วันนี้เราขอนำเสนออีกทริปที่แสนสดใสสุดไฉไลรับปีเสือ ด้วยการปักหมุดและสตาร์ทรถมุ่งตรงไปใช้เวลาช่วงวันหยุดให้เพอร์เฟกต์มากสุด ณ “หัวหิน-ปราณบุรี” เมืองพักตากอากาศแสนชิลล์ของคนกรุงฯ ที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การท่องเที่ยว ไม่ว่าจะสาย Cafe hopping  สายนอนหรูเน้น Staycation สายดื่มด่ำทะเลและทิวเขา โดย 2 วัน 1 คืนนี้ เราได้คัดมาฝากกันแบบฉ่ำ ๆ เลอค่าไปกับ 5 โลเคชั่นถ่ายรูปสวย ถ้าอยากรู้ว่าดีเลิศแค่ไหนมาพิสูจน์ไปพร้อมกัน ๆ ได้เลย

ตั้งพิกัดจุดหมายแรกเรียบร้อย เราก็วิ่งตรงสู่หัวหินผ่านถนนพระราม 2 ซึ่งเส้นนี้ก็มี PTT Station อยู่หลายสาขามาก ทำให้สะดวกแก่การเลี้ยวรถเข้าไปเติมพลังให้รถคู่ใจด้วย XtraForce Gasohol E20 สุดยอดน้ำมันที่ถูกพัฒนาโดยการเพิ่มสารเติมแต่งสูตรพิเศษที่ทำให้เครื่องยนต์ของรถเดินเรียบไม่มีสะดุด ทำงานเต็มสมรรถนะ แถมมีตัวช่วยให้อัตราเร่งแซงดีขึ้น ขับขี่ได้อย่างลื่นไหล งานนี้ไม่ว่าจะทริปใกล้ไกลบอกได้เลยว่า “แรงเต็มที่ คุ้มเกินคาด” เพราะคุณภาพดีพอ ๆ กับเติมแก๊สโซฮอล์ 91/95 เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่ใช้ Eco Car แบบเราสุด ๆ

และแน่นอนว่าหากใครมีบัตร PTT Blue Card อยู่แล้ว … แค่เพียงเติม XtraForce Gasohol E20 1 ลิตร ก็รับแต้มสะสมไปเลย 1 คะแนน ยิ่งสะสมเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งคุ้ม เพราะเราสามารถใช้แต้มแทนเงินสดแลกของรางวัลสิทธิพิเศษได้เยอะมาก ไม่ว่าจะใช้ในร้านอาหารดัง เอาไปช้อปปิ้งของรับปีใหม่ ทานกาแฟ Amazon ใน PTT Station หรือใช้เป็นส่วนลดในการเติมน้ำมันครั้งถัดไปก็ยังได้ เข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ https://www.pttbluecard.com/th/ เลยนะ

01 : Molley Coffee Stand

ขับรถสองชั่วโมงนิด ๆ เลี้ยวเข้าซอยหัวหิน 37 ก็จะเจอกับ Molley Coffee Stand คาเฟ่เล็ก ๆ น่ารักซ่อนตัวอยู่ ถึงแม้โลเคชั่นจะตั้งอยู่ในกลางเมืองหัวหิน แต่พอได้มายืนอยู่หน้าร้านก็จะพบกับบรรยากาศที่เงียบสงบ ให้ฟีลแบบบ้านสวนเล็ก ๆ ชั้นเดียวแสนจะอบอุ่น พร้อมการตกแต่งสไตล์ Cozy ที่ดูไปดูมาก็เหมือนร้านกาแฟชานเมืองในการ์ตูนญี่ปุ่นยังไงยังงั้นเลย มีมุมให้เลือกนั่งชิลได้ทั้ง indoor และสวนหลังร้านที่เป็นโซน outdoor บอกว่านี่คืออีกคาเฟ่ที่จะทำให้ทุกคนใช้คำว่าน่ารักได้สิ้นเปลืองสุด ๆ

ยืนถ่ายรูปเท่ ๆ กับมุมหน้าร้านไปแล้ว พอเปิดประตูเข้ามาด้านใน เราก็ยังสะดุดตากับเคาเตอร์ที่เต็มไปด้วยของกระจุกกระจิกน่ารักน่าหยิกเต็มไปหมด โดยเฟอร์นิเจอร์ที่ทางร้านใช้ตกแต่งก็จะเป็นไม้ทั้งหมด ทำให้ร้านยิ่งดูอบอุ่นละมุนเข้าไปใหญ่ โดยมุมที่เราชอบสุดจะเป็นมุมหน้าต่างบานใหญ่สี่เหลี่ยมที่สามารถนั่งมองวิวของต้นไม้สีเขียวได้ตลอดทั้งวัน

ได้ที่นั่งถูกใจพร้อมรูปถ่ายประมาณสามแสนใบแล้ว ก็ได้เวลามาแนะนำเมนูที่ต้องสั่งกันบ้าง โดยขอเริ่มจาก Strawberry Jam Homemade นมสดสตรอว์เบอร์รี เมนู Signature ที่ทำจำกัดต่อวัน เพราะว่า Strawberry Jam ของที่ร้านทำเอง ส่วนรสชาติบอกเลยว่ากลมกล่อมอร่อยเป็นพิเศษไม่หวานจนเกินไป ตามมา Salted Caramel Macchiato ที่จิบแล้วไม่อยากวางเพราะมันอร่อยมาก ได้รสชาติของกาแฟที่เข้มข้นบวกกับซอสคาราเมลโฮมเมดหอมละมุน พอทานเข้าคู่กับ Carrot Cake อีกสักชิ้นคือฟินมากสุด

02 : บึงบัวอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด

ไปต่อไม่รอช้ากับจุดเช็คอินต่อมาที่บอกเลยว่าสวยมากเว่อร์ บึงบัว อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ที่นี่เราจะได้พบกับวิวภูเขาหินปูนสลับเรียงรายยาวประมาณ 30 กิโลเมตร ถูกโอบล้อมไปด้วยบึงขนาดใหญ่ แต่ถ้ามาเที่ยวช่วงต้นปีแบบนี้ก็จะมีต้นกกต้นอ้อขึ้นสลับเรียงรายอยู่ทั่วไปหมด มีสะพานไม้ที่ทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตร ให้เราเดินกินลมชมบรรยากาศ โพสท่าถ่ายรูปเล่นเป้ะ ๆ กับมุมปัง ๆ ไว้อัพลงไอจีเปิดปี 2022 แบบสดชื่น

หากระหว่างทางเดินชมบรรยากาศของบึงที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ และวิวภูเขาหินปูนสุดอลังการแล้วเหนื่อย เค้าก็มีศาลาให้นั่งพักหลบร้อน รับลมเย็น ๆ ก่อนจะเดินต่อไปยังจุดถัดไปด้วย นอกจากนี้ใครอยากส่องนกและใกล้ชิดกับบึงบัวมากกว่าการเดินเล่นบนสะพานไม้ ก็สามารถเช่าเรือเหมาลำออกไปเที่ยวได้ มีบริการเรือจอดเรียงรายอยู่ที่บริเวณหัวสะพานเลย

03 : Putahracsa Hua Hin Resort

หากโจทย์ของเพื่อน ๆ ในการไปเที่ยวหัวหินครั้งหน้า คือการพักผ่อนแบบเต็มที่ เน้นนอนหรูอยู่สบายสไตล์ Staycation ในบรรยากาศที่เงียบสงบเป็นส่วนตัว สามารถเดินชิลไปยืนบนชายหาดได้เพียงไม่กี่ก้าวจากห้องพัก เราขอแนะนำ Putahracsa Hua Hin Resort หนึ่งในที่พักสุดปัง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์อย่างปราณีต ใส่ใจในทุกดีเทล คุมโทนด้วยสีเอิร์ธโทนขาวน้ำตาล เต็มไปด้วยความเรียบง่ายสบายตาขับธรรมชาติรอบข้างให้ดูเด่น สมเป็นรีสอร์ทหรู 5 ดาวที่ควรค่าแก่การมาใช้เวลาคุณภาพช่วงวัดหยุดจริง ๆ

