ช่วงซัมเมอร์ที่แสงสวย ๆ คือเวลาที่เหมาะในการชวนเพื่อนซี้ออกเดินทางไปใช้ชีวิตให้แฮปปี้กับทุกแอคทิวิตี้ ณ กระบี่ กับแพลนที่มีทั้งนั่งจิบกาแฟชมเกลียวคลื่น ดื่มด่ำเที่ยวสี่เกาะบนเรือหรูแสนคลาสสิค ทำกิจกรรมเบา ๆ พายแพดเดิลบอร์ดชมธรรมชาติสุดฟินบนหาดไร่เลย์ ไต่สู่ภูเขาชันทำกิจกรรมมันส์ ๆ ให้อะดรีนาลีนหลั่งที่ถ้ำค้างคาว และใช้เวลาพักผ่อนชิล ๆ ในที่พักหรู 5 ดาวแบบไม่เร่งรีบ … แน่นอนว่าแพลนเที่ยวครบ แพลนการดูแลตัวเองก็ต้องไม่ลืม ทริปนี้เราเพิ่มความมั่นใจด้วย AXE Ice Chill ที่มาพร้อมความหอมสดชื่นจากกลิ่นมิ้นท์ผสานซิตรัสที่เย็นลง -10 องศาทันทีที่ใช้ จึงทำทุกกิจกรรมได้ตั้งต้นจนจบอย่างมั่นใจไม่มีสะดุดตลอดวัน

กิจกรรมยิ่งแน่น การดูแลตัวเองก็ยิ่งต้องเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องของกลิ่นกายที่ห้ามละเลย เพราะเรตติ้งของเราจะปังหรือพังก็อยู่ตรงนี้แหล่ะ เราจึงอยากบอกต่อตัวช่วยดี ๆ อย่าง The New Axe Ice Chill สเปรย์น้ำหอมระงับกลิ่นกายสำหรับผู้ชาย ที่มาพร้อมแพคเกจจิ้งใหม่ และกลิ่นให้เลือกหลากหลายตามความชอบ ที่สำคัญยังเย็นลงทันทีที่ฉีดถึง -10 องศา มอบความสดชื่น ช่วยปกป้องถึง 48 ชั่วโมง และหอมยาวนานจาก Zinc Complex Technology สายกิจกรรม สายเอ้าท์ดอร์ จะลุยนานแค่ไหนก็หายห่วง จะกี่ซัมเมอร์ก็ต้องมีติดตัวแล้วล่ะ

Day 1 : Island hopping

Exclusive 4 Island Trip (Boat and Beyond)

วางกางเกงขายาว ถอดรองเท้าหนัง มาสวมแว่นตากันแดดกับชุดผ้าลินินคุมโทน ลงเรือล่องท่องให้ทั่ว ทัวร์สี่เกาะ เคาะภาพจำแบบเดิม ๆ เพิ่มเติมภาพลักษณ์ใหม่ ไปกับเรือ Boat and Beyond เรือนำเที่ยวในรูปแบบ Luxury Longtail Boat ที่นำเสน่ห์แบบท้องถิ่นมาผสมผสานกับความหรูหรา จึงสะดวกสบายครบครัน แถมถ่ายรูปมันส์ถูกใจสายโซเชียลแน่นอน

นอกจากจะมีมนต์สะกดของท้องทะเลอันดามันเป็นตัวขับเคลื่อนแล้ว การตกแต่งบนเรืออย่างการเลือกสีสันของเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่านโปร่งบางสีขาว หมอนอิงลายทางสีเทา และเบาะรองนั่งสีเหลืองมัสตาร์ด ล้วนรวมกันสร้างความประทับใจให้เราแบบเต็มแม๊กซ์สำหรับเส้นทางของเรือลำนี้จะมีให้เลือก 2 เส้นทางหลัก ๆ คือรูทเกาะห้อง และรูททัวร์ 4 เกาะแบบเรา ส่วนช่วงเวลาก็มี 2 รอบเช่นกันแบ่งเป็นรอบเช้า Sunrise 8.00 น. – 12.30 น. และรอบบ่าย Sunset 14.00 น.-16.30 น.

