ถ้านับเดสทิเนชั่นในดวงใจ คงมีประมาณล้านที่ในไทยที่เราอยากไปเยือน เพราะทุกอำเภอ ทุกจังหวัด ล้วนเก๋ไก๋น่าหลงใหลน่าค้นหา แต่ถ้าให้เลือกไปสร้างความสุขตอนนี้ เราขอโหวตให้ที่นี่หมดทั้งใจ กับทริป 3 วัน 2 คืน 8 โลเคชั่น ใกล้กรุงฯ ณ จังหวัดสุดคิ้วท์อย่างราชบุรี โดยรอบนี้เราจะพาไปสัมผัสธรรมชาติ งานอาร์ต ร้านคาเฟ่ รวมถึงกิจกรรมแสนเก๋ในฟาร์มเมล่อน ก่อนจะไปปิคนิคนั่งมองแสงสุดท้ายยามอาทิตย์อัสดง และล้อมวงปิ้งมาชเมลโล่ ปล่อยให้ขุนเขาโอบกอด ณ ที่พักสุดโรแมนติคในสวนผึ้ง

อีกไม่กี่วันจะผ่านปี 2020 แล้วนะ … อย่ามัวนอนกลิ้งบนเตียงที่บ้านเฉย ๆ ล่ะ ออกมาเที่ยวเมืองไทยตามหาความสุขใกล้ ๆ แต่เว้นระยะปลอดภัย จะได้มีรูปสวยไว้อวดญาติ ๆ ช่วงปีใหม่ เดี่ยวจะหาว่าคนสวยใจร้ายไม่ยอมเตือน

:: Day 1 ::

แน่นอนไม่ว่าจะทริปใกล้หรือไกล เรามี 7-11 เป็นเพื่อนร่วมทางแสนรู้ใจที่ไปไหนก็ต้องแวะซื้อขนมนมเนยติดรถเสมอ ซึ่งตอนนี้เค้ามีแคมเปญดี ๆ “มอบสุขทุกอำเภอ … ชวนเธอเที่ยวไทย” มาปลุกกระแสชวนคนไทยออกมาเที่ยว ชิม ช้อป ช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกจังหวัด ทุกอำเภอทั่วประเทศ แถมยังช่วยหาข้อมูลแบบเจาะลึก ไม่ว่าเราจะอยู่ 7-11 ไหน สาขาไหน ก็สามารถหาข้อมูลที่เที่ยว ที่กิน ที่พัก รวมถึงร้านของฝากในระยะใกล้เคียงได้ง่าย ๆ เหมาะมาก … สำหรับคนที่แพลนทริปกะทันหันแล้วยังคิดที่เที่ยวไม่ออก หาที่พักไม่ได้ หรือใครที่เดินทางแล้วแต่ยังหาร้านแวะทานของอร่อยไม่ได้ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

ส่วนวิธีการใช้นั้นก็ง่ายมาก แค่เพียงเราเป็นสมาชิก ALL Member หลังจากช้อปปิ้งครบทุก ๆ 50 บาท เราจะได้รับ QR Code ท้ายสลิป จากนั้นเมื่อสแกน QR Code ผ่าน 7App ก็จะสามารถค้นหาข้อมูลที่กิน ที่เที่ยว ที่พักของอำเภอที่เราไปใช้บริการ หรือจะสแกน QR Code ที่สื่อหน้าร้าน 7-11 ก็ได้เช่นกัน และนอกจากจะได้ข้อมูลที่เที่ยวต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถส่งสิทธิ์เพื่อลุ้นรางวัลใหญ่ เป็นรถยนต์ New MG ZS EV พร้อมสิทธิ์ กินฟรี เน็ตฟรี ดูฟรีทั้งปี รวมทั้งสิ้น 770 รางวัล มูลค่ากว่า 23 ล้านบาทเลยทีเดียว

ยังไม่หมดเท่านี้ เค้ายังมี Privilege ให้กับสมาชิกทั่วไทย รับส่วนลดพิเศษทั้งที่พัก ที่ท่องเที่ยว และร้านอาหารต่าง ๆ อีกด้วย อย่างทริปนี้เราก็จัดเต็มช้อปขนมเครื่องดื่มเตรียมไปปิคนิคที่อ่างเก็บน้ำ พอจ่ายเงิน และสแกน QR Code ท้ายใบเสร็จ ผ่าน 7App ปุ๊บ ก็มีลิสต์ที่กิน ที่เที่ยว ของอำเภอเมืองราชบุรีขึ้นมาให้เลือกเพียบเลย จะว่าไปก็เหมือนมีไกด์ประจำตัวที่คอยแนะนำสถานที่ต่าง ๆ ในราชบุรีอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาเลย

001 : ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่ม 

เราเดินทางมาถึงราชบุรีช่วงเที่ยง ๆ ก็เลยขอเอาใจคนรักเส้น ด้วยการพามาทานที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่ม” หนึ่งในลิสต์ร้านแนะนำจากการสแกน QR code ผ่าน 7App ที่นี่เป็นร้านเก่าแก่ส่งต่อสูตรเด็ดมาแล้ว 3 รุ่น นานกว่า 50 ปี บรรยากาศร้านให้ฟีลวินเทจย้อนยุคหน่อย ๆ ส่วนเมนูพระเอกที่จำเป็นต้องสั่งก็คือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไข่ มีทีเด็ดอยู่ที่น้ำต้มยำรสชาติจัดจ้านปรุงรสด้วยน้ำมะนาวสดและน้ำตาลโตนด ทานพร้อมไข่ต้มยางมะตูม รสชาติดีงามจนไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่ม

002 : อุทยานหินเขางู

นอกจากร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดแล้ว 7App ก็ยังมีลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดอย่าง”อุทยานหินเขางู” แนะนำให้เราไปเยือน ที่นี่เป็นภูเขาหินปูน ที่เดิมทีเคยเป็นแหล่งระเบิดหินและย่อยหินที่สำคัญของไทย ซึ่งพอมีการยกเลิกสัมปทาน เค้าจึงมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กลายเป็นสวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม เราจะได้พบกับวิวสวย ๆ ของธรรมชาติ ทะเลสาบที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาหินปูน รับรองว่าสายถ่ายรูปจะต้องได้รูปสวย เก๋ เท่ ดูดีมีสไตล์จากโลเคชั่นนี้กลับไปแน่นอน

จุดไฮไลท์ที่ห้ามพลาดก็คือ สะพานแขวนลอยน้ำ ที่ทอดยาวขนาบไปกับทางเดินท่ามกลางหุบเขาที่สวยงาม เป็นอีกมุมที่ถ่ายรูปออกมาปังมากจ้าแม่ ลองคิดภาพว่าเรากับเพื่อนมายืนชมวิวที่จุดนี้ท่ามกลางลมเย็น ๆ ที่พัดมาเรื่อย ๆ แล้วละก็ บอกได้คำเดียวว่าฟินลืมแน่นอน นอกจากนี้ที่นี่ก็ยังมีบริการเรือถีบให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินในอุทยานอีกด้วย รวมถึงใครที่มาช่วงค่ำเวลาประมาณ 19.00 น. จะมีโอกาสได้เห็นหิ่งห้อยตัวจิ๋วออกมาบินส่องแสงสว่างวิบวับไปทั่วอุทยานเขางูนี้อีกด้วย

003 : อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย

เงยหน้ามองฟ้าเห็นว่าแดดเริ่มอ่อน อากาศเริ่มเป็นใจ เราเลยชวนเพื่อนไปปิคนิคกันต่อกับอีกหนึ่งโลเคชั่นแนะนำจาก 7App “อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย” อ่างเก็บน้ำแบบเขื่อนดินอันเนื่องมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่บริเวณรอบ ๆ ถูกโอบล้อมไปด้วยภูเขา เป็นภาพวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ๆ หลังจากหาทำเลที่เหมาะเจาะเรียบร้อย เราก็จัดแจงปูผ้า วางพร็อพ พร้อมขนมนมเนยทุกอย่างที่ช้อปมาจาก 7-11 แล้วแกล้ง ๆ ยิ้มอ่อน หัวเราะเบา ๆ จริตสาวเกาขี้อาย ถ่ายรูปกับเพื่อนสาวสักให้พอมีเหงื่อ ก่อนจะนั่งชิลชมวิวพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้ากระทบกับผืนน้ำด้วยโมเม้นต์สุดประทับใจส่งท้ายวัน

:: Day 2 :: 

004 : Pano Villa Ratchaburi

เช้าวันใหม่สดใสซ่าบซ่า วันนี้เรามากับลุคสาวแก่น พร้อมแวะไปทำอีกหนึ่งกิจกรรมที่คิดว่าทำแล้วได้รูปสวย นั่นก็คือไปให้อาหารม้าในฟาร์มอย่างใกล้ชิดที่ “Pano Villa Ratchaburi” ซึ่งจริง ๆ ที่นี่เค้าเปิดเป็นรีสอร์ทสไตล์ Tropical Modern เป็นวิลล่าส่วนตัวท่ามกลางขุนเขา และมีฟาร์มม้าให้เราสามารถ Walk in เข้ามาได้ โดยจ่ายค่าบริการ 100 บาท เราก็จะได้ตะกร้า 1 ใบ ที่มีทั้งหญ้าหวาน และแครอทหั่นชิ้น ไว้ป้อนน้องม้าสวย ๆ

