เราตื่นเต้นทุกครั้งที่ต้องออกเดินทาง
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเราจะตื่นเต้นคูณห้า

ทำไมหรอ?

ย้อนกลับไปตอน ป.๑/๑ ครูภาษาไทยเรียกชื่อเรา เด็กชายอุ๋ย มาหน้าห้องเรียน เราอ่าน ” ตามา ตามา ตามารถไฟ รถไฟ รถไฟมา ตามารถไฟ ” นั่นคือครั้งแรกที่เรารู้จักรถไฟ และตั้งแต่จบ ป.๑/๑ จนถึงปัจจุบัน ( เราเที่ยวโคตรเยอะ )
เชื่อไหมว่าเราไม่เคยนั่งรถไฟเลยสักครั้ง เหตุผลก็คือ หนึ่งจังหวัดเราไม่มีรถไฟ สองเราทำงานประจำการเดินทางด้วยรถไฟมันก็เลยไม่ค่อยเหมาะ เพราะถ้านั่งไปถึงสถานีปลายทางก็คงต้องนั่งกลับทันที ฮ่าฮ่า

ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่เราได้แบกกระเป๋าสะพายกล้องคู่ใจตัวเดิม ที่เพิ่มเติมมี Gopro ตัวใหม่ไปด้วย เราขึ้นรถไฟนอนครั้งแรกไปที่จังหวัดหนองคาย แล้วนั่งรถต่อข้ามสะพานมิตรภาพไปเที่ยประเทศ “ลาว” เพื่อนบ้านของเรานั่นเอง

เรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่เดินทางจนจบทริปอยู่ใต้รูปนะ อ่านแล้วอย่าลืมตามไปเที่ยวกันนะแกรรร!!

——————————————-

ข้อมูลที่พักวังเวียง : เวียงธาราวิลล่าตามลิ้งด้านล่างเลยนาจา
เพจ : Vieng Tara Villa


เราตื่นเต้นทุกครั้งที่ต้องออกเดินทาง
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเราจะตื่นเต้นคูณห้า

ทำไมหรอ?

ย้อนกลับไปตอน ป.๑/๑ ครูภาษาไทยเรียกชื่อเรา เด็กชายอุ๋ย มาหน้าห้องเรียน เราอ่าน ” ตามา ตามา ตามารถไฟ รถไฟ รถไฟมา ตามารถไฟ ” นั่นคือครั้งแรกที่เรารู้จักรถไฟ และตั้งแต่จบ ป.๑/๑ จนถึงปัจจุบัน ( เราเที่ยวโคตรเยอะ )
เชื่อไหมว่าเราไม่เคยนั่งรถไฟเลยสักครั้ง เหตุผลก็คือ หนึ่งจังหวัดเราไม่มีรถไฟ สองเราทำงานประจำการเดินทางด้วยรถไฟมันก็เลยไม่ค่อยเหมาะ เพราะถ้านั่งไปถึงสถานีปลายทางก็คงต้องนั่งกลับทันที ฮ่าฮ่า

ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่เราได้แบกกระเป๋าสะพายกล้องคู่ใจตัวเดิม ที่เพิ่มเติมมี Gopro ตัวใหม่ไปด้วย เราขึ้นรถไฟนอนครั้งแรกไปที่จังหวัดหนองคาย แล้วนั่งรถต่อข้ามสะพานมิตรภาพไปเที่ยประเทศ “ลาว” เพื่อนบ้านของเรานั่นเอง

ตามไปเที่ยวกันนะแกรรร!!

0001 จากหัวลำโพง - หนองคาย

ทุ่มห้าสิบมนุษย์เพื่อนสามคนเดินตรงไปที่ชานชลา ก้าวขาขึ้นรถไฟ อ้าวเห้ย!! ไหนแกรบอกเราว่าซื้อตั๋วรถไฟนอนไมเป็นที่นั่งหันหน้าชนกันแบบนี้หว่าแล้วเราก็บ่นยาวตามประสาคนปากปีจอ สิ้นเสียงเราบ่นเพื่อพูดว่าใจเย็นดิมรึงเด๋วอีเบาะสองอันที่เห็นมันจารวมร่างกลายเป็นที่นอน จริงดิกรูตื่นเต้นยิ่งกว่าดูทรานฟอเมอร์อีก หลังจากที่เราคุยกันแพพเดียวก็มีพี่พนักงานมาประกอบร่างที่นอนให้ ระหว่างพี่เค้าร่วมร่างเก้าอี้ให้เป็นที่นอนเรากำลังจะอ้าปากถามพี่เค้าว่าถึงหนองคายประมาณกี่โมง? ฝรั่งโผล่มาจากไหนไม่รู้แย่งซีนถามก่อนเลยจร้าา พี่คนทำเตียงก็ตอบไปว่าถึงประมาณ 7.30 น. แล้วต่อท้ายด้วยว่า always late อึ้งค่ะ!! ไม่ใช่ฝรั่งนะกรูเอง เลททุกเที่ยวนี่สินะรถไฟไทย บอกเลยว่าเลทแบบนี้ชินคันเซ็นก็ทำไม่ได้ เชี่ยงไฮ้แม็กเลฟหรออย่าหวังเลย ๕๕๕+

