ประเทศไทยสวยทุกที่เท่ทุกเวลา เป็นคำกล่าวที่เราว่าไม่เกินจริง เพราะทุกครั้งที่ได้ออกเดินทาง เราก็มักจะเจออะไรว้าว ๆ ใหม่ ๆ ให้ได้ตื่นเต้นอยู่เสมอ รอบนี้ก็เป็นอีกครั้งที่อยากชวนทุกคนออกไปสัมผัสเมืองรองแบบคนชิค ถ่ายรูปเท่ ๆ ให้โลกจำ เอาให้ครบตั้งแต่ร้านอาหารแซ่บ ๆ  คาเฟ่ฟิน ๆ สถานที่ท่องเที่ยวปัง ๆ แต่คนมีสไตล์อย่างเราจะซ้ำใครไม่ได้ เลยขอมัดรวมสองเมืองรองเสิร์ฟเป็น 6 แพคคู่ชูชื่น มีตั้งแต่เหนือ อีสาน จรดใต้ ที่พอลองมองดูแล้วสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก เพิ่มอรรถรสครบอารมณ์ให้ทริปเดียวเที่ยวควบได้อิ่มเอมสุด ๆ

This image has an empty alt attribute; its file name is 1103891.jpg

Northern

Chiang Rai – Phayao

เริ่มจากภาคเหนือ … แลนด์ดิ้งลงสวย ๆ ที่เชียงรายเมืองใหญ่สุดไฉไลที่เราจัดเคียงคู่มากับพะเยา เมืองเล็ก ๆ แต่แอบแซ่บ ออกตามหาจุดเช็คอิน แลนด์มาร์ก และทำจิตให้สงบไปกับธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา เพราะเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ-เชียงรายมีทั้งที่สุวรรณภูมิ และดอนเมือง บ้านใกล้ตรงไหนเลือกบินตรงนั้นได้ สำหรับไฟล์ทจากสุวรรณภูมิบินตั้งแต่เช้า ถึงสาย ๆ เวลาดีเที่ยวต่อได้เลย ส่วนดอนเมืองมีไฟล์ให้เลือกถึง 3 เวลา ตั้งแต่เช้า เย็น ค่ำ ให้เราแพลนโร้ดทริปครั้งนี้ได้อย่างง่ายดาย มาจ้าาาา …. มาดูกันดีกว่าว่า 6 ที่เที่ยวของคู่นี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง

001 ไร่ชาฉุยฟง ( เชียงราย )

ร้านชาเขียวกลางไร่อันกว้างใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหน ไร่ชาฉุยฟง ก็มีสีเขียวชอุ่มตลอดเวลา ที่นี่เด่นเรื่องขนมเครื่องดื่มที่สรรสร้างมาจากชาเขียวแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเค้กโรลชาเขียว ชาเขียวบานอฟฟี่ ชีสเค้กชาเขียว ชาเขียวมะลิ มัชฉะ ชาอัสสัม ฯลฯ เรียกว่าชาเขียวเลิฟเวอร์ห้ามพลาด บรรยากาศของร้านดูกว้างขวาง เป็นกระจกรอบด้าน มีทั้งโซนอินดอร์ เอาท์ดอร์ เน้นเห็นวิวพาโนราม่าไร่ชาและทิวเขาสบายตามากจ่ะแม่

002 วัดร่องเสือเต้น ( เชียงราย )

วัดสุดเท่ที่ทำเรารัวชัตเตอร์ไม่หยุด วัดร่องเสือเต้น แห่งนี้โดดเด่นด้วยอุโบสถน้ำเงินตัดสลับสีทองดูนาเกรงขาม แถมทุกจุดทั้งภายในและภายนอกวัดมีงานสลักฉลุ รูปปั้นสุดวิจิตรจนแทบจะหยุดมองไม่ได้ สวยจนต้องยกเครดิตให้ผู้สร้างที่ทำให้วัดร้างกว่าร้อยปีนี้ กลายเป็นที่เที่ยวสุดป๊อปที่มีนักท่องเที่ยวเข้าออกไปขาดสาย เป็นผลงานของ สล่านก ศิลปินชาวท้องถิ่นของเชียงราย ที่เคยศึกษาและเป็นลูกมือของอาจารย์เฉลิมชัยในการสร้างวัดร่องขุนที่เราคุ้นชินกันนั่นเอง

003 ดอยผาตั้ง และเนิน 103 ( เชียงราย )

มาทำกิจกรรมออกเหงื่อกันนิดนึงกับการเดินเขา ไปชมวิวสุดชิลบน ดอยผาตั้ง ที่เนิน 103 ในช่วงหน้าฝน และหน้าหนาว บอกเลยว่าที่นี่จัดหนักจัดเต็ม อลังการงานหมอกมาก ๆ พร้อมภาพทิวเขายาวเส้นเขาคดเคี้ยว มองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนกัน เห็นแม่น้ำโขงเส้นยาวลัดเลาะมาจากภูเขาฝั่งลาว จุดนี้เหมาะสำหรับการชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นจากฝั่งลาว และพระอาทิตย์ตกที่ฝั่งไทย ยิ่งถ้ามาช่วงเดือนมกราคมก็จะเห็นดอกพญาเสือโคร่งบานไปทั่วทั้งดอยด้วยนะ

004 อ้าย :: AY ( เชียงราย )

