วันเดียวเที่ยวได้ตั้งหกท่า จะท่ายาก ท่าง่าย? ท่าไหนตามไปดูกัน

หลายคนคงคุ้นเคยกับเส้นทางการจราจรทางน้ำ อย่างท่าพระจันทร์ ท่ามหาราช ท่าศิริราชแน่นอนว่าการออกไปเที่ยวในกรุงเทพฯแต่ละครั้ง ต้องเผชิญหน้ากับรถติด แค่คิดก็ไม่อยากออกจากบ้านแล้ว ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเพียงคุณโทรมาภายในห้านาที ไม่ใช่ล่ะ!! วันนี้เราจะพาทุกคนขึ้นเรือโดยสารเดินทางกันทางน้ำ ตามหาของดีแต่ละท่าทั้งแลนด์มาร์กสำคัญ คาเฟ่ ร้านดังไปยันร้านขายของเก่าและเดินชิวๆ ชิคๆ ดูงานศิลปะที่แกลลอรี่กับหกท่าเรือสำคัญย่านกรุงเทพฯเริ่มที่ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่ามหาราช ท่าศิริราช ท่าริเวอร์ซิตี้ และข้ามเรือมาสุดกันที่ท่าราชวงศ์ เก็บแรงและพุงให้พร้อมให้ท่านำทางแล้วตามมาเลยแกรร


- ท่าช้าง -

มาเริ่มกันที่แรกอย่างท่าช้าง หรือที่เรียกกันว่าท่าช้างวังหลวง อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง หรือมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างศิลปากร เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ฝรั่งมังค่ามากันเพียบ เพราะพื้นที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม แต่ก่อนจะลุยวันนี้ขอกาแฟดีดีสักแก้วก่อนล่ะกัน เดินย้อนไปบริเวณทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะมีร้านกาแฟเล็กๆตั้งอยู่ ชื่อว่า ‘Velodome’ เวลโลโดม

เป็นคาเฟ่ที่ขาปั่นจักรยานต้องห้ามพลาด เพราะเป็นร้านที่เกิดจากความตั้งใจรณรงค์ให้คนหันมาปั่นจักรยาน เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของการแลกเปลี่ยนข้อมูล เส้นทางการปั่นจักรยานรอบพระนครเลยก็ว่าได้ หรือใครจะยืมจักรยานไปทดลองปั่นเล่นรอบพระนครยังได้เล้ย

      

กลับมาที่สาระกันต่อ….

เท้าความกันสักนิดให้ได้มีสาระกันบ้าง สาเหตุที่เรียกว่าท่าช้าง เพราะแต่ก่อนเป็นประตูเมืองที่ใช้สำหรับนำช้างจากวังหลวง ออกมาลงอาบน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เลยได้ฉายานี้ เราจะพาไปยังแลนด์มาร์กที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ใครที่ผ่านไปก็ต้องเห็นกันอย่างแน่นอน

‘กระทรวงกลาโหม’ ตึกใหญ่สีเหลือง ที่อยู่ถัดไปจากศาลหลักเมือง ใครที่ผ่านไปผ่านมาต้องหลงรักกันอย่างแน่นอนด้วยสีสันที่น่าร๊ากก สดใส สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค มีความพิเศษตรงหน้าต่างไม้ที่อยู่โดยรอบของตึก ให้ฟิลลิ่งเหมือนไปต่างประเทศแล้วไปเจอตึกสวยๆ ก็ต้องขอถ่ายรูปเช็คอินกันสักหน่อย

ถ่ายยังไงให้เหมือนมาพรีเวดดิ้งคะ จัดไปเสื้อคู่จับมือเดินกรุบกริบ

แน่นอนว่ามากระทรวงกลาโหมต้องไม่พลาดที่จะเห็นตึกสีส้มจากอีกฝั่งที่ดึงดูดให้เราแชะภาพ ก็คือกรมแผนที่ทหาร ใครจะรู้ว่ากรมที่ทำหน้าที่สำรวจและทำแผนที่ของประเทศ จะสวยขนาดเน้

-ท่าวังหลัง-


บริเวณรอบพระนคร จะมีท่าเรือที่สามารถเดินถึงกันได้ถึงสามท่าด้วยกันคือ ท่าช้าง ท่าพระจันทร์และท่าน้องใหม่ที่ที่คนมากันเยอะที่สุดอย่างท่ามหาราช เราเดินผ่านตึกแถวท่าช้างสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไปเรื่อยๆ จนถึงท่าช้างควักตังค์จ่ายค่าตั๋วสามบาทห้าสิบสตางค์ข้ามไปฝั่งวังหลังกันเถอะ