เราเลือกล่องเรือรอบเช้าเพราะชอบความรู้สึกอบอุ่นของไอแดด ล่องเรือมาเรื่อย ๆ สายลมพัดผ่านหน้า ไอแดดยามเช้าลอดตัวผ่านชายคาเรือสาดส่องอย่างอบอุ่น หลังเรือแล่นเหนือผืนน้ำทะเลสีครามไม่นานนักก็มาถึงจุดแรก Tub Island พื้นที่สันทรายกลางทะเลที่เชื่อม 3 เกาะ ได้แก่ เกาะไก่ เกาะหม้อ และเกาะทับ จุดชมวิวที่ได้รับการยกย่องให้เป็น Unseen Thailand กับ ทะเลแหวก หรือสันทรายขาวละเอียด กินพื้นที่เชื่อมสามเกาะเข้าด้วยกัน โดยจะโผล่ขึ้นมาให้เราชมเฉพาะช่วงเวลาน้ำลด และม้วนตัวเลือนหายในช่วงเวลาน้ำขึ้นของทุก ๆ วัน

แม้จะมีเพียงสันทรายเปล่า ๆ แต่เราก็รู้สึกมหัศจรรย์เหมือนเราสามารถแยกสายน้ำ เดินเล่นใต้ท้องทะเล เป็นโมเสสยุค 2022 ถอดรองเท้าสัมผัสทรายขาว นุ่มละเอียด ถอดความกังวลยืนมองน้ำที่ใสจนเห็นปลาตัวเล็ก ๆ ถอดความเหนื่อยล้าเฝ้ามองผู้คนที่หลั่งไหลมาพร้อมกับรอยยิ้ม คำว่าอันซีนไม่เกินจริงสำหรับที่นี่

เต็มอิ่มกับพื้นน้ำใสวิ้งกระแทกตา พี่คนขับเรือก็พาเราวนมาอีกฝั่งเพื่อพบกับ เกาะไก่ (Chicken Island) เกาะที่เมื่อเห็นก็ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเกาะจึงชื่อไก่ เพราะประติมากรรมธรรมชาติที่ผ่านลมผ่านฝนมาเนิ่นนาน จนยืนตระหง่านเป็นความมหัศจรรย์นี้ เมื่อแหงนหน้ามองขึ้นไป จะตะแคงหน้าไปด้านซ้าย ย้ายตามลมไปด้านขวา หรือขยิบตามอง จะมุมไหนก็เหมือนหัวไก่พร้อมคอไม่มีผิด เป็นอีกหนึ่งมุมที่สามารถแวะกลางทะเลแล้วถ่ายรูปคู่ได้แบบชวนว้าว

จุดแวะถัดมาคือให้ไฮไลต์สดใหม่ที่กำลังฮอตฮิตในโซเชียล อ่าวบูหยา หาดทรายขาวละเอียดขนาดเล็ก ๆ ที่ด้านหน้าติดทะเลสีใสที่ไล่เฉดสู่สีเทอร์ควอยซ์แบบเพอร์เฟก ด้านหลังติดหน้าผาสีเทาเข้มสูงใหญ่ จะเดินเล่นถ่ายรูปที่หาดก็ดูคล้ายปิดหาดเที่ยวส่วนตัว จะปีนขึ้นไปถ่ายรูปบนจุดไอจีสปอร์ต ณ ถ้ำด้านบนก็มี 2 จุดให้ปักหมุด จุดแรกเมื่อเดินขึ้นไปชิล ๆ ก็สามารถเจอได้เลย จุดต่อไปจะต้องเดินสูงและไต่เชือกขึ้นไปอีกนิดแต่ก็ไม่ได้ยากนัก ทำทียืนนิ่ง ๆ ยืนพิงหินผา และยืนมองฟ้าถ่ายรูปเพิ่มอีกสักใบ ก็จะได้มุมสุดคูล ดูเป็นสายลุยตัวจริงง่าย ๆ แล้ว

ปิดท้าย Half-day Trip with Fullfilling ที่ เกาะปอดะ หนึ่งในจุดห้ามพลาด นอกจากเกาะที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มหมู่เกาะทะเลกระบี่ ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ยังน่าประทับใจด้วยทัศนียภาพกว้างใหญ่ มองทะเลได้แบบกว้างไกลจรดเส้นขอบฟ้า เพราะติดทะเลถึง 3 ด้าน มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา สามารถลงว่ายเล่น หรือจะแค่นั่งมองเฉย ๆ ก็ไม่รู้เบื่อ เมื่อมองจากหน้าหาดยังมีภูเขาหินรูปเรือใบอันโดดเดี่ยวเป็นฉากหลังอันโดดเด่นอยู่ด้วย

