ฮัลโหลวว เอฟรี่บอดี้ !! ขออนุญาตกล่าวสวัสดีจากแดนไกล หลังจากต้องเที่ยวทิพย์ผ่านหน้าจอมา 2 ปีเต็ม ตอนนี้เราก็ได้มายืนอยู่ ณ เมืองซานฟรานซิสโก แห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย กับ 12 โลเคชั่น ที่คัดสรรมาแจกความสดใสให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแลนด์มาร์กสุดฮิต อาร์ตแกลลอรี่แสนเก๋ รวมถึงคาเฟ่ชิล ๆ ในช่วงซัมเมอร์ ที่อากาศเย็นสบาย แดดดี๊ดี เหมาะแก่การออกไปถ่ายรูปสุด ๆ ส่วนจะดีงามขนาดไหนให้อัลบั้มภาพนี้ที่บันทึกด้วย vivo X60 Pro 5G เป็นคนบอกเล่าแล้วกัน …

001 Golden Gate Bridge

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา … เรามาเริ่มที่พระเอกของเมือง หรือแทบจะเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของอเมริกากันไปแล้ว กับ “Golden Gate Bridge” สะพานสีส้มสูงสง่าอายุกว่า 80 ปี ทอดยาวผ่านช่องแคบที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและอ่าวซานฟรานซิสโก แม้อายุของสะพานจะรุ่นราวคราวปู่คราวย่า แต่ความเลอค่าต้องให้สิบเต็ม ยิ่งถ่ายด้วยกล้องหลักของ vivo X60 Pro 5G ความละเอียด 48 MP ที่พัฒนาควบคู่กับเลนส์ค่ายดังอย่าง ZEISS ไม่ว่าจะถ่ายเลนส์วาย นอร์มอล หรือซูม ก็เก็บได้ปังทุกรายละเอียด งานนี้บอกเลยว่าถ่ายสนุกตั้งแต่โลเคชั่นแรกยันโลเคชั่นสุดท้ายแน่นอน

002 The Painted Ladies

จากพระเอกมาสู่นางเอกของซานฟรานซิสโกกันบ้าง กับ “The Painted Ladies” ตึกแถวสีพาสเทลที่นอกจากจะเป็นจุดเช็กอินยอดฮิต โฟโต้สปอตของเหล่าช่างภาพแล้ว ยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อีกแห่งของเมืองด้วย โดยตึกเหล่านี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Victotian ซึ่งเป็นที่นิยมมากช่วงยุค 60s และ 70s ในวันที่อากาศดีจะเห็นชาวเมืองออกมาปูเสื่อปิกนิกในสวน Alamo square ที่เบื้องหน้าเป็นบ้านสีสันน่ารักเรียงกัน 7 หลัง รู้จักกันในชื่อ Seven Sisters ถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่เลย

003 Lombard Street

เส้นถนนคิ้วท์ ๆ ที่คดเคี้ยวที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมถึงสองล้านคนต่อปี Lombard Street แห่งนี้มีลักษณะเป็นถนนวันเวย์ลงเนินความชัน 40 องศา คดเคี้ยวเป็นตัว S หักศอกหลายตลบ สร้างมาเกือบ 100 ปี เพื่อเชื่อมต่อระหว่างถนนไฮด์ และถนนลิเวนเทิร์น แม้ทางจะดูโหดแต่ภาพลักษณ์มันแสนจะน่ารัก มีการตกแต่งด้วยพุ่มไม้เขียวชอุ่ม แต่งแต้มด้วยดอกไม้ท้องถิ่นตลอดเส้นทาง มีทางเดินให้เราถ่ายรูปสวย ๆ ฟิน ๆ อยู่ริม 2 ข้างทาง

ใด ๆ ก็ต้องขอยืนยันอีกครั้งว่าแค่มือถือเครื่องเดียวก็ทำให้เราสนุกกับการถ่ายภาพมากขึ้นเยอะ เพราะเค้ามีฟีเจอร์เหมาะกับแทบทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นวินเทจฟิล์ม, แฟลชพอทเทรต ฯลฯ อย่างภาพที่เห็นนี้เราใช้โหมดพอทเทรตธรรมดา ภาพออกมาชัดตื้นแบบเนียน ๆ สวยงามน่าสนใจ การันตีว่าทุกโหมดที่เค้าให้มานั้นใช้งานได้จริง ภาพสวยพร้อมอัพไอจีได้ทันที

