนียมตลอดชีพเมื่อสมัครก่อนสิ้นปีแล้ว เค้ายังมีโปรโมชั่นออกมายั่ว ๆ เยอะมาก ทั้งรับสิทธิ์เข้า Miracle Lounge ฟรี, รับเงินคืนสูงสุดถึง 1,000 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายสะสมเป็นสกุลเงินต่างประเทศ รวมถึงลุ้นบินไปญี่ปุ่นฟรีพร้อมพ็อคเก็ตมันนี่อีกหนึ่งรางวัล สำหรับผู้ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดตลอดแคมเปญ ตั้งแต่ 3 ต.ค. 62 – 31 ม.ค. 63 และโปรโมชั่นที่น่าสนใจอีกมากมาย สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ที่นี่ คลิกเลย OMG ดีมากเว่อร์ขนาดนี้ ไม่มีติดกระเป๋าทางเราว่าไม่โอเค

001 Hill of the Buddha

เราขอเริ่มต้นทริปสวย ๆ กันที่ Hill of the Buddha หรือเนินพระพุทธเจ้า ผลงานการสร้างจากมนุษย์ผู้ใฝ่หาธรรมะและธรรมชาติ เส้นทางสวรรค์ที่ได้รับการออกแบบ และวางแผนการสร้างอย่างปราณีตจากเจ้าของผลงานระดับพระกาฬผู้ได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์ สุดยอดรางวัลสำหรับเหล่าสถาปนิค เกล็ดหิมะที่ร่วงโปรยปรายได้เปลี่ยนทัศนียภาพให้กลายเป็นความเยือกเย็นของฤดูหนาวไปในพริบตา รูปปั้นหินหน้านิ่งที่ยืนไม่สะท้านความหนาวอยู่นั้นก็ยังคงความงดงามท่ามกลางสีขาวโพลน ทำให้เราพอจะการันตีได้ว่าที่นี่มันสวยทุกฤดูอย่างที่เค้าว่าจริง ๆ แก

002 Sapporo Beer Museum

คอเบียร์ห้ามพลาดเลยกับที่นี่ Sapporo Beer Museum แหล่งผลิตเบียร์ระดับโลก ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1877 เรียกว่ามีมายาวนานกว่า 100 ปี ผลิตมาแล้วทั้งเบียร์กระป๋อง เบียร์คราฟต์ เบียร์ดำ หรือเบียร์อะไรก็เชี่ยวชาญหมด ภายใต้ตึกทรงยุโรปทำจากอิฐสีส้มที่มีสัญลักษณ์ดาวสีแดงนี้ ปัจจุบันนางได้ผันตัวจากโรงกลั่นกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่รวบรวมเรื่องราวความเป็นมาของเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นยี่ห้อที่นิยมที่สุดในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงอาร์ตเวิร์คของโฆษณาทุกชิ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งตรงนี้เรารู้สึกประทับใจมาก เพราะศิลปะการโฆษณาในสมัยเกือบร้อยปีนั้นหายากพอ ๆ กับทองเลยแหละ และถ้าเดิน ๆ แล้วเริ่มเคลิ้มอยากเทสต์ ก็มีให้ลองเป็นเซ็ตเลย ยาวหน่อยก็สั่งอาหารทานไปด้วยเลยก็ได้