อีกร้านกาแฟของเชียงรายที่เราอยากให้แวะมา อ้าย เป็นคาเฟ่ไม้เรียบ ๆ แต่ตกแต่งได้เก๋สะดุดตา บ้านไม้ทรงไทยธรรมดามีใต้ถุนพร้อมเฟอร์นิเจอร์ไม้สาน ในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีความจีนบนดอยแอบซ่อนอยู่เป็นการผสมผสานที่ลงตัว และบรรยากาศยังอยู่กลางสวนริมน้ำ นั่งฟังเสียงนกชิล ๆ ได้อีกด้วย เมนูมีทั้งขนมโฮมเมดและเครื่องดื่ม ทางเราเน้นมาที่กาแฟ บอกเลยว่าหอมละมุนสไตล์อาราบิก้า รสชาติดีไม่แพ้คาเฟ่เก๋ ๆ ในเมืองเลย จัดเสิร์ฟแบบบ้าน ๆ น่ารักไม่ไหว

005 Magic Mountain ( พะเยา )

มาดื่มด่ำค่ำคืนดีกับเช้าอันแสนสุกกันที่ Magic Mountain จังหวัดพะเยากัน ที่นี่ถือเป็นที่พักที่กำลังมาแรงมาก ๆ ในช่วงนี้ ซึ่งถ้าจองมานอนไม่ทันก็สามารถมาเช็กอินชมวิวในคาเฟ่ของเขาได้เหมือนกัน จากจุดนี้เราจะเห็นผาช้างน้อย สัญลักษณ์อันโด่งดังของภูลังกาแห่งนี้ ในช่วงเช้าทิวเขาทั้งหมดตรงนี้จะจมอยู่ในทะเลหมอกอันนุ่มละมุน โผล่พ้นมาเพียงยอดให้เราเห็นเป็นภาพที่สวยสะกดตา

006 ดอยหนอก ( พะเยา )

สำหรับคนที่ชอบเทรคกิ้งใช้เวลาไปกับธรรมชาติยาว ๆ ขอแนะนำให้มาที่ ดอยหนอก เทือกเขารอยต่อระหว่างพะเยาและลำปาง ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ลักษณะของยอดจะเป็นหินทรงเหมือนหนอกวัวที่ชี้ขึ้นสูงเสียดฟ้า การจะไต่ขึ้นมาที่ยอดดอยหนอกนั้นต้องใช้เชือกและสกิลการปีนป่ายอยู่บ้าง แต่เมื่อมาถึงเราจะได้พบกับวิวอันสวยงามรอบทิศที่มองเห็นทั้งเชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง และพะเยา มันคุ้มเกินกว่าจะบ่นกับระยะทางที่แสนเหนื่อยล้าและยากลำบากจริง ๆ

Phitsanulok – Phetchabun

อยากจะร้องว้าวให้กับ 2 จังหวัดนี้ ถือเป็นสองคู่ชูชื่น ที่เราเพิ่งค้นพบว่าเที่ยวต่อกันมันเจ๋งสุด ๆ เพราะเส้นรอยต่อระหว่างเพชรบูรณ์และพิษณุโลกนี้ มีแต่ที่เที่ยวเด็ด ๆ ทั้งนั้น จนเราได้ธีมเที่ยวจุก ๆ ตามล่าหมอกดุ ๆ เพราะ 6 ที่เที่ยวที่เราจิ้มมาอยู่แต่บนดอย วิ่งแต่บนเขา เอาให้สาแก่ใจ จนหายคิดถึงธรรมชาติสีเขียวกันไปเลย !! เส้นทางเพชรบูรณ์คนส่วนใหญ่จะชอบขับแบบโร้ดทริปขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ทางเราจะไม่เสียเวลา จิ้มหาไฟล์ทบินจากแอร์เอเชียมาลงที่พิษณุโลก รอบเช้าสุด ถึงที่หมายประมาณ 9:10 น. เซ็นชื่อเช่ารถแล้วพร้อมลุยกันเลย

001 ทุ่งกังหัน ( เพชรบูรณ์ )

บนเขาค้อที่มีลมแรงตลอดเวลาทั้งวี่ทั้งวันนั้น เหมาะมากสำหรับการวางกังหันลมเพื่อปั่นกระแสไฟฟ้า ที่ ทุ่งกังหันลม แห่งนี้ เป็นลานกว้างกว่า 350 ไร่ ขับใกล้เข้าไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นพี่กังหันตัวโตยืนเด่นเป็นกลุ่มก้อนมาแต่ไกล ทางเข้าเป็นทางลาดยางอย่างดี แต่เราจะต้องเอารถไปจอดที่จุดพักรถ แล้วค่อยนั่งรถรางของเขาเข้าไป และด้วยความที่อากาศหนาวเย็นตลอดปี พื้นที่รอบ ๆ จึงเหมาะแก่การปลูกพืช ดอกไม้ ผลไม้เมืองหนาว อย่างสตรอว์เบอร์รี่ ปลูกเรียงรายไปตามเชิงเขา ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศเลยแก

002 วัดผ่าซ่อนแก้ว ( เพชรบูรณ์ )

แม้จะเป็นวัดที่สร้างมาไม่กี่สิบปีแต่ วัดผ่าซ่อนแก้ว กลับกลายเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเพชรบูรณ์ได้ในพริบตา คงเป็นเพราะการออกแบบที่แหวกแนวกว่าวัดอื่น ๆ จึงสร้างความสะดุดตาทันทีที่เห็น ด้วยพระพุทธรูป 5 พระองค์ที่ประดิษฐานทับซ้อนกันเรียงจากเล็กไปใหญ่ทำมุมองศาอย่างแม่นยำสวยงาม ความใหญ่ขององค์พระนั้นพอที่จะเห็นจากเขาอีกลูกหนึ่งได้เลยทีเดียว และรอบ ๆ ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสี แต่ละสิ่งปลูกสร้างดูเหมือนงานอาร์ต จึงทำให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมทั้งผู้มีจิตศรัทธา นักท่องเที่ยว ช่างภาพ และคนที่ชอบงานศิลปะเอาไว้ในที่เดียว

003 ผาหัวสิงห์ ( เพชรบูรณ์ )