ปู้นปู้นชึกชักชึกชัก ปู้นปู้นชึกชักชึกชัก เราเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ สะดุ้งตื่นอีกทีก็ตอนมีเสียงลอยมาว่าอาหารเช้ามาแล้วจ้าาาาา อาหารเช้ามาแล้วจ้าาาา เราแหกขี้ตาตื่นมา ณ ตอนนั้นมีความรู้สึกสองอย่างคือ หนึ่งรู้สึกดีมากที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ มันช่างดูเป็นการเดินทางที่ตื่นเต้นดีจัง

สองคือตอนนี้กรูรู้สึกหิวหนักมาก วาปกลับไปเมื่อคืนมีพี่พนักงานมาถามเราสามคนว่าเอาอาหารเช้าไหมต้องสั่งคืนนี้เลยนะเค้าจะได้เตรียมของไว้ทำให้ เราสามคนบอกพี่เค้าไปว่าไม่เป็นไรฮ่ะไม่ดีกว่า วาปกลับมาตอนนี้สามตัวนั่งหิวท้องร้องเป็นสามช่า สั่งก็ไม่ทันแล้วด้วยเอาไงหล่ะครัชมรึง ไอ่เพื่อนเรามันก็พูดขึ้นมาว่ากูจำได้มึงเอามาม่ากะโจ๊กคนอร์มา มึงควักออกมาบัดเดี๋ยวนี้พวกกรูจะแดรก โชคยังดีตรงที่ขอน้ำร้อนจากพี่พนักงานบนรถไฟได้เราสามคนก็เลยสบายท้อง
รถไฟแล่นพาเรามาถึงสถานีปลายทางหนองคาย ลงรถไฟก็ก้าวขาขึ้นตุ๊กตุ๊กต่อเลย บอกพี่คนขับว่าไปด่านไทย-ลา
แป๊บเดียวก็แว๊นมาถึงด่านโดนไปคนล่ะ 30 บาท (แพงจุง)
พอลงตุ๊กตุ๊กต่างคนต่างหยิบ passport เดินตรงดิ่งกันไปที่ด่าน เตรียมเอกสาร กรอกข้อมมูลนู้นนี่นั่นสำหรับข้ามแดน ซึ่งระหว่างที่ก้มเขียนเอกสารกันอยู่ ซาวด์เสียงที่ไม่คุ้นเคยก็ลอยมา “สบายดี” ลุงคนขับแท็กซี่ชาวลาวท่านหนึ่งมาเจรจาพาเราเข้าเวียงจันทน์เพื่อไปที่พัก เราก็ปฏิเสธเพราะเราต้องการสิไปเช็คราคารถอย่างอื่นก่อน พอหลุดมาถึงฝั่งลาวเช็คเปรียบเทียบราคารถตู้ ตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่คุณลุง ราคาคือไม่ต่างกันมาก และด้วยความตื้อของลุงแท็กซี่ เราสามคนก็เบยตัดสินใจไปกับลุง GoGoGo
40 นาทีโดยประมาณ ลุงแท็กซี่ก็พาเรามาถึงใจกลางนครหลวงเวียงจันทน์ ลุงคนขับกล่าว “เด๋วสิพาไปดูบ่อนนั้นบ่อนนี้” เห้ยลุงลุงเป็นใครลุงคืออัพดุลใช่ไหมลุงรู้ได้ไงว่าเราสามคนสายอบายมุข ผมนี่อดีตเจ้ามือปั่นแปะ ส่วนเพื่ออีกสองคนก็เจ้าพ่อเจ้าแม่ป๊อกเด้งเลยนาจา พอลุงพาไปดูที่พักตรงซอยนั้นทีตรงนี้ทีกรูก็เริ่มเข้าใจล่ะ บ่อน มันหน้าจะหมายถึง ตำแหน่งที่ตั้งไม่น่าจะหมายถึงคาสิโน มีความโล่งอก หาที่พักกันอยู่นานจนสุดท้ายมาได้แถวริมน้ำโขง ส่วนค่าเสียหายที่ต้องจ่ายคุณลุงก็คือ 300 บาทจร้าาาาา ส่วนค่าห้องวันแรกโดนไป 130,000 กีบ เอฟวายไอนะแกรถ้าขยันเดินหารับลองได้ที่พักดีดีราคาถูกกว่าที่เราพักแน่นอน แต่พวกเราขี้เกียจมากและเห็นว่าที่พักมันใกล้ริมโขง อีกอย่างตรงด้านหน้ามีธนาคารก็เลยตัดสินใจเอาอันนี้แหล่ะ ส่วนภาพที่พักเราไม่ได้เก็บบรรรยากาศมาให้ดูนะ มิค่อยปลื้มเท่าไหร่

หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยพักงีบแพพนุง ก็ถึงเวลาที่เราสามคนจะออกไปซ่ากันได้เบี้ยว บ่ายก่าก่าแดดไม่มีฟ้าครึ้มครึ้มแต่ร้อนโคตรโคตร ฮ่าฮ่า เราเดินออกจากที่พักข้ามถนนไปแบงค์เพื่อแลกเงิน
พอแลกเงินบาทเป็นกีบเสร็จ โอ๊ยยยมันรู้สึกดีมากอ่ะแกรที่วันนี้เราสามคนพกเงินล้านเที่ยวด้วยแหล่ะรวยจริงไรจริง

