รีวิวอเมริกา :: The Best Instagram Spots in Las Vegas

 

10 Best Instagram Spots in Las Vegas

จะไปกับแสงสี.. กับปีกที่สวยสวยยยยยยย.. ที่เปิดรีวิวด้วยเพลงที่บอกอายุขนาดนี้ เพราะทริปนี้เราจะพาพวกเธอไปเยือนสถานที่ที่ไม่เคยหลับไหล ลื่นลั่นไปทั่วโลกในนามเมืองคนบาป เมืองที่เหล่านักพนัน นักดื่มต่างกำเงินมาเริงสำราญกันอย่างเนืองแน่น แต่คนชิค ๆ อย่างเราเมื่อได้มาเดินดูก็รู้เลยว่า ที่นี่ก็ไม่ได้มีแต่บาปไปซะทีเดียว มันยังมีมุมความเป็นเมืองเรโทรสีหวาน มีกลิ่นอายยุคกลางศตวรรษที่ 20 เพราะบนท้องถนนที่เต็มไปด้วยตู้สล็อต คาสิโนที่ตั้งถี่กว่าเซเว่นบ้านเรา กลับมีอาร์ตเวิร์คสวยสะดุดตาแซมอยู่ในแสงสี มีแลนด์มาร์คระดับโลกให้แวะเช็กอิน มีอาหารฟิน ๆ ให้ได้ลอง และมีมุมเท่ ๆ ที่เหมาะกับคนเก๋ ๆ อย่างวัยเราอยู่เยอะมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาทางเราก็ได้รวบรวมออกมาเป็น 10 โลเคชั่นเด็ด ที่หอบจาก Las Vegas มาฝากทุกคน

หลังจากอ่านรีวิวนี้ … เชื่อว่าหลายคนจะต้องรีบไถหน้าจอหาตั๋วถูก เพื่อไปถ่ายรูปปั๊วะ ๆ ปัง ๆ มาฟาดกับทางเราแน่นอน และไม่ว่าทริปที่พวกเธอเล็งไว้จะเป็นที่ไหน ยุโรป เอเชีย อเมริกา หรือแม้แต่เที่ยวในประเทศ ก็ไม่ต้องห่วงจ้า.. ทางเรามีแอปพลิเคชันดี ๆ สำหรับซื้อตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก จองรถรับส่งสนามบิน หรือใช้บริการเช่ารถ อย่าง Traveloka มาแนะนำ ซึ่งนอกจากเค้าจะมีโปรโมชั่นเด็ดปล่อยมาให้เราได้สอยอยู่เรื่อย ๆ แล้ว อีกความดีงามที่ทำให้เราชอบใช้บริการอยู่บ่อย ๆ คือ ความใช้ง่าย เข้าใจง่าย อยู่ที่ไหน เร่งรีบขนาดไหน ก็เช็กได้ เพราะเขาประมวลผลทุกอย่างให้เสร็จสรรพ ช่วยเราตัดสินใจง่ายขึ้น เพียงแค่เลือกจุดหมายปลายทาง และบริการที่ต้องการ เค้าก็มีชาร์ตเทียบราคาบริการของทุก ๆ เจ้ามาให้ แถมยังสอบถามข้อมูลทั้งก่อนและหลังจองด้วยระบบคอลเซ็นเตอร์กับมนุษย์ตัวเป็น ๆ พูดภาษาไทย ได้ตลอด 24 ชม. ของเขาดีขนาดนี้ เพื่อนคนไหนอยากไปเที่ยวอเมริกาอย่าลืมแวะเข้าไปดูราคาตามลิ้งนี้เลยนะ >> https://www.traveloka.com/th-th/flight-to-united-states-of-america จองด่วนจ้าพี่จ๋า … คุ้มแน่นอน