นี่แหละอลังการงานหมอกที่เราอยากจะอวด ผาหัวสิงห์ ตรงจุดชมวิวภูทับเบิกบอกเลยว่าสูงเสียดฟ้า มือแตะเมฆคือเรื่องจริงไม่ได้ฝันไป และที่เราเลือกพรีเซ้นท์ผาหัวสิงห์ก็เป็นเพราะ รูปทรงที่เหมือนหัวสิงโตยื่นออกไปเป็นหน้าผา รอบ ๆ เป็นหุบเขาลึกที่พอไปยืนแล้วรู้สึกเหมือนยืนบนท้องฟ้า ใกล้ก้อนเมฆเลยล่ะ สำหรับคนที่อยากขับขึ้นมาเราแนะนำให้เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะทางค่อนข้างสูงและชันบางช่วง แต่บอกเลยว่าคุ้มกับระยะทางที่ได้ขับมาแน่นอน

004 ทุ่งแสลงหลวง ( เพชรบูรณ์/พิษณุโลก )

จากที่สูงลดระดับลงมาอีกหน่อย มากางเต็นท์นอนเล่นที่ ทุ่งแสลงหลวง พื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างเพชรบูรณ์และพิษณุโลก ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย มีพื้นที่โล่งกว้างเป็นลานกางเต็นท์ และบ้านพัก วิวที่เห็นจะเหมือนอยู่ทุ่งสะวันนาจริง ๆ มีต้นไม้ใหญ่ยืนเดี่ยวบ้างเป็นพุ่มบ้าง เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าพร้อมภูเขาลูกโตฝั่งตรงข้าม ยามมีหมอกเราจะเห็นทุกอย่างเป็นสีซีเปียสวยเหมือนในหนัง ยามบ่ายแดดจ้าเราก็จะมองเห็นเป็นทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์ บอกเลยว่าจุดนี้นั่งมองทั้งวันก็ไม่เบื่อ

005 บ้านร่องกล้า ( พิษณุโลก )

ชุมชนท่องเที่ยวทางผ่านระหว่างไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บ้านร่องกล้า หมู่บ้านแสนคิ้วท์ที่เมื่อถึงช่วงเวลาผลิบานของดอกพญาเสือโคร่ง ก็เหมือนถูกแต่งแต้มไปด้วยสีชมพู สลับเขียว พร้อมบ้านทรงน่ารักที่รวมแล้วลงตัวอย่างกับภาพวาด ซึ่งช่วงเวลาที่ดอกไม้บานคือเดือนมกราคม แต่ถ้ามาช่วงอื่น ๆ ก็สามารถไปแวะชมทุ่งดอกกระดาษใกล้ ๆ หมู่บ้านได้เช่นกัน

006 KUEB(กึ๊บ) ( พิษณุโลก )

เพื่อความชิลอย่างต่อเนื่อง คาเฟ่ในจังหวัดพิษณุโลกเราขอเลือกฟีลทุ่งนามาแนะนำ ให้สายตาทุกคนได้พักผ่อนกับสีเขียว จมูกได้กลิ่นหอมของกาแฟ และปากรับรสชาติของขนมโฮมเมด เพลิดเพลินไปกับร้าน KUEB(กึ๊บ) ร้านเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนลานหลังบ้านให้เป็นร้านกาแฟวิวทท้องนา มีทั้งโซนห้องแอร์ โซนในสวน และชานระเบียงชมวิว กับการบริการที่เป็นกันเอง ทำให้รู้สึกเหมือนเรามาเที่ยวเล่นบ้านเพื่อน เมนูของทางร้านมีเยอะมาก ทั้งอาหารไทยตามสั่ง ของหวาน และเครื่องดื่มหลายสิบอย่าง ถ้านั่งทั้งวันก็สั่งมากินไม่ซ้ำได้ทั้งวันเช่นกัน

Southern

Trang – Pattlung

ตัดเลี่ยนจากภูเขา ลงมาที่สวรรค์แดนใต้สักนิด กับ 2 จังหวัดเมืองรองคู่แรกอย่างตรังและพัทลุง ซึ่งบอกเลยว่าตรังไม่ได้มีดีแค่หมูย่างฉันใด พัทลุงก็ไม่ได้มีแค่หนังตะลุงฉันนั้น เราจะมาแนะแนะอีก 6 สถานที่เที่ยว ที่จะนำเราไปพบกับโอเอซิสแห่งใหม่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบหาประสบการณ์ไม่ซ้ำใคร เส้นทางยาวไกลขนาดไหนเราก็ไม่กลัวเพราะทางนี้จองไฟล์ทบินกับแอร์เอเชีย บินตรงลงตรังพร้อมสร้างทริปปัง ๆ ได้เลย

001 เกาะกระดาน ( ตรัง )

มาใต้ก็ต้องไปทะเลถูกมะ? ซึ่ง เกาะกระดาน ถือเป็นอีกที่ที่เราอยากให้ทุกคนได้ลองมาใช้เวลากันยาว ๆ กับชายหาดที่สวยที่สุดของตรัง ทอดยาวกว่า 2 กิโลเมตร พร้อมน้ำใส ๆ เย็น ๆ กับทรายนุ่มละเอียดสบายเท้า เราสามารถดำน้ำตื้นจากหน้าหาดเพื่อชมปะการัง พร้อมฝูงปลาตัวน้อยได้ หรือจะถ่ายรูปอยู่ตรงชายหาดก็ได้ภาพสดใสซาบซ่า แถมยังมองเห็นเกาะแหวน เกาะลิบง เกาะมุก และเกาะเชือก สวยไม่แพ้เกาะอื่นของภาคใต้เลย ที่นี่สามารถมาแบบวันเดย์ทริป หรือถ้าอยากนอนค้างบนเกาะ เค้าก็มีรีสอร์ทไว้คอยบริการ

