ขอพนมมือทักทายแล้วกล่าวว่า “สวัสดีเจ้า” ก่อนจะให้ตามเรามาแอ่วเจียงฮายเมืองพญามังรายแบบรวมทุกโลเคชั่น ยกทัพเข้ามาประชันทั้งคาเฟ่แสนเก๋ หมู่บ้านกลางหุบเขา ไร่ชาสุดอลัง ธรรมชาติสุดปัง ศิลปะวัฒนธรรม วัดวาอาราม ก็ตามกันมาอย่างคับคั่ง เอาใจทั้งสายบุญ สายเที่ยว สายกิน ให้ฟินกันจนไม่อยากกลับบ้านไปเลย ดูรูปอ่านรีวิวจบแล้วอย่าอยู่เฉย แท็กชวนเพื่อนมาเที่ยวทิพย์กันได้ เอาไว้พร้อมเมื่อไหร่แล้วค่อยพุ่งตัวไปเช็คอินกันนะ เพราะ “เชียงราย”ไปกี่ครั้งก็ยังคิดถึงเสมอ ไปกี่ทีก็ไม่มีคำว่าเบื่อ 

001 ไร่ชา 360 องศา สันผาพญาไพร

เริ่มต้นโลเคชั่นแรกเราขอเอาใจสายเที่ยว ด้วยการพาไปเช็คอินเฟี้ยว ๆ กันที่ ไร่ชา 360 องศา สันผาพญาไพร” อีกหนึ่งไร่ชาของบริษัทฉุยฟงทรี ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม ตั้งอยู่ในเขตบ้านพญาไพรติดขอบชายแดนไทย-พม่า บนเนื้อที่กว่า 500 ไร่ จากระดับน้ำทะเลถึง 1,200 เมตร เลยจะเห็นเป็นเทือกเขาสูงสลับกับป่าไม้ แถมมีอากาศเย็นสบายตลอดปี ไหนจะการดูแลอย่างดีทำให้ชาที่นี่นั้นมีคุณภาพ และรสชาติดีกว่าที่อื่น ซึ่งชาที่ปลูกส่วนใหญ่ของที่นี่จะเป็นพันธุ์อู่หลง

ความโดดเด่นอีกอย่างของไร่นี้ คือการปลูกชาโค้งวนตามสันเขา และลดหลั่นเป็นขั้นบันได ทำให้ไม่ว่ามองไปทางไหนก็สวยเกินบรรยายไปซะหมด ทำให้เราสามารถเล็งมุมถ่ายรูปได้เยอะมากเช่นกัน ถ้าคิดท่าโพสไม่ออก เราแนะนำให้แกล้ง ๆ ลองแอ้คติ้งว่ากำลังเก็บใบชาก็ดี หรือให้เพื่อนถอยออกมาไกลหน่อยแล้วเก็บวิวกว้าง ๆ ให้เห็นทั้งเรา ต้นไม้ใหญ่ และไร่ชาก็เป็นมุมที่อลังสุดปังใครเห็นต้องว้าวแน่นอน นอกจากนี้ก็ยังมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาค้างคืนด้วยนะ พอตื่นเช้าตรู่เราก็จะได้เห็นหมอกยามเช้าพร้อมวิวไร่ชาขั้นบันไดเลย

002 ดอยผาฮี้

ผ่านเนินเขาน้อยใหญ่ไต่ระดับความสูงขึ้นไปถึงอำเภอแม่สาย ยังมีอีกหนึ่งจุดหมายที่เราแนะนำให้มาเช็คอิน “บ้านผาฮี้” หมู่บ้านของชาวเขาเผ่าอาข่า มูเซอร์แดง และมูเซอร์ดำแห่งนี้ ตั้งอยู่บนดอยสูงโอบล้อมด้วยวิวทิวเขา ซึ่งบ้านแต่ละหลังจะปลูกลดหลั่นเป็นระดับไล่กันไปตามไหล่เขา เมื่อก่อนที่นี่เคยมีการถางป่าเพื่อปลูกฝิ่นมาก่อน แต่ได้รับการส่งเสริมจากโครงการพัฒนาดอยตุงให้ปลูกกาแฟอาราบิก้าทดแทน ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะกาแฟมีคุณภาพดีจนส่งขายตามร้านกาแฟต่าง ๆ ทั่วประเทศ และต่างประเทศ จนกลายเป็นรายได้หลักของชาวบ้านได้เลย