ภายในรีสอร์ทจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือ Beachside และ Sandside โดยที่ฝั่ง Beachside จะเป็นห้องพักแบบวิลล่า ส่วนฝั่ง Sandside จะอยู่อีกฝั่งถนนเพียง 100 เมตร แต่ก็ได้ฟีลเหมือนรีสอร์ทติดทะเล เพราะเค้าสร้างบรรกาศด้วยทราย ต้นมะพร้าว เตียงชายหาด ร่ม และตาข่ายวอลเลย์บอล พร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ส่วนรอบนี้เราเลือกพักห้อง Silksand Room ที่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 44 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันทุกอย่าง คือถ้ามานอนพักผ่อนที่นี่ไม่ต้องออกไปไหนแค่อยู่ในรีสอร์ทก็แฮปปี้แล้วเชื่อเรา!

อีกอย่างที่ไม่พูดคงไม่ได้ สำหรับใครที่เป็นสายถ่ายรูปต้องเลิฟที่นี่มาก ๆ ไม่ต่างจากเรา เพราะทุกมุมภายในรีสอร์ทเมื่อยามที่แสงอาทิตย์ตกกระทบจะเกิดเป็นแสงสะท้อนและเงาต่าง ๆ ที่สวยงามราวกับภาพวาดเก๋ ๆ  รู้เลยว่าก่อนสร้างเป็นรีสอร์ทที่ดีงามขนาดนี้ต้องใส่ใจในเรื่องของแสงไม่แพ้กัน งานนี้โพสท่าปัง ๆ ได้หลากหลายมุมไม่ซ้ำใครแน่นอน

ส่วนฝั่ง Beachside นอกจากจะติดทะเลแล้ว ไฮไลต์จะอยู่ที่ Oceanside Beach Club & Restaurant ร้านอาหารสุดชิลริมทะเลที่ฮอตฮิตติดลมบนเป็นเบอร์ต้น ๆ ของหัวหินไปอย่างง่ายดาย ด้วยกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทะเลหัวหินแบบสุดลูกหูลูกตา มีแสงสาดส่องเข้ามาในกระทบกับจานชามและของตกแต่งที่ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัวแล้วก็ก็ บอกได้คำเดียวว่าบรรกาศโรแมนติกสุด ๆ ทำให้ในช่วงวันหยุดต้องจองโต๊ะล่วงหน้ากันเป็นเดือน ๆ เลยทีเดียว

ยามเช้าที่พระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาทักทายขอบฟ้า เรายอมตื่นเช้ากว่าทุกวันเพื่อเดินจากห้องพักข้ามฝั่งมาชมวิวนี้ที่ห้องอาหารเดิม มันเป็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นต้อนรับปีนี้ที่คุ้มค่าที่สุดเลยก็ว่าได้

04 : วนอุทยานปราณบุรี

จากริมทะเลสีฟ้าขอพาทุกคนมาเปลี่ยนบรรยากาศมาสัมผัสผืนป่าสีเขียวกันที่ วนอุทยานปราณบุรี ที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้เดินชมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลน ชมพันธุ์ไม้ชนิดต่าง ๆ ทั้งโกงกาง โปรงแดง ตะบูนดำ ระหว่างทางมีป้ายข้อมูลให้ความรู้เป็นระยะ นอกจากจะได้รู้จักกับพรรณไม้แล้ว ยังได้เห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นปูก้ามดาบ หอยขี้กา กุ้งดีดขันอีกด้วย