เดินย่ำสองสามก้าวเราก็ได้มุมเหมาะ ๆ สำหรับวางเซ็ทปิกนิกนั่งทานมื้อเที่ยงแบบเอ้าท์ดอร์ แบบได้ฉากหลังฟิน ๆ เป็นหินเรือใบ อาหารอร่อย หน้าตาดี เครื่องดื่มสดชื่น จะยืนถ่ายอาหารเดี่ยว ๆ คู่ผืนทราย หรือถ่ายเราคู่หิน คู่ของกิน คู่ผืนทราย สายน้ำ แสงแดด ก็จบครบบริบูรณ์ในแชะเดียว!!!

ปิดครึ่งวันพร้อมใช้การ์ดไปเกือบครึ่งใบ แบตเตอรี่ในใจเราก็ไต่ระดับสู่ความสุขแบบเต็มพิกัดอย่างว่องไว แม้แดดจะร้อน แสงจะแรง แต่ความสดชื่นมั่นใจของเราก็ยังอยู่ดีไม่มีตก เพราะไม่ลืมฉีด The New AXE Ice Chill ตัวช่วยที่ทำให้พร้อมลุยตลอดทริป ตลอดวัน จาก Zinc Complex Technology ที่ช่วยขจัดกลิ่นกายได้ถึงต้นเหตุ มอบความรู้สึกเย็นสดชื่นทันทีที่ฉีดถึง -10 องศา พร้อมกลิ่นผสานซิตรัส หอมยาวนาน ปกป้องกลิ่นกาย 48 ชั่วโมง มีไอเท็มนี้จะอีกกี่กิจกรรมก็สดชื่นไม่มีถอย ก็ยกมือชูสุดแขนไปเลยสิครับบบบ!!!!

เต็มอิ่มกับพื้นน้ำสีฟ้า เราก็ขอเช็คอินเพิ่มค่าคลอโรฟีลเติมเต็มความเขียวไปกับธรรมชาติ ณ Rayavadee รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ใจกลางสวนมะพร้าวและพืชพรรณเขตร้อนบนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ถูกโอบล้อมด้วย 3 ชายหาด บนความตั้งใจที่จะรักษาสมดุลของธรรมชาติและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ซึ่งเห็นได้จากการจัดวางทางเดินและที่พักให้หลบเลี่ยงการตัดต้นไม้ ดังนั้นเราจึงพบสัตว์ป่าอย่างลิง และสัตว์ป่าคุ้มครองอย่างค่างแว่น และนกเงือกได้แบบไม่ยาก ด้วยโปรไฟล์สุดปัง … ที่นี่จึงโด่งดังมากว่าสองทศวรรษ เอาเป็นว่าหากอยากสูดอากาศให้เต็มปอด หลีกหนีความวุ่นวาย สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ที่นี่นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลยละ

ลัดเลาะตามร่มเงามาบนทางคดเคี้ยว เราจะพบห้องพักสุดกว้างขวางสไตล์พาวิลเลี่ยนสีครีมสูงสองชั้น ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางพันธุ์ไม้หลากชนิด 94 ห้อง ละวิลล่าส่วนตัวอีก 7 หลัง เราพักเป็นแบบ POOL PAVILION (พูลพาวิลเลี่ยน) ซึ่งตอบโจทย์มากกับใครที่ใฝ่หาการพักผ่อนแบบเอ้าดอร์แต่ก็อยากขอความเป็นส่วนตัว โดยไม่ทิ้งความหรูหรามีระดับ เพราะทุกห้องมีสระว่ายน้ำ สวนดอกไม้ พร้อมเตียงอาบแดดเป็นของตัวเอง จะนั่งท่าไหน ตรงไหน ตอนไหน ก็ไม่มีใครกวน!!

