วีคเอนด์นี้ … อยากชวนเพื่อน ๆ ทุกคนไปพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ เขาใหญ่ จุดหมายปลายทางที่จะปกป้องเราจากความวุ่นวาย และปลอบประโลมจากมลภาวะต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญมาตลอดทั้งอาทิตย์ ซึ่งทริป 2 วัน 1 คืนนี้ เราจะรีเฟรชร่างกายรีทรีตจิตใจด้วยการพาตัวเองไปขลุกตัวในห้องพักที่สุดแสนจะลักซ์ชัวรี่ ก่อนจะตื่นแต่เช้ามาทาน Breakfast บนเรือ ออกไป Hopping คาเฟ่ แวะถ่ายรูปเช็คอินกับทุ่งกังหัน แล้วปิดท้ายวันด้วยมื้อค่ำที่ส่งตรงจากฟาร์ม พร้อมกับปล่อยช่วงเวลาคุณภาพผ่านไปช้า ๆ ให้เลอค่า .. สมกับคอนเซปต์ที่คิดมาอย่างดี “การเดินทางเพื่อปลุกปลอบร่างกายให้ฟื้นสู่ความสมดุลย์ด้วยธรรมชาติบำบัด”

ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เราเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเตรียมความพร้อม สำหรับเราที่ชอบเดินทาง การต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ หรือแม้แต่อากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันอันเป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง การบำรุงที่ดีจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน La Mer The Concentrate Serum จึงเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในใจเรามาอย่างยาวนาน เพราะเข้มข้นด้วย Miracle Broth ส่วนผสมหลักของเซรั่มตัวนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ที่ได้มาจากความเครียดในชีวิตประจำวันอีกด้วย

Day 1

01 Wynn Cafe & Hill Club

ก่อนจะเดินทางถึงเขาใหญ่เราแนะนำให้สายมินิมอล และสายธรรมชาติลองแวะ Wynn Cafe & Hill Club เพราะคาเฟ่สีขาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กกระทัดรัดแห่งนี้ ถูกโอบล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่มของภูเขาที่เล่นระดับไล่เรียงตัวสูงต่ำกันอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เกิดเป็นภาพบรรยากาศที่รื่นรมย์สุดแสนจะบรรยาย แค่ดับเครื่องแล้วเดินