ท่ามกลางโลกภายนอกที่แสนจะวุ่นวาย ยังมีหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานีที่ยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง หมู่บ้านที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ก็คือ “คีรีวงกต” ต.นาแค อ.นายูง จ.อุดรธานี เราเลือกมาเที่ยวที่นี่ด้วยภาพถ่ายใบหนึ่งจากรีวิวรีวิวหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพผู้หญิงใส่เสื้อกันฝนนั่งอยู่บนรถอีแต๊กที่กำลังวิ่งฝ่าลำธารเพื่อไปที่ไหนสักแห่ง โดยมีน้องหมาหนึ่งตัววิ่งตาม หลังจากเห็นภาพนั้นเราก็ตั้งใจว่าจะต้องมาที่นี่ให้ได้ จากแพลนเดิมที่วางไว้ตั้งแต่ พ.ค. ถูกเลื่อนออกมาเรื่อยเรื่อยด้วยหลายเหตุผล จนในที่สุดทริป 2 วัน 1 คืน ทริปนี้ก็เกิดขึ้น ถ้าทุกอยากรู้แยากไปสัมผัสความสโลไลฟ์กับเราลุกขึ้นไปเก็บของแล้วตามกันมาเลย

ตี 4 ครึ่งวันเสาร์ที่ 30 เดินออกไปปากซอย ยื่นแขนออกไปแล้วก็ โบกโบกโบก สองแขนโบกโบกโบก ขวาโบก ซ้ายโบก พี่แท็กซี่ไปดอนเมืองครัชโผม สายเสมอก็กรูนี่แหล่ะถึงหนามบินรีบตรงดิ่งไปเค้าเตอร์นกแอร์เพื่อเช็คอิน แล้วก็ไปขึ้นเครื่องทันที

ประมาณหนึ่งชั่วโมงก็วาปมาถึงหนามบินอุดร คือไร? เมื่อกี้บนเครื่องฟ้ายังสวยงามอยู่เลย ฝนครัชทำไมมุงต้องตก มุงไม่จำเป็นต้องตกนะเพราะกบก็ไม่ได้ร้อง แต่ก็ช่างเหอะที่หนามบินตกไม่เป็นไรขอแค่ที่คีรีวงกตไม่ตกเป็นพอ แอบลุ้นว่าที่นู้นฝนจะไม่ตกเพราะระยะห่างจากหนามบินอุดรประมาณ 2 ชั่วโมง ไกลพอสมควร

และแน่นวลก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปคีรีวงกตขอแวบฝากท้องมื้อเช้าที่ร้านคิงส์โอชาร้านไข่กะทะชื่อดังของอุดรซะก่อน พอถึงร้าน หนมปังมา ไข่กะทะมา หมูยอทอดมา ชานมร้อนมา เมื่ออาหารวางเต็มโต๊ะ เราก็ปฎิบัติตามธรรมเนียมคือ ถ่ายภาพก่อนแล้วค่อยยัดมันลงไป รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าโอเคร ราคาไม่แพงมาก ยังไงลองมาแวะกินกันได้นะครับหนึ่งตัวเลือกที่เราเอามาฝาก เมื่อทุกคนทานเรียบร้อยก็ออกเดินทางสู่หมู่บ้านคีรีวงก

ออกเดินทางจากตัวเมืองอุดรด้วยรถตู้นำเที่ยวท้องถิ่น วิวสองข้างทางก็จะเป็นทุ่งนา สลับป่าเขา สลับหมู่บ้าน เที่ยวหน้าฝนข้อดีก็คือความเขียวขจี มองแล้วสบายตาสบายใจมากดูชุ่มชื่นไปหมด ประมาณ 2 ชั่วโมงตามเวลาเป๊ะเราก็มาถึงที่คีรีวงกต ซึ่งตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านเตรียมรถอีแต๊กกับเสบียงสำหรับกรุ๊บเราเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงก็ไม่ต้องพูดพร่ามทำเพลงอะไรเยอะเก็บของเข้าห้องพักแล้วกระโดดขึ้นรถอีแต๊กทันที แต๊ก แต๊ก แต๊ก …. เสียงรถอีแต๊กของเรากำลังวิ่งตรงตัดเข้าหมู่บ้าน โดยปลายทางคือน้ำตกห้วยช้างพลาย