001 Old Las Vegas Sign

หลังจากนั่งเครื่องมาเป็นวัน ๆ จนตูดแทบรวมเป็นเนื้อเดียวกับเบาะ เลยสัญญากับตัวเองว่ามีอะไรสวยจะถ่ายรูปมาให้หมด เอาให้คุ้มค่าเมื่อย และที่แรกคือป้าย “Welcome to Fabulous Las Vegas Sign” อันโตสีสดใสความสูง 7.6 เมตรนี่เอง ถือเป็นจุด Check point แรก ๆ ของเหล่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึง เป็น Old sign เพราะป้ายนี้มีมานานมาก ตั้งแต่ปี 1959 ออกแบบโดย Betty Willis ศิลปินชื่อดังที่สร้างผลงานให้แก่อเมริกามากมาย ฟ้อนต์และการจัดเรียงเป็นสไตล์ Googie (ฟีลล้ำสมัยสีสันฉูดฉาด ใช้ฟ้อนต์หลากหลาย เรียกว่าเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่เห็นได้ทั่วอเมริกาในสมัยนั้น ทั้งป้ายร้านกาแฟ โมเต็ล โรงหนัง ฯลฯ) ความจริงป้ายนี้มี 2 ด้านนะ ด้านหนึ่งเป็น “Welcome” อีกด้านเป็น “Drive Carefully, come back soon” แค่ป้ายเดียวทำหน้าที่แทนเจ้าบ้านได้ทั้งกล่าวต้อนรับ และอวยพรอำลาสมเป็นเมืองท่องเที่ยวจริง ๆ ใครอยากมาถ่ายรูปจุดนี้ บอกก่อนเลยว่าคนต่อคิวเยอะมาก ใครไม่อยากวุ่นวายก็มากันตั้งแต่เช้าหน่อย หรือมาตอนกลางคืนก็ได้เพราะป้ายนี้เขาเปิดไฟตลอดคืนให้สีสวยสดใสไม่แพ้กัน

002 Vegas oldtown (Fremont Street)

ถ้ายังจินตนาการไม่ออกเกี่ยวกับภาพที่เราพูดถึงการออกแบบสไตล์ Googie ไปเมื่อกี๊ ขอให้เดินมาที่ Vegas Old Town ตรงแถว Fremont Street นี่เลย ใครจะไปคิดว่าเมืองที่มีแสงสีทั้งวันทั้งคืน เต็มไปด้วยคาสิโน บาร์สาวงามสุดเซ็กซี่ แหล่งช้อปปิ้งละลานตา เขาจะมีย่านเก่ายุคเรโทรให้เราเดินเที่ยวด้วย ซึ่งถนนฟรีมอนต์แห่งนี้ ถือเป็นต้นกำเนิดความบันเทิงของลาสเวกัส ก่อนทุกอย่างจะย้ายไปอยู่ที่เส้นสตริปเลยก็ว่าได้

โดยเหล่าป้ายร้านต่าง ๆ ล้วนใช้การออกแบบแบบ Googie เกือบทั้งเส้นถนน ผสมผสานระหว่างความเก่าใหม่ได้อย่างลงตัว walking street ที่มีโดมครอบกันแดดแผดเผายามบ่าย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ต่าง ๆ ตู้สล็อตตั้งรอให้เราเสี่ยงโชคตลอดทาง อีกกิจกรรมอันโด่งดังของถนนสายนี้คือการเล่นซิปไลน์ข้ามตึก SlotZilla Zip Line ห้อยโหนลงมาตามเชือกสลิง มองมาเบื้องล่างเห็นผู้คนเดินทอดน่องกันอย่างสบายใจ ซึ่งถ้าพวกเธอมีเวลามากพอ และถ้าถามว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ เราอยู่ตรงนี้เกือบครึ่งวันเลย เพราะป้ายพวกนี้น่ารักถ่ายรูปเพลินมาก อยากเอากลับไปทำลายสติกเกอร์แปะสมุดสุด

003 Seven Magic Mountains

ผลงานศิลปะที่ทำให้ทะเลทรายแห้งแล้งรอบนอกเมืองเวกัสมีสีสันน่าหลงใหล ที่นี่ไม่ป๊อปเท่าไหร่ในหมู่นักท่องเที่ยวเอเชียอย่างเรา แต่พอปัดเข้าไปดูในอินสตาแกรมปุ๊ป อื้อหือ.. เป็นจุดถ่ายรูปของชาวอเมริกาเลยแหละ เห็นสาว ๆ ผมบลอนด์ ตาฟ้ามาถ่ายรูปกันเพียบ!! Seven Magic Mountains แห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายโมฮาวี ห่างจากเมืองมา 20 กิโล เป็นผลงานศิลปะของ Ugo Rondinone ศิลปินชื่อดังชาวสวิตเซอร์แลนด์ โดยการใช้หินก้อนโตสีสันต่าง ๆ เรียงขึ้นสูง ดูแล้วเหมือนเสามากกว่าภูเขา ซึ่งเขาใช้เวลาสร้างกว่า 5 ปีเลยนะ เห็นในรูปเหมือนจะดูเล็ก แต่เข้าไปใกล้ ๆ คือใหญ่มหึมามากจ้า สิริแล้วความสูงอยู่ที่ราว ๆ 9 เมตรแหนะ ซึ่งติดตั้งจัดแสดงเมื่อปี 2016 กำหนดให้สิ้นสุดปี 2018 แต่!! ด้วยความปังของผลงาน ที่นักท่องเที่ยวพากันแห่แหนมาเยี่ยมชม บวกกับชื่อเสียงของศิลปินเป็นที่สนใจในวงการมากขึ้น เขาเลยขยายเวลาเข้าชมถึงปี 2021 จ้าาาาาาาาาาา เพราะฉะนั้นใครชอบให้กดเลิฟ เซฟภาพ และจดใส่ลิสต์ place to go of the year ไว้ได้เลย ชักช้าเขาเก็บผลงานไปก่อนจะหาว่าไม่เตือนเด้อ