003 Shiroi Koibito Park

โลเคชั่นถัดไป … เราขอพาทุกคนฝ่าลมหนาวเข้าสู่ Shiroi Koibito Park พิพิธภัณฑ์ของเหล่าขนมหวานระดับโลกอย่าง Langue De Chat ที่จะเล่าเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันของตัวเอง สถานที่ผลิตลูกกวาด คุ้กกี้ และช็อกโกแลต ที่สร้างความหวานให้กับเหล่าเด็ก ๆ ทั่วญี่ปุ่น หลังจากอินกับเรื่องราวสุดพิถีพิถันก็ได้เวลาที่เราจะตามกลิ่นหอมของเนย นม วนิลา ไปที่คาเฟ่ และร้านขายของฝากที่มีให้เลือกจนเบาหวานขึ้น แม้จะหนาวจนมือหงิก เราก็ไม่อาจห้ามใจให้กับช็อกโกแลตซอฟเสิร์ฟในโคนปลายตัดนั้นได้ ลมเย็น ๆ ที่ทำให้มือสั่นกับความหวานหอมละมุน เกิดเป็นความสุขละลายช้าแต่หมดไวเพราะความอร่อย ถ้าไม่ติดเรื่องแคลลอรี่เราก็อยากจะสั่งขนมในตู้มากินซะให้เรียบ

004 Former Government Office Building

ตึกสีส้มอิฐหน้าตาประหลาดแสนโดดเด่นและแตกต่างจากมุมอื่น ๆ ของญี่ปุ่นแทบจะสิ้นเชิง เอาดี ๆ ถ้ามองผ่าน ๆ เราแทบจะไม่เชื่อเลยว่ามันตั้งอยู่ในญี่ปุ่นเพราะมันคือสถาปัตยกรรมแบบอเมริกันนีโอบารอค ที่ถูกสร้างเพื่อเป็นที่ทำการรัฐบาล Former Government Office Building นานถึง 80 ปี ตั้งแต่ในยุคเริ่มบุกเบิกฮอกไกโดในปี 1888 แต่ปัจจุบันได้ถูกยกเลิกใช้ และเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจากทั่วมุมโลก จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่คนนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกแห่งบนเกาะฮอกไกโด

005 Sapporo Clock Tower

Sapporo Clock Tower หอนาฬิกาสีเขียวอ่อนหน้าตาย้อนยุคที่ยืนอย่างแตกต่างท่ามกลางตึกสูงสุดทันสมัยแห่งนี้ เป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์หน้าสำคัญในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเมืองซัปโปโรเลยทีเดียว มันถูกนำเข้ามาจากเมืองบอสตัน ตั้งแต่ปี 1878 เพื่อเป็นศูนย์กลางของการบอกเวลา ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราว ประวัติศาสตร์ของเมืองซัปโปโร และของตัวมันเอง เอาจริง ๆ ที่นี่ไม่ได้มีความหวือหวาน่าตื่นเต้นในการเข้าชมมากมายนัก แต่มันก็มีความรู้สึกพิเศษที่ชวนให้เราอยากมาสัมผัส และมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักใบสองใบ

006 Sapporo TV Tower

ไปต่อไม่รอแล้วนะกับ Sapporo TV Tower จุดชมวิวที่สูงถึง 150 เมตร เป็นจุดชมวิวสุดเสียว ที่มีความสวยแบบ 360 องศาล้อมรอบอยู่ ไม่ว่าแกจะหันไปทางไหนก็จะได้เห็นวิวเมืองแบบเต็มสองตาจนสุดขอบฟ้า ยิ่งถ้ามาในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน รัตติกาลเข้าปกคลุม ความมืดแผ่ขยาย ตัดกับแสงสีส้มของดวงไฟบนตึก และถนนหนทางยิ่งสวยแบบสองเท่าสามเท่า ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดชมวิวยอดฮิตของซัปโปโรที่ควรจะมาเยือนสักครั้งหนึ่ง

007 GyuZen Susukino Sapporo

จบจุดเช็คอินปั๊วะ ๆ เราขอมาต่อที่อาหารแซ่บ ๆ แน่อนว่าอาหารญี่ปุ่นนอกจากเหล่าซูชิ ซาซิมิ อุด้ง ราเมนแล้ว ก็ยังมีพวกตัวท็อปอย่างชาบู ชาบู และสุกี้ยากี้นี่แหล่ะ ที่เรายกให้เป็นสิ่งที่แกต้องลองมาโดนให้ได้ และครั้งนี้เราเลือก GyuZen Susukino Sapporo ร้านอาหารขนาดกลาง ในบรรยากาศสบาย ๆ เดินทางง่ายด้วย Subway แต่มีกิมมิคเด็ดอยู่ที่เนื้อในประเทศลายงาม ๆ ผักสด ๆ และซอสสูตรลับของร้านที่จะทำให้ใจของแกละลายเหมือนกับเนื้อลายหินอ่อนที่ทิ้งตัวลงในน้ำซุปร้อน ๆ กิ่นเสร็จก็เหมือนมีเกราะเสริมสร้างพลังต้านความหนาวของเราในก้าวต่อไป