ระหว่างทางเราได้สมาชิกร่วมทริปมาด้วยอีก 1 ตัว ใช่แล้วครัช? มันคือตัวเดียวกับที่เราเห็นในภาพกาอนที่จะมานี่ หมาตัวสีน้ำตาลวิ่งตามรถเรามาติดติดเลย ลุงคนขับรถอีแต๊กบอกว่าเราว่าไอ่ตัวนี้เวลาเจ้าของไปไร่ไปสวนไม่ยอมตาม พอเจอนักท่องเที่ยวมาทีไรวิ่งตามตล๊อดดด

รถอีแต๊กพาเราวิ่งฝ่าลำธาร ซึ่งไม่ต้องถามเลยว่ามันดีขนาดไหน? มันดีมากมากอะแกรโคตรสโลไลฟ์ถึงแม้ว่าอากาศใกล้เที่ยงมันจะร้อนไปหน่อย ซึ่งวิธีคลายร้อนก็แค่เอาเท้าจุ่มน้ำแวะถ่ายรูปในลำธารไปเรื่อยเรื่อย

หลุดจากลำธารรถอีแต๊กก็พาวิ่งผ่านสวนยางพาราชองชาวบ้านจนมาถึงที่หมายหลักของเรา “น้ำตกห้วยช้างพลาย” พอถึงปุ๊ปคนอื่นตรงดิ่งไปเก็บภาพที่น้ำตก ส่วนตรูหรอตามกลิ่นไก่ย่างไปค่ะ ฮ่าฮ่า ผู้ใหญ่บ้านกะแม่ครัวล่วงหน้ามาเตรียมทำอาหารให้เราที่ข้างน้ำตกเรียบร้อยแล้ว เก็บภาพเล็กน้อยแล้วค่อยตามคนอื่นไปที่น้ำตก

ในส่วนของน้ำตกห้วยช้างพลายนั้น มี 3 จุดหลักให้เก็บภาพ จุดที่หนึ่งเป็นช่องเขาที่มองลอดไปจะเห็นน้ำตก จุดที่สองเป็นจุดที่น้ำไม่ลึกมากเหมาะสำหรับให้เด็กเด็กเล่นน้ำ และจุดที่สามไฮท์ไลท์เลยครับ จุดนี้น้ำลึกประมาณ 8-9 เมตร โดดได้ หรือจะสไลตามร่องน้ำตกก็มันไปอีกแบบ หลังจากถ่ายภาพ+เล่นน้ำตกกันเรียบร้อย ก็ถึงเพลาข้าวเที่ยงกันสักที

อาหารทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย บนภาชนะที่ได้จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น จาน ช้อน แก้วน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ ที่รองอาหารจากใบตอง มีความเกร๋เหมาะแก่การถ่ายรูปมากมาก ส่วนอาหารถ้าเพื่อนเพื่อนมาจะได้ลิ้มลองทุกเมนูแบบเราแน่นอน เพราะมันเป็นเซทที่ถูกเตรียมไว้สำหรับคนที่มาเที่ยวคีรีวงกตโดยเฉพาะ

เมนูก็จะมีตามนี้เลยครับ
1.) ส้มตำ อันนี้รสชาติต้นตำหรับอีสานแท้มีความแซ่บคักแซ่บหลาย
2.) เมื่อมีส้มตำที่ไหนไก่ย่างก็ต้องตามมา ประเด็นคือให้เยอะมาก กินกันเพลินเลยครับ
3.) ปลานิลเผาเกลือ มีความหวานของเนื้อปลา อร่อยสดไม่มีความคาว
4.) และเมนูสุดท้ายมีชื่อว่า “แกงส้มมัจฉาใส่นางตานี” บ่องตรงเลยชอบชื่อมาก ผู้ใหญ่บ้านได้ชื่อนี้แต่ใดมา เอาจริงจริงมันก็คือแกงส้มปลานิลใส่
หยวกกล้วยป่า แต่ความพิเศษมันอยู่ที่เค้าต้มแกงด้วยกระบ๋องไม้ไผ่

ทั้งสี่เมนูนี้จะถูกเสิร์ฟพร้อมกะข้าวเหนียวร้อนร้อนที่นึ่งจากกระบอกไม้ไผ่เช่นกัน แกรเอ๊ย!! ถึงแม้จะเป็นอาหารที่ดูธรรมดา แต่รสชาติยอมใจอ่ะอร่อยสึส มันทำให้เรา 4 คนมีฟามฟินเฟ่อมาก ไม่เพียงแต่เราสี่คนนะไอ่ตัวที่ตามมาก็ฟินด้วย ณ จุดนี้ถึงบางอ้อเลยไอ่ตัวที่มันวิ่งตามเรามามันมารอกินกระดูกไก่นี่เอง

หลังจากอิ่มข้าวเรียบร้อยก็พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ช่วงเวลานี้อาจทำให้ใครหลายคนเบื่อได้ เราขอแนะนำว่าหาเกมส์มานั่งเล่นกัน หรือไม่ก็นอนเล่นฟังเสียงน้ำตกเคล้าคลอเสียงเพลงกับบรรยากาศลมเย็นเย็นก็น่าจะเพลิน ส่วนเรานั่งเล่นคุยกันนิดหน่อยแล้วก็นั่งรถอีแต๊กกลับที่พัก

จบว. จะบอกว่าขามาแดดเผาร้อนมาก แต่ขากลับช่างต่างเหลือเกินฝนตกหนักมากอ่ะแกรเอ๊ย!! เราเปียกยันไข่ถึงที่พักรีบอาบน้ำเพราะเดี๋ยวจะไข้แดรกเที่ยวไม่สนุกกันพอดี

เรายังไม่บอกเลยว่าเราพักที่ไหน เราพักโฮมสเตย์แห่งหนึ่งจำชื่อไม่ได้ อิอิ ( บอกเพื่อ ) โดยด้านหลังที่พักเป็นทุ่งนาและภูเขา

หลังจากที่เราอาบน้ำเสร็จได้สักพักฝนก็หยุดหมอกก็มาช่วงนี้แหล่ะเป็นช่วงที่เราลงไปเดินเล่นเก็บภาพบรรรยากาศหมู่บ้านคีรีวงกต

ถ่ายภาพเล่นอยู่พักใหญ่พี่คนขับรถตู้ก็ชวนเราไปเที่ยววัดผาตากเสื้อ อ.สังคม จ.หนองคาย ระยะทางไม่แน่ใจแต่ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่งเราก็มาถึงที่วัด ไฮไลท์ของที่นี่เลยก็จะเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขง สกายวอล์ค วิวตรงหน้าเราตอนนั้นคือสวยมากสวยจนอยากให้ทุกคนไปเห็นด้วยตา เพราะเราเก็บภาพมาก็ไม่สวยเท่าของจริง ( ถึงแม้ว่าฟ้าวันนี้จะไม่ค่อยสวยก็ตาม )

เราใช้เวลาดื่มด่ำวิวที่อยู่ตรงหน้าถึงห้าโมงเย็น แล้วก็ออกเดินทางกลับไปพักที่คีรีวงกต

ประมาณ 1 ทุ่มเรากลับมาถึงที่พัก ณ เวลานั้นพีธีกรรมสืบทอดทายาทอสูร เอ๊ย!! บายศรีสู่ขวัญถูกเตรียมไว้เรียบร้อยโดยผู้ใหญ่บ้านและผู้เฒ่าผู้แก่ เมื่อพีธีเรียบร้อย ก็มีน้องน้องเยาวชนมารับให้ดูสองเพลง จากนั้นก็ทานเข้านั่งคุยกันสามทุ่มแยกย้ายเข้านอน เอฟวายไอ.คนที่นี่เข้านอนเร็วมากสามทุ่มคือเงียบมาก ถ้าไม่นอนผมก็ไม่รู้จะทำอะไรกันแล้ว งั้นวันแรกขอจบเพียงเท่านี้ราตรีสวัสดิ์ครัชพี่น้องชาวไทย