ความเก๋กรุบของหมู่บ้านผาฮี้อยู่ที่วิวทะเลหมอกสุดปังในยามเช้า เพราะงั้นหากใครมีเวลา เราแนะนำเลยว่าควรมานอนค้างที่นี่สักคืน มีโฮมสเตย์ของชาวเขาให้เราเลือกพักหลายที่ แต่ทุก ๆ ที่ก็จะหันหน้าไปทางวิวภูเขา พร้อมมีระเบียงให้เรามานั่งจิบกาแฟห้อยขาในยามเช้า ถ่ายรูปกับทะเลหมอกที่ลอยละล่องผ่านช่องเขาเหมือนปุยเหมือนสำลี มีร่มสี ๆ เป็นกิมมิคที่น่ารัก หรือใครอยากลองแต่งชุดชาวเขาชนเผ่าอาข่า ที่นี่ก็มีให้หยิบยืมชุดและพร็อพใส่ถ่ายรูปกันอีกด้วย

บรรยากาศในหมู่บ้านผาฮี้ยามเช้าเงียบสงบมาก เหมาะกับการเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ดูวิถีชีวิตของชาวเขา แล้วก็มาหยุดพักชมความน่ารักของ Muilah Phahee Coffee ร้านกาเฟสุดชิคที่ออกแบบมาให้มีมุมถ่ายรูปสวย ๆ หลายมุม โดยตัวร้านจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นมุมนั่งเล่นที่สามารถนั่งชิลล์ได้ตลอดทั้งวัน ส่วนชั้นบนจะมีบันไดพาเราไปสู่ชั้นดาดฟ้าของร้าน ให้เราสามารถนั่งห้อยขาถ่ายรูปได้อีกมุม ความดีงามอีกอย่างคือเราสามารถเลือกเมล็ดกาแฟและสั่งเมนูเซ็ท Drip Coffee มาดริปเองริมระเบียงได้เลย นี่แหละถึงจะเรียกว่ากาแฟหลักสิบแต่วิวหลักล้านของจริง

003 วัดร่องเสือเต้น

มาเอาใจสายบุญกันบ้างกับความสวยสะท้านใจกลางเมืองเชียงราย ณ วัดร่องเสือเต้น” หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิหารสีน้ำเงิน ที่นี่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์ที่มีความสวยงดงามแปลกตา จากฝีมือการรังสรรค์ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย ซึ่งก็เคยเป็นลูกศิษย์ของ อ.เฉลิมชัย ที่สร้างวัดร่องขุนสีขาวมาก่อนนั่นเอง แน่นอนว่าเฉดสีของวัดนี้ก็จะเป็นสีน้ำเงินฟ้าตั้งแต่ประตูวัด วงเวียนน้ำพุ พระอุปคุต จนถึงพระอุโบสถ มีความชดช้อยและลวดลายประติมากรรมต่างจากวัดอื่น ๆ ทั่วไป ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องมาเก็บภาพความประทับใจกันไม่เว้นแต่ละวันเลย

ดูจากภายนอกว่าอลังจนขนลุกแล้ว เมื่อก้าวเข้าไปในพระอุโบสถก็ยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราได้ไม่แพ้กัน โดยภายในจะมีผลงานจิตรกรรมภาพวาดเกี่ยวกับพระพุทธประวัติให้เราเดินชม และมีพระพุทธรัชมงคลบดีตรีโลกนาถ เป็นพระประธานสีขาวมุกตัดกับสีฟ้าทำให้เป็นอุโบสถที่สวยมาก นอกจากนั้นด้านหลังวิหารยังมีพระพุทธรูปสีขาวปางห้ามญาติองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ด้วย เรียกได้ว่าเป็นวัดที่งดงามด้วยพุทธศิลปและโดดเด่นเฉพาะตัวไม่เหมือนที่ไหนเลยจริง ๆ