002 นั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวเมืองตรัง ( ตรัง )

อีกหนึ่งกิจกรรมหากมาเที่ยวตรังแล้วห้ามพลาด คือการ นั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบเที่ยวเมืองตรัง เมืองเก่าแก่ ประวัติมายาวนาน และมีวัฒนธรรมผสมผสานอย่างเข้มข้น โดยอาจจะเริ่มจากกินข้าวเช้าที่ร้านจีบขาวติ่มซำสูตรเด็ด เที่ยวชม Old Town สุดคิ้วท์ ที่เต็มไปด้วยตึกเก่าทรงชิโนโปรตุกีสที่ตอนนี้ผันมาเป็นคาเฟ่งาม ๆ แวะเช็คอินวิหารคริสต์สุดมินิมอล ถ่ายรูปเก๋ ๆ กับกราฟฟิตี้บนกำแพง และตบท้ายด้วยร้านอาหารที่เป็นตำนานอย่างซินจิว รับรองว่าจะต้องฟินเต็มอิ่มแน่นอน

003 สถานีรถไฟกันตัง ( ตรัง )

สถานีรถไฟสุดท้ายของเส้นทางลงใต้ฝั่งอันดามัน ณ สถานีรถไฟกันตัง แห่งนี้ ที่ใช้มากว่า 100 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งมรดกทางสถาปัตยกรรมของเมืองตรัง ครั้งแรกที่มองเห็นเราแอบอมยิ้ม ด้วยความน่ารักของสีสันเหลืองตัดสลับแดงเลือดหมู รูปทรงดูวินเทจที่คงไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เช่นลายฉลุที่มุมเสา รั้วลูกกรงไม้ ผนังไม้ตีช่องแนวเคร่า ที่แม้จะมีการบูรณะบ้างแล้วแต่ก็ยังมีเค้าเดิมอยู่ เชื่อว่าจะต้องถูกใจสาว ๆ นักแชะ ที่ชอบแต่งตัวกันเป็นธีม ลองแวะมาสิได้รูปมาลงไอจีครบแก๊งค์แน่นอน

004 ปากประ – ทะเลน้อย ( พัทลุง )

จากวิวเมืองมาสู่วิวท้องน้ำกันสักหน่อย ที่พัทลุงเราสามารถลงเรือไปชมซิกเนเจอร์ของจังหวัดคือการ “ยกยอ” ที่คลอง ปากประ คลองขนาดใหญ่ จุดรวมแหล่งน้ำจากที่ต่าง ๆ ลงสู่ทะเลสาบสงขลา ที่นี่จึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาน้อยใหญ่มากมาย ชาวบ้านจึงนิยมทำอาชีพการประมงด้วยการยกยอ จากปากประเราสามารถนั่งเรือออกมาที่ ทะเลน้อย ที่ไม่น้อยเหมือนชื่อ เป็นทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลา ไฮไลท์ของที่นี่คือทะเลบัวแดง ที่จะบานในช่วงเช้าของเดือน ก.พ.-เม.ย.ในทุกปี ให้เราได้ใส่ชุดยาวพริ้วนั่งเรือ เอาเท้าจุ่มลาน้ำชิล ๆ ดั่งนางไม้ พร้อมแชะภาพสวยไปลงโซเชียลได้เลย

005 สะพานเอกชัย ( พัทลุง )

สะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย หรือ สะพานเอกชัย แห่งนี้ ทำหน้าที่เชื่อมระหว่าง พัทลุง-สงขลา เรียกว่าเป็นสะพานสองทะเลสาบ คือทะเลน้อยและทะเลสาบสงขลา รวมแล้วมีเส้นทางยาวถึง 14 กิโลเมตร มีจุดจอดให้เราพักรถถ่ายภาพได้เป็นระยะ ๆ บางมุมจะเหมือนไฮเวย์ต่างประเทศเลย ทั้งสองข้างทางเราก็จะเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านออกเรือหาปลา ชมฝูงควายน้ำ และฝูงนกชนิดต่าง ๆ ที่ทำรังอาศัยอยู่มากมายตลอดเส้นทาง

006 วัดเขียนบางแก้ว ( พัทลุง )

แม้ วัดเขียนบางแก้ว จะสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.1482 แต่ปัจจุบันยังมีสภาพที่ใหม่มาก เพราะได้รับการดูแลอย่างดีจากแรงศรัทธาของชาวพัทลุง เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของโบราณสถานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระบรมธาตุเจดีย์หรือที่เขาเรียกว่าพระบรมธาตุพันปี พระอุโบสถมหาอุด ศาลหลักเมืองที่ตั้งเมืองครั้งแรกของพัทลุง เรียกว่าเป็นฮับของประวัติศาสตร์เมือง และเป็นจุดศูนย์รวมของผู้คนเลยก็ว่าได้ โดยในทุก ๆ ปีจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการแสดงแสง สี เสียง ร้านค้า OTOP ร้านอาหารพื้นเมืองมากมาย ถือเป็นระดับจังหวัดที่ทำให้เราเห็นความมีชีวิตชีวาของพัทลุงมากยิ่งขึ้น

Chumporn – Ranong

สองจังหวัดคู่จิ้นที่เรามักไปเที่ยวยาว ๆ พร้อมกันในครั้งเดียวอยู่เสมอ ถึงแม้ ระนอง-ชุมพร จะเป็นเมืองเล็ก ๆ บรรยากาศชิล ๆ เหมือนกัน แต่สถานที่เที่ยวนั้นอัดแน่นไปด้วยป่าเขาและทะเล ที่ให้ฟีลต่างกันอย่างเห็นได้ชัด บางแห่งอาจจะเป็นที่ที่มีฝนตกชุก ก็ไม่เป็นอุสรรคต่อการเที่ยวของเรา ความชุ่มชื้นของฝนยิ่งทำอากาศเย็นสบายเที่ยวสนุกขึ้นด้วยซ้ำ ซึ่งเที่ยวบินจากแอร์เอเชียก็มีลงทั้งสองจังหวัด อยากเที่ยวจังหวัดไหนก่อนก็จิ้มเลือกจาก 6 ที่เที่ยวนี้ได้เลย

