วี วิช ยู อะ เมอร์รี่ คริสต์มาส วี วิช ยู อะ เมอร์รี่ คริสต์มาส แอนด์ ดา แฮพพี่ นิว เยียร์ อีกไม่กี่วันก็สิ้นปีแล้ว พักร้อนใครเหลือยกมือขึ้น แอ๊บป่วย แอ๊บลากิจโควต้ายังเหลือ อย่ารอช้านะแกร๊คงต้องรีบใช้ใช้กันหน่อย ว่าแล้วเดินไปหาหัวหน้าขอลา 2 วัน 1 คืน ไปเที่ยวตามเพจ จ ะ เ ที่ ย ว ไ ป ไ ห น เลยดีม่ะ ฮ่าฮ่า

สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน พวดเลยเพจเราทำรีวิวเป็นไกด์ไลน์ไว้ให้เพียบเลย รวมถึงทริปล่าสุดทริปนี้ที่เราจะเอามาเพิ่มช้อยส์เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้เพื่อนเพื่อนไว้เลือกกัน ทริปสั้นสั้นรอบนี้เราจะพาเพื่อนเพื่อนขับรถไปที่สระบุรีจากนั้นขับต่อไปยังลพบุรี ขับผ่านมาสองจังหวัดหล่ะพอเดาออกกันไหมว่าเราจะพาไปไหน? คำตอบก็คือ “เขาค้อ” เพชรบูรณ์ นั่นเอง แต่เขาค้อรอบที่สามของเราครั้งนี้มีความพิเศษที่เราจะไปทำนอกจากการไปนั่งรอดูทะเลหมอก ถ่ายรูปกับดอกไม้ฟรุ้งฟริ้งแล้ว เรายังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสุดคูลที่เราตั้งใจจะไปเล่นในครั้งนี้ ส่วนกิจกรรมที่ว่าคืออะไร ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องถาม ใจเย็นเย็นดิกำลังจะบอก

กิจกรรมที่เราว่าก็คือกิจกรรม Adventuer แห่งเดียวในเพรชบูรณ์ ซึ่งตัว Adventure Park ตั้งอยู่ในภูแก้วรีสอร์ท และเพื่อความง่ายก็พักมันตรงภูแก้วเลยล่ะกัน ….

2 วัน 1 คืน หมอก ดอกไม้ Adventure คูลคูล สามอย่างนี้ของเราจะ complete สมหวังดั่งใจปองหรือเปล่าตามไปดูกัน

ทริปนี้เริ่มต้นที่เราออกตามหาสมาชิกผู้ร่วมอุดมการณ์เที่ยว เชรดพูดอย่างกะลอร์ดโวลเดอมอร์รวบรวมเหล่าพ่อมดแม่มด ฮ่าฮ่า หลังการตามหาเสาะหาเราก็ได้สมาชิกร่วมทริปทั้งหมดสามคน รวมเราแล้ว

เราออกเดินทางด้วยรถส่วนตัวจาก กทม. เวลาประมาณ 7 โมงเช้า ขับไปพักไปถึงภูแก้วรีสอร์ทประมาณเที่ยงครึ่ง

ระหว่างเช็คอิน กับ ทานข้าว ไม่ต้องเปิดโหวตสามคนเป็นอันรู้กันว่าเราควรเดินผ่านเค้าเตอร์เช็คอินไปที่ห้องอาหารเลยจร้า หิวแบบไม่ต้องสืบเพราะแต่ล่ะคนรองท้องมื้อเช้าที่ 7-11 กันมาคนล่ะนิดหน่อย บวกกับตอนนี้จะบ่ายโมงล่ะ ทั้งกระเพาะอาหาร ทั้งพยาธิในลำไส้ตอนนี้มีความทุรนทุรายมีความต้องการอาหารอย่างสูง

ว่าแล้วพอเมนูมาก็แย่งกันจิ้ม เอานี้พี่ นู๋กินอันนี้ พี่เอาอันนั้น โอ๊ยแต่ล่ะเมนูคือดีย์คือน่ากินทุกอย่าง สรุปจิ้มไปจิ้มมาก็ตามภาพเลย อหตต = อาหารเต็มโต๊ะ ณ ตอนนั้นถ้ารอให้อาหารจานสุดท้ายมาเสิร์ฟถ่ายรูปแล้วค่อยกิน ก็เกรงว่าจะรอกันไม่ไหวเพราะสภาพแต่ล่ะคนตอนนี้จดจ้องพร้อมตักยัดเข้าปากมาก