Vientiane In One Day

ก่อนจะตะลุยเที่ยวถ่ายภาพเวียงจันทน์เราขอแนะนำให้เช่าจักรยานร้านนี้ก่อนเลย Lao Bike เพราะว่าแลนด์มาร์คบางจุดอยู่ค่อนข้างไกลกัน แต่ด้วยความงกของเราสามคนไม่เช่าจร้า สายป่าสายเขากันทั้งนั้นเดินให้มันขาลากกันไปข้างนุงเล

0002 COMMA COFFEE

จากการเดินสำรวจเราก็พบว่าที่นี่มีสองสิ่งที่เยอะมาก คือ วัด กับ ร้านกาแฟ และด้วยอากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ขออนุญาติเลี้ยวขวาเข้าคาเฟ่แรกของวันนี้ ร้าน “Comma Coffee” จัดกาแฟเย็นดับง่วงดับร้อนก่อนเลย และด้วยฟามเฟนลี่ (ขี้โม้) ของเรกะเพื่อนก็ชวนพนักงานในร้านคุยนู้นนี่นั่นจนได้ข้อมูลร้านข้าวที่เราจิไปแดรกกันเย็นนี้ส่วนจะเป็นร้านไหนอ่านต่อไปค่ะ ตอนนี้ขอออกไปตะเวนเก็บภาพก่อนนะแกรรรรร!!

      

0003 LE TRIO COFFEE

จากร้านแรกเดินมาอีกนิดเดียวมองขวามือก็เจอคาเฟ่อีกสามสี่ร้านอยู่ติดติดกันเลยจร้าา ตัดสินใจไม่แวะเพราะเด๋วจะเก็บแลนมาร์คอื่นไม่ทัน แต่สำหรับคนมีเวลาเราแนะนำร้านนี้นะ “LE TRIO COFFEE” ร้านดูสวยดูแพง ส่วนรสชาติกาแฟอาหารฝากไปชิมแล้วมาบอกกันหน่อยนะ อิอิ

0004 ประตูชัย

เราสามคนยังคงเดินกันต่อไป มุ่งหน้าสู่ใจกลางนครหลวงเวียงจันทน์ ” ป ร ะ ตู ชั ย ” ที่นี่ก็คือแลนมาร์คสำคัญถ้ามาถึงเวียงจันทน์แล้วต้องห้ามพลาด ณ จุดนี้เราสามคนต้องขอเวลาเก็บภาพแพพนุงนานมากไม่ได้เด๋วไหม้ ฮ่าฮ่า ออแกรตรงประตูชัยนอกจากจะเก็บภาพข้างล่างแล้ว อย่าลืมจ่ายค่าผ่านด่านแล้วเดินบันใดวนขึ้นไปชมวิวเมืองเวียงจันทน์ด้วยนาจา

       

      

0005 วัดพระธาตุหลวง

นอกจากประตูชัย ก็จะมีพระธาตุหลวงอีกที่นึงที่ควรจะต้องไป จากประตูชัยเราก็ถามคนแถวนั้นไปเรื่อยเรื่อยเดินไปเจอคนอถวนั้นเค้าก็บอกว่าอีก 1 โลถึง ไอ่เราก็บ่นพรึมพรำในใจเมื่อไหร่จะถึงถามใครใครก็บอกอีกหนึ่งโลนี่มันหนึ่งโลมาหลายรอบล่ะนะไม่ถึงสักที เดินไปบ่นไปจนสุดท้ายก็ลากขามาถึงจนได้ พระธาตุหลวงสวยนะแต่เสียดายไม่มีสตอรี่ความเป็นมาให้อ่าน (หรือมีแต่เราหาไม่เจอ?) ก็เลยไม่รู้ถึงความสำคัญว่าเป็นวัดคู่เมืองหรือเปล่า สร้างเมื่อไหร่ อะไรยังไง เห็นอย่างนี้พี่ก็สนใจประวัติศาสตร์นะครัช

      

พอเก็บภาพเสร็จก็เริ่มเพลียกะอีตอนจะกลับนี่แหล่ะเดินมาไกลกันสึสสึส ถ้าเดินกลับไม่ไหวแน่อีกอย่างมันเย็นล่ะเด๋วจะมืดซะก่อน เราสามคนก็เลยตัดสินใจนั่งตุ๊กตุ๊กกลับโดยให้พี่เค้าไปส่งตรงโซนร้านกาแฟ

0006 SWEET MOO

จ่ายตังค่าตุ๊กตุ๊กเรียบร้อย เสียงเพื่อนเราลอยมาเลยว่า “ร้อนร้อน เหนื่อยเหนื่อย แบบนี้ได้อะไรเย็นเย็นกินคงจะดี” เราเข้าใจเลยว่ามันกำลังโหยหาคาเฟ่อีกแล้ว เราก็หยอดเพื่อนไปเลยว่าแวะร้านแฟไหม เพื่อนตอบกลับทันทีแกรเอาร้านนี้นะมีบึงซูด้วยไอ่ที่เราเดินผ่านตอนบ่ายบ่ายอ่ะ กรูรู้เลยจร้ามึงเลือกร้านไว้ในใจเรีบร้อยแล้ว ฮ่าาา ไม่รอช้าเราสามคนเดินเข้าร้าน SWEET MOO บิงซูเมล่อน ฮันนี่โทส จัดหวานหวานเย็นเย็นโคตรฟินเฟ่ออ่ะบ่องตง

