เมื่อพูดถึงจังหวัดทางภาคเหนือ เชื่อว่าเชียงรายต้องเป็นจังหวัดที่ทุกคนนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ กันอย่างแน่นอน ทริปเที่ยวของเราครั้งนี้ก็เลยถือโอกาสพาทุกคนหนีความวุ่นวาย ออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และค้นหาแรงบันดาลใจให้ชีวิตกันที่จังหวัดเชียงราย โดยเส้นทางเที่ยว ของเราเริ่มต้นที่ตัวเมืองเชียงราย จากนั้นก็โบกรถเมล์ไปสโลไลฟ์ต่อกันที่แม่สาย แล้วค่อยนั่งสองแถวไปปิดทริปสวยสวยต่อที่เชียงแสน เรียกได้ว่าเชียงรายทริปนี้มีครบทุกรสชาติ ทั้งธรรมชาติบริสุทธิ์ที่รอให้เราไปสัมผัส ประวัติศาสตร์ วัดวาอารามที่สงบ ของอร่อยที่รอให้ไปลิ้มลอง รวมทั้งผลงานพุทธศิลป์ของศิลปินแห่งชาติ และวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวเชียงราย

เดี๋ยวนี้เที่ยวเชียงรายเค้าไม่ต้องรอวันหยุดยาวกันแล้ว เพราะนั่งเครื่องบิน 1 ชั่วโมงนิดนิดก็ถึง ซึ่งใครมีเวลาแค่เสาร์อาทิตย์ก็ไปได้แบบสบายสบายเลย แต่ถ้าอยากจะฟินฟิน 3 วัน 2 คืน แบบเรา ลาเพิ่มอีกสักหนึ่งวันก็จะดีงามมากๆเลยแกร

ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่าเชียงรายฉบับ 3 วัน 2 คืน ของเราจะน่าสนใจแค่ไหน

  • Happynest Inspiring Hostel

โฮสเทลน่ารักราคาหลักร้อยอยู่ใกล้ตัวเมืองและสถานีขนส่งเก่า แฮปปี้เนสโฮสเทลตกแต่งด้วยไม้และโทนสีขาวตั้งเด่นอยู่ริมถนน ใครที่ชอบฟิลแบบแบ็กแพก นอนห้องรวมชิลๆ ได้ไม่มีปัญหา ที่นี่นักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะเผลอๆ ได้เพื่อนเพิ่มอีกเพียบ หรือใครชอบความเป็นส่วนตัวอยากจะ Slow life ก็มีห้องให้เลือกหลายแบบ

การตกแต่งที่ดูเป็นกันเองและโซนต่างๆ ทั้งรีเซปชั่น ที่นั่งเล่น มุมอ่านหนังสือ ที่ทานข้าว  ห้องครัวที่เราสามารถทำอาหารเองได้! ที่ชอบมากๆ ก็ความมีน้ำใจและเป็นกันเองของพนักงาน ที่พร้อมจะให้ข้อมูลแนะนำสถานที่บริการดีแค่นี้ก็ชื่นนนนนใจ ที่สำคัญเราเลือกเช่ารถมอเตอร์ไซค์จากที่พักไปเที่ยวในเมืองจะได้สบายหายห่วงเที่ยวทั้งวันจ่ายค่ารถไปแค่ 250 บาทเองแกรร์

  • วัดร่องขุ่น

ประเดิมสถานที่แรกที่เราตั้งใจขับรถมาเที่ยวให้ได้ คือ วัดร่องขุ่น วัดร่องขุ่นเป็นผลงานพุทธศิลป์ที่เกี่ยวข้องกับนรกสวรรค์ที่เราประทับใจมากกกกกของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ด้วยความตั้งใจผสมกับฝีมือของอาจารย์ หากได้ศึกษาผลงานของอาจารย์จะต้องบอกว่าเทพมากๆ ลายเส้นและโทนสีที่เป็นเอกลักษณ์ใครเห็นก็ต้องจำได้ วัดร่องขุ่นผสมผสานงานประติมากรรม การวาดและกระจกเข้าด้วยกันเป็นผลงานศิลปะชั้นครู โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นงานศิลปะบริสุทธิ์ที่สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาเพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ

พระอุโบสถสีขาวแกะลายแบบล้านนา ที่เดินขึ้นไปแล้วห้ามหันหลังกลับลงมาเพราะจะหมายถึงการตกนรก

ภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมและผลงานของอาจารย์ให้ชมด้วย แต่เสียดายที่ห้ามถ่ายรูป หากใครโชคดีไปวันที่อาจารย์อยู่ที่วัดก็จะได้เจอกับอาจารย์ ไม่ต้องถ่ายรูปคู่กับป้ายอีกต่อไปค่ะ! และวันนั้นเราก็บังเอิญโชคดีซะด้วยยยย

  • วัดร่องเสือเต้น

ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามจีพีเอส เพื่อไปอีกหนึ่งวัดชื่อดังที่มีสีน้ำเงินฟ้าเป็นเอกลักษณ์ ผลงานของสล่านกหรือพุทธา กาบแก้ว ศิลปินชาวล้านนาลูกศิษย์อาจารย์เฉลิมชัย ไฮไลต์เด็ดๆ ที่ต้องไปชมด้วยตัวเองอยู่ที่อุโบสถสีน้ำเงินฟ้าหลังใหญ่ ตัดกับสีทองและความอ่อนช้อยของเขี้ยวพญานาคที่เป็นศิลปะไทยประยุกต์ ศิลปินนำความรู้ความสามารถและประสบการณ์มาสร้างศิลปะ จะเห็นได้ว่าลวดลายของพญานาค ผสมผสานระหว่างสไตล์อาจารย์ถวัลย์และอาจารย์เฉลิมชัย ภายในวัดมีพระประธานสีขาวองค์ใหญ่และภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนเข้าไปจะพบแต่ความสงบ

ศิลปินให้นิยามพระอุโบสถแห่งนี้ว่าเป็นทิพยสถาน เป็นการสรรเสริญพระพุทธเจ้า เมื่อคนเข้าวัดไปมีจิตใจดีก็จะรักษาศีลก่อให้เกิดสมาธิและปัญญาตามมา

ทำการบ้านมาอย่างดี วัดสวยขนาดนี้เราก็ต้องแต่งตัวให้เข้ากับวัดกันหน่อยย

  • The Wanderer

แวะพักคาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติกันสักนิดดดดก่อนไปต่อ ใครที่กำลังมโนว่าตัวเองกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่กลางสวน เต็มไปด้วยแมกไม้สีเขียวสูดคลอโรฟิล ให้เต็มปอด ตื่นค่ะ!และขับรถมาตามเส้นทางที่แอบลึกลับเบาๆ ริมแม่น้ำกกจะพบร้านกาแฟกลางป่าสีเขียวร่มรื่นฝุดๆ ภายในร้านตกแต่งเก๋ๆ มีที่นั่งให้เลือกทั้งโซนอินดอร์และเอาต์ดอร์คลอเสียงนกเสียงลมพัด

ที่นี่มีเมนูให้เลือกทั้งอาหารคาวหวาน หากอยากพักเหนื่อย ให้รางวัลชีวิตด้วยกาแฟดีๆรสชาติเยี่ยมและทานอาหารอร่อยๆ ก็ลองแวะมาที่นี่กันได้นะเออ

  • พิพิธภัณท์บ้านดำ

หากตรงข้ามของอาจารย์เฉลิมชัยคือสีดำ คงไม่พลาดที่จะนึกถึงอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติที่มีฝีมือทางด้านจิตรกรรมและประติมากรรม ผู้สร้างบ้านดำ บ้านดำเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะ จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรมบ้านสไตล์ล้านนาที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านแต่ละหลังจะแตกต่างกันรวมทั้งของจัดแสดงภายในด้วย โดยของสะสมทั้งหมดนำมาจากทั่วโลกตลอดอายุของอาจารย์ เช่น เขากวาง กระดูกช้าง กระดูกงู คอนเซปต์ทั้งหมดของงานสถาปัตยกรรมได้แรงบันดาลใจมาจากล้านช้าง ล้านนา และสุวรรณภูมิทั้งหมด สามารถเข้าชมได้ตลอดทั้งปี นับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่แสดงตัวตนของศิลปินที่มีเอกลักษณ์และยังเป็นศิลปะล้านนาที่มีคุณค่าควรอนุรักษ์ไว้