        
ใครที่มาเดินวังหลังบ่อยๆจะรู้ว่านี่มันเป็นศูนย์รวมของของกินชัดๆ จากท่าเรือเดินตามตรอกซอกซอยที่ทะลุถึงกัน ทุกพื้นที่ถูกจับจองไปด้วยร้านค้า ไม่มีวันไหนที่ตลาดนัดวังหลังจะเงียบเหงา

ทีเด็ดร้านดังของที่นี่แน่นอนต้องมีร้านอรทัยซูชิอยู่ในลิสต์แน่นอน ใครที่กำลังมองหาร้านอาหารญี่ปุ่น ราคาประหยัดต้องมาลอง สั่งมาเซตใหญ่ไฟกระพริบ หารกันตกคนละไม่กี่บาทเอ๊งงงง

บรรยากาศที่นี่ยังคึกคักเหมือนเดิมทุกครั้งที่มา คนเยอะชนิดที่ว่าไหล่ชนไหล่ ของกินหายากที่อยู่ตามริมทางที่เริ่มหายากขึ้นทุกที
และนี่ก็คือร้านขนมปังไส้ทะลัก วังหลังเบอเกอรี่ที่เปิดคู่กับวังหลังมาตั้งแต่จำความได้ ความพิเศษอยู่ที่แป้งนุ่ม สดใหม่ไม่ใส่สารกันบูด แถมยังมีไส้ให้เลือกเพียบทั้งแฮม หมูหยอง ลูกเกด แฮมชีส บลาๆ ต้องมาลองงงงง
กินขนมปังแล้วติดคออหรอ มาต่อร้านนี้ ‘จีน่าน้ำปั่น’ ไม่กินร้านนี้เหมือนมาไม่ถึงวังหลัง ร้านน้ำปั่นสมูตตี้เพื่อสุขภาพ ใช้ผลไม้สดและมีท้อปปิ้งให้เลือกเพียบ ทีเด็ดคือเมนูน้ำผลไม้รวมปั่น อยากใส่อะไรจัดไป ร้านอยู่ตรงหัวมุมตรอกวังหลังนี่เองแกร
มีแต่ของกิน หิววนไปค่ะ
       
เอาใจขาช้อปกันบ้าง วังหลังเป็นย่านตลาดของเก่าที่วัยรุ่นมาเลือกเดินแล้วต้องได้ของดีถูกใจติดไม้ติดมือกันไปบ้าง ใครที่ชอบของวินเทจ ของมือสองสภาพดี เลี้ยวเข้ามากันได้ที่ตลาดเวิ้งประตูเขียว
บรรยากาศทึมๆเล็กน้อยถึงปานกลาง กลิ่นอายของเก่าแตะจมูกกกทันทีที่เดินเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นรองเท้าบูธ เสื้อขนสัตว์ เก๋ๆเหมาะกับไปต่างประเทศมากกว่า เพราะเมืองไทยมันร๊อนนนนนนขนาดไหนถามใจดู
ใครตาดีจะแอบสังเกตุเห็นว่ามีร้านเสื้อผ้ามือสองเก๋ๆแอบอยู่หลายร้านเลย
       