0007 OLI ICE CREAM

เราติดอยู่ในร้าน SWEET MOO อยู่นานมากเพราะฝนตก ซึ่งสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด ณ ตอนนั้น ก็คือ สั่งแดรกวนไปค่ะถ้าฝนไม่หยุดตกเราไม่หยุดแดรก ฮ่าฮ่า พอฝนเริ่มซาก็เดินต่อไปยังร้านอาหารเย็นที่พี่พนักงานคาเฟ่ร้านแรกบอก ระหว่างทางเดินเราเห็นร้านไอติมอยู่ร้านนึงดูน่าอร่อยก็เลยจัดมา 1 สคูปใสใส แล้วก็เดินต่อไป

0008 Lao Kitchen

จัดของหวานมาซะเต็มที่ ไปจัดของคาวกันบ้างถึงเวลามื้อเย็นแล้ว เด๋วนะ!! ของหวานแล้วของคาวตามหลังแบบนี้ก็ได้ด้วยหรอ? ได้สิเพราะปลายทางคืออยู่ในท้องออกมาเป็นขี้เหมือนกัน ฮ่าฮ่า มาถึงถิ่นลาวแล้วอาหารก็ควรจะต้องเป็นแบบลาวสไตนะแกร ลาบหมู แกงหน่อมไม้ ตำบักหุ่ง(ส้มต้ม) ข้าวเหนียวร้อนร้อน **นี่ผมนั่งพิมรีวิวยังรู้สึกน้ำลายไหลเลย ในส่วนรสชาติอาหารดีงามมากครับโดยเฉพาะตำบักหุ่งอร่อยถึงขั้นต้องเบิ้นสองจาน เอาเป็นว่าเราให้ร้านนี้สามผ่านนะ ปล.ไก่ทอดร้านนี้ก็เด็ดนะครัช อิอิ

0009 เดินเล่นนลาดนัดริมโขง

อิ่มอิ่มจะให้กลับเข้าห้องอาบน้ำนอนคงจะจุกหน้าดู เราสามคนก็เลยไปเดินเล่นกันที่ตลาดนัดริมน้ำโขงตามที่ลุงคนขับแท็กซี่มาส่งเราตอนเช้าแนะนำ ตลาดนัดไม่ได้ต่างจากบ้านเรามากนัก เรากะเพื่อนแค่ตั้งใจมาเดินย่อย สรุปทุกคนได้เสื้อผ้าติดมือกลับกันคนล่ะสองสามตัว พอใกล้กลับก็แอบเห็นร้านไอติมอีกร้านหนึ่ง และร้อนร้อนแบบนี้ก็แดรกค่ะ แดรกอีกแล้ว แดกวนไป เสียดายเราไม่ได้เก็บบรรยากาศตลาดนัดมามีแต่ภาพร้านไอติม

บอกว่ามาเดินย่อยสรุปสามตัวเดินกันจริงจังมากเดินจนขาล้าแล้วถึงค่อยชวนกันกลับห้อง ซึ่งระหว่างที่เดินกลับห้องมาได้ครึ่งทาง เพื่อนนึกขึ้นได้ว่าที่ห้องพักเต้าเสียบมีไม่พอกับอุปกรณ์ของเราแน่ กล้อง โน๊ตบุ๊ค โกโปร แล้วไหนจะโทรศัพท์ของแต่ล่ะคนอีกหล่ะล้วนต้องการแดรกไฟทั้งนั้น วนกลับมาตลาดอีกรอบจัดปลั๊กพ่วงสองตัวแล้วเดินกลับห้อง ให้ไฟฟ้ากะอุปกรณ์ทุกสิ่งอย่าง อาบน้ำ เมาท์มอย แล้วต่างคน็ต่างนอน ฝันดีราตรีสวัสดิ์

คำพูดสุดท้ายที่เราบอกเพื่อนก่อนเข้านอน หกโมงเช้าใครไม่ตื่นกูตื่น กรูจิไปตักบาตรริมโขง ไปเก็บภาพบรรยากาศยามเช้า ตัดภาพมาเช้านี้เพื่อนสองคนแทบจะเอาน้ำมาราดตัวกรู เอาช้างมาดึง 8 โมงแล้วกรูยังหลับนิ่งอยู่ที่เตียงอยู่เลย ฮ่าฮ่า // พอเราตื่นมายังคงมีความเมาขี้หูขี้ตาเหมือนเดิม ลุกจากเตียงเดินตามเพื่อนลงไปแดรกข้าวเช้าแบบหน้าไม่ล้าง ฟันไม่ได้แปรง