001 ภูเขาหญ้า ( ระนอง )

หากพวกเธอสะดวกลงเครื่องที่ระนองก่อน ยามเช้าแสงดีแบบนี้เราขอแนะนำให้รีบดิ่งไปที่ ภูเขาหญ้า แลนด์มาร์คประจำจังหวัดที่เป็นขวัญในเหล่า Gen X Gen Y เพราะเป็นลานทุ่งหญ้ากว้างที่มีเนินเขาเล็ก ๆ ขึ้นเป็นโค้งเว้ากำลังดี เหมือนลานเขาเทเลทับบี้ในการ์ตูนสมัยเด็ก พอมีรถสองแถวแบบโบราณมาถ่ายรูปคู่ก็ยิ่งรู้สึกน่ารัก ถ้ามาช่วงหน้าฝนก็จะเจอวิวเขียว ๆ แบบเรา แต่ถ้ามาช่วงที่เขาเผาหญ้าก็จะได้ภาพวิวสีน้ำตาล ออกแนวซาฮาร่าหน่อย ๆ สวยไปอีกแบบ

002 บ้านไร่ไออรุณ ( ระนอง )

ฟาร์มสเตย์ที่อบอุ่นที่สุด ให้ความไพรเวทที่สุด และเรารักมากที่สุด บ้านไร่ไออรุณ เหมือนภาพในฝันที่กลายเป็นจริง บ้านไม้ทรงสวยที่ตั้งอยู่กลางสวน พืชพรรณเกือบทั้งหมดรอบ ๆ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ ยามเช้าก็ออกเดินชมฟาร์มรับอากาศดี ๆ ยามบ่ายหามุมนั่งห้อยขาอ่านหนังสือเล่ม โปรดเสพอาหารสมองไปเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องอาหารนั้นอร่อยแบบโฮมเมดแท้ ๆ หน้าตาการจัดเสิร์ฟดูดีมาก ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล บวกกับการบริการที่แสนดี แค่นี้ก็พอแล้วสำหรับการพักผ่อนจากชีวิตที่เหนื่อยล้า

003 เกาะพยาม ( ระนอง )

อีกเกาะเล็ก ๆ ฝั่งอันดามันที่ดีงามระดับเป็นมัลดีฟส์เมืองไทยได้เลยละคุณ ซึ่งบน เกาะพยาม แห่งนี้มีรีสอร์ทมากมายอยู่ใกล้ชิดทะเลและธรรมชาติ มีหลายอ่าวให้เราเลือกเที่ยว เลือกพัก แวะไหว้พระกลางทะเลที่วัดเกาะพยาม ไปถ่ายรูปเช็คอินกับหินทะลุ หินเป็นรูรูปทรงคล้ายซุ้มประตู ที่อ่าวเขาควาย โดยการเดินทางบนเกาะเราสามารถเช่ามอเตอร์ไซค์ขับชมรอบ ๆ ได้ หรือจะหาที่พักแบบครบจบที่เดียวสักแห่ง แล้วนอนริมหาดบนทรายนุ่ม ๆ ให้น้ำทะเลเย็น ๆ ซัดเพลิน ๆ ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวเช่นกัน

004 เกาะพิทักษ์ ( ชุมพร )

ภูเขาก็มี ทะเลก็ได้ งั้นมาติดเกาะกันอีกหน่อยที่ เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับที่นี่คือการนอนโฮมสเตย์ สัมผัสวิถีชาวเลแท้ ๆ กับที่นอนกลางทะเล มีลมโกรกเข้ามุ้ง จนคนขี้ร้อนอย่างเราหลับสนิทฝันหวานทั้งคืน พร้อมตื่นมาใช้ชีวิตตามวิถีชาวบ้าน จับปลา ไดหมึก ทานอาหารท้องถิ่นที่มีอาหารทะเลสด ๆ เป็นส่วนประกอบหลัก นั่งเรือไปท่องท้องทะเลสดใส ดำน้ำตื้นชมปะการัง ปิดท้ายวันด้วยการขึ้นจุดชมวิวของเกาะ ที่มองเห็นทั้งเกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงัน ถ้าโชคดีน้ำลงก็จะเห็นทะเลแหวกเกาะพิทักษ์ด้วยนะเธอ

005 เกาะง่ามน้อย ง่ามใหญ่ ( ชุมพร )

ขอส่งเกาะงามแห่งทะเลอ่าวไทยเข้าประกวด ทะเลที่นี่ยังคงสมบูรณ์สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ ลักษณะเด่นของ เกาะง่ามน้อย ง่ามใหญ่ คือสภาพพื้นเกาะที่เป็นภูเขาหินขึ้นซ้อนกันมากมาย มีโขดหินขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตาไม่เหมือนที่ไหน ไร้ซึ่งหาดทรายและพื้นราบ ส่วนใต้พื้นน้ำก็มีจุดดำน้ำที่ปังมากเช่นกัน เพราะเป็นแนวหินขนาดใหญ่และลึก มีดงปะการังที่หนาแน่นมาก เป็นแหล่งอนุบาล แหล่งอาหารขนาดใหญ่สำหรับสัตว์น้ำ ให้เราได้แหวกว่ายไปพบฝูงปลาน้อยใหญ่ สามารถดำได้ทั้งน้ำตื้นและน้ำลึก เพราะเป็นจุดที่อาจได้เจอพี่จุด ฉลามวาฬแห่งท้องทะเลชุมพรนั่นเอง

006 คลองหินดำ แกรนด์แคนยอนชุมพร ( ชุมพร )

สุดยอดประตูสู่แดนใต้ เปิดอ้าแขนรอรับเราแบบสมมงกับทะเลงาม ๆ แล้วยังมีที่เที่ยวสุดอันซีนอย่าง คลองหินดำ ลำน้ำธรรมชาติไหลคดเคี้ยวมาตามซอกผา ดูคล้ายกับแกรนด์แคนยอน คาดว่าเกิดจากการเลื่อนตัวของเปลือกโลก จนทำให้เกิดหน้าผาหินปูนสีดำขนาบข้าง กว้างเป็นทางยาว 1 กิโลเมตร และมีลำน้ำไหลผ่าน โดยปกติน้ำจะสูงถึงประมาณหัวเข่า แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน หรือน้ำหลากน้ำจะขึ้นสูงจนเกือบเต็มตลิ่ง พอปลายฝนไปก็เหมาะสำหรับเล่นล่องแก่งพอดี เรียกว่าอยากมาเจอฟีลไหนก็เลือกช่วงเดือนเอาได้เลย

Northeastern

Udon Thani – Bueng Kan

ย้ายมาที่อีสานบ้านเฮา ภาคนี้หลายคนคิดว่าไม่น่ามีที่เที่ยวน่าสนใจ แต่คิดผิดแล้วค่ะคุณผู้ชม หลายปีที่ผ่านมาอุดรธานีและบึงกาฬถือเป็นเดอะเบสลิสที่เหล่าบล๊อกเกอร์แพลนมาเช็คอินกันไม่หยุดหย่อนเลยนะ เพราะทั้งสองจังหวัดนี้มีทั้งป่า เขา ถ้ำ น้ำตกสุดอันซีน ที่ทำเราสตั๊นมาหลายรอบมาก ๆ บางที่เห็นคนลงรูปแล้วก็อยากจะจัดแพลน เก็บกระเป๋าวิ่งขึ้นเครื่องซะเดี๋ยวนั้น ใครอยากรู้เราได้ลิส 6 โลฯ โลกสวยธรรมชาติสร้างเอาไว้ให้ ถ้ามีเวลาแล้วก็รีบจองตั๋วราคาสุดคุ้มกับแอร์เอเชีย เครื่องออกตรงเวลาไม่งอแง ไฟล์ทเริ่มต้นอยู่ที่รอบบ่ายลงอุดรธานี หรือจะลงค่ำไปนอนเอาแรงแล้วลุยตอนเช้าก็ได้ไม่ว่ากัน

001 ทะเลบัวแดง ( อุดรธานี )

หากเพื่อน ๆ อยากสัมผัสความสวยงามของ ทะเลบัวแดง หนองหาน ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่แห่งอำเภอกุมภวาปี เราขอแนะนำให้มาในช่วงกลาง-ปลายเดือนธันวาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพราะเป็นเวลาที่น้องจะพร้อมใจกันบานห่มทั้งพื้นน้ำนี้ให้เป็นสีแดงสดใส ซึ่งนอกจากดอกบัวแล้วเรายังจะได้เห็นนกน้ำ นกกระยาง ที่บินออกมาหาอาหารอย่างสบายอารมณ์ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ถ้าหากมาวันธรรมดาก็จะยิ่งถ่ายรูปได้ชิล ๆ มีภาพงาม ๆ ไว้ลงสะกดทุกสายตาในโซเชียลแน่นอน

002 Option Coffee Bar ( อุดรธานี )

มานั่งจิบกาแฟคลายร้อนจากแดดภาคอีสานกันหน่อย ที่ Option Coffee Bar คาเฟ่นี้รับรองว่าได้รูปเก๋ติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน เพราะสไตล์การตกแต่งเป็นแบบมินิมอล เพดานสูงโปร่ง โทนขาวดำจ๋า ทุกอย่างทำมุมองศากันเป็นระเบียบแม้กระทั่งแสงที่ตกกระทบ สีคุมโทนตั้งแต่พื้น กระจก เพดาน ยันขนมในตู้ ถ่ายรูปมุมไหนก็กลายเป็นคนชิคได้ในทันที ตัวกาแฟมีสารพัดเมนู และเมล็ดหลาย Options ให้เราได้เลือก ซึ่งถือเป็นร้านสำหรับ Perfectionist ที่คัดสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าจริง ๆ

003 วนอุทยานภูหินจอมธาตุ ( อุดรธานี )

กลุ่มก้อนหินทรงประหลาดสุดอันซีนแห่ง วนอุทยานภูหินจอมธาตุ ทำให้เราคิดถึงยุคจูราสสิคพาร์ค หินเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกเมื่อ 270 ล้านปีก่อน ส่วนหินนทรงแปลกตาที่เด่นสุดคือ ภูหินจอมธาตุ นี่แหละ ที่รูปทรงเหมือนถ้วยฟุตบอลโลกชูคอสวยงามท้าทายแสงพระอาทิตย์ขึ้นอยู่ และตรงจุดนี้ก็เป็นจุดชมวิวสูงพอที่จะเห็นวิวเบื้องหน้าเป็นทิวเขาสลับทับซ้อน และป่าเต็งรังด้านล่างอย่างชัดเจน

004 เส้นทางธรรมชาติ ถ้ำนาคา – ผาใจขาด – น้ำตกตาดวิมานทิพย์ ( บึงกาฬ )