พอเสียงชัตเตอร์สุดท้ายลั่นเสร็จ ทั้งสามก็เข้าจู่โจมประหนึ่งแล้งรุมแดรกซากสัตว์ มีความหิวโซมาก กินกันแบบไม่มีใครพูดกะใคร #ไม่ได้โกรธกันใช่ป่ะ ฮ่าฮ่า

*** สรุปมื้อดีย์เว่ออาหารอร่อย ที่เด็ดสุดคงต้องยกให้ชาบูภูแก้ว #ความละมุนยังติดอยู่ที่ปาก ฮ่าาาา

มื้อเที่ยง+มื้อเช้าเรียบร้อย เราทั้งสามก็มาติดต่อเช็คอินที่เค้าเตอร์

เชคอินเรียบร้อยพี่พนักงานก็พาน้องสองคนนั่งรถกลอฟไปส่งยังห้องพัก โดยมีเราขับตามไปติดติด

ถึงแล้วครับห้องพัก!! ตามเราเข้าไปส่องข้างในห้องกันเลยว่าจะเป็นเยี่ยงไรบ้า

*** รูปนี้ถ่ายตรงระเบียงหน้าห้องนะเออ

ห้องกว้างเตียงเดี่ยว 1 เตียงคู่อีก 1 นอนสามคนคือโคตรสบายเลยครับ ถ้าที่พักเค้าอนุญาติอัดห้าหกคนยังได้เลย ฮ่าาา

บอกเลอว่าสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างครบครันมากจ๊ะ

ห้องน้ำกว้าง แบ่งโซนขรี้โซนอาบชัดเจน

ในส่วนของที่พักภูแก้วนั้นมีห้องพักหลากหลายแบบให้เลือก ถ้าแกรไป 2-3 คนอาจเช่าบ้านพักหลังเล็กแบบเรา หรือห้องพักแบบ รร ทั่วไปก็ได้ แต่ถ้าใครมาเป็นก๊วน 5++ คน ที่นี่เค้าก็มีบ้านหลังใหญ่ไว้รองรับนะเออ

ภายในห้องพักทุกห้องจะตกแต่งด้วยสีพาทเทลฟรุ้งฟรุ้งสุด

ใครสนใจอยากมาพักที่นี่แบบเรา ราคาที่พัก ประเภทห้องพัก ไม่ต้องถามนะว่าเท่าไหร่ จิ้มเบาเบาลิ้งตามนี้นะแกร๊ http://www.phukaewresort.com/booking.php เพื่อความถูกต้องของข้อมูล เพราะบางครั้งเค้ามีโปรโมชั่นเราคงตามอัพเดทราคาในนี้ไม่ได้ตลอด ต้องทำมาหากินไหม จบ แยก บรั๊ย!!

อย่างที่เราบอกเพื่อนเพื่อนตั้งแต่แรกว่าเราเลือกพักที่ภูแก้วรีสอร์ทเพราะกิจกรรมกลางแจ้งแนว Adventure เพราะฉะนั้นเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะไปหนุกกัน

Adventure Park ที่ภูแก้วรีสอร์ทถือได้ว่าเป็นกิจกรรมสุดมันแห่งเดียวในจังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมมีเยอะมากถีง 17 อย่างไล่กันตั้งแต่ความเสียวระดับอนุบาลยันความเสียวระดับปริญญาตรี แต่ด้วยความจำกัดทางด้านเวลาเราจึงจัดเฉพาะกิจกรรมคูลคูลเสียวเสียวเพียงไม่กี่อย่าง

High Flying : “เหินเวหาข้ามนํ้า” ระยะทางกว่า 150 เมตร อันนี้สำหรับเราเสียวนิดหน่อยเพราะเราเคยเล่นแนวนี้บ่อยมาก แต่ว่าตอนทำกิจกรรมเราต้องเล่นใหญ่เข้าไว้ แค่อยากจะบิ้วอารมณ์ความเสียวแกล้งคนอื่น ปล.กรูแหกปากดังมากค่ะ

 

Rock Climbing : กิจกรรมท้าทายความสามารถ กับ การ “ปีนหน้าผาจำลอง” ความสูง 10.5 เมตร ตู้หู!! สูงจังขออนุญาติส่งตัวแทนปีนค่ะ