0010 Let's go to วังเวียง

หลังจากทานข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ขึ้นห้อง อาบน้ำ เก็บของ แล้วลงไปรอรถที่จะมารับตอน 9 โมง ( เราจองรถกับที่พักในราคา 80,000 กีบ : รถไปวังเวียง ) ประมาณ 9 โมงนิดนิดก็มีสองแถวมารับเราที่ที่พัก แล้วก็ตะเวนไปรับคนตามที่พักต่างต่าง จากนั้นก็ไปส่งพวกเราที่คิวรถไปวังเวียง เมื่อรถพร้อมคนพร้อมออกเดินทางได้จร้าาาาาา

ฟังเพลงบ้าง หลับบ้าง ตื่นบ้าง คุยกันบ้าง

จนมาถึงจุดพักรถรถก็จอดแวะให้ทานข้าว

มื้อเที่ยงวันนี้เราสามคนจัดเฝอคนล่ะ 1 แล้วก็ตำบักหุ่งอีก 2 ดีออกจร้าาาา รสชาติตำบักหุ่งคือเป๋นตาแซ่บแท้ สองร้านรสชาติอร่อยใกล้เคียงกันมาก ประเตทนี้เค้าสอบใบเซอเอาครกกะสากป่าวหว่า ส้มตำลาวไม่ผิดหวังแน่นอนบ่องตง อิ่มข้าว เข้าห้องน้ำ ซื้อหนม

ขึ้นรถเดินทางต่อ……

0011 สบายดีวังเวียง

ประมาณบ่ายสองโมงเราเดินทางมาถึงวังเวียง ก่อนที่เราจะเดินหาที่พักที่เราจองไว้ ขออะไรเย็นเย็นดับร้อนก่อนเลย เพราะเพลาบ่ายสองคือแดดแรงเฟ่อเฟ่อเลยแกร มะม่วงปั่น แตงโมปั่น สัปะรดปั่น จัดคนล่ะแก้ว

แล้วก็เดินหาที่พักกันครับ จบว. จะบอกว่าที่พักเราต้องข้ามสะพานแม่น้ำซอง ซึ่งจะอยู่ฝั่งเดียวกับทางไปจุดชมวิวผาเงิน และบูลลากูน ดีงามมากค่ะ

      

0012 เวียงธาราวิลล่า

หลังจากเดินหา ข้ามสะพาน ตากแดด ถามคนพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น จนในที่สุดก็มาถึงที่พักของเรา เวียงธาราวิลล่า เราสามคนพักที่นี่ทั้งสอง 2 คืนเลยนะ

Welcome drink น้ำกระเจี๊ยบหวาน เย็น ชื่นใจมากกก!!

เช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยครับ!! ตามเราไปดูภายในห้องพักกันว่าเป็นไง ….

ห้องพักเราคือเหมาะกะการมาสวีทของคู่ข้าวมันปาไข่ เอ๊ย ข้าวไข่ปามัน เอ๊ย เข้าใหม่ปลามันมาก แต่นี่มาสามคนไงเตรียงเสริมก็มาค่ะ และด้วยไปกันแบบชาย 2 หญิง 1 ผญ. นอนเตียงเสริมไป

       

ดูภายในห้องพักกันแล้ว มาเสพบรรยากาศด้านนอกกันต่อครัชชชช ที่พักวิวหลักล้านมากห้องสวีทกลางทุ่งนา ด้านหลังเห็นภูเขาหินปูนขนาดใหญ่เรียงราย ทุ่งนาก็เขียวชอุ่มสดชื่อฝุดฝุด ดี๊ดี เก็บภาพแต่พองามเพราะถ้าสิงตรงนี้นานเกินไปจะไปขึ้นเขาบ่ทัน อิอิ

เราสามคนออกจากที่พักมองหารถเช่า ซึ่งตอนแรกคิดจะเช่าแมงกะไซแว๊นกันไปเอง แต่ตอนหลังคิดว่าเหมารถไปดีฟ่า 120,000 กีบค่ะ ไม่รู้ว่าถูกไปหรือแพงไปแต่ต่อแล้วอ่ะแกรได้ราคาเท่านี้

รถสองแถวพามาถึงจุดเริ่มเดินปุ๊บ ฝนปรอยลงมาเลยจร้า กูงงหนักมากที่ผ่านมาเรียกว่าอะไร แดดแรงสึสสึสแล้วพอจะขึ้นเขาแล้วเจือกครึ้ม แต่ไม่ต้องห่วงเราไม่ถอดใจกันแน่นอน

 เดินขึ้นกันรัวรัวท่ามกลางสายฝนปรอยปรอยที่ไม่สะท้านผิวด้านด้านแบบเราสามคน

00013 จุดชมวิวผาเงิน

ในที่สุดก็ขึ้นมาถึง ดีงามมากค่ะ ทั้งดอยมีพวกกรูสามคนถ่ายรูปวนไป วิวงามแค่ไหนดูเอาเองในภาพนะแกรรรรรร
จากภาพมันช่างสาแก่ใจมากกับการเสียเหงื่อ 3 ลิตรในการเดินขึ้นมา แล้วเห็นอะไรที่มันเลอค่าแบบนี้

โชคดีมากที่ขึ้นมาถึงยอดแล้วฝนหาย

นั่งเพลินเพลินดูพระอาทิตย์ตกดิน

เบยลาว

       

17.30 น. เริ่มเดินลงได้ มืดมืดเดินลงมันอันตราย ทางแอบลื่นเพราะฝนตกกกกก …..