ชื่นชมธรรมชาติด้านนอกพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลาเปิดประตูชื่นชมภายในห้องพักของเรากันบ้าง พอบานประตูเปิดออกก็จะเผยห้องพักทรงโค้งมนสีครีมนวลตา เน้นการตกแต่งด้วยวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระดานไม้ขัดเงาที่เหยียบแล้วเย็นสบายเท้า มู่ลี่สีไม้ดิบ หรือเฟอร์นิเจอร์บุผ้าทอมือสีอบอุ่น ก็ล้วนทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย สิ่งอำนวยความสะดวกคือครบมาก แค่พก The New Axe Ice Chill มาอย่างเดียวก็พร้อมอยู่

บ่ายคล้อยแสงกำลังสวย น้ำขึ้นกำลังงาม ก็ได้เวลาออกมามาหาอะไรทานแบบชิล ๆ ที่ The Grotto Rayavadee ร้านอาหารติดหาดซึ่งแทรกตัวอยู่ภายในอ้อมกอดของภูเขาหินปูนสีส้มอมเทาบนหาดพระนาง ที่เราเชื่อว่าใครเป็นสายอินสตาแกรมเมอร์จะต้องเคยเห็นมุมนี้มาก่อนอย่างแน่นอน อยากพักผ่อนแบบชิล ๆ จะมีอะไรเข้ากันดีไปกว่าไวน์แดง Cold Cut ชีสหลากชนิด และผลไม้แห้ง พร้อมชมการแสดงสดจากคุณท้องทะเล คุณท้องฟ้า คุณต้นมะพร้าว ที่คอยขับกล่อมบรรยากาศตรงหน้าอย่างลงตัว

สำหรับเราพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดคือการมองจากบนยอดเขาสักลูก แต่ถ้าพระอาทิตย์ตกทะเลนี่แหล่ะสวยเสมอ นั่งชิล ๆ จนเต็มอิ่มเราก็ลุกมาเดินเล่นต่อที่ หาดถ้ำพระนาง หาดทรายขาวละเอียดที่ทอดตัวยาวขนานไปกับผืนน้ำและภูเขาหินปูน มีทั้งหน้าผาสูงชั้น หินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาให้มองตาม  และที่ปลายหาดคือถํ้าพระนาง ตำนานคู่หาดถ้ำพระนาง ที่ล้วนร้อยเรียงถักทอเรื่องราวให้ผืนทรายที่ราบเรียบมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างน่าดูชม ยามเย็นแบบนี้เราจึงเห็นผู้คนมากมายออกมานอนเรียงรายรอชมพระอาทิตย์ตกพร้อม ๆ กัน

Day 2 : Outdoor Adventure 

เช้าวันใหม่ เราตื่นมาพร้อมกับเรื่องราวสบาย ๆ สไตล์ชิคคูลของเมื่อวาน เพื่อเริ่มสตาร์ทความ แอดวานซ์แบบขีดสุดในวันนี้ โดยไม่ลืมฉีด AXE Ice Chill สเปรย์นํ้าหอมระงับกลิ่นกายสําหรับผู้ชาย เพื่อขจัดกลิ่นกายตั้งแต่ต้นเหตุ ต่อให้วันนี้จะต้องลุยกิจกรรมหนักแค่ไหนก็ไม่หวั่น เจอใครก็มีแต่ส่งกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นตัวให้เสียเซลฟ์ มั่นใจได้เต็มที่เพราะปกป้องยาวนานถึง 48 ชั่วโมง ฉีดปุ๊บก็พร้อมปั๊บ ออกไปลุยงกันได้เลยทันที

มาไร่เลย์ทีไรก็ได้แต่เงยหน้ามองหาว่าคนที่มาปีนเขา เขาได้เห็นอะไรกันบ้างจากบนนั้น วันนี้จึงถือเป็นฤกษ์งามยามดีในการขจัดคำถามนี้ทิ้งออกจากหัว เราพาตัวเองเดินเท้าจากหน้าหาดมุดลอดอุโมงค์ต้นไม้เข้าไปยังปากทางถ้ำค้างคาว จุดเริ่มต้นสำหรับโรยตัวของหาดไร่เลย์ ที่นี่เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่โดยเริ่มแรกเราต้องใช้บันไดไม้ไผ่เพื่อไต่ขึ้นไปยังจุดโรยตัว ระหว่างทางขึ้นจะมีโพรงถ้ำซึ่งเป็นจุดชมวิวไร่เลย์มุมสูง ด้านในมีหินงอกหินย้อยเรียงตัวกันเสมือนกรอบรูป เป็นจุดแวะถ่ายภาพและพักเหนื่อยแบบเนียน ๆ ไปในตัว พักหายใจหายคอกันสักพัก เราก็เดินผ่านช่วงถ้ำมืด ๆ และไต่ไม้ไผ่ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่นานนักก็จะถึงจุดโรยตัว