  • วัดพระแก้ว

เชียงรายมีที่ฮอตฮิตมากมายก็ต้องผ่านตากันมาหมดแล้ว เราเปลี่ยนมาสายบุญเที่ยววัดกันบ้าง เพราะแต่ละวัดในเชียงรายอย่างที่บอกไปว่าล้วนแต่มีเอกลักษณ์ เหมือนได้เที่ยวไปทำจิตใจให้บริสุทธิ์แล้วยังได้ดูศิลปะไปด้วยในตัว วัดพระแก้วถึงแม้จะไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแต่วัดนี้เองที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกตองค์ที่ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้ว กรุงเทพฯ สิ่งที่น่าสนใจคือภายในมีพระหยกเชียงรายที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นองค์แทนพระแก้วมรกต ประดิษฐานอยู่ในหอพระหยก และมีการจัดแสดงพระพุทธรูปสำคัญอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์โฮงหลวงแสงแก้อีกด้วย

  • Little Home Chiangrai

 

ระหว่างขากลับไปที่พัก เราแวะร้าน Little Home Chiangrai ร้านกาแฟเปิดใหม่ริมถนนราชโยธา ไม่ไกลจากหอนาฬิกามากนัก ลิตเติ้ลโฮมเป็นร้านกาแฟโทนขาวดำสไตล์ Loft Rustic ที่ขากินต้องแวะผ่านมาลองชิม เพราะทุกเมนูเป็นโฮมเมดที่ชิมแล้วก็รู้ถึงความใส่ใจในการทำ

ใครที่ชอบบรรยากาศสบายๆ แวะพักหาของอร่อย หรือจะนั่งพักชิลยาวๆ เดินทางสะดวก หน้าร้านมีที่จอดรถได้หลายคัน จอดรถแวะพักมาชิมเค้กอร่อยๆ ที่นี่กันเถอะ

  • ตลาดไนต์บาซาร์เชียงราย

พักอาบน้ำอาบท่า แล้วออกมาซึมซับวิถีชีวิตกลางคืนของคนเมืองเชียงรายกันสักหน่อย เมื่อเพื่อนทักมาว่าแกอยู่เชียงรายเหรอ? ไปหาไรกินที่ตลาดไนต์บาซาร์เชียงรายสิ จัดไป! คว้ากุญแจสตาร์ทรถทันที อันนี้ตลกเล็กน้อยที่เราขับรถวนหาตลาดอยู่นานม้าก จีพีเอสพาไปเข้าซอยไหนก็ไม่รู้ลึกลับซับซ้อน ทั้งที่จริงตลาดอยู่ติดกับถนนเส้นหลักที่สัญจรไปมานั่นแหละ! พูดง่ายๆ คือขับเลยมาแล้วว้อย ตลาดกลางคืนที่นี่คึกคัก คนเชียงรายและชาวต่างชาติออกมาเดินกันเต็มไปหมด ตามถนนเรียงรายไปด้วยของพื้นเมือง เครื่องประดับ ของฝาก ข้าวของเสื้อผ้าต่างๆ  เที่ยวไทยซื้อของไทยเงินจะไปไหนคะเนี่ยยยยยก็อยู่ในชุมชนหมุนเวียนกันไปเศรษฐกิจยั่งยืนไปอีก และยังมีโซนขายอาหารบริเวณลานกลางเวียง มีร้านให้เลือกเยอะมาก อาหารทะเล อาหารเหนือและมาจิบชา จิบกาแฟชิลๆจิบเบียร์เย็นๆ พร้อมกับชมการแสดงพื้นเมืองล้านนาบนเวที ทั้งดนตรีพื้นบ้าน สะล้อ ซอ ซึง เพลงเหนือเป็นเพลงที่ฟังแล้วเพลินและมีสเน่ห์มาก มาเชียงรายก็ชมศิลปะพื้นบ้านของชาวล้านนาได้ไม่ยาก

พักผ่อนให้เต็มที่เพราะเรามีนัดกันตื่นเช้าเพื่อเดินทางไปแม่สายด้วยรถเมล์! ใช่แล้วมาทั้งทีก็ต้องนั่งรถท้องถิ่นจะได้ฟิน เรียนรู้วิถีชีวิตคนเชียงรายหน่อยว่าเค้าเดินทางกันยังไง ปกติคนที่นี่จะเดินทางด้วยรถเมล์และรถสองแถวที่จะจอดรวมกันที่ บขส. เพื่อไปเส้นทางต่างๆ ทั้งแม่จัน แม่สาย เชียงแสน ค่าโดยสารไม่แพงนั่งรับลมผมปลิวดูวิวภูเขาไปตลอดทาง ฟินซะ