0014 เบยลาวไหมแกร ไม่เมาไม่เลิก

มีคนบอกว่ามาลาวต้องไปนั่ง Sakura Bar โอเครค่ะตามนั้น กลับจากจุดชมวิวผาเงินกลับห้องรีบอาบน้ำออกไปทานข้าวที่ร้านร้านหนึ่ง #จำชื่อบ่อได้ สั่งของกินเยอะแยะมากมายตบท้ายด้วยตำบักหุ่ง 1 จาน กรูก็เบื่อนะกรูอยากรู้ว่าร้านนี้จะอร๊อยอร่อยเหมือนสองร้านแรกรึเปล่า พออาหารวางตักส้มตำเข้าปากเป็นสิ่งแรก มรึงครัช กรูว่าลาวต้องสอบเอาใบเซอถึงจะทำส้มตำขายได้ อร่อยหว่ะ ฮ่าาา กินกันอิ่มก่อนจะเช็คบิน ถามพี่พนักงานเสริฟว่า Sakura Bar ไปทางไหน พี่เค้าตอบ ไอ่หำ!! สิไปดูหยั่งเค้าปิดปรับปรุง จบเลย ฮ่าฮ่า นั่งมันตรงร้านนี้แหล่ะ สั่งเบียร์มาแดรกวันไปค่ะไม่เมาไม่กลับ ….

พวกเราสามตัวทำเปนปากดีไปงั้นแหล่ะ แดรกกันคนล่ะแก้วสองแก้วก็ไม่มีใครต่อแล้ว กลับห้องนอนดีฟ่า พน มีกิจกรรม one day trip ซื้อแพคเกตแล้วเรียบร้อยคนล่ะ 170,00 กีบ ส่วนจะมีกิจกรรมไรบ้าง อดใจรอให้เช้าก่อนนะแกรรรรร!! สำหรับวันนี้ราตรีสวัสดิ์

อรุณวัสดิ์เช้าวันแรกที่วังเวียง เปิดห้องนอนออกมาสิ่งแรกที่เห็นคือ หมอกจางจางที่ลอยผ่านภูเขา ซูมเข้าไปตรงต้นข้าวเขียวเขียวมีน้ำค้างเกาะ ได้กลิ่นไอธรรมชาติแบบนี้มันดีมาก ไม่รีรอครับรีบเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฝันแล้วหยิบกล้องออกมาเก็บภาพบรรยากาศยามเช้า ….

       

เก็บภาพเรียบร้อยเราสามคนก็เดินไปทานมื้อเช้ากันที่ห้องอาหารของที่พัก ไข่กระทะก็ดี ข้าวต้มก็เด็ด เบิ้ลสองไปสิครัชรออัลลัย ข้ออ้างในการเบิ้ลสองที่บอกเพื่อนคือเด๋วต้องทำกิจกรรมแอดแวนเจอทั้งวัน

ประมาณ 9 โมงก็มีรถสองแถวที่เราซื้อทัวมารับเพื่อไปทำกิจกรรมคูลคูลตามที่ใจเราสามคนอยาก และในส่วนของกิจกรรมวันนี้แนะนำว่าทุกคนควรพก Gopro ไปด้วย ใครไม่มีก็ไปซื้อ ใครไม่มีตังซื้อก็ยืมเพื่อนเอา คือกิจกรรมแต่ละอย่างมีฟามเกี่ยวข้องกับน้ำ เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาสะดวก เวิคในการถ่ายภาพ และเหมาะที่จะลุย คงต้องให้ Gopro อ่ะแกร กล้องพร้อมคนพร้อมใจพร้อมขึ้นรถไปลุยกันครัชช จากที่พักแพพเดียวรถพาเรามาถึงที่จุดเริ่มต้นของกิจกรร

0015 One Day Trip In Vang Vieng

เด๋วเราจะเหลาให้ฟังว่า 170,000 กีบที่เราจ่ายไปได้ทำอะไรบ้าง เริ่มค่ะ

กิจกรรมที่ 1 : พายคายัค
เพื่อชมความงามของวิวสองฝั่งริมแม่น้ำซอง กิจกรรมนี้ต้อง Gopro นะ บางทีบางช่วงที่พายอยู่น้ำกระเด็นมาเต็มจ้า ถ้ากล้องอื่นเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อิอิ

      

ล่องมาได้สักพักพวกเราแวะทานข้าวเที่ยงริมน้ำ อาหาร ผลไม้ น้ำดื่มอยู่ในแพ็คเก็ต แต่พวกน้ำหวาน น้ำอัดลมถ้าอยากต้องซื้อแดรกเองจร้า

        