004 : วัดยอดขุนพลเวียงกาหลง

ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาในเมืองประวัติศาสตร์อย่างเมืองเวียงกาหลง ยังมีอีกหนึ่งวัดที่สวยงามทั้งทัศนียภาพและการออกแบบจนถูกเปรียบเหมือนสวรรค์บนดิน “วัดยอดขุนพลเวียงกาหลง” แห่งนี้เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เดิมเคยเป็นเมืองเก่าแก่แหล่งผลิตเครื่องเคลือบดินเผาที่รู้จักกันอย่างกว้างขว้างไปทั่วแคว้นต่าง ๆ จนกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณ และมีการสร้างวัดนี้ขึ้นเคียงคู่กันมา

เนื่องจากที่ตั้งอยู่บนเนินเขามองเห็นดอยหลวงได้ชัดเจน ทำให้บรรยากาศดี มีอากาศเย็นสบายทั้งวัน มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้และภูเขาสีเขียว ๆ ทำให้เรารู้สึกสงบทั้งกายและใจเมื่อได้เข้ามาภายในวัดนี้

ส่วนด้านในพระวิหารก็เต็มไปด้วยภาพวาดเรื่องราวของวีรบุรุษต่าง ๆ และยังมีตำนานเล่าขานถึงการการกำเนิดของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เราได้ชมทั้งความงดงามของโบราณสถานและยังเป็นแหล่งที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณอีกด้วย

005 : วัดห้วยปลากั้ง

ภาพจำที่ผ่านตาของพบโชคธรรมเจดีย์ 9 ชั้น และองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ทำให้การมาเชียงรายรอบนี้เราไม่พลาดที่จะแวะมา “วัดห้วยปลากั้ง” ที่ตั้งอยู่ในตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย เป็นอีกหนึ่งวัดที่สวยมาก ได้เห็นครั้งแรกเหมือนโดนมนต์สะกดทันที ตัววัดอยู่บนเนินเขาทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเชียงรายได้เต็มสองตา ส่วนไฮไลท์ที่สำคัญของวัดนี้ก็คือ พบโชคธรรมเจดีย์ 9 ชั้น มีรูปทรงแปลกตาเป็นศิลปะแบบจีนผสมกับแบบล้านนา ล้อมรอบด้วยเจดีย์เล็ก ๆ 12 ราศี

ไม่ไกลกันก็จะมีพระอุโบสถสีขาวพร้อมทางขึ้นเป็นบันไดนาค อลังการด้วยลวดลายปูนปั้นทั้งหลัง แต่ที่ว้าวที่สุดก็คือองค์เจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความสูงประมาณ 79 เมตร เทียบเท่ากับตึกสูง 25-26 ชั้นเลยทีเดียว เชื่อกันว่าหากใครมาขอพรในเรื่องสุขภาพ การเงิน การงาน จะได้สมหวังตามพรที่ขอ ซึ่งระหว่างทางเดินขึ้นไปสักการะเจ้าแม่กวนอิมนั้น เราจะพบรูปปั้นมังกรสีขาวตรงบันไดที่อ่อนช้อยงดงาม เป็นอีกมุมที่ใครได้มาต่างก็ต้องถ่ายภาพกับเจ้ามังกรนี้เก็บไว้แทบทุกคน

006 : Café Lista

สายเที่ยวก็ได้รูปถูกใจ สายบุญก็ปลื้มปริ่มกับวัดสวยที่เราคัดสรรมาฝากไปแล้ว ถึงเวลามาเอาใจสายกิน ด้วยการพาไปเช็คอินคาเฟ่กันต่อ ซึ่งร้านแรกขอปักหมุดไปที่ Café Lista” คาเฟ่น้องใหม่กลางทุ่งนาออร์แกนิคที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แต่กระแสความฮอตฮิตเกินต้านทานมาก ๆ ตัวร้านสร้างและออกแบบได้เรียบง่าย ดูดีมีสไตล์ เข้ากับบรรยากาศของทุ่งนา มีโซนให้เลือกนั่งหลายมุม ถึงแม้เค้าจะออกแบบให้เป็นร้านที่เปิดโล่งรับลมแบบ Open Air แต่ก็มีลมเย็น ๆ พัดผ่านเข้าตามช่องประตูและหน้าต่างของร้านอยู่เสมอทั้งวัน ทำให้นั่งชิลได้ไม่มีเบื่อ ส่วนใครอยากเห็นวิวในมุมสูงทางร้านก็มีจุดชมวิวและจุดถ่ายภาพไว้คอยบริการอีกด้วย