Giant Swing : “โล้ชิงช้าท้าวัดใจ” กิจกรรมนี้พีคมากสำหรับเรา คือหลังจากที่ประกอบตัวเข้ากับเครื่องเล่นเรียบร้อย สตาฟบอกให้เราเหยีบบนแป้นเหยียบแค่ครึ่งเท้า ส่วนอีกครึ่งเท้าก็โผล่ไปกลางอากาศ ณ จุดนั้นเหมือนกรูกำลังจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ฮ่าฮ่า หลังจากเราบอกสตาฟว่าพร้อม 1 2 3 แป้นเยียบถูกดึงกลับ ตอนนี้ตัวเราทิ้งดิ่งลงสู่เบื้องล่างจากระดับความสูง 20 ฟุต แล้วมันก็แกว่งไกวไปมาแบบไม่รู้จบ ยอมรับแบบแมนแมนเลยว่ากรูกรี๊ดเยี่ยวเล็ดเลยจ๊ะ แบบว่าไม่ได้เสียวแบบนี้มานานล่ะ ฮ่าฮ่า

Tower Jump : “ดิ่งหอสูง 50 ฟุต” แบบ Free Fall และดีดเด้งลอยขึ้นสู่อากาศอีกครั้งและอีกครั้งด้วยความมันส์ แบบเดียวกับ บันจี้ จัมพ์ พี่พี่สตาฟบอกเราสามคนว่าถ้าไม่เล่นถือว่ามาไม่ถึงนะ สามคนตอบเสียงเดียวกันว่า พวกเราขอมาไม่ถึงแล้วก็ไม่มีใครเล่น แกรคิดนะ 20 ฟุตกรูเยี่ยวเล็ด ถ้า 50 ฟุตกรูไม่ขี้แตกหรา บรั๊ยค่ะ!! แอบซุ่มถ่ายคนอื่นเล่นเอาล่ะกัน อิอิ

กิจกรรมหนักหนักมาล่ะขอจบแบบสวยสวย ชิวชิว เก็บภาพกับสองกิจกรรมเบาเบาอย่าง Arrow Ranger : กับการทดสอบความแม่นยำด้วยการ “ยิงธนูแบบนายพราน” ที่เล่นง่ายท้าทายความสามารถด้วยอุปกรณ์ยิงธนูมาตรฐานระดับสากล

ท่าสวยไม่จำเป็นต้องยิงเข้าเป้านะแกร๊

จบยิงธนูมาปิดท้ายกับกิจกรรมคิ้วคิ้วอย่าง Super Slider : เล่นกระดานลื่น รองนั่งด้วยเบาะชนิดพิเศษไหลลงมาตามเนินเขายาวกว่า 70 เมตร ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเหินฟ้าด้วยพรมวิเศษ สนุกกันได้ทุกเพศทุกวัยนะเอ

หลังจากสนุกกะกิจกรรมมันมันกันแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราสามคนจะไปใช้ชีวิตแบบวิถีสไลไลฟ์ นั่งจิบกาแฟชิวชิวมองวิวงามงามกันที่ไหนสักร้าน

[ เดอะหลุยส์ คอฟฟี่ ] ร้านนี้ไม่ใช่ร้านที่เราเลือก แต่มันเป็นร้านที่เราขับรถผ่านมาเจอ แว๊บแรกที่เห็นถึงกับปล่อยพวงมาลัยรถเอามือมาทาบอก ขุ่นพระ เด๋วนี้เค้าทำคาเฟ่ให้ตุ๊กตาหมีด้วยหรอ คือหมีเยอะมากเยอะแบบโคตรพ่อโคตรแม่หมี

ครั้นจะขับผ่านเฉยเฉยก็จะผิดวิสัย แวะก็ได้ แปบนึงล่ะกัน แต่น้องสองคนบอกว่าหมีไม่ใช่ทางของพวกนู๋ เราก็เลยลงไปเก็บภาพนุ้งหมีแป๊บเดียว แล้วกลับมาขึ้นรถไปต่อ

 

วิวสวยเหมือนกันนะฮัฟ ปล.ไม่ได้สั่งอะไรในร้านเค้าทานเลยอาศัยช่วงชุลมุนเข้าไปเนียนถ่ายรูปแล้วก็กลับออกมาที่รถแบบหน้าด้านด้าน #สัญญารอบหน้าจะไม่ทำแบบนี้เค้าจะอุดหนุนนะ