004 Retro Vegas LCC

ร้านสีชมพู๊ชมพูสุดแบ๊วมีฟามิงโก้เป็นโลโก้หน้าร้าน ตอนแรกนึกว่าเป็นคาเฟ่ แต่ที่ไหนได้เป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์ และผลงานศิลปะตกแต่งบ้านจ่ะ ความพิเศษคือสินค้าของนางจะเป็นสไตล์ Mid-century Modern (ปี 1950s-1980s) เป็นช่วงงานดีไซน์มีความปะปนกันของศิลปะหลายแขนงมาก จนเกิดรูปแบบใหม่อันเป็นเอกลักษณ์หรือที่เราเรียกกันว่า ‘เรโทร’ หัวใจสำคัญของแนวนี้คือความเรียบง่าย ใช้ทรงเรขาคณิตและมีสีที่โดดเด่น ทำให้อยู่ได้ในทุกยุคสมัย ร้านนี่เหมาะกับนักเก็บสะสมและแฟนคลับแนวเรโทรมาก ๆ เพราะเขามีขายตั้งแต่เครื่องแก้ว เชิงเทียน ศิลปะติดผนัง จนไปถึงชุดตู้ยิ่งใหญ่อลังการ มีเรื่องระวังนิดนึงคือระวังเสียทรัพย์ไปกับของจุกจิกนะจ๊ะ เพราะของเขาน่ารักจริง

005 The LINQ Promenade

ถนนงาม ๆ อีกเส้นที่ห้ามพลาดของเมืองลาสเวกัส เต็มไปด้วยร้านอาหารอเมริกันฟาสต์ฟู้ดชื่อดังให้เราแวะชิม ไม่ว่าจะเป็น Gordon Ramsay Fish & Chips, Honolulu Cookie Company, Ghirardelli Ice Cream & Chocolate Shop ฯลฯ ถ้าใครไม่เชี่ยวก็เลี้ยวเข้า Starbuck ต่อด้วยเดินช้อปปิ้งตามร้านค้ากว่า 40 ร้าน โหนซิปไลน์ชมเมือง แวะจิบเครื่องดื่มเคล้าเสียงเพลงในผับ บาร์ ดูโชว์พิเศษในไนท์คลับ เรียกว่าอยู่จุดเดียวแยกกันเที่ยว แล้วแต่ความชอบของคนในทริปได้เลย ตึกในย่านนี้ออกแนวโมเดิร์นสวยงามถ่ายรูปเพลินเช่นกัน ยิ่งมุมสุดถนนที่เห็นฉากหลังเป็น The LINQ High Roller ชิงช้าสวรรค์สูงใหญ่กว่า 167 เมตร คือสวยมาก ชิงช้าสวรรค์นี้เป็นหนึ่งในชิงช้าที่ใหญ่และสวยที่สุดในโลก ใช้เวลาขึ้นชม 30 นาทีต่อรอบเลยทีเดียวใครอยากมาชมบรรยากาศแบบ 360 องศาแนะนำให้มาตอนพระอาทิตย์ตกถึงกลางคืนนะฮะ เพราะเขาจะเปิดไฟทั้งเมืองแบบปังมาก โรแมนติกเกินหน้าเกินตาเลยค่ะซิส