ใช้เวลาไม่นานเราก็เดินทางด้วยรถเมล์สีเขียวถึงแม่สายในเวลาสายๆ ฮ่าาา รถจอดที่ บขส. แม่สาย เราต้องเดินทางต่อด้วยสองแถวสีแดงไปยังตลาดชายแดนแม่สาย

  • Afterglow Hostel

ระหว่างทางถึงตลาดแม่สาย เราแบกกระเป๋าไปเช็กอินกันให้เรียบร้อยก่อนที่ Afterglow Hostel ที่พักราคาเบาๆ หน้าตาดีงาม ทำเลดีเดินทางสะดวกที่เราเดินไปจองด้วยความลุ้นว่าจะเต็มรึเปล่า เพราะไม่ได้จองล่วงหน้ามา Afterglow มีที่พักทั้งบนตึกด้านหน้าและบ้านปูนเปลือยหลังเล็กๆ ด้านหลังให้เลือกหลายขนาด ด้านหน้าเป็นโซนขายเครื่องดื่ม เอาหละไปสัมผัสวิถีชีวิตไทยพม่าที่ด่านท่าขี้เหล็กกันดีกว่า

  • ตลาดแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก

ตลาดแม่สาย-ท่าขี้เหล็กอยู่ตรงด่านพรมแดนไทย-พม่า เป็นตลาดการค้าชายแดนที่มีชื่อเสียงมานาน ชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยจะเข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆกันอย่างคึกคัก สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าพื้นเมือง อุปกรณ์ Gadget ของเล่น แว่นตา เสื้อผ้า ผลไม้สดจากสวน และของฝาก มาแวะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยการจับจ่ายใช้สอยสินค้าพื้นเมืองและผลิตภัณฑ์ชาวเขา กระจายรายได้เข้าชุมชน

เราจะเห็นวิถีชีวิตชาติพันธุ์ของชาวไทยและชาวพม่าแต่งตัวด้วยชุดพื้นบ้านมาเดินกันเป็นปกติ พาหนะในการเดินทางของที่นี่หลากหลายมากทั้งรถสามล้อถีบ สามล้อเครื่อง จักรยานปั่น วินมอเตอร์ไซค์ รถสองแถว รถเมล์ คุณอาจได้นั่งรถร่วมกับคนท้องถิ่น ชาวกะเหรี่ยงและเด็กๆชาวพม่า เค้าว่ากันว่าแม่สายมิจฉาชีพเยอะ แต่จริงๆ แม่สายไม่น่ากลัวอย่างที่คิด คนที่นี่น่ารัก ระหว่างทางที่เรานั่งรถสองแถว คนที่นี่ก็ใจดีช่วยบอกวิธีขึ้นรถ แนะนำที่เที่ยวในแม่สายกันตลอดทาง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถเดินข้ามไปท่องเที่ยวท่าขี้เหล็กประเทศพม่าได้ด้วยหนังสือผ่านแดน แต่ต้องนั่งวินไปทำเรื่องที่ว่าการอำเภอแม่สายกันเสียก่อน

ติดกับตลาดแม่สาย ถ้าใครเดินทั่วจะสังเกตเห็นบันไดทางขึ้นไปไหนสักที่  นั่นคือบันไดขึ้นไปวัดพระธาตุดอยเวา

  • วัดพระธาตุดอยเวา

ด้านหน้าจะมีบันไดนาคที่เป็นทางขึ้นยาวไปชมพระธาตุสีทองด้านบน แว้บแรกคือเห็นทางแล้วท้อใจ บันไดย้าวยาววว เดินขึ้นมาทีหอบแต่แกรจะพลาดถ้าไม่ได้ขึ้นมาเพราะคิดว่าไม่มีอะไร ด้านบนเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นจังหวัดท่าขี้เหล็กชายแดนประเทศพม่าได้ชัดเจน นี่แหละพีก วิวเมืองทั้งเมืองมองเห็นได้จากบนนี้ มองเห็นได้ไกลถึงองค์เจดีย์ชะเวดากองจำลองในประเทศพม่า และยังประดิษฐานพระบรมราชานุเสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยาให้สักการะบูชาด้วย ด้านบนจะมีแมงป่องหรือแมงเวาสัญลักษณ์ของพระธาตุดอยเวา ที่พีกกว่านั้นคือเดินหอบขึ้นมาถึงด้านบนเพื่อพบว่านั่งวินมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาก็ได้

