SABAIDEE, Luang Prabang

อยากเที่ยวคนเดียว อยากไปต่างประเทศ อยากไปในที่ที่ไม่วุ่นวาย ผู้คนต่างใช้ชีวิตกันแบบปกติ ไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องแข่งขัน นี่คือโจทย์ของเราก่อนที่จะเริ่มค้นฟ้าหาทริป หลังจากค้นหาก็ได้ข้อสรุปว่าทริปนี้จะไป สโลไลฟ์ที่ ” ห ล ว ง พ ร ะ บ า ง ” ด้วยตอบโจทย์ทุกอย่างข้างต้น และที่นี่มันก็แลดูจะเหมาะกับเด็กจบใหม่เพิ่งเริ่มทำงานเงินเดือนน้อยนิดกะภาอังกฤษกากกากเลเวลงูงูปลาปลาแบบเราเป็นอย่างมาก

ถ้าถามว่าหลวงพระบางมีที่เที่ยว? มีกิจกรรม? คงต้องบอกเยอะแยะมากมาย แต่เนื่องด้วยมีเวลาอยู่ที่หลวงพระบางจำกัด ( #ต้องไปเที่ยววังเวียงต่อ ) เรามีเวลาที่นี่แค่ 2 วัน 1 คืน เราก็เลยเลือกแค่ 9 ไฮไลท์ ทั้งเที่ยว ทั้งถ่ายรูป ทั้งแดรก ซึ่งเราคิด ว่าทั้ง 9 ไฮไลท์นี้ไม่ควรพลาดที่จะเช็คอินเมื่อมา เที่ยวหลวงพระบา

ไฮไลท์ที่ 1 : ตักบาตรข้าวเหนียว


เราว่าอันนี้น่าจะถือเป็นเอกลักษณ์ของประเทศลาวเลยก็ว่าได้ เป็นประจำและเป็นอย่างนี้ทุกวันที่คนที่นี่โดยเฉพาะผู้ใหญ่ เค้าจะตื่นกันแต่เช้าตรู่ เพื่อมารอตักบาตร ส่วนตำแหน่งไหนผมแนะนำตรงซอยโจมาร์ครับ เพราะตรงนี้จะมีพระเดินมาบิณฑบาตรเยอะและที่สำคัญมีพวกของใส่บาตรจำหน่ายด้วย แต่ถ้าเอาเข้าจริงอยู่บนถนนจุดไหนในหลวงพระบางก็ใส่บาตรได้ทั้งนั้น แค่ต้องตื่นให้ทันเท่านั้นเอง

ไฮไลท์ที่ 2 : เดินเล่นถ่ายภาพตลาดเช้า


หลังจากกิจกรรมตักบาตรข้าวเหนียวตอนเช้าเสร็จ เราตั้งใจว่าจะไปเดินถ่ายรูปเล่นชิวชิวที่ตลาดเช้า มโนว่าต้องมีของอร่อยอร่อยให้กินเพียบแน่นอน แต่ว่าผิดคาดครับของกินเพียบนะแต่ของสดเกือบ 100 % แต่ว่าเดินเล่นดูนู้นนี่นั่นถ่ายรูปก็เพลินดีครับ มีพวกผักท้องถิ่น ของแปลกตาเยอะใช้ได้เลย

ไฮไลท์ที่ 3 : ร้านประชานิยม


ทั้งตั้งบาตร ทั้งเดินถ่ายรูปเล่นที่ตลาดเช้า ก็ถึงเวลาที่เราควรจะต้องหิว จากตลาดเช้าเดินต่อไปอีกนิดหน่อยก็จะมาเจอร้านสุดฮิตร้านดัง ที่ทุกกระทู้ทุกรีวิวเกี่ยวกับหลวงพระบางจะต้องกล่าวถึงนั่นก็คือ ” ร้ า น ป ร ะ ช า นิ ย ม ” ร้านนี้เป็นร้านเล็กเล็ก ตั้งอยู่ริมถนนเส้นเลียบแม่น้ำโขง ที่ร้านก็จะขายพวกชา กาแฟ ไข่ลวก ปลาท่องโก๋ และก็ข้าวเปียก (หรือที่บ้านเราเรียกโจ๊ก) รสชาติถือว่ากินได้ไม่ได้อร่อยมากมาย เราคิดว่าที่ร้านนี้คนไทยนิยมไปกันน่าจะมาจาก ๒ เหตุผลหลัก คือ ความคลาสสิคของร้านที่มันยังคงดูบ้านบ้าน กะ ตามรีวิวคนอื่นไป ( บั๊บว่าตรูไม่คิดไรทั้งนั้น )

ไฮไลท์ที่ 4 : ตาดกวางสี

ตาด ภาษาลาวแปลว่า น้ำตก ที่นี่ก็คือน้ำตกกวางสี น้ำตกอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองหลวง วิธีไปที่เราพอจะทราบ ณ ตอนนั้นก็มีอยู่ ๒ วิธีด้วยกัน คือ หนึ่งเช่ามอไซแล้วก็ขับแว๊นไปเอง และสองซื้อตั๋วรถตู้กับทางโรงแรม ซึ่งเราเลือกวิธีที่สอง เพราะไม่สตรองพอที่จะแว๊นมอไซ ทางก็ไม่รู้ ขับเลนก็ไม่เหมือนบ้านเรา ถ้าแว๊นไปเองต้องมีหลงแน่นอน

ตากวางสีถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาก ด้วยความสวยงามของสีน้ำตก (เขียวมรกต) ก็เลยไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำ ถ่ายภาพกันจำนวนมาก ส่วนเราเอาแค่เท้าจุ่มน้ำก็รู้สึกฟินแล้ว เพราะไปคนเดียวเลยไม่กล้าลงเล่นน้ำ ไม่อยากทิ้งของมีค่ากลัวหาย 🙁

ไฮไลท์ที่ 5 : พระธาตุภูศรี  


ทุกครั้งเวลาออกทริปเที่ยว ไม่ว่าจะเข้าป่าปีนเขาหรือแม้แต่ไปทะเล ไฮไลท์ที่ไม่เคยพลาดก็คงจะเป็นการตามหาจุดชมวิวเพื่อดูพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น และที่หลวงพระบางก็ต้องเป็นที่นี่เลย พระธาตุภูศรี นอกจากเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ที่นี่ยังเห็นวิวแม่น้ำโขงที่วางตัวตัดผ้ฝ่านเมือง รวมถึงเห็นเมืองหลวงพระบางทั้งเมือง

ไปทั้งทีจุดนี้ก็ไม่ควรพลาดนะแกร๊!!

ไฮไลท์ที่ 6 : ตลาดมืด

แวบแรกที่ได้ยินชื่อไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดแบบเราหรือเปล่า ชื่อมันน่าจะเป็นตลาดขายพวกของเถื่อน ของหนีภาษีอะไรทำนองนี้ เปล่าเลย! มันก็คือถนนคนเดินแบบบ้านเรานั่นแหล่ะ ขายเสื้อผ้า ของฝาก ขนม ของกินเล่นเพียบเลย แต่พวกเสื้อผ้ากะของฝากดูเหมือนจะขายซ้ำซ้ำกันทุกร้าน ร้านไหนโปรดีก็ดูดลูกค้าไปได้เยอะหน่อย ………

ปล.ที่เรียกว่าตลาดมืดน่าจะเพราะเป็นตลาดที่เปิดขายตอนกลางคืน ซึ่งมันมืดแล้ว


อีกหนึ่งไฮไลท์ของตลาดมือก็คือบุฟเฟ่อาหารลาว เรามาถึงถิ่นไม่ลองก็คงจะเหมือนมาไม่ถึง สรุปกินเป็นอยู่ไม่กี่อย่าง และรสชาติธรรมดามาก

ไฮไลท์ที่ 7 : ร้านกาแฟ


” ลาว ” เค้าว่ากันว่ากาแฟเด็ดมาก เมื่อมีโอกาสไปเยือนถึงถิ่นก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพลาดหาร้านกาแฟชิคชิคในหลวงพระบางนั่ง แต่ประเด็นคือร้านกาแฟในหลวงพระบางจะเยอะไปไหน วิธีเลือกร้านของเราก็คือเดินถ่ายรูปเล่นเรื่อยเรื่อย ถ้าเหนื่อยแล้วเจอร้านไหนร้านแรกให้เข้าร้านนั้นเลย เดินไปเดินมาสุดท้ายก็มาจบที่ร้าน “จำชื่อไม่ได้” ฮ่าฮ่า แต่คอนเฟิมว่ากาแฟลาวเด็ดสมคำล่ำลือจริงจริง

ไฮไลท์ที่ 8 : ชมเมืองหลวงพระบาง


ตลอดทั้งทริปที่หลวงพระบางไม่รวมไปตาดกวางสี เราไม่ได้เช่ารถ ไม่ได้ใช้รถประจำทางเลย เพราะว่า
หลวงพระบางเป็นเมืองไม่ได้ใหญ่มากเดินเที่ยวในตัวเมืองได้สบายเลย การเดินเท้านอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้แล้วมันยังทำให้เราเห็นทุกซอกทุกมุมได้ครบถ้วน ซึ่งถ้าเราแว๊นมอไซหรือรถประจำทาง อาจทำให้เราพลาดบางจุดไป แต่ถ้าขี้เกียจเดินกันจริงจริง จักรยานน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุด

ไฮไลท์ที่ 9 : วัดเชียงทอง

เนื่องจากวัดในหลวงพระบางมีเยอะและก็สวยงามทั้งนั้น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาทำให้เราต้องเลือกที่สุดหนึ่งเดียวของที่นี่ นั่นก็คือ ” วัดเชียงทอง ”

เพราะวัดเชียงทองเป็นวัดที่มีความเก่าแก่สวนงามจนได้รับการยกย่องจากนักโบราณคดีว่าเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาวเลยก็ว่าได้ครับ

การเดินทางทั้งหมดของเราก็แค่ 6 ต่อเอง ดอนเมือง => หนามบินอุดร => บขส.อุดร => เวียงจันทร์ => ท่ารถสายเหนือ => หลวงพระบาง ใช้เวลาเดินทางไปทั้งหมด 1 วันเต็มเต็ม โดยออกเดินทางแต่เช้าจาก กทม และไปถึงหลวงพระบางของวันถัดไป เล่นเอาร่างเพลียเลยครับ แต่คุ้มค่าได้ลองนอนรถนอนครั้งแรก ได้คุยกะคนแปลกหน้า

เพื่อนเพื่อนลองออกเดินทางกันดูนะครับ …..