แอบบอกว่าวิวฟาร์มม้าของที่นี่สวยมาก ๆ นะ ด้านหลังจะเป็นภูเขา มีต้นสนเรียงรายรอบรั้วให้ฟีลต่างประเทศเมืองนอกเมืองนาสุด ๆ เพราะงั้นแนะนำเลยว่าคอสตูมที่พวกเธอจะใส่มาก็ต้องปังปุริเย่ไม่แพ้วิวเด้อ

005 : Corofield 

โลเคชั่นถัดไปเราขอสวมบทบาทเป็นฟาร์มเมอร์ มาพักผ่อนหย่อนใจกันต่อที่ “Corofield” ฟาร์มสไตล์ญี่ปุ่นในสวนผึ้ง ทุกสิ่งทุกอย่างของที่นี่นั้นช่างคาวาอี้ไปหมดเลย เป็น Lifestyle Farming ที่พวกเธอสามารถมีส่วนร่วมได้กับทุก ๆ กิจกรรม ตั้งแต่เดินเล่นชิลล์ ๆ ปลูกผักไฮโดร เก็บผลผลิตอย่างเมลอนและมะเขือเทศ ทำเวิร์คช็อปสนุก ๆ ไปจนถึงกินอาหารที่คัดสรรวัตถุดิบจากฟาร์ม หรือจะเลือกซื้อเมล่อนและของฝากทางการเกษตรกลับบ้านต่อที่ CORO Market ก็ยังได้ เรียกได้ครบจบในที่เดียว

หลังจากเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสนุก ๆ มื้อเที่ยงเลยถือโอกาสฝากท้องที่ CORO Field Cafe’ ร้านอาหารสไตล์ Japanese Thai Fusion ที่คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากฟาร์มมาปรุงให้เราทานแบบโฮมเมดทุกจาน บอกเลยว่าไม่ใช่แค่หน้าตาที่ออกมาน่ารักตะมุตะมิเท่านั้นนะ แต่รสชาติยังถูกปากเรามาก ไม่ว่าจะเป็นโทมิเมล่อนคัตสึโอะ สลัดอกเป็ดนุ่มซอสบัลซามิคเข้มข้น และแซลม่อนย่าง 49 องศากับครีมซอส เสิร์ฟพร้อมผัก แครอท ถั่วหวาน แถมมีไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟรสเมล่อน และมันม่วง ไว้ตบท้ายแบบแฮปปี้เอนดิ้งอีก งานนี้บอกได้คำเดียว่าฟินจ้า

006 : Bibury Resort

คำว่าตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นก็คงไม่เว่อร์เกินไปสำหรับที่ Bibury Resort สวนผึ้ง ที่นี่เหมือนพาพวกเราวาร์ปมาอยู่ในหมู่บ้านชนบทในเมืองเล็ก ๆ ของอังกฤษ ที่หันไปทางไหนก็มีแต่คำว่า สวย สวย และสวยมาก โดยเค้าใช้อิฐสีน้ำตาลส้มก่อขึ้นเป็นตัวอาคารที่พัก และเลือกใช้หลังคากระเบื้องสีเข้มที่มีความโดดเด่นตัดกับสีเขียวจากธรรมชาติแวดล้อม ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงนานาพันธุ์ แซมด้วยดอกไม้สีสันน่ารักที่ตกแต่งตามประตู หน้าต่าง ให้ฟีลลิ่งอบอุ่นละมุนไปซะหมด จึงเหมาะจะมาพักผ่อนในวันหยุดส่งท้ายปีมาก ๆ จะมากับเพื่อนก็น่ารัก จะมาเป็นครอบครัวก็มีกิจกรรมให้ทำ หรือใครจะมาสวีทหวานกับแฟนก็ได้อยู่เพราะบรรยากาศมันโรแมนติคมากจริง ๆ