ถ่ายรูปแบบไม่ยั้งไปหนึ่งกรุบ เราขอสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ มาจิบให้คล่องคอกันซะหน่อย ด้วยเมนู Espresso Orange ที่ใช้เอสเพรชโซ่ช็อตจากเมล็ดกาแฟในเชียงราย มิกซ์กับน้ำส้มที่หอมหวานชื่นใจเป็นเมนูที่คอกาแฟทั้งหลายควรลอง แต่ถ้าใครไม่ชอบดื่มกาแฟ ทางร้านก็มีเมนูซิกเนเจอร์อย่างมิสซิสพีช ชาพีชพร้อมน้ำทับทิมหวานอมเปรี้ยวชื่นใจ ที่มาพร้อมเนื้อพีชทั้งชิ้นและใบมิ้นต์เพิ่มความหอมสดชื่นรีเฟรชร่างกายเต็มที่ ยิ่งได้ดื่มไปมองวิวทุ่งนาไปแบบนี้ ให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมน้า

007 : PRECIOUS FACTORY

สายเกาทั้งหลายต้องกรี๊ดให้ความกับโซคิ้วท์ของอีกหนึ่งคาเฟ่เล็ก ๆ แต่ไม่ลับ เพราะตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ไม่ไกลจากตัวเมือง PRECIOUS FACTORY” เป็นร้านที่ต้อนรับเราด้วยตัวบ้านสีขาว มีกิมมิคอยู่ที่หน้าต่างโค้ง ๆ มีเก้าอี้ไม้ยาวริมหน้าต่างให้ฟีลเหมือนคาเฟ่ที่กรุงโซล พอเปิดประตูเข้าไปด้านในก็จะเจอกับเฟอร์นิเจอร์ไม้พร้อมผนังสีขาวสะอาดตา แซมด้วยต้นไม้สีเขียวให้ชื่นอกม่วนใจ๋ ถ่ายรูปมุมไหนออกมาก็ปัง โดยเฉพาะโต๊ะริมหน้าต่างที่แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านตลอดทั้งวัน

กลิ่นหอม ๆ ของชีสเค้กที่เพิ่งอบมาใหม่ ทำให้เราไม่ลังเลใจที่จะสั่งมาทานพร้อมเมนูเครื่องดื่มที่ทางร้านนำเสนอชื่อว่า Precious coffee เป็นเมนูที่มิกซ์แอนท์แมทช์อย่าลงตัวด้วยไซรัปพีช ลิ้นจี่ และเลม่อน ท็อปด้วยกาแฟชอตคั่วอ่อนด้านบน รสชาติกลมกล่อมถูกใจเราเป็นที่สุด แถมเบเกอรี่ของทางร้านเค้าทำแบบโฮมเมทวันต่อวัน บอกเลยว่าทั้งอร่อยและราคาย่อมเยาด้วยจ้า

008 : Aso Coffee Plantation

เติมคาเฟอีนเข้าเส้นกันต่อที่ Aso Coffee Plantation” คาเฟ่และโรงคั่วกาแฟชื่อดังตั้งอยู่ใกล้กับน้ำตกขุนกรณ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 30 นาที ตัวร้านเป็นบ้านไม้หลังเก่าที่นำมาดัดแปลงเป็นร้านกาแฟสองชั้นและยังคงเอกลักษณ์ของบ้านแบบชาวเหนือเอาไว้ ชั้นล่างเปิดเป็น Slow Bar แบบ Specialty Coffee มีกาแฟให้เลือกเยอะมากทั้งกาแฟไทยดี ๆ และกาแฟนอกแบบพิเศษที่บางตัวหาดื่มได้ยากมาก

เราเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่างและเดินเข้าไปคุยกับบาริสต้า แล้วก็ได้เมนูแนะนำมาเป็น Drip Coffee เมล็ด Rwanda Inzovu มี Taste Note เป็น Raisin, Mandarin Orange และ Cherry ซึ่งต้องบอกว่าบาริสต้าก็ดริปออกมาได้ครบรสมากจริง ๆ ส่วนใครอยากกินกาแฟใส่นมก็สามารถสั่งเมนู White ได้เลย สั่งมาทานคู่กับเมนูเบเกอรี่โฮมเมดที่เรียงรายมาให้เราเลือกสั่งเพียบ รับรองความฟิน