006 Strip Street

ตรงนี้คือใจกลางของทุกสิ่งในลาสเวกัส เป็นหัวใจหลักของการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะบน Strip Street เส้นนี้มีคาสิโนขนาดใหญ่กว่า 13 แห่ง เล็ก ๆ อีก 40 แห่ง โรงแรมหรู ๆ ศูนย์การค้าแกรนด์ ๆ เดินตึกต่อตึกกันได้แทบไม่ต้องตากแดดเลย อ่อ.. บอกนิดนึงว่าแดดของลาสเวกัสจะเหมือนเดินในทะเลทราย ร้อนแห้งร้อนแรงเหมือนอยู่ใกล้พระอาทิตย์แค่สามเซ็น คนเลยชอบอยู่ในร่มกันมากกว่า ในปี ๆ นึงลาสเวกัสมีเงินหมุนเวียนกว่า 6,000 ล้านเหรียญจากธุรกิจการพนัน และมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 40 ล้านคนเลยเด้อ.. ซึ่งแลนด์มาร์กที่คนเหล่านั้นพร้อมใจกันมาก็คือถนนสตริปแห่งนี้นี่แหละ แต่สำหรับเราก็ถูกร้านค้าแบรนด์ต่าง ๆ มอมเมาเช่นกัน เพราะมีทั้งไฮแบรนด์ และสตรีทแบรนด์คอลเลคชั่นแตกต่างจากไทย มีแบบให้เลือกเยอะกว่า โดยเฉพาะแบรนด์ของอเมริกา ยิ่งสาว ๆ ที่ชอบซื้อเครื่องสำอางเป็นชีวิตจิตใจ อาจถึงขั้นล้มละลายได้เลยนะ งานนี้ก็ช้อปไปถ่ายรูปไป เพลิน ๆ มากจ้าพี่จ๋า

007 Eiffel Tower

Paris Las Vegas Hotel and Casino อีกหนึ่งโรงแรมและคาสิโนขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่นไม่แพ้ที่ไหน ๆ เล่นใหญ่แบบจัดเต็มด้วยการยกปารีสมาไว้ในที่เดียว ทั้งประตูชัย และหอไอเฟลจำลองที่เหมือนแบบเป๊ะ ๆ มีเพียงขนาดที่เล็กกว่าของจริงครึ่งหนึ่ง อยู่ที่ความสูง 164.6 เมตร โดยนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ สามารถซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์แก้วไปชมวิวเมืองลาสเวอกัสได้แบบเต็มตา และมองเห็นถนนสตริปทั้งเส้นจากมุมสูง มีความโรแมนติกจนกลายเป็นสป๊อตที่คู่รักมักมาขอแต่งงานกันด้วย ยิ่งตอนกลางคืนจะแกรนด์ขึ้นหน่อยกับไฟประดับประดาเมือง พร้อมโชว์น้ำพุประกอบแสง สี เสียงสุดอลังการ หรือถ้าใครหาที่ดินเนอร์หวาน ๆ ไม่แคร์เรื่องค่าเงิน เขามีห้องอาหาร Eiffel Tower Restaurant ให้เราใส่เดรสยาวดูหรู ดูแพงชมวิวเคล้าอาหารรสเลิศ ก็คงจะเป็นอีกตัวเลือกที่ทำให้ค่ำคืนน่าจดจำไม่น้อยเลยทีเดียว

008 Trevi Fountain At Caesars Palace

อันนี้บ้าบอมากทำซะเหมือน ถ้าตื่นเช้างัวเงียเดินออกมานี่นึกว่าเดินทางผิดที่ข้ามยุคข้ามประเทศมาเลยนะเนี้ย Caesars Palace แห่งนี้เป็นแหล่งรวมเอนเตอร์เทนเมนต์ที่รวมทุกความสนุกของลาสเวกัสไว้ในที่เดียว ในพื้นที่ 6 ตึกที่สร้างเป็นแบบปราสาทยุคโรมัน เสาหินอ่อนสวยงาม โครงสร้างเหมือนเป๊ะตามประวัติศาสตร์ ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสชีวิตในช่วงจักรวรรดิโรมัน เขามีห้องนอนห้องสวีทรวมแล้วเกือบ 4,000 ห้อง ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และที่ขาดไม่ได้.. คาสิโน มีทุกรูปแบบ ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชม. ถ้าถามเราว่าจุดไหนควรค่าแก่การถ่ายรูปลงไอจี อวดประชาชีที่รอเราอัพเดท ถึงกับพูดไม่ถูกเลย มันดีตั้งแต่ด้านหน้าห้างที่มีรูปปั้นสูงใหญ่ งานเหมือนแบบเกรด AAA+ และสถาปัตยกรรมทั้งด้านในและด้านนอก คืองานเขาละเอียดมาก สวยทุกจุดเลยเด้อ..