  • เฮือนฮิมดอย

มาเจียงฮายทั้งทีขอชิมอาหารเหนือแต้ แต้ กันสักหน่อย ร้านเด็ดร้านดังอยู่ที่ “เฮือนฮิมดอย”

ที่นี่เป็นสวนอาหารสไตล์ภาคเหนือ เป็นบ้านเรือนไทยสองชั้นด้านบนมองเห็นวิวภูเขา ช่วงเย็นๆ บรรยากาศฟินมากกก ในร้านมีหลายโต๊ะ อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารเหนือที่เราไม่ค่อยคุ้นชื่อ 555555  เมนูเยอะละลานตา เลยเลือกเมนูแนะนำอย่าง ออเดิร์ฟเมืองเหนือ น้ำพริกอ่อง อาหารเสิร์ฟไว แถมยังเป็นผักปลอดสารพิษ รสชาติอร่อยจนเราติดใจอยากกินอาหารเหนือบ่อยๆ แต่เสียดายกรุงเทพฯไม่ค่อยมี สงสัยต้องมาเที่ยวเหนือบ่อยๆ ซะแล้ว

  • สามเหลี่ยมทองคำ

เป็นชื่อเรียกบริเวณกั้นดินแดนระหว่างไทยและลาวมาพบกับแม่น้ำรวกซึ่งกั้นดินแดนระหว่างไทยและพม่า  แต่ก่อนเป็นไร่ฝิ่นใหญ่ที่สุดในโลก มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายฝิ่นกับทองคำที่เฟื่องฟูมาก จึงเป็นที่มาของชื่อสามเหลี่ยมทองคำ บริเวณนี้มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น วัดพระธาตุภูเข้า ขึ้นไปชมวิวสามเหลี่ยมทองคำมุมสูง  พระพุทธนวล้านตื้อ พระเชียงแสนสี่แผ่นดินองค์ใหญ่ และกิจกรรมนั่งเรือชมวิวแม่น้ำโขง

เรารอรถสองแถวต่อเข้าไปเพื่อเที่ยวในอำเภอเชียงแสน รถจอดบริเวณตลาดสินสมบูรณ์ บริเวณนี้จะมีทั้งรถสามล้อให้บริการ จุดจอดรถสองแถวและรถเมล์ไปยังแม่สายแม่จัน

เราเลือกใช้บริการรถสามล้อ เงินจะได้หมุนเวียนให้คนในพื้นที่ต่อไป แถมยังได้พูดคุยกับคนท้องถิ่นให้พาไปเที่ยวที่สำคัญๆ ภายในเชียงแสน ตกลงราคากับคนขับเรียบร้อยที่แรกที่เราไปเยือนคือ

  • วัดพระธาตุเจดีย์หลวง

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง วัดที่เก่าแก่ของเมืองเชียงแสนสร้างโดยพระเจ้าแสนภู  เป็นยังไงให้นึกภาพเรามาเที่ยวอยุธยาตอนเด็ก ภาพของโบราณสถานวัดวาอาราม อารมณ์เหมือนมาเที่ยวเมืองเก่า ย่านประวัติศาสตร์สมัยพุทธศตวรรษที่ 19  จะเห็นเศษซากปรักหักพังของพระวิหารและเจดีย์ต่างๆ จุดเด่นอยู่ที่พระเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเชียงแสน

  • วัดป่าสักเชียงแสน

จากนั้นเราไปที่วัดป่าสัก เชียงแสน ที่อยู่ใกล้ๆกัน โดยรอบจะเป็นคูน้ำ  กำแพงเมืองเก่าแก่ แต่ด้วยการอนุรักษ์ของคนในพื้นที่จึงทำให้โบราณสถานเหล่านั้นยังอยู่มาจนวันนี้ให้เรารุ่นลูกรุ่นหลานได้เห็นร่องรอยประวัติศาสตร์