-ท่าพระจันทร์-
ช็อปกันแล้วนั่งเรือข้ามฝั่งกลับมาฝั่งท่าพระจันทร์กันบ้าง ใครจะรู้ว่าท่าพระจันทร์จะมีร้านขายแผนเสียงเก่าๆที่ชื่อว่า ‘ร้านน้อง‘ แบบนี้อยู่ ท่ามกลางยุคที่เปลี่ยนไปคนหันไปฟังเพลงผ่านออนไลน์กันหมด แต่เราว่าร้านแบบนี้กลายเป็นร้านหายากที่ดึงดูด ให้กลับไปใช้วิธีการฟังเพลงคลาสสิคแบบเดิมอีกครั้ง
ด้านในจะมีแผ่นเสียง ซีดีจากวงดนตรีต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ร้านน้องก็ยังเป็นศูนย์กลางการมามีทติ้งเล็กๆของศิลปินด้วย อย่างล่าสุด Jelly rocket ก็มาเล่นดนตรีที่ร้านนี้
ซีดีเจ้าแม่นาคีก็ม๊าาาาเหว
แกร๊… เตรียมชุดเกร๋เกร๋มาถ่ายในร้านก็โอนะ
เปลี่ยนบรรยากาศมาเจออะไรสุนทรีย์ๆกันแล้ว ก็เดินต่อไปหาของกินอีกแล้วค่ะ นี่มันทริปกินรอบท่าเรือชัดๆ เดินออกจากท่าพระจันทร์เลี้ยวขวามาเรื่อยๆตามฟุตบาท จะเจอซอยทางเข้าท่ามหาราชที่ตอนนี้กลายเป็นคอมมูนิตี้มอลล์สุดชิคของคนกรุง ไปเรียบร้อยแล้วจ้า
-ท่ามหาราช-
ขอบอกว่าท่ามหาราชมีมุมถ่ายรูปเยอะมว๊ากกกกก คนจะคึกคักเป็นพิเศษทั้งช่วงวันธรรมดาและวันเสาร์อาทิตย์ ยิ่งตอนเย็นๆบรรยากาศด้านบนระเบียงวิวข้างหน้าเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาดีต่อใจมาก ดูพระอาทิตย์ตกดี๊ดีอะแกร
ด้านในท่ามหาราชจะมีร้านขนมอีกเพียบ ให้แวะเติมความหวานตลอดทาง แล้วแบบนี้จะไม่ให้อ้วนได้ไงล้า มาดูกันว่ามีร้านอะไรบ้าง
Hotto Bun ก็มา
GRAM ก็มี
Creamer ก็ต้องแวะ
สายบิงซูต้องติดใจกับเมนูของหวานและน้ำแข็งไสบิงซูเกาหลี ท้อปปิ้งแน่นๆกันแน่นวลลล
รสนิยม : ร้านอาหารไทยเน้นความเรียบง่าย สบายๆ ได้บรรยากาศแบบย้อนยุคแต่ผสมความโมเดิร์น เหมาะสำหรับคนที่หิวววววอยากทานแบบจัดเต็ม
Favour café’ : เข้ามาท่ามหาราชยังไงก็ต้องเห็นร้านนี้ ตกแต่งร้านได้แย่งซีนน่าเข้าไปจิบกาแฟสักชั่วโมง สองชั่วโมงว่าแล้วก็จัดไปอย่าให้น้ำหนักลด
       
นอกจากนี้ยังมีร้านอื่นๆอีกเพียบ ท่ามหาราช สามารถเดินทางมาได้ทั้งทางบกและทางน้ำ และยังเดินทางไปท่าเรืออื่นๆได้สะดวก บริเวณท่าเรือจะมีจุดบริการจำหน่ายตั๋วเรือโดยสารไปยังสถานีอื่นๆ
-ท่าเรือริเวอร์ซิตี้-
คราวนี้เราตีตั๋วมาไกลกันสักหน่อยที่ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ตั๋วเรือด่วนคนละ 40 บาท
ความประทับใจบนเรือด่วนเจ้าพระยา เราว่าเป็นอะไรที่ดีมากๆ ที่มีไกด์มาคอยประกาศว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ที่ท่าไหน มีอะไรพิเศษบ้าง คอยให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว และคนที่เดินทางทางน้ำ วิวสองข้างทางจะผ่านวัดวาต่างๆ บ้านสวยๆที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ปกติเราเดินทางทางรถจะไม่ค่อยเห็นมุมนี้กันสักเท่าไหร่ ที่สำคัญฝรั่งงานดีมากจ้า มาบ่อยๆเผื่อจะได้พบรักที่ท่าเรือ5555555
ถึงแล้วววว ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ ไม่ต้องแปลกใจกับชื่อ ริเวอร์ซิตี้เป็นชื่อศูนย์การค้าเรียกว่าแห่งแรกบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา
แต่กิมมิคมันไม่ได้อยู่ตรงนี้เพราะเราจะพาไปข้ามฝั่งโดยเรืออีกรอบ(สามบาทห้าสิบเหมือนเดิมจ้า)ไป ชม ชิล ดูงานศิลปะชิคๆกันที่ The jam factory
    