หากเดินเล่นจนครบรอบก็จะเจอกับหอดูนก มุมไฮไลต์สุดปังที่รอให้เราเข้าไปกดชัตเตอร์อยู่ เพราะเมื่อขึ้นไปยืนด้านบนก็จะมองเห็นผืนป่าชายเลนสีเขียวในมุมสูงแบบสุดลูกหูลูกตาเหมือนธรรมชาติได้โอบล้อมเราเอาไว้ ณ จุดนี้ขอแนะนำให้เลือกใส่เสื้อผ้าสีสว่าง ๆ คุมโทนมาสักหน่อย รูปที่ได้ก็จะสวยว้าวน่ากดถูกใจสุด ๆ

05 : Bonnie on the Beach

ขากลับจากหัวหินเราแวะเช็คอิน Bonnie on the Beach อีกหนึ่งคาเฟ่น่ารักเปิดใหม่ล่าสุดริมหาดชะอำ มาในสไตล์มินิมอลเกาหลีเกาใจเหมือนบินไปกงจิน ตัวร้านคุมโทนด้วยสีขาว ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ดูสบายตา มีมุมไฮไลท์ที่ห้ามพลาดเป็นกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวทะเลแบบเต็มสองตา ใครอยากนั่งตากแอร์เย็นฉ่ำ ๆ แค่มองวิวทะเลก็ชื่นใจให้เลือกนั่งโซนด้านใน แต่ถ้าใครอยากสัมผัสสายลมแสงแดดแนะนำมุมเอ้าดอร์ เค้ามีที่นั่งให้เลือกชิลเยอะมากทั้ง Beach Bed ริมหาดก็ดี หรือโต๊ะพร้อมร่มสีขาวสุดน่ารักสไตล์หนุ่มสาวเกาก็ได้

ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มของร้านก็ฟินไม่แพ้บรรยากาศ ถ้าให้แนะนำขอเป็น Raspberry Tonic ที่มีรสชาติกลมกล่อมจากกาแฟเอสเปรสโซ่ ไซรัปราสเบอร์รี่ แอปเปิ้ล และโทนิค ยิ่งจับคู่ทานกับครัวซองค์สังขยาที่อบมาสด ๆ ใหม่ ๆ หอมกรุ่นจากเตา บอกเลยว่าฟินปิดทริปแบบฟินนาเล่สุด ๆ ไปเลย

สำหรับทริปนี้ XtraForce Gasohol E20 ถังเดียวก็เอาอยู่ ไปกลับกรุงเทพ – หัวหินได้แบบสบาย ๆ คุ้มสุด!!!! ประหยัดน้ำมันเกินคาด เพราะน้องเค้ามีอัตราสิ้นเปลืองต่ำสุดในกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ สมกับเป็นน้ำมันรุ่นใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคนี้จริง ๆ คราวนี้ใครที่ชอบขับรถเที่ยว จะทริปใกล้ไกลแค่ไหนก็ไม่ต้องคิดเยอะ เลือกไปที่ XtraForce Gasohol E20 จาก PTT Station คุ้มค่าเกินราคาแน่นอนจ้าาาาาาา!!!

และทั้งหมดนี้ก็คืออีกหนึ่งทริปที่มาเสริมพลังบวก เติมความสดใสกันตั้งแต่ต้นปี กับ 5 โลเคชั่นแสนชิลในเมืองตากอากาศอย่าง “หัวหิน-ปราณบุรี” ที่ไปกี่ครั้งก็ประทับใจ ได้พักผ่อนนอนสบายในรีสอร์ทอย่างเต็มที่ ได้ไปเช็คอินคาเฟ่น่ารักเปิดใหม่ ได้สัมผัสผืมน้ำสีฟ้าคราม และผือธรรมชาติสีเขียวของป่าโกงกางและบึงบัวอันกว้างใหญ่ ก็ทำให้ใจฟูเต็มที่ ตีรถกลับกรุงเทพฯ ด้วยใจที่เริงร่า พร้อมกับมาท้าชนกับทุกงานที่รออยู่