ฝ่าความมืด ขึ้นทางชัน ให้ความรู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งสนุก ในที่สุดเราก็มาถึงจุดที่เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับโรยตัวท่ามกลางวิวที่บอกได้เลยว่าสวยอันซีน จนต้องขอยืนนิ่ง ๆ เก็บบรรยากาศความสวยงามที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหน ก่อนเริ่มโรยตัวพาตัวเองไปสู่จุดที่ไม่อาจเปลี่ยนใจ โรย และโรยเท่านั้นถึงกระนั้นต่อให้มือสั่น ขาสั่น เหงื่อเริ่มไหลซึม เราก็ไม่ปฏิเสธที่จะทดลองประสบการณ์นี้อย่างแน่นอน ใช้เวลาโรยตัวไม่นาน เราก็มาเริ่มต้นอีกครั้งกับกิจกรรมถัดไปในทันทีที่จุดปีนผา เริ่มปีนแรก ๆ ก็มีความกังวลเพราะไม่คุ้นเคยเบา ๆ แต่พอผ่านไปไม่ถึงห้านาที ยิ่งปีนความกลัวก็ยิ่งลดลงเพราะความสนุกมันท่วมท้น ไกด์ก็จะอัพสกิลการปีนสู่เส้นทางที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งมีคนเชียร์อัพเราย่อมไม่มีทางที่จะโกดาว์น กว่าจะรู้ตัวอีกทีตะวันก็อยู่ตรงหัวพอดีเป๊ะ

พักเบรคความมันส์ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงมาหาอะไรทานแบบชิล ๆ ยามบ่ายแก่ ๆ ที่ริมสุดของหาดฝั่งตะวันออกมีคาเฟ่และบาร์ริมทะเล ขวัญใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทิวเลย์บาร์ บาร์ไม่ลับที่เสิร์ฟทั้งอาหาร ของหวานและเครื่องดื่มหลากชนิด รสชาติไม่ได้ถือว่าห้ามพลาด แต่ที่พลาดไม่ได้จริงิๆ คือวิวทะเลอันดามันที่ขนานไปกับหน้าร้านยาว ๆ ชิลจนต้องยกนิ้วให้แบบไม่กั๊ก มุมถ่ายรูปก็สุดปัง โดยเฉพาะมุมกิ่งไม้ยาวใหญ่ที่ยื่นเข้าไปในทะเล ให้อารมณ์ดิบ ๆ คล้ายมาเที่ยวบ้านโจรสลัด เป็นมุมสุดฮิตที่ใครเห็นก็ตัองอยากจะลองนั่งสักครั้งหนึ่ง

เราเลือกมุมสงบ ๆ ริมทะเล ให้เสียงธรรมชาติรอบตัวเสริมบทความหนังสือเล่มโปรดของเราไพเราะยิ่งขึ้น เอ็นจอยกับข้าวเหนียวมะม่วง น้ำสัปปะรดปั่น พลางมองผู้คนที่เข้าออกร้านแบบไม่ขาดสาย อ่านหนังสือไปจนจบหนังสือในมือก็กลายเป็นเล่มโปรด ส่วนสถานที่ตรงหน้าแค่ได้เห็นครั้งแรกก็ยกให้เป็นที่โปรดในใจตั้งนานแล้ว