หลังจากจัดกาแฟจนหมดแก้วเราก็ออกมาสัมผัสบรรยากาศในโซน Outdoor ซึ่งลำธารที่เห็นนี้ก็ไหลมาจากน้ำตกขุนกรณ์นั่นเอง ทำให้บรรยากาศร่มรื่นและร่มเย็น ซึ่งทางเราก็ถูกจริตกับคาเฟ่ริมน้ำแบบนี้มากเช่นกัน รู้สึกผ่อนคลายสบายใจอย่างบอกไม่ถูก นอกจากนี้ก็ยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้เราได้คว้ากล้องมาเก็บภาพกันอีกเพียบ

009 : HUG CATUS FARM & CAFÉ

อบอุ่นละมุนหัวใจขอทิ้งท้ายไว้ที่ HUG CATUS FARM & CAFÉ” คาเฟ่กระบองเพชรสุดน่ารัก ที่ตั้งอยู่ในอำเภอเวียงป่าเป้า บรรยากาศร้านคือดีต่อใจตั้งแต่ทางเข้า ด้วยการออกแบบบ้านให้เป็นทรงสามเหลี่ยมสีขาว มีเรือนกระจกใสอยู่ขนาบด้านข้าง เน้นคุมโทนด้วยสีขาวดำที่คลาสสิคและมินิมอล ด้านในก็ถูกตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียว และต้นกระบองเพชรให้เข้ากับคอนเซ็ปของร้าน ไม่ว่าเราจะเลือกนั่งโต๊ะไหนก็สบายตาสดชื่นไปหมด

ที่นี่จะเน้นเมนูเครื่องดื่มเป็นหลักที่ทางร้านรังสรรค์ด้วยใจ และเสิร์ฟในแก้วกาแฟดีไซน์สวย สำหรับเมนูที่ห้ามพลาด คอนเฟิร์มโดยเราเองว่าอร่อยมาก คือ โคโคกาโต กาแฟช็อตที่ใช้เมล็ดกาแฟจากเวียดนามคั่วพร้อมเนยและมะพร้าวทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานละมุนเฉพาะตัว เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมมะพร้าวหนึ่งสกู๊ป ให้เราได้ค่อย ๆ เทลงบนไอศกรีมเอง เพื่อรสชาติที่กลมกล่อม นอกจากนี้ก็ยังมีเมนู Cold Brew และเมนู Non – Coffee อื่น ๆ ให้เลือกสั่งอีกเพียบเลย

ความน่ารักยังไม่หมด ที่เรือนกระจกใสสีขาวด้านข้างตัวร้าน ก็เป็นฟาร์มกระบองเพชรที่ถูกจัดแต่งวางเรียงรายอย่างน่ารัก มีกระบองเพชรต้นเล็กต้นน้อยตระการตามากมาย ตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อย ไปจนถึงพันธุ์ที่สวยงามหายากราคาหลักพันถึงหมื่นก็มี ซึ่งเราก็สามารถมาเดินเล่นถ่ายรูปในเรือนกระจกนี้ได้ ส่วนใครอยากรับน้องกระบองเพชรกลับไปครอบครอง ก็สามารถติดต่อขอจับจองจากพี่ ๆ เจ้าของฟาร์มได้เลยจ้า

จัดเต็มพาเที่ยวครบทุกสายทุกสไตล์ขนาดนี้ ไม่ว่าจะสายเที่ยว สายบุญ สายกิน ก็คงไม่ต้องคิดให้ปวดหัวแล้วว่าวันหยุดครั้งหน้าจะไปแอ่วที่ไหนดี เพราะเชียงรายนี่แหละเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีครบทุกอย่างทุกรสชาติ พร้อมทำให้วันหยุดธรรมดากลายเป็นวันพักผ่อนที่มีค่ามากขึ้น มีโมเม้นต์ดี ๆ ให้จำอีกเยอะเลย