กิจกรรมที่ 2 : ซิบไลน์ ( ouii_xxxx แอดมานะ ฮ่าฮ่า )
กิจกรรมนี้มีทั้งฟามมันและฟามเสียว วิวบนสลิงดีงามมากถ้าไม่เชื่อดูภาพ ถ้ายังไม่เชื่ออีกต้องลองมาเล่นดูเองนะแกรรร อิอิ // อันนี้ Gopro ก็จำเป็นเช่นกัน อัดวีดีโอ ถ่ายภาพสะดวกกว่ากล้องใหญ่ บอกเปนแนวทางนะค่ะกรูไม่ได้ขาย Gopro

       

แกรคือมันไม่ใช่แค่ซิบไลแบบโหนโหนแล้วจบนะ บางช่วงมันต้องเดินป่านิดหน่อย บางช่วงก็ต้องเดินทรงตัวแบบในรูปอ่ะ เหนือสิ่งอื่นใดอีพี่ที่ดูแลแต่ล่ะฐานมันชอบโยกเชือกแกล้งมาก ถ้ายิ่งแกรแสดงความกลัวพีเค้าจะยิ่งแกล้ง คำเตือนก็คือ มรึงต้องทำเปนสตรองเข้าไว้ ฮ่าาาาา

       

กิจกรรมที่ 3 : นั่งห่วงยางลอดถ้ำ
กิจกรรมนี้อยู่จุดเดียวกะซิบไลเลยเล่นไลเสร็จก็โดดขึ้นห่วงยางนอนชิวชิวไต่เชือกเข้าถ้ำ #เราจำชื่อถ้ำไม่ได้ ด้านในถ้ำมีสไลเดอโคลนให้เล่น

และเมื่อเข้ามาถึงข้างในถ้ำต้องประทับฝ่ามือลงไปบนผนังถ้ำแบบรูปด้วยนะแกร // ใช้โคลนด้านในนั่นแหล่ะในการประทับตรา ฮ่าา

พอกิจกรรมทั้งสามเรียบร้อยเราก็ลงคายัคแล้วก็พายพายสองแขนพายพายพาย ขวาพายซ้ายพาย มาถึงปลายทาง
ไม่รีรอค่ะถึงฝั่งก็เที่ยวต่อเลย

 เพิ่มเติมนะแกร : ถ้ามีเวลาแค่วันเดียวต้องเลือกว่าจะพายคายัค หรือนั่งห่วงยางชิวชิวให้ไหลตามน้ำ

นี่ก็นั่งชิวชิวมากันเป็นครอบครัว คงเพลินมิใช่น้อย

0016 ถ้ำจัง // สะพานส้ม

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเห็นรีวิววังเวียงไหน ต้องมีสะพานส้มที่ถ้ำจังด้วยทุกอัน เราก็ไม่พลาดที่จะแวะไป กลับจากคายัคก็หารถเหมาทันทีพอตกลงราคาได้ ก็ให้พี่ลุงเค้าพาไปที่ถ้ำจังก่อนเลย จากตัวเมืองของวังเวียงไปที่ถ้ำจังไม่ได้ไกลมาก เมื่อมาถึงก็ไม่รีรอเดินเข้าถ้ำ เดินเก็บภาพแบบรีบรีบ ชมบ่อน้ำผุดที่โคตรใส เก็บภาพสะพานส้ม เอฟวายไอ.ถ้าแว๊นมอไซมานี่ก็โอเครนะ แต่ที่เราเหมารถเพราะหลังจากถ้ำจังต้องไปต่อกันอีกหนึ่งที่

       

       

0017 น้ำตกแก้งยุ้ย

ออกจากถ้ำจังเราก็มุ่งหน้าไปที่น้ำตกแก้งยุ้ย บอกเลยว่าทางโหดสึด เต็มไปด้วยหลุมคือบั๊บว่า!! ขับไปต้องลงหลุมแน่นอน อยู่ที่ว่าคนขับจะเลือกลงหลุมไหน นั่งไปโยกไปตลอดทาง ( ในความคิดตอนนี้ตับกรูคงสลับที่อยู่กะไต ลำไส้ต้องฟิจเจอริ่งกะปอดอยู่แน่นอน ฮ่าา ) จนในที่สุดก็มาถึง

พอถึงก็วิ่งดิ่งไปที่น้ำตกเลยเพราะใกล้มืดแล้ว :}

น้ำตกน้ำเยอะมาก สวยมากด้วยเช่นกัน พอได้ลงไปแช่คือบั๊บว่าเย็นชื่นใจมาก

จบว. จะบอกว่าตั้งใจเอากล้องใหญ่ไปถ่ายน้ำตก คือ ถ่ายไม่ได้เลยจร้า ดีนะที่ Gopro ช่วยชีวิตทำให้ได้ภาพมาบ้าง คือละอองน้ำฟุ้งกระจายเต็มไปหมดถ้ากล้องใหญ่ไม่ควรเสี่ยง ฮ่าฮ่า

เสพภาพน้ำตกกันตามอัธยาศัยเลยนาจา ถ้าใครหิวลุกไปหยิบข้าวเหนียวมานั่งดูเลยจร้า ข้าวเหนียวกินกะน้ำตกเพลินเพลินดีออก ถรุยยยยยยย!!!!!