หลังจากเช็คอินเก็บกระเป๋า เปลี่ยนชุดเป็นเดรสพลิ้ว ๆ คุมโทนหวานสไตล์สาวอังกฤษวัยแรกรุ่น เติมหน้าปัดแก้มให้ระเรื่อดูละมุนที่สุดแล้ว เราก็ชวนเพื่อนออกไปเดินเล่นถ่ายรูป ซึ่งความน่ารักคือเค้าจะมีพร็อพปิคนิคทั้งผ้าปูและตะกร้าไว้ให้เรา แถมช่วงเย็นแบบนี้เจ้าเป็ดเจ้าห่านแสนน่ารักก็จะออกมาเดินเล่นส่งเสียงร้องบนสนามหญ้าหน้าบ้านพัก ยิ่งเสริมบรรยากาศให้ได้ฟีลชนบทต่างประเทศอีกหลายเท่าเลยจ้า

ในส่วนของห้องพักก็ต้องบกว่า … สวยงามตามท้องเรื่อง ที่นี่มีเพียง 8 ห้องเท่านั้น ตกแต่งให้ฟีลผู้ดีอังกฤษ มีเอกลักษณ์โดดเด่น เน้นความเรียบหรู ราวกับเข้าไปอยู่ในบ้านเทพนิยายที่มีตัวเองเป็นเจ้าหญิงแสนหวาน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก็ครบครัน ที่สำคัญในทุก ๆ ห้องจะมีอ่างอาบน้ำให้เราแช่ตัวลงบนฟองนุ่ม ๆ พร้อมมองวิวของลำน้ำที่ไหลผ่านได้ทุกเวลา

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดหากมาพักในช่วงฤดูหนาว นั่นก็คือการปิ้งมาร์ชเมลโล่ มันหวานญี่ปุ่น พร้อมจิบโกโก้ร้อนท่ามกลางอากาศหนาว ๆ เพิ่มฟีลลิ่งให้เข้ากับบรรยากาศมากขึ้นอีกด้วย บอกเลยว่าดีมากจริง ๆ ปิ้งมาร์ชเมลโล่ไปเม้าท์มอยไป ยิ้มหัวเราะไปด้วยกันเป็นโมเม้นต์ที่ดีที่สุดของวัน ก่อนจะเข้านอนบนเตียงนุ่ม ๆ เลย

:: Day 3 ::

เช้าวันสุดท้ายเราตื่นขึ้นมาพร้อมกับหมอกรำไรบนยอดไม้ในอากาศหนาว ๆ 18 องศา พร้อมแสงแดดที่ค่อย ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา ไม่รอช้ารีบลุกจากเตียงหยิบเสื้อคลุมไหมพรมสีเอิร์ธโทน แล้วเดินออกมาชมวิวจากหอคอยสูงสามชั้น ที่เบื้องหน้าตอนนี้คือภาพรีสอร์ทในมุมกว้าง สวยงาม ตอกย้ำความเป็น English Country แบบสุด ๆ ยิ่งไปกว่านั้นในทุก ๆ เช้า เจ้าน้องเป็ดที่น่ารักก็จะมาออกไข่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ซึ่งใครเจอไข่ของน้องก็สามารถเก็บกลับบ้านได้เลย เป็นกิมมิคน่ารัก ๆ ที่ทำให้รักที่นี่เข้าไปอีก

วิ่งเล่นกับเหล่าน้องเป็ดให้พอได้ภาพงาม ๆ ทางเราก็ขยับตัวมานั่งทานมื้อเช้าสวย ๆ แบบมีจริตลูกคุณกันต่อ โดยอาหารเช้าเค้ามีให้เลือกเป็นชุด American Breakfast ไข่ดาว ไส้กรอก แฮม สลัดผัก หรือจะเป็นโจ๊กหมูร้อน ๆ พร้อมซีเรียล ขนมปัง ชา กาแฟ นมสด ที่เติมได้ไม่อั้น ณ จุดนี้บอกเลยว่านอกจากที่พักสวยถูกใจ อาหารเช้าอร่อยแล้ว เซอร์วิสต่าง ๆ ของที่นี่คือเลิศ

007 : Potta cafe’

ขับรถชิล ๆ ไม่เร่งไม่รีบ ออกจากที่พักช่วงสาย แล้วตรงดิ่งมาเติมคาเฟอีนให้เลือดสูบฉีดกันที่ “Potta” คาเฟ่สุดน่ารักในบ้านหลังสีขาว ซึ่งตั้งอยู่ในซอยชาวดิน 3 ใจกลางเมืองราชบุรี ท่ามกลางบรรยากาศสุดร่มรื่นของต้นไม้สีเขียวขจี ที่ถึงแม้จะดูเรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ก็ชวนให้อบอุ่นใจได้ฟีลผ่อนคลายเหมือนแวะจิบกาแฟบ้านเพื่อน พอเปิดประตูเข้ามาในร้านก็จะเจอกับการตกแต่งที่เรียบง่าย มินิมอล เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก เพิ่มความน่ารักด้วยแก้วเซรามิคกระจุกกระจิกรูปทรงต่าง ๆ