009 Venetian Canal

The Venetian Resort Hotel Casino ที่นี่ก็เป็นคาสิโนรีสอร์ท และศูนย์การค้าที่จำลองเมืองเวนิช ประเทศอิตาลีมาเหมือนกัน มีทั้งแม่น้ำลอดผ่านเมืองทั้งในห้างและนอกห้าง ให้เราเลือกเดินแบบสวย ๆ ด้วยความยิ่งใหญ่ที่มีห้องพัก 4,049 ห้อง พื้นที่คาสิโนกว่า 11,148 ตารางเมตร ที่นี่จึงกลายเป็นรีสอร์ทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก โถงด้านในเต็มไปด้วยศิลปะโบราณแบบอิตาลี ภาพสีน้ำตามผนังและเพดานดูวิจิตรสวยงาม นี่ยังไม่รวมส่วนของห้างสรรพสินค้านะโซน Canal shop ที่ทั้งตัวตึก และร้านค้าภายในห้างจะเป็นการจำลองเมืองเวนิช ตัดกับเพดานโค้งมน เพ้นท์ภาพท้องฟ้าแสนสดใสไปทั้งห้าง ใช้การเล่นไฟให้รู้สึกว่าที่นี่สว่างไสวตลอดเวลา

เดินจนเมื่อย … แต่ยังอยากชมเมืองต่อก็สามารถนั่งเรือกอนโดลาภายในตัวห้างลัดเลาะไปตามคลองแกรนด์คาแนล (Venetian’s Grand Canal) ลอดใต้สะพาน ผ่านตึกสไตล์เวนิชสวยงาม ตัดสีฟ้าสดใสที่มีให้ชมตลอดวัน แต่ถ้าอยากนั่งแบบ outdoor แสงธรรมชาติ เขาก็มีให้ล่องตามทะเลสาบด้านหน้าเดอะเวเนเชี่ยน ผ่านพระราชวังอิตาลี (Italian Palaces) และพิแอซซา (Piazza) ขณะที่ชื่นชมกับทิวทัศน์ คนพายเรือก็จะร้องเพลงขับกล่อม คือทุกคน.. เสียงเขาก้องกังวานเพราะมาก ๆ สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปเวนิช แค่ได้มาลองเทสต์ที่นี่ก่อนก็ฟินแล้ว

010 New York-New York Hotel & Casino

ณ จุดนี้เราคิดว่าปารีสก็ไม่ต้องไป อิตาลีก็ไม่ต้องมา ล่าสุดนิวยอร์กก็ไม่ต้องเข้าแล้วนะจ๊ะ กับคาสิโนรีสอร์ทอีกแห่งที่เป็นธีมนิวยอร์ก มองเห็นเทพีเสรีภาพยืนสวยอยู่ด้านหน้า สูงกว่า 46 เมตร ที่เห็นเป็นเส้นรถไฟเหาะสีแดงด้านหลังนั้นคือ The Big Apple รถไฟเหาะตีลังกาตัวแรกของโลกที่สามารถม้วนแล้วดิ่งได้แบบ 180 องศา ด้วยความเร็ว 108 กม./ชม. และด้านในก็มีร้านค้าร้านอาหารอยู่เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสาวกช็อกโกแลต ที่เขามีช็อปขนาดใหญ่ของ M&M, HERSHEY’S, REESE’S และแบรนด์ของหวานอีกมากมาย เรียกว่าเติมน้ำตาลกันจนอิ่มหมี มีแรงเดินได้อีกเป็นวัน ๆ เลยทีเดียว

และทั้งหมดนี้ก็คือลาสเวกัสแบบโก้เก๋ ไม่อยากเข้าบ่อนก็มีกิจกรรมมากมายไว้รองรับ อย่างที่เห็นว่ามาที่เดียว เราเที่ยวได้เกือบสิบแลนด์มาร์กของโลก สารภาพตามตรงนี่ยังไม่ครบที่ลาสเวกัสเขามีนะ เริ่มติดใจจนคิดว่าคราวหน้าต้องมาแพลนมาเก็บใหม่อีกสักรอบ เพราะเที่ยวแบบเราก็ไม่ต้องใช้เงินเยอะ แค่เอาตังค์ไปละลายการการช้อปปิ้ง ซื้อของที่อยากได้ กินดื่มให้หนำใจก็พอ เพราะทั้งตั๋วเครื่องบิน ค่าเช่ารถ จองโรงแรม เราก็หาดีลดี ๆ ได้จาก Traveloka เปิดแอปเดียว ปัดไปที่การจองแล้วชูหน้าจอให้พนักงานดู เป็นอันรู้กัน ไม่ยุ่งยากด้วย รู้อย่างนี้แล้วอย่ารอช้าเลยนะ รีบตั้งเตือนแล้วตั้งตารอรับดีลพิเศษ ๆ ส่วนลดมากมายจาก Traveloka ได้เลย เราเชื่อว่าทุกการเดินทาง มันมีความสุขที่รอเราอยู่แน่นอน