เดอะแจมแฟคตอรี่ เป็นสถานที่ยอดฮิตติดลมบนอยู่พักใหญ่ ที่เราไม่คิดมาก่อนว่าโดยสารด้วยเรือได้ ปกติจะมาทางรถกันซะส่วนใหญ่
เดอะแจมแฟคตอรี่เป็นโครงการติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปรับปรุงโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง คุณด้วง ดวงฤทธิ์บุญนาค ที่ปรับปรุงโครงสร้างอาคารเก่าให้เป็นพื้นที่สีเขียว ร่มรื่น คนรักศิลปะและกาแฟต้องชอบมาแน่ๆเพราะมีโซนของแกลลอรี่ และร้านหนังสืออยู่ข้าง
ภายในแกลลอรี่ตอนนี้จัดแสดงงานนิทรรศกาล ‘สิริมงคล ‘ของ Pomme chan ศิลปินมากความสามารถ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของนักษัตรผ่านภาพวาด โดยนำเสนอลักษณะเฉพาะที่มีความหมายที่ดีผ่านลายเส้นของศิลปินที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ ใครที่ชื่นชอบศิลปะตามมาดูกันได้ที่นี่เลย
ถัดจากแกลลอรี่จะเป็นโซนสำหรับนั่งทานกาแฟ และมุมเลือกดูหนังสือ ที่นี่มีหนังสือเยอะพอสมควรบรรยากาศเงียบเหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนในวันสบายๆ หรือใครที่อารมณ์ติสต์จะมานั่งชิลๆเก๋ๆก็ได้นา
เดินกลับมาทางเดิมเพื่อไปท่าเรือ ลองแวะบัวลอยเจ้าเด็ด รสชาติอาจจะแล้วแต่ว่าถูกปากแต่ละคนไหม บางคนชอบหวานมากหวานน้อย สามารถสั่งได้มีเพิ่มไข่เค็มไข่หวานได้หมดดด ที่สำคัญแป้งนุ่มมากกกก ไม่เหนียว ละลายในปากเลย
หลังจากบัวลอยถ้ายังมีแรงกันอยู่ล่ะก็ แนะนำว่าควรเดินสวยสวยข้ามฝั่งกลับที่ริเวอซิตี้เลยจร้า เพราะมีของสวยสวยงามงามอาร์ทอาร์ทอย่าง lek gallery รออยู่
ถ่ายรูปสวยสวยได้ อิอิ
       

ข้ามฝั่งกลับมายังริเวอร์ซิตี้ เพื่อเดินทางไปสถานีสุดท้ายตามมิชชั่นในวันนี้ นั้นก็คือ

-ท่าราชวงศ์-

ทริปนี้ปิดท้ายรับตรุษจีนกันที่เยาวราช เปิดทำการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์! อย่าได้พลาดไปเชียว บรรยากาศจะโหลงเหลงปนงงว่า ร้านมันหายไปไหนหม๊ดด เยาวราชเป็นเหมือนเมืองเล็กๆของชาวไทยเชื้อสายจีนมานาน และยังคงมีสเนห์ของความจีนปรากฏอยู่ทุกซอยมาจนทุกวันนี้ สีสันของไฟที่เริ่มเปิดในตอนกลางคืนช่วยบิ๊วบรรยากาศให้ที่นี่คึกคักตลอดเวลา

มาเยาวราชใครเค้ามาเดินเช็คอินเฉยๆกัน เค้ามาหาของกิน! จัดไปอย่าให้เสียประเดิมกันที่ร้านแรก
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งมังกรขาว ร้านนี้เปิดมาสิบสามปีเคลมว่าอร่อยชัวส์ เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มโรยด้วยเกี๊ยวกุ้ง(จริงๆ) ชิ้นโตเต็มคำ หมูแดงสูตรพิเศษย่างด้วยฟืน อร่อยมากแกร๊ต้องไปโดน
ร้าน Sweet time ขนมหวาน มีเมนูให้เลือกเยอะม๊ากกกกก เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียว ร้านใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ บริการเอาใจใส่ต่อลูกค้าเลยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เมนูที่ขายดีที่สุดยกให้บัวลอยน้ำขิง
แต่ถ้ามาแล้วต้องกินทุกทีนี่เลยสาคูแคนตาลูป
และนี่ก็คือขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช ขึ้นชื่อเสียงเรียงนามว่าแถวย๊าวยาวววว แถวยาวไปถึงประตูน้ำ (เว่ออร์)เพราะนี่รอกันถึง 50คิว
ไปถึงแนะนำให้รีบเขียนใบจองคิวแล้วไปเดินเล่นกันสักสิบนาทีค่อยเดินกลับมา55555 พนักงานจะประกาศเรียกชื่อให้้ไปรับขนมปัง มีให้เลือกสามแบบคือกรอบนอกนุ่มใน หนานุ่มและกรอบโกโก้ แต่มีหลายรสชาติให้เลือก แต่เราชอบช็อคโกแลตกับเนยนมมากที่สุด เวลากินแล้วไส้ทะลักออกมานี่ฟินมาก แต่ต้องกินตอนร้อนๆนะ
ร้านนี้หาไม่ยากอยู่ตรงหน้าธนาคารออมสิน ฝั่งเดียวกับก๋วยจั๊บหน้าโรงหนังเริ่มขายตอนหกโมงครึ่งนะแกร๊
ไงล่ะครัชกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเรา ก็เที่ยวเกร๋เกร๋ ชิคชิค คูลคูล ได้นะเหว่ย วัยเฮอมอย เอ๊ย วันฮอร์โมนตังน้อย พ่อแม่ไม่ยอมให้ไปต่างจังหวัด พี่แนะนำอันนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกนาจา สำหรับทริปนี้ก็บ๊ายบ่าย.