008 Tokachi Butadon Ippin

ร้านถัดมาขอพาไปที่ Tokachi Butadon Ippin สาขาห้าง Stellar Place ชั้น 6 ร้านข้าวหน้าหมูอันโด่งดังแห่งซัปโปโร เมนูหลักแน่นอนว่าคือข้าวหน้าหมู แต่ระดับญี่ปุ่นแล้ว ข้าวหน้าหมูก็ยังไม่ธรรมดา เพราะที่นี่เราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้สไลด์หมูกี่ครั้ง น้ำซอสเยอะแค่ไหน ข้าวกี่ทัพพีกี่กาละมังก็เลือกได้หมด ที่สำคัญเค้าย่างกันแบบชิ้นต่อชิ้นตามออเดอร์เท่านั้น ไม่มีย่างแล้ววางทิ้งไว้แน่นอน พอข้าวมาเสิร์ฟพร้อมหมูซอสเยิ้ม ๆ สีเข้ม ๆ โรยด้วยหัวไชเท้ามาอยู่ตรงหน้า ขนาดยังไม่ทันกิน แค่ได้กลิ่นยังน้ำลายสอ ยิ่งพอได้คีบหมูนุ่ม ๆ ชุ่มซอสเข้าปากด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าอร่อยยยยยย(ลากเสียงยาว) จนข้าวเม็ดสุดท้ายเลยล่ะ

009 Sapporo Junren

ชาบูไปแล้ว หมูย่างไปแล้ว ก็ได้เวลาของราเมน ซึ่งทางเราขอแนะนำ Sapporo Junren ร้านราเมนที่เปิด 11 โมง แต่แม้ว่าจะไปคอยตั้งแต่สิบโมงนิด ๆ ก็ยังต้องนั่งรอเพื่อให้ได้ราเมนร้อน ๆ มาอยู่ในมือ ร้านนี้ฮอตข้ามเวลามาตั้งแต่ 50 ปีที่แล้ว มีจุดขายอยู่ที่มิโสะราเมน ราเมนห้ามพลาดของฮอกไกโด ด้วยรสชาติเค็มนิด ๆ เปรี้ยวหน่อย ๆ แบบธรรมชาติ ของน้ำซุปที่หมักถั่วเหลือกให้กลายเป็นมิโสะ ทานคู่กับเนื้อหมูนุ่ม ๆ ขนาดพอดีคำ โรยข้าวโพดหวานอีกหน่อย เพิ่มหน่อยไม้กรุบ ๆ กับเต้าหู้นิ่ม ๆ อีกนิด เพียงเท่านี้ที่นี่ก็กลายเป็นร้านราเมนขวัญใจลูกค้าจากทั่วสารทิศได้ไม่ยาก