บึงกาฬจังหวัดเกิดใหม่ที่เปิดตัวได้อย่างอลังการด้วยสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีนจนทำเอาเหล่านักท่องเที่ยวตื่นตะลึง อย่าง เส้นทางธรรมชาติ รูทเส้นทางเดินป่าที่มีจุดเช็คอินเด่น ๆ คือ ถ้ำนาคา ที่ตั้งของหินหัวงู รูปทรงเหมือนจริง โดยหินที่พื้นและผนังตลอดเส้นทางนั้นแตกเป็นลายคล้ายเกล็ดพญานาค จนเกิดเป็นความเชื่อต่าง ๆ มากมาย จุดชมวิว ผาใจขาด บนยอดเขาที่มีแง่งปลายแหลมยื่นออกมา เห็นวิวรอบบึงกาฬแบบพาโนราม่า และ น้ำตกตาดวิมานทิพย์ น้ำตกสูงใหญ่ที่สูงถึง 70 เมตร ลายก้อนหินของน้ำตกก็สวยเหมือนอยู่ยุคไดโนเสาร์เลย ถือว่าเป็นเส้นทางธรรมชาติที่เราได้พบแต่ความแปลกใหม่จริง ๆ

005 หินสามวาฬ ( บึงกาฬ )

อีกหนึ่งไฮไลท์ของบึงกาฬ หินสามวาฬ ที่เรามองว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างไว้จริง ๆ หินรูปวาฬสามก้อนที่มีอายุมานานกว่า 75 ล้านปี มีลักษณะคล้าย แต่แตกต่างกันที่ขนาด จนเหมือนเป็นวาฬพ่อแม่ลูกกำลังว่ายน้ำเคียงข้างกัน ที่นี่เหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้น มีวิวทิวทัศน์กว้างมากเห็นทั้งป่าภูวัว ห้วยบังบาตร แก่งสะดอ หาดทรายแม่น้ำโขง และภูเขาฝั่งประเทศลาว ถือเป็นอีกหนึ่งลิสที่เที่ยวเมืองไทยที่ต้องมาเยือน

006 ภูทอก ( บึงกาฬ )

อีกวัดที่มีทางเดินเสียวบาดใจ และกลมกลืนกับธรรมชาติอย่างที่สุด ณ วัดเจติยาคีรีวิหาร ที่รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ ภูทอก ที่นี่เราจะต้องเดินบันไดไม้คลาสสิคขึ้นไปเรื่อย ๆ มีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นที่คนทั่วไปมักมาสักการะไหว้พระบูชาคือที่ชั้น 2 ส่วนทางเดินริมผาที่ทำให้เราเลาะชมวิวไปเรื่อย ๆ นั้นอยู่ชั้น 5-6 ซึ่งเป็นชั้นไฮไลท์ที่สวยที่สุดของภูทอกนี้ ใครยังไม่จุใจอยากขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศาบนยอดภูที่ชั้น 7 ก็ได้ไม่ติด แต่ต้องระวังกันหน่อยนะเพราะทางค่อนข้างชันมาก ๆ อาจมีการเดิน 4 ขาช่วยในการทรงตัวเลยล่ะ

Nakhon Phanom – Sakon Nakhon

ปิดท้ายคู่ฟินเนเล่ไปด้วยความชิคชิลสุดคลาสสิค ที่นครพนมและสกลนคร จังหวัดที่มีอาร์ตมากมายสร้างสรรค์ผลงานจากเด็กรุ่นใหม่ที่กลับมาอยู่ชิล ๆ ในบ้านเกิด ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ อาร์ตแกลลอรี่เล็ก ๆ สตรีทอาร์ต งานคาร์ฟออกแบบเอาใจวัยรุ่น สถาปัตยกรรมสวยงามสุดอันซีน ที่แอบซ่อนอยู่ในชุมชนเก่าแก่ มันน่ารักเกินคำจะบรรยาย จนอยากให้เปิดแอปแอร์เอเชียจองตั๋วมาลงที่นครพนมซะเดี๋ยวนี้เลย สมัยนี้เดินทางง่ายแค่ปลายนิ้ว คลิกทีเดียวก็พร้อมเที่ยว 6 จุดที่รวมมาให้ได้เลย

001 วัดนักบุญอันนา ( นครพนม )

เห็นแล้วอยากจะเข้าไปสารภาพบาปกับบาทหลวง แม้จะเป็นชาวพุทธแต่เวลาเห็นโบสถ์คริสต์ก็มักจะชื่นชมอยู่เสมอ ๆ เพราะทางเราชอบศิลปะโซนนั้นมาก ๆ ความแปลกตาของ วัดนักบุญแอนนา นี้คือมีหอคอยคู่ยอดแหลมเด่นเป็นสง่า ตัวโบสถ์ดูเรียบ ๆ เท่ ๆ เป็นโบสถ์ของบาทหลวงนิกายคาทอลิก สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1926 ตั้งอยู่ริมน้ำโขงสามารถมองเห็นไปฝั่งลาวได้ ถือเป็นอีกสัญลักษณ์ของเมืองที่บ่งบอกว่าที่นี่ มีผู้คนหลายเชื้อชาติและศาสนา

002 76A The Space ( นครพนม )

อาคารเล็ก ๆ ทรงโคโรเนียลสีเหลืองเก่าแก่ มีร่องรอยความสึกกร่อนไปตามเวลา แต่มันก็เป็นแค่ภายนอกเท่านั้น เพราะภายในเขามีการรีโนเวทให้เป็นร้านกาแฟสุดชิคชื่อว่า 76A The Space มีงานศิลปะโชว์ตามฝาผนัง วางจิตรกรรมไว้ที่ลานข้าง ๆ สินค้าแฟชั่นออกแบบเองให้ลูกค้าได้เลือกช้อป ประหนึ่งอาร์ตแกลลอรี่ขนาดย่อมที่ทำให้เราเพลิดเพลิน เรื่องถ่ายภาพให้ผ่านแล้วหนึ่ง เรื่องกาแฟก็เรียกว่าดีถูกใจคาเฟ่ฮอปอย่างเราให้ผ่านอีกหนึ่ง และบรรยากาศก็คือเงียบ ชิล นั่งสบายให้ผ่านไปเลยอีกหนึ่ง