004 Union Square

แหล่งดักนักช้อปตัวยงที่อยากปลดสกิลน่องเหล็กทองคำ เพราะ “Union Square” คือแหล่งรวบรวมร้านค้า และร้านอาหารให้เราเพลิดเพลินตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จุดเจ่นของที่นี่คือลานกว้างที่อยู่ตรงกลาง มี Historic Dewey Monument เสารูปทรงโบราณขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน ล้อมรอบด้วยห้างชั้นนำของอเมริกาหลายแห่ง อย่าง Williams-Sonoma, Macy’s, Tiffany เป็นต้น และยังเป็นจุดจอดรถรางชมเมือง อีกไฮไลท์ของซานฟรานซิสโก ให้เราได้ถ่ายรูปคู่

005 San Francisco Museum of Modern Art

อีกหนึ่งโลเคชั่นที่ควรค่าแก่การมาเสพงานศิลป์ “Modern Art Museum” แห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ดีที่สุดในโลก ด้านหน้าเป็นตึกทรงยาวสีอิฐโดดเด่น ส่วนอาคารหลักจะเป็นสีขาวมีเส้นริ้วสวนกันดูโมเดิร์น ภายในจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนตลอดทั้งปี มีห้องจัดแสดงงานถึง 19 ห้อง ซึ่งช่วงที่เรามามีหลายสิบ exhibitions บางอันจัดแสดงไม่กี่เดือน บางงานก็จัดข้ามปีกันไปเลย เชื่อว่ามาตอนไหนก็มีงานศิลปะเจ๋ง ๆ ให้เราดูแน่นอน

อย่างที่รู้ ๆ กันว่า บางห้องในมิวเซียมมักจัดแสดงโดยใช้แสงน้อยมากเพื่อขับให้ผลงานดูเด่น แต่ไม่ต้องกังวลเพราะเราแค่ใช้ไนท์โหมด Extreme Night Vision 2.0 ที่ช่วยชดเชยแสงในเวลากลางคืนหรือสภาพแสงน้อย ประกอบกับกันสั่น Gimbal Stabilization 2.0 ที่ให้มากับเครื่อง รับรองว่าได้ภาพชัดสีสวยคมบาดใจแน่นอน

006 Pier 39

บริเวณท่าเทียบเรือ “Pier 39″ ริมอ่าวซานฟรานซิสโกที่แต่ก่อนเป็นจุดขนส่งสินค้าอันรุ่งเรือง ปัจจุบันผันเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีทั้งจุดถ่ายภาพ ร้านขายของ ร้านอาหารทะเล ด้านในเป็นสวนสนุกขนาดย่อม คอมมูนิตี้มอลล์ให้เราหลบร้อนมารับลมทะเลเย็น ๆ หาขนมกรุบกริบ เลือกซื้อของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปฝากที่บ้าน

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ผู้คนทั่วโลกต่างมุ่งหน้ามาดูกันก็คืออุ๋ง ๆ โซไซตี้คลับของเหล่าสิงโตทะเล ที่มานอนอาบแดดยามบ่ายกันอย่างสบายอารมณ์ ส่วนใหญ่น้องจะเป็นสิงโตทะเลพันธุ์ California Sea Lions การมายืนมองน้อง ๆ คือความเพลิดเพลินที่น่าพิศวง แต่ละตัวมีอิริยาบถที่แตกต่าง บางตัวดูชิล บางตัวดูขี้เกียจ บางคู่กำลังตีกันเพื่อแย่งที่นอน ที่นี่เราใช้โหมด Pro Sport โหมดที่ช่วยเราจับภาพการเคลื่อนไหวได้อย่างไวโฟกัสไม่หลุด ส่วนถ้าอยากบันทึกภาพน้องระยะประชิด แค่เลือกใช้เลนซูม (2X) ก็ได้รูปภาพน่ารัก ๆ แบบนี้เลย

007 Fisherman’s Wharf

ใกล้ ๆ กับ Pier 39 มีแหล่งรวมร้านอาหารทะเลเด็ดของเมืองซานฟราน “Fisherman’s Wharf” ถือเป็นตลาดปลาในตำนาน ที่แต่ก่อนชาวประมงเมื่อมาถึงฝั่งมักจะมาเปิดร้านขายของสด-ย่าง-นึ่งให้กินกันตรงนี้ เรียกว่าสดจากทะเลของแท้ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เพิ่มเติมคือเป็นระเบียบและมีร้านอาหารเพิ่มมากขึ้น ส่วนใหญ่ที่เขาขายกันจะเป็นเบอร์เกอร์กุ้ง ปู ล็อบสเตอร์ และหอยนางรม แน่นอนว่าก่อนจะไปหาอะไรลงท้อง เราไม่พลาดที่เก็บภาพป้ายซิกเนเจอร์ที่ถอดแบบมาจากพวงมาลัยบังคับเรือ