แสงแดดเริ่มอ่อนกำลังเราก็ขอแปลงกายเป็นหนุ่มสปอร์ต ลาก Paddle Board ลงไปพายเล่นที่หาดถ้ำพระนาง แล้วปล่อยเวลาให้ไหลไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากเมื่อวาน ที่นั่งชมอาทิตย์ตกจากบนผืนทราย มานอนชมพระอาทิตย์ตกบนบอร์ดที่ลอยตัวเอื่อย ๆ บนสายน้ำ จนแสงสีส้มเริ่มสะท้อนกับผิวน้ำเปลี่ยนแปลงเฉดสีของท้องทะเลให้กลายเป็นแสง Sunset ที่สวยงามชวนตะลึง จึงลากบอร์ดกลับเข้าฝั่งยามตะวันลับตา เป็นอีกกิจกรรมดี ๆ ที่น่าจดจำ

Day 3 : Relaxing in Rayavadee

ออกเดินทางทีไรนาฬิกาปลุกก็เป็นเรื่องที่ลืมไปได้เลย เพราะทุกครั้งที่เราได้เที่ยว ธรรมชาติรอบตัวมักกลายเป็นนาฬิกาปลุกที่ดีที่สุดให้เราเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเสียงนก เสียงทะเล หรืออาจเป็นเสียงลิงเสียงค่างอย่างในครั้งนี้ เมื่อลืมตาปากก็อ้าพร้อมรับอาหาร เช้านี้เราใช้เวลาชิล ๆ นั่งละเลียดมื้อเช้าสุดอร่อย สุดถูกปาก ที่ตกแต่งสวยพร้อมให้ถ่าย โพส กิน อย่างรู้ใจ ที่นี่เราเลือกทานได้ทั้งไลน์บุฟเฟ่ และเมนู A La Carte มีให้สั่งทั้งกว่า 20 เมนู อร่อยจนต้องท่องไว้ว่าไม่จุก ไม่ลุก ไม่กลับ

เช็คเอ้าร์ออกจากโรงแรมด้วยกายใจเต็มอิ่มเราเลือกปิดทริปส่งท้ายด้วยกิจกรรมเท่ ๆ ในโลเคชั่นที่บอกเลยว่าต้องห้ามพลาดเมื่อมาเมืองกระบี่กับการพายคายัค ณ คลองหรูด (คลองน้ำใส) คลองน้ำใสสายยาวที่บรรจบรวมกัน ก่อนไหลผ่านฝายทดน้ำที่เด็ก ๆ และชาวบ้านแถวนี้ชอบไปเล่นลื่นไถลคล้ายสไลเดอร์จำลองจนกลายเป็นที่มาของชื่อคลองหรูดในภาษาใต้ ที่แปลว่าลื่นไถลในภาษากลางนั่นเอง

จากจุดเช่าคายัค … เราใช้เวลาประมาณ 30 นาที พายลัดเลาะหลบต่อไม้ ดื่มด่ำความเขียวของต้นไม้ ใบหญ้า ลอบสบตาให้ภูเขาลูกโต ชื่นชมน้ำใส ๆ กับฝูงปลาที่แหวกว่ายไปมาบนสาหร่ายใต้น้ำ แวะจุดเล่นน้ำ เพียงแค่หย่อนขาราน้ำ สัมผัสความเย็นสดชื่น ก่อนจะปิดท้ายกับพลังแห่งธรรมชาติของบ่อน้ำผุด ชื่นชมต้นน้ำสายธารแห่งคลองหรูดปิดทริปจากจุดเริ่มต้นอย่างอิ่มเอมใจ

การได้เต็มที่กับทุกสิ่งในครั้งนี้ แม้จะเสียพลังเหงื่อ เสียพลังกายไปหลายลิตร แต่ชีวิตก็ได้รับคืนความสดชื่นให้ตื่นฟื้นอย่างเต็มที่อีกครั้งด้วยพลังเยียวยาแห่งธรรมชาติ และ Zinc Complex Technology ใน The New Axe Ice Chill  ที่ทำให้ช่วงเวลาดี ๆ ณ เมืองกระบี่ ดำเนินจากต้นจนจบอย่างสดชื่น ราบรื่น และมั่นใจทุกกิจกรรม จนเราต้องขอแบ่งปันเรื่องราวอันน่าจดจำเหล่านี้ เพราะอยากให้ทุกคนมีความทรงจำดี ๆ เต็มที่ได้ทุกวันเหมือนกับเรา…. ไม่ต้องรออะไรแล้ว ออกไปใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกลัวชีวิตใช้กลับกันเลยยยย