ที่นอนของเราคืนนี้

ปัง ปัง ปัง เสียงเคาะประตูไม่สามารถปลุกให้ผมลุกจากที่นอนได้ สักพักเสียงเพื่อนลอยมาเลย ไอ่อุ๋ย ไอ่อุ๋ย ตื่นเค้าจะขึ้นไปจุดชมทะเลหมอกกันแล้ว พอได้ยินคำว่าหมอกเท่านั้นแหล่ะครับเด้งลุกขึ้นอย่างกับติดสปริง รีบล้างหน้าแล้วแบกเป๋ากล้องขึ้นรถอีกแต๊ก อาบน้ำไว้ก่อน

แสงเช้า

นั่งรถอีแต๊กเกือบถึงจุดชมวิวอยู่แล้วรถดันขึ้นต่อไม่ไหว ก็เลยจำเป็นต้องลงแล้วเดินต่อกันอีกนิดหน่อย

พอขึ้นมาถึงตื่นตาตื่นใจมาก ตู้หู!! หมู่บ้านคีรีวงกตเป็นหมู่บ้านที่โชคดีมากมีภูเขาโอบกอด วิวงาม ภูเขาก็เขียวขจีชุ่มชื่นฝุดฝุด แต่เดี๋ยวเดี๋ยวป้ายบอกจุดชมทะเลหมอกแล้วไหนหล่ะครัชหมอก หมอกหายไปไหน สองทริปติดล่ะนะที่มีความพลาดหมอก

ในความเซงก็มีความหอมของเข้าจี่ที่ขุนป้ากำลังปิ้งให้เราทานรองท้อง นอกจากข้าวจี่ยังมี แตงไทย แก้วมังกร กล้วยตาก กาแฟ พูกเลยว่าที่นี่เค้าดูแลเราดีจริง เมือเก็บกวาดทุกอย่างลงท้องก็เดินทางลงจากจุดชมวิวกลับเข้าที่พักอาบน้ำแล้วเตรียมตัวเดินทางกลับ

อ๊าว!! นึกว่ามื้อเช้าจะจบที่ยอดเขาเสียอีก ลงมาผู้ใหญ่บ้านเตรียมข้าวต้ม เนื้อปลาลวกจิ้มไว้ให้อีก และเพื่อไม่เป็นการเสียน้ำใจควรจัดสองถ้วยเบาเบาแล้วค่อยไปอาบน้ำเก็บของเตรียมตัวกลับ

ประมาณ 10 โมงเราก็ต้องกล่าวคำว่าขอบคุณนะครับผู้ใหญ่ และตามด้วยคำว่าสวัสดี ไว้มีโอกาสเราจะมาเที่ยวใหม่นะ แล้วก็ออกเดินทางกลับเข้าเมือง ระหว่างเดินทางกลับถ้าจะแวะนู้นนี่นั่นสักสองสามที่พี่รถตู้ก็บอกว่าทันขึ้นเครื่องแน่นวล เราก็เลยตัดสินใจแวะถ่ายภาพและกราบพระกันที่วัดป่าภูก้อน จากนั้นก็แวะเติมพลังที่ร้านกาแฟนายูง ไปเช็คอินต่อที่แลนมาร์คหลักในเมืองอุดร น้องเป็ดยักษ์ที่ลอยอยู่ในหนองประจักษ์ไงจะที่ไหนหล่ะ แล้วไปปิดทริปที่แหนมเนือง VT กาอนจะเดิทางไปสนามบิน แล้วก็บินกลับประเทศ กตม. โดยสวัสดิภาพ

ปิดทริป 2 วัน 1 คืนที่อุดรธานี


ข้อมูลที่พักกิจกรรมต่างๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่

Facebook Page : ออนซอนคีรี