แม้ร้านอาหารจะเรียงรายกันมากมาย แต่เป้าหมายของเรามีเพียง Boudin Bakery Cafe’ เท่านั้น เพราะได้รับคำล่ำลือถึงความเด็ดของเมนู Crab Chowder ซุปปูที่เสิร์ฟคู่กับถ้วยขนมปัง ซึ่งเราทานได้ทั้งหมด ยิ่งทานร่วมกับกาแฟแล้ว เรียกว่าเป็นมื้อสาย ๆ ที่แสนจะฟิน ในร้านยังมีขนมปังรูปทรงน่ารัก ๆ ทั้งกุ้ง ปู ปลา ทางเราเลือกน้องเต่ามาเป็นพร้อพถ่ายคู่สัก 1 กรุบ เพิ่มความคิ้วท์ให้ภาพได้เป็นกอง

008 The Palace Of Fine Arts

อีกแลนด์มาร์กที่ประทับใจตั้งแต่เห็น The Palace Of Fine Arts อาคารสไตล์กรีกโบราณสีส้มสุดคลาสสิกที่สร้างมาร้อยกว่าปี ภายนอกดูโอ่อ่า ตั้งแต่เสาโรมันต้นสูงใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้า ภายในวิหารเปิดโล่งให้เราเข้าไปถ่ายรูป เดินชมรายละเอียดทั้งลายแกะสลักบนเสาและกำแพง ปัจจุบันที่นี่ปล่อยเป็นพื้นที่ให้เช่าสำหรับจัดแสดงนิทรรศการ จัดแสดงสินค้า โรงละคร จัดเลี้ยงบริษัท งานแต่ง ฯลฯ

ส่วนรอบ ๆ อาคารเป็นสวนสาธารณะมีทะเลสาบขนาดใหญ่ สดชื่นไปด้วยดอกไม้เต็มสวน เห็นผู้คนมาปูเสื่อนอนอ่านหนังสือ วาดรูป และนักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูปไปมา เรียกว่าบรรยากาศตรงนี้มันมีชีวิตชีวาสุด ๆ ไปเลย

009 San Francisco City Hall

อีกโลเคชั่นที่เหมาะแก่การถ่ายภาพอย่างยิ่ง เพราะภายใต้อาคารสูงใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางเมืองนามว่า “San Francisco City Hall” แห่งนี้ ถูกออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบกรีก-โรมัน ตรงกลางเป็นโถงทรงกลมกว้างขวาง ด้านบนประดับด้วยโดมที่มีลายแกะสลักสวยงาม ทั้งหมดถูกคุมโทนด้วยสีขาวหินอ่อน น้ำตาลเข้ม-อ่อนดูหรูหรา ทั้งเสา กำแพง ระเบียง แม้กระท้่งกรอบประตูก็เต็มไปด้วยงานแกะสลักวิจิตรบรรจง ด้วยความสวยงามทั้งหมดที่ว่ามา ที่นี่จึงเป็นสถานที่จัดงานสำหรับต้อนรับบุคคลสำคัญ และเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานยอดนิยมของชาวอเมริกาไปโดยปริยาย

ใบนี้ถ่ายด้วยเลนส์ Ultra-Wide กับความละเอียด 13 MP สามารถเก็บมุมได้กว้างถึง 120 องศา

สถานที่ของจริงมันสวยมาก บรรยากาศก็สงบ งานนี้เลยขอเซลฟี่สัก 1 กรุบก่อนแล้วกัน และด้วยกล้องหน้าเขามีความละเอียดถึง 32 MP สีสวย เก็บได้กว้าง ทำให้เห็นองค์ประกอบพื้นหลังครบ พร้อมโฟกัสดวงตาอัตโนมัติไม่หลุดเบลอ ถ่ายแชะเดียวผ่านไม่เปลืองเม็ม

010 First Branch – Swensen’s

ซานฟรานซิสโกนี่เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่บุกเบิกไอศครีมเจ้าดังมามากมาย อย่าง “Swensen’s” สาขาแรกของโลกก็ตั้งอยู่ที่นี่ อายุของร้านก็ราว ๆ 70 กว่าปีแล้ว แต่เขายังคงความคลาสสิกเอาไว้ ทั้งการตกแต่งภายนอกและภายใน ปรับปรุงให้ดูสะอาดเหมือนร้านเปิดใหม่อยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตัวเมนูและแพคเกจของไอศครีมก็เป็นแบบออริจินัล ไม่วาไรตี้เหมือนร้านทั่วไป ส่วนเรื่องรสชาติก็คือดีงาม ส่วนเรื่องตำนานก็คือนัมเบอวัน (สาขาแรกเลยนะแก๊ …. )