อีกหนึ่งมุมสำหรับคนที่มีเวลาไม่ต้องรีบแบบเรา การมานั่งเพลินเพลินสั่งอาหารทาน เอาเท้าจุ่มน้ำเล่นที่น้ำตกแก้งยุ้ยคงจะดีไม่ใช่น้อย แต่เราเวลาน้อยอยู่แป๊บเดียวก็มืดล่ะ

พอมืดเราก็ออกเดินทางกลับเข้าที่พักอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ออกไปหาไรทานกัน …

0018 มื้อเย็น ร้านตามป้าย ( กรูอ่านไม่ออก ฮ่าฮ่า )

หลังจากเราสามคนอาบน้ำกันเรียบร้อยก็ถึงเวลาเดินหาข้าวมื้อเย็นทานกัน ร้านเยอะมากตัดสินใจยากมากว่าจะร้านไหน เดินวนไปค่ะเลือกร้านที่คนเยอะเยอะล่ะกัน เดินไปก็สะดุดตาร้านหมูย่าง ไก่ย่าง ใส้ย่างร้านหนึ่ง โอป้า ออนนี่ นูน่า เยอะมากที่เห็นพิมขน๋าดนี้ไม่ใช่ติ่งเกาหลีนะ เซิสจากอากู๋แล้วเอามาพิมพ์จ๊ะ แต่ร้านนี้เกาหลีเข้าเยอะจริง ด้วยความหิวและขี้เกียจเดินหาแล้วก็เอามันร้านนี้แหล่ะ

 เมนูบางส่วนนะแกรไม่ใช่ทั้งหมดที่สั่ง ฮ่าฮ่า ถ้าจะรอถ่ายทีเดียวไม่ไหวจริมจริม หอมมากแดรกแม่มเลยยยย ตำบักหุ่งร้านสี่การันตีความแซ่บเช่นเคย

0019 PARISIEN CAFE'

กินคาวไม่กินหวานสันดาไพร่นะแกร ของคาวเสร็จมองหาคาเฟ่ทันที เยื้องเยื้องร้านข้าวเย็นมีคาเฟ่อยู่ร้านนึงเปิดดึกซะด้วย PARISIEN CAFE’ ร้านนี้เห็นอีกสาขาที่เวียงจันทน์เลงกะเพื่อนอยู่นานแต่ไม่ได้เข้า คืนนี้ได้ลองสมใจอยากล่ะ สั่งทั้งติม ทั้งเค้ก กินกันเพลินเลยครัชชช

       

ประมาณสามทุ่มนิดนิดก็เช็คบินกลับมี่พัก รีบเข้านอนเพราะเรามีนัดกับคุณลุงขับรถสองแถวคนเดิมที่พาเราไปเที่ยวน้ำตก ด้วยฟามที่คุยกะลุงแกรถูกคอเลยจ้างให้แกมารับเช้าตรู่อีกวันเพื่อไปบลูลากูน

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่สอง พวกเราสามคนตื่นกันตั้งแต่หกโมงเช้า เพราะหกครึ่งคุณลุงจะมารับ และเช้าขน๋าดนี้มื้อเช้าของทางที่พักยังไม่เรียบร้อยหรอก หิวก็หิวเอาไงหล่ะ?

       

แกแกรจำได้ไหมโจ๊กคนอร์ที่เราอุส่าแบกจากไทยข้ามน้ำโขงมาถึงลาวมันได้ช่วยชีวิตเราเรียบร้อยแล้ว กินโจ๊กคนอร์ไปนั่งโง่โง่ดูหมอกไปฟินแค่ไหนถามใจเธอดู กิกิ {:

เราสามคนนั่งรถไปบูลลากูนกัน เช้าแบบนี้นั่งรถเพลินมากหมอกมาเต็มสองข้างทางเลยครัช

0020 บลูลากูน

เราเป็นมนุษย์โลกสามคนแรกของวันนี้ที่มาเหยียบบลูลากูน ณ เวลา 7.00 น. บลูลากูนเป๋นของเรา จบว. จะบอกว่าที่รีบมาเพราะ 9.00 น. เราต้องขึ้นรถทัวกลับแล้ว เท่ากับว่าเรามีเวลาประ 1 ชั่วโมงที่จะโดนน้ำเล่นที่นี่ และด้วยความที่ยังไม่มีใครก็โดดวนไปสิครับ ไม่ถึงชั่วโมงก็เพลียกันแล้วเพราะโดดต่อเนื่องมากมาก

สามสี่พร้อมโดน

โดดวนไปค่ะ

โดดอีก โดนน้ำเล่นน้ำกันจนพอใจขึ้นรถกลับเข้าที่พักอาบน้ำเก็บของ เช็คเอาท์ เดินทางกลับได้จร้าาา

ปล.เรากลับ บขส วังเวียง-อุดร แล้วต่อรถ อุดร-กทม. นาจา

สุดท้ายเราจะบอกว่าการเดินทางทำให้เราตกหลุมรักไม่รู้จบจริงจริง การมาเที่ยวเวียงจันทน์-วังเวียง ของผมครั้งนี้ก็เช่นกัน ตกหลุมรักประเทศเพื่อนบ้านของเราอีกแล้ว และทั้งหมดนี่ก็คือเรื่องลาว ๕ คืน ๔ วันของเราสามคน จอ-ออ-บอ จบค่ะ!!