ส่วนเมนูก็มีให้เลือกหลากหลายเลย แต่จะเน้นเป็นกาแฟแบบ Specialty Coffee ที่ทางร้านใส่ใจตั้งแต่กระบวนการคัด คั่ว บด กลั่น ชง จนได้กาแฟที่มีรสชาติดี สามารถสั่งได้ทั้งแบบ Slow Bar และ Clod Brew แต่ถ้าให้พูดถึงเมนูที่ชิมแล้วติดใจ เรายกให้ Dirty Coffee เลยจ้า ย่ิงพอได้ทากับแซนวิชครัวซองต์ ชีสเค้ก คุกกี้ และบราวนี่ ยิ่งอร่อยลงตัวสุด ๆ

008 : RakDok Floral Destination The Blooms Orchid Park

ปิดทริปลุคสวย ด้วยเดรสยาวสีขาวสุดพริ้วกับพร็อพน่ารัก กันที่นิทรรศการฉากนิทานดอกไม้ “มหัศจรรย์แดนมาลี” จัดขึ้นที่ The Blooms Orchid Park งานนี้เค้าเอาใจสาวหวานและผู้ที่รักการเสพงานดอกไม้ในรูปแบบใหม่ มาไล่ล่าหาภาพในฝัน แล้วนำมาร้อยเรียงเรื่องราวให้เป็น Floral Tales ในฉบับของตัวเอง มีมุมฉากต่าง ๆ ให้เราได้แชะภาพถ่ายรูปกันกว่า 20 จุด ทุกจุดล้วนแต่สร้างสรรค์ด้วยดอกไม้จริง และดอกไม้ประดิษฐ์สุดยิ่งใหญ่ แปลกใหม่ และสวยงาม บอกเลยว่าใครได้มาเที่ยวงานต้องตื่นตาตื่นใจได้รูปกลับไปเพียบแน่นอน

แต่ละมุม แต่ละฉากล้วนมีเสน่ห์ต่างกันไป แต่ถ้าให้แนะนำมุมเด็ดสุดก็ต้องเป็น Scene 2 ที่ชื่อว่า In The Middle of Nowhere เลยจ้า ฉากนี้เค้ายกเตียงนอนสีขาวมาวางล้อมรอบไปด้วยดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ เหมือนเราเป็นเจ้าหญิงน้อยที่กำลังตื่นจากนิทรา

ส่วนอีกจุดที่เราชอบไม่แพ้กัน ก็คือ Scene 5 ที่ชื่อว่า No Food Dining เค้าจัดเป็นโต๊ะอาหารใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เหลือไว้เพียงร่องรอยองความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงาม มุมนี้ไม่ว่าจะนั่งจะยืน หรือสะบัดกระโปรงพลิ้ว ๆ ก็สวยไปหมดจริง ๆ หากใครมาเที่ยวราชบุรีตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 ก็อย่าลืมแวะมาเช็คอินเก็บภาพสวย ๆ ที่งานนี้กันด้วยนะ ดีมาก ไม่อยากให้พลาดจริง ๆ

และทั้งหมดนี้ก็คือราชบุรี 8 โลเคชั่น แบบ 3 วัน 2 คืน เป็นทริปง่าย ๆ เน้นพักผ่อน ที่ไม่เหนื่อย ไม่ล้า แพลนไม่แน่น แต่แฮปปี้ และมีความสุขในทุกโมเม้นต์ แถมได้รูปสวย ๆ มุมปัง ๆ กลับมาอัพลงโซเชียลได้อีกเพียบ เชื่อเราเถอะว่า ความสุขมันอยู่ไม่ไกลตัวเราเลย แค่ลองออกเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างอำเภอ ไปกับเพื่อน ไปกับแฟน ไปในที่ที่ไม่เคยไป ลองกินของใหม่ที่ไม่เคยลอง ยิ้มและหัวเราะไปกับธรรมชาติรอบตัวที่เราเจอในระหว่างทริป ก็เป็นการสร้างความทรงจำดี ๆ ส่งท้ายปีแบบมีความสุขที่สุดได้แล้ว และอย่าลืม!!!! ไม่ว่าพวกเธอจะไปเที่ยวจังหวัดไหน แค่ซื้อสินค้าใน 7-11 และสแกน QR Code ท้ายใบเสร็จผ่าน 7 App ก็จะสามารถค้นหาข้อมูลที่กิน ที่เที่ยว ที่พักของอำเภอที่เราไปใช้บริการง่าย ๆ ได้เลย