010 Seafood Buffet NANDA

Seafood Buffet NANDA ร้านที่ถามคนไทยที่เพิ่งกลับจากเที่ยวซัปโปโรมาต้องรู้จัก และใครที่กำลังจะไปซัปโปโรต้องปักหมุดไว้ว่าจะไปโดน เพราะที่นี่คือร้านอะหารทะเลในญี่ปุ่นที่มีน้ำจิ้มซีฟู๊ดแบบไทย ๆ มีเมนูทุกอย่างเป็นภาษาไทย และมีพนังงานคนไทยคอยให้บริการ ที่สำคัญคือมันสดใหม่ มีปูให้เลือกหลายพันธุ์ มีอาหารทั้งคาว และหวานหลายชนิด ในราคาบุฟเฟต์สุดคุ้ม จึงฮอตมากเฟร่อ ทั้งกับคนญี่ปุ่น และคนไทย เป็นร้านที่เหมาะกับมื้อค่ำที่แสนเปรมปรีจบวันแบบฟิน ๆ จุก ๆ ใดยเริ่มจากฟิลเนื้อข้าใครอย่าเตะ และจบลงที่เพื่อนข้ารักเองหว่ะ เนื้อข้าก็คือเนื้อเอ็ง เนื้อเอ็งก็คือเนื้อเอ็ง ข้ากินไม่ไหวแล้ว ก็สรวลเสร่เฮฮากันไป คงไม่ต้องพิมพ์บรรยายไรเยอะแยะ เน้นดูรูปดีกว่า พิมพ์เยอะเดี๋ยวเจ็บนิ้ว ฮ่าาาา

011 Old City Apartment Cafe’

จบพาทของคาวทางเราขอต่อที่คาฟ่ โดยขอเร่ิมร้านแรกกันที่ Old City Apartment Cafe’ ร้านที่เรารู้สึกสะดุดตาสะดุดใจตั้งแต่ทางเข้า ร้านสีเขียวหัวเป็ดที่ดูแตกต่างจากร้านญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไป ยิ่งพอเข้ามาข้างใน ก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่กับความวินเทจเหมือนกับเดินข้ามกระจกทวิภพกลับมาอีกสมัยนึงเลยก็ว่าได้ ไฟส้ม ๆ สลัว ๆ กับโซฟาลายดอกไม้ยิ่งทำให้เรารู้สึกหลุดไปอีกยุคแบบขาดลอย ยิ่งหลงยุคไปกันอีกเมื่อคาปูชิโน่ร้อน ๆ ถูกวางลงในขณะที่เพลงของ The Beatles ดังขึ้น ณ จุดนี้บอกได้สองคำว่า ฟิน และ ฟิน

012 Cafe’ Morihiko

คาเฟ่ต่อมาขอกาดอกจันไห้สามดอก พร้อมไฮไลท์สีสด ๆ เพราะพลาดไม่ได้ Cafe’ Morihiko ร้านคาเฟ่ที่มาในคอนเซ็ปท์ “art museum of coffee” บ้านญี่ปุ่นแบบโบราณสองชั้นสีครีมถูกยกเครื่องภายในใหม่ให้กลายเป็นคาเฟ่ ลองนึกภาพกลิ่นหอมที่ลอยผ่านอากาศที่เย็นเฉียบ ความขม และความร้อนของกาแฟดี รสเข้มที่ไหลผ่านลำคอ ในระหว่างที่สายตาก็เฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่างชมวิวขาวโพลน เฮ้ยยยย!!! นอกจากซุปอุ่น ๆ ก็กาแฟร้อน ๆ นี่ล่ะที่เหมาะกับหน้าหนาวมากที่สุด

จะรอช้าอยู่ทำไมในเมื่อความเย้ายวนใจมันเกินห้าม กาแฟหนึ่ง เค้กหนึ่ง ขนมหวานที่ไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไรอีกหนึ่ง แต่ที่แน่ ๆ ถ้าแกมาควรสั่งเพราะมันอร่อยมากอีกหนึ่ง คือ เบสท์คอมบายที่ทำให้ลมหนาวอบอุ่นขึ้นเป็นเท่าตัว และเป็นพร็อพที่ทำให้วิวดี ๆ ดูน่าสนใจขึ้นอีกเป็นกองจ้าาา