ทางเข้าที่รถสามล้อพาเราไปนั้นร่มรื่นล้อมรอบด้วยต้นไม้ตลอดทาง คือสิ่งแวดล้อมโดยรอบชวนให้มาดูโบราณสถาน 55555555 นักท่องเที่ยวบ้านไกลอย่างเราก็ควรช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย เรื่องง่ายๆอย่างการไม่ทิ้งขยะและไม่ไปรบกวนสถานที่สบายยยยมากเนาะ

วัดป่าสักเชียงแสนมีต้นสักล้อมรอบวัด  โบราณสถานที่สำคัญที่สุดคือพระประธานทรงมณฑปยอดระฆัง ตกแต่งลวดลายด้วยฝีมือช่างชั้นครู เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระโคปผกะหรือกระดูกตาตุ่มจากเมืองปาฏลีบุตร  ดูความรู้แน่นมะ แน่สิ! เตรียมตัวก่อนไปเที่ยวอย่างดีกลัวไม่อินฮ่าาาา

  • เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย

ที่สุดท้ายก่อนที่จะจบทริปเชียงรายสามวันสองคืน ขอไปพักผ่อนสายตากับวิวธรรมชาติหน่อยเถอะ จัดไป พี่คนขับใจดีพาซิ่งออกนอกประตูเมืองไปไกลเล็กน้อย ผ่านทุ่งหญ้า ผ่านท้องนา ผ่านภูเขาไปทะเลสาบเชียงแสนหรือที่เรียกว่า

แว้บแรกอ่านเป็นหนองคาย เลยงงเล็กน้อย ฮ่า มองดีๆ หนอง บง คาย

เจ้าหน้าที่เป็นคุณป้าใจดีลดค่าเข้าให้ เพราะไปอ้อนๆ แถมยังเล่าที่มาของทะเลสาบให้ฟังว่าแต่เดิมเนี่ยน้าาาหนู ที่นี่เป็นหนองน้ำธรรมชาติล้อมรอบด้วยเนินเขา ต่อมาสร้างเป็นเขื่อนก็เลยกลายเป็นทะเลสาบย่อมๆ เป็นที่หากินของสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดต่างๆ นกเป็ดน้ำก็พากันมาอาศัย เพราะมีพืชน้ำพวกผักตบชวาและบัว ลอยอยู่เป็นที่หลบภัย ที่นี่เลยเป็นผืนน้ำเงียบสงบ ร่มรื่นเหมาะมาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งชมวิวและศึกษาธรรมชาติ

ขากลับสามล้อไปส่งยังตลาดสินสมบูรณ์ เราสามารถเดินทางกลับกรุงเทพฯด้วยรถทัวร์เชียงแสน-กรุงเทพฯ ,รถทัวร์แม่สาย-กรุงเทพฯ หรือโดยสารเครื่องบินกลับเหมือนเดิมก็ได้

เชียงรายสามวันสองคืนไปเที่ยวได้หลายที่มาก มาเชียงรายทีเดียวได้ท่องเที่ยวทั้ง 5 มิติ ทั้งหมดที่เราแนะนำเส้นทางไปอาจจะไม่ใช่ที่ยอดฮิตตามรีวิว โดยส่วนใหญ่จะเป็นวัด สถาปัตยกรรม ไปเสพศิลปะจากศิลปินที่สร้างงานศิลปะบริสุทธิ์ ได้เข้าวัดใจเราก็บริสุทธ์ เป็นคนดีเลยทีเดียวเชียว วิถีชีวิตบริสุทธิ์ของคนพื้นเมือง ทานอาหารเหนือแต้ แต้ และปลอดสารพิษแน่นอน เสียดายที่ตอนนี้ฤดูฝนทำให้พลาดไปชมความงามของธรรมชาติอย่างภูชี้ฟ้า ดอยแม่สลองและไร่ชา แต่ข้อดีของฤดูฝนก็ทำให้ต้นไม้เขียวชอุ่ม อากาศเย็นสบาย แถมเที่ยวแบบไม่ร้อนด้วย ไว้โอกาสหน้าจะมาแนะนำเส้นทางเชียงรายหน้าหนาวแบบสามวันสองคืนฉบับคนมีเวลาน้อยกันอีกน้า


สอบถามข้อมูลได้ที่ : ททท.สำนักงานเชียงราย

โทร 0-5371-7433

Facebook Page : Tatchiangrai 

 www.Tourismthailand.org