003 Street Art ( นครพนม )

สตรีทอาร์ตเท่ ๆ เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ เหล่างานอาร์ตนี้จะกระจายอยู่ตามถนนเส้นเลียบแม่น้ำโขง หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ และอาคารเก่าแก่ ซึ่งก็สามารถทำให้เราเดินชื่นชมตัวเมืองนครพนมได้ไม่รู้เบื่อเลย อย่างที่เห็นนี้จะอยู่ตรงกำแพงเรือนจำเก่า บอกเล่าวิถีชีวิตของชาวเมือง มีศิลปะเป็นชื่อจังหวัดติดอยู่บนกำแพงปูนกร่อน ๆ จนเห็นอิฐแดง ขนาบด้วยเสาไฟทรงคลาสสิค ให้เราถ่ายกับป้ายจังหวัดได้ดูเก๋ไปอีกแบบด้วย

004 ชุมชนท่าแร่ ( สกลนคร )

ที่เราชอบศิลปะของโบสถ์คริสต์ เพราะโบสถ์แต่ละหลังจะแตกต่างกันไปตามนิกาย ยุคสมัย และสไตล์ของนักบุญผู้ก่อตั้ง อย่างที่ ชุมชนท่าแร่ จังหวัดสกลนครนี้เป็นชุมชนชาวคริสต์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี โดยชาวคริสต์ที่นี่จะเป็นนิกายคาทอลิก รอบ ๆ หมู่บ้านจะมีตึกโคโรเนียลแบบฝรั่งเศสทอดยาว ซึ่งเป็นงานศิลปะผสมผสานเฉพาะถิ่นหาดูยากที่ปัจจุบันผันเป็นร้านค้า ร้านอาหารและคาเฟ่ และยังมี “โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล” โบสถ์ทรงมินิมอลสูงใหญ่ทรงพลัง เห็นกับตาแล้วบอกได้คำเดียวว่าสุดยอด !! คิดถึงตอนไปฮอปปิ้งโบสถ์ที่อัมสเตอร์ดัมเลยแกกกกก

005 Kram Sakon ( สกลนคร )

พูดถึงผ้าย้อมคราม ใดใดก็คือต้องที่สกลนครเท่านั้น เพราะผ้าย้อมครามของที่นี่ย้อมได้สีเนียนสวย และผ้าเขานุ่มสมราคามาก ๆ นอกจากการย้อมแล้วเขาก็ใส่ใจเรื่องการทอเช่นกัน ทำให้ผ้าของเขาเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น ซึ่งที่ Kram Sakon เป็นอีกที่ที่วางขายสินค้าจากผ้าย้อมครามอาทิ ตุ๊กตา กระเป๋า เครื่องประดับ ผ้าพันคอ เดรส ราคาตั้งแต่หลักสิบถึงหมื่น ออกแบบให้เข้ากับยุคสมัย ผู้ใหญ่ใส่ได้วัยรุ่นใส่ก็ยิ่งเก๋ไก๋  พร้อมเวิร์กชอปให้เราเรียนรู้เกี่ยวกับการย้อมคราม และร้านคาเฟ่ไว้คอยบริการอีกด้วย

006 ปากหม้อปารีส ( สกลนคร )

ร้านอยู่ไทยทำไมไปชื่อปารีส ? เราได้คำตอบมาว่า … เมื่อก่อนร้านตั้งอยู่หน้าโรงหนังชื่อปารีสที่ปิดตัวไปแล้วนั่นเอง ความแจ่มว้าวของ ปากหม้อปารีส คือเขาเปิดมากว่า 20 ปีแล้ว แม้ไม่ใช่หน้าท่องเที่ยวแต่ก็คับคั่งไปด้วยคนเมืองสกลมาใช้บริการ เพราะสูตรปากหม้อแบบเวียดนามแท้ ๆ น้ำจิ้มก็เด็ดแซ่บถูกปากคนไทย มีปากหม้อหลากหลายเมนูให้ได้เลือกทาน ไส้อันแน่นไปด้วยหมูเน้น ๆ ผัดกับหอม ผักชี พริกไทย หมูยอห่อด้วยไข่และแป้งบางแสนนุ่ม กินร้อน ๆ คือฟินมากแม่ แล้วยังมีปากหม้อแบบกรอบอีกอันนี้เด็ดมาก เพราะแป้งกรอบกรุบไม่อมน้ำมัน สร้างเท็กเจอร์ให้กินสนุกกินอร่อยมากขึ้น

บอกเลยว่าการจับคู่ที่เราเฟ้นหามาให้นั้น คือเป็น The Best Combination ตกแต่งทริปให้กลมกล่อม ทำงานเข้าคู่กันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จะเที่ยวเป็นธีมลงทะเลถ่ายรูปเช็คอินกินอาหารพื้นเมืองก็เหมาะ อยากโร้ดทริปเดินป่ามันส์ ๆ ตบท้ายด้วยคาเฟ่ก็ได้ หรือจะไปยลงานอาร์ตชมวิถีชีวิต ปิดท้ายด้วยเวิร์คชอปงานคราฟดี ๆ ก็ฟินเหมือนกัน.. ท่องเที่ยวแบบใหม่ เขาต้องเที่ยวเมืองรองลองไปทั้งสองเมือง ขึ้นเครื่องทีเดียวคุ้มเหมือนได้เที่ยวหลายที แล้วกดตั๋วตามเรามานะทุกคน

This image has an empty alt attribute; its file name is DSCF7808.jpg