[ Pino Latte ] คือร้านกาแฟที่เราสามคนตั้งใจจะมานั่งชิวครั้งนี้ จอดรถก็ดิ่งเข้าไปสั่งขนม นม เนย เครื่องดื่ม มานั่งทานชิวชิวรับลมหนาวกั

 

เราเชื่อว่าคนส่วนมากต้องรู้จักร้านนี้ หรือไม่มุมมหาชลมุมนี้ก็ต้องเคยผ่านตาบ้างแหล่ะ

เราเองก็เช่นกันมาถึงนี่ก็ต้องมีภาพมุมมหาชนติดกล้องกลับไปด้วย

ตรงที่น้องสองคนยืนคือโซนใหม่ที่ร้านกำลังสร้าง เราว่าอนคตมันน่าจะเป็นอีกหนึ่งมุมสุดคูลที่ใครใครมาก็ต้องถ่ายภาพ :}

แสงอาทิตย์เริ่มใกล้จะหมดบวกลมที่พัดแรงขึ้นเรื่อยเรื่อย อากาศตอนนี้คือหนาวมาก เราสามคนเดินกลับไปเอารถ

แต่ก่อนจะกลับ!! รถจอดแบบนี้ ฉากหลังทิวสนแบบนี้ นู๋ต้องปีนหลังคารถแล้วแหล่ะลูก มุมโคตรคูลเลยพี่ชอบ

กลับถึง ภูแก้วรีสอร์ท ก็มืดสนิท เย็นนี้ถือโอกาสฝากท้องที่นี่เลยล่ะกัน หนาวหนาวชาบูเซทกลางวันต้องกลับมาอีกครั้งแล้วล่ะ ว่าแล้วก็สั่ง “พี่ครับขอชาบูภูแก้วแบบเน้นเน้น 2 เซท” สิ้นเสียงเราสั่งพี่เค้าตอบกลับมาว่าพอดีว่าวัตถุดิบเราหมดอ่ะครับ เห็นไหมเมิงไม่ใช่แค่เรานะที่คิดว่ามันอร่อยโต๊ะอื่นสั่งซะเกลี้ยงเลย เซงแต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไปสั่งอย่างอื่นก็ได้

มื้อเย็นเรียบร้อยก็กลับห้องพักผ่อน เล่นเน็ต อาบน้ำแล้วก็แยกย้ายเข้านอน ***พรุ่งนี้มีนัดกับทะหมอกที่เขาตะเคียนโง๊ะ

อรุณสวัสดิ์นาจา ล้างหน้าแปรงฟันเด๋วเราจะไปดูทะเลหมอกที่เขาตะเคียนโง๊ะกัน ตอนนี้ภาพในหัววาดไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะถ่ายแบบไหน ยังไง แต่พอขึ้นไปถึงจริง!!

ภาพในหัวมลายหายไปเหมือนมีใครเอาลิควิดเปเปอร์มาสาดลบภาพกรูออกไปหมด หมอกไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียว หนักกว่านั้นเมฆหนาเต็มฟ้าแสงไม่มีลอดออกมาเล๊ย พระอาทิตย์ไม่ต้องถามถึงหายละยำตำบอนมากชีวิต

เก็บภาพนิดนิดหน่อยแล้วก็ไปที่อื่นต่อ เอฟวายไอ.เขาต๊ะเคียนโง๊ะในวันที่ไม่มีหมอกคือคนล่ะเรื่องกะภาพสวยสวยที่มีทะเลหมอกที่หาดูได้ตามรีวิวในเนต แบบหน้ามือเป็นหลังทีนเลยจร้า

จากเขาตะเตียนโง๊ะเราขับรถต่อไปยังพระตำหนักเขาค้อ ซึ่งตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,100 เมตร แกรเอ้ยไม่ต่างกันกับเขาตะเคียนโง๊ะของฉันเลย… คือถ้าไม่มีทะเลหมอกจุดชมวิวเขาค้อจบชีวิตเลยจ๊ะ

แกรดูภาพนะมันธรรมดามากจริงจริง!!