013 Samurai Senbei

นอกจากจะโด่งดังเรื่องเบียร์แล้ว ฮอกไกโดก็เด่นในเรื่องข้าวไม่แพ้ใครเช่นกัน และที่ซัปโปโรก็มี Samurai Senbei โรงงานผลิตแครกเกอร์ที่ใช้ข้าวฮอกไกโด 100% โดยจุดเริ่มต้นของที่นี่มาจาก Kamada Seika แห่งเมืองเอโดะ ผู้รักในการทำเครกเกอร์ เพราะเห็นแม่ และยายของเค้าทำมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงออกเดินทางตามหาวัตถุดิบที่จะทำให้แครกเกอร์ของเค้าดี เด็ด จนมาเจอรวงข้าวสาลีของฮอกไกโด จึงเริ่มมาทำไลน์ผลิตจริงจังที่ฮอกไกโดแทน โดยได้หยิบเอาซามูไรมาเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ที่นี่ผลิตแครกเกอร์ออกมาถึง 3 รูปแบบ โดยมีความต่างกันที่พันธุ์ข้าวที่นำมาใช้ ทำให้ตัวแป้งโดวล์เมื่ออบแล้วจะมีขนาด ความหนา และส่วนผสมที่ต่างกันออกไป โดยการผลิตแคกเกอร์แบบแฮนด์เมคนี้ถ้าต่างกันแค่อากาศ ความชื้น ก็สามารถทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันอย่างมหาศาล การทำทุกขั้นตอนจึงต้องพิถีพิถันขั้นสุดจริง ๆ ก่อนกลับมีหรือเราจะพลาดจัดมาลองรสละห่อกันแบบเพลิดเพลินเกินเบอร์จ้า

014 Susukino & Tanukikoji Shopping Street

ทิ้งท้ายเมืองเบียร์กันที่ศูนย์กลางสายบันเทิงสไตล์คนญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่โด่งดังที่สุดในซัปโปโร ณ ย่าน Susukino และ Tanukikoji Shopping Street ถนนสองเส้นที่อยู่ติดกัน เดินได้แบบไหลลื่นจนลืมเวลาไปเลย อย่างย่านซูซูกิโนะ จะเน้นไปที่ความบันเทิง ร้านอาหาร ร้านเบียร์ ไนท์คลับ คาราโอเกะ พร้อมไฟสีสันสดใสยามค่ำคืน ตรงนี้ก็สวยใช่ย่อยเหมือนกัน เดินยาวมาที่ ทานูคิโคจิ ตรงนี้เป็น walking street ยาว 1 กิโลเมตร จากต้นทางมองไปสุดยังไม่เห็นปลายสายเลยเธอ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้า ร้านขายยา ขายเครื่องสำอาง รองเท้า รวมไปถึงสินค้ามือสองก็มี และแม้หิมะจะตก เราก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้นเพราะตลอดเส้นทาง มีหลังคาปิดหมดด้วย เก๋ ๆ

ทั้งหมดนี้คือ 14 โลเคชั่นใจกลางเกาะฮอกไกโด ณ เมืองซัปโปโร ในมุมมองของเรา ที่เราคิดว่าดีสำหรับคนที่จะไปเยือนครั้งแรก บางทีเราไม่ต้องเลือกไปทุก ๆ ที่ตามที่คนอื่นไป แต่เลือกเฉพาะที่ที่ถูกกับความชอบของตัวเอง มันก็คือการท่องเที่ยวเพื่อความสุขที่แท้จริงแล้ว และยิ่งถ้าได้เพื่อนร่วมทริปไปไหนไปกัน ทำอะไรทำด้วยกัน มันคือสวรรค์ที่แท้จริงเลยนะ แม้ทุกทริปเราจะต้องเจออุปสรรคน้อยบ้าง เยอะบ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป เอากลับมาเล่า มันอาจจะกลายเป็นเรื่องตลกได้ในทันที สิ่งเหล่านี้สร้างสีสันให้ทริปของเรามีเรื่องน่าจดจำมากขึ้น นี่แหละความหลากหลายของอารมณ์ ‘ที่เที่ยว’ ที่เราชอบ มีใครชอบแบบเราบ้างมั้ย ?