011 Bi-Rite Creamery

เช็คอินกันต่อที่ร้านไอศครีมสุดป๊อปอีกแห่ง กับแบรนด์ Bi-Rite ที่เปิดให้บริการมาแล้วว่า 80 ปี พัฒนามาเรื่อย ๆ จนแตกไลน์การขาย เป็นร้านขายอาหาร มาร์เก็ต คาเฟ่ และ “Bi-Rite Creamery” ร้านไอศรีมที่เรามานั่นเอง บอกเลยว่าใครได้มาลิ้มลองไอศครีมเจ้านี้ต้องไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะด้วยรสชาติความเฟรซจากนมออแกนิค ผสมผสานกับวัตถุดิบ ผลไม้สดอย่างดีสั่งตรงจากฟาร์ม ทำให้รสชาติของเขาแตกต่างจากแบรนด์ตลาดอย่างชัดเจน

ทางเราประทับใจเมนูคาราเมลซีซอลท์มาก เพราะมันหวานหนุบหนับ หอมกลิ่นคาราเมล ปลายรสมีความเค็มกลมกล่อม รีเฟรซจนอยากเบิ้ลอีกสักโคน ว่าแล้วก็ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปน้อง ๆ ด้วยโหมด Portrait ละลายหลัง ซึ่งโหมดนี้เขามีลูกเล่นอีกเยอะมาก เด่น ๆ คือ ZEISS Biotar โหมดชัดตื้นแบบพื้นหลังเป็นโบเก้หมุน ๆ หรืออยากให้เป็นรูปหัวใจ, ดาว, ไฟกลมมีให้เลือกครบ คนที่ชอบถ่ายโบเก้นี่ห้ามพลาดเลย

012 Tartine Bakery

ขอบอกต่อร้านเบเกอรี่ที่เพื่อนคนไทยในซานฟรานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเด็ด “Tartine Bakery” ตัวร้านเป็นตึก 1 คูหา ใช้โทนสีเข้มทั้งข้างนอกและข้างใน เคาน์เตอร์ และที่อบขนมอยู่บริเวณเดียวกัน มีกลิ่นอายของความคลาสสิก ยอดขายก็ปังไม่หยุดใน 1 อาทิตย์ทางร้านต้องอบขนมถึง 180-200 ก้อนเลยทีเดียว ด้วยความเด็ดดวงที่ว่ามานี้ เราอาจจะต้องมีการต่อแถวกันนานหน่อย 

กลิ่นอบขนมที่หอมโชยออกมานอกร้านขณะที่เราต่อแถว ช่วยการันตีว่าการรอคอยของเราจะต้องไม่ผิดหวัง ซึ่งพอทางเราได้ลิ้มลองคานาเล่อุ่น ๆ กรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นคาราเมลพร้อมไส้คัสตาร์ดแสนละมุน กับบัตเตอร์มิลค์สโคน เนื้อแป้งดีหอมเนยแบบจุก ๆ โรยเกร็ดน้ำตาลและลูกเกดไว้เสริมรสชาติแล้ว ก็ต้องขอยกนิ้วให้เป็น The best bakery in town จริง ๆ 

หลังจากที่พกเจ้า vivo X60 Pro 5G ออกไปเที่ยวทั่วไทยจนมาจนมาถึงอเมริกา ก็ต้องบอกว่าครบจบในตัวเดียวจริง ๆ ทั้งรูปลักษณ์บางเฉียบ ความโค้งมนสวยหรู หลังตัวเครื่องสะท้อนไล่เฉดสีเป็นประกายโทน Shimmer Blue เก๋ไก๋ การประมวลผลที่เร็ว กล้องหน้าและกล้องหลังถ่ายได้สวยกิ๊งจนแทบไม่ต้องแต่ง แถมราคายังเป็นมิตร แค่ 24,999 บาท หากเพื่อน ๆ สนใจสามารถไปจับจองกันได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์พร้อมศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.vivo.com/th/products/x60pro ราคาดีฟังก์ชั่นครบขนาดนี้ไม่มีไม่ได้แล้ว

สุดท้ายถ้าจะให้เลือกเมืองในอเมริกาที่อยู่ง่าย เดินทางสะดวก และถูกจริตเราที่สุด ก็คงจะเป็นซานฟรานซิสโกจริง ๆ ทั้งเรื่องอากาศที่แม้จะเป็นฤดูร้อนอุณหภูมิยังอยู่แค่ 20 ปลาย ๆ เท่านั้น เดินทางง่ายตัวเลือกเยอะ อาหาร เบเกอรี่อร่อย คาเฟ่เสิร์ฟกาแฟพรีเมียมกลิ่นละมุนแทบทุกร้าน ที่เที่ยวเยอะ อาร์ตก็มีให้ดูแทบทุกมุมเมืองไม่มีเบื่อเลย ถ้าใครคิดจะเที่ยวอเมริกาครั้งแรก เราก็อยากแนะนำเมืองนี้นะ เชื่อว่าจะต้องได้รับแต่ความประทับใจกลับไปแน่นอน