แต่ถึงวิวจะแย่ก็ให้อภัยได้เพราะอากาศดีจริง

นอกจากจุดชมวิวบนพระตำหนักเขาค้อแล้วที่นี้ยังมีสองจุดถ่ายรูปสุดคูลมี่เราว่าเพื่อเพื่อนหน้าจะชอบกันนั่นก็คือ ป่าสน และ อ่างเก็บน้ำ

ป่าสน แต่ถ้าป่าไม่สน เราสนเธอก็โอเครนะเออ

อ่างเก็บน้ำ

เราแบกความผิดหวังที่จะเจอทะเลหมอกกับความหิวจากพระตำหนักเขาค้อมุ่งหน้าต่อไปยังจุดเช็คอินจุดใหม่ของเขาค้อ นั่นก็คือจุดชมวิวกังหันลม

สิ่งแรกที่พวกเราทำเมื่อมาถึงที่นี่ คือ มองซ้ายที ขวาที ร้านข้าวอยู่ตรงไหนหว่าาา หิวอีกแล้วกรู เดินหากันไปมาจนเจอ

ไข่กระทะเอย ข้าวไข่เจียวเอย กาแฟอีกคนล่ะแก้วเอย คือสิ่งที่ดีที่สุด ณ จุดนี้

พออิ่มก็ถึงเวลาเดินสำรวจ จะได้ไขข้อข้องใจสักทีว่าทำไมใครใครมาเขาค้อก็ต้องมาเช็คอินที่นี่ “ทุ่งกังหันลมเขาค้อ” มีความกังหันทั้งหมด 24 ต้น แต่ล่ะต้นสูงกว่า 100 เมตร ป่าวนับนะแกร๊ อีก 24 ต้นหามาจากเน็ต ฮ่าฮ่า

 

จุดเด่นด้านบนก็จะมีทุ่งดอกคอสมอส

ไร่สตอเบอรี่

ฟอร์มูล่าม้ง

โล้ชิงช้าโพสต์ท่าเกร๋เกร๋

หลังจากเก็บภาพเรียบร้อย นั่งพักซึมซับบรรยากาศครู่นึง ก็ถึงเวลากลับรีสอร์ทเพื่อไปเก็บเข้าของเตรียมเช็คเอ้าท์

ณ ภูแก้วรีสอร์ท
เราสามคนกลับเข้าห้องพักเก็บเข้าของขึ้นรถ อาบน้ำ(ตอนเช้าไม่มีใครอาบเลย) เปลี่ยนชุดเตรียมตัวกลับ

ก่อนจะกลับเราถือโอกาสพาเพื่อนเพื่อนเดินชม เดินเก็บภาพบรรยากาศภายใน ภูแก้วรีสอร์ หน่อยล่ะกัน เพราะวันแรกที่มามีแต่บรรยากาศภายในห้อง

บ้านพักแต่ล่ะหลังจะอยู่ท่ามธรรมชาติแบบกรีนกรีน อากาศไม่ต้องพูดถึงเขาค้อเค้าขึ้นชื่ออยู่แล้ว

มุมถ่ายรูปเกร๋เกร๋ในรีสอร์ทเยอะมากแกร๊

 

อีกหนึ่งไฮท์ไลท์ที่เพื่อนเพื่อนจะได้เจอถ้ามาพักที่ภูแก้วรีสอร์ทก็คือ ความโคตรดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งดอกดาวกระจาย ทุ่งดอกคอสมอส ดอกกุหลาบ และอีกมากมายนับหลายร้อยดอก แน่นวลว่าใครสายฟรุ้งฟรุ้งชอบอยู่ท่ามกลางดงดอกไม้มาพักที่นี่ได้รูปโปรไฟล์กลับไปอัพปีหน้าได้ทั้งปีแน่นอน

ก่อนจะกลับขอทิ้งท้ายด้วยชาบูอีกสักเซท #อร่อยบอกต่อ ฮ่าฮ่า

ไงหล่ะครับ 2 วัน 1 คืน ที่เขาค้อ ถ้ามันดีต่อใจก็รีบรีบไปเที่ยวกันนะแกร๊ อากาศกำลังดีเลยทีเดียวเชียว และทริปนี้ของเราขอจบแต่เพียงเท่านี้ แจกันใหม่ทริปต่อไป

สำหรับวันนี้ “สะ-หวัด-ดี-ครับ”

ข้อมูลที่พักเพิ่มเติม
เพจ : Phukaew Resort
เวบ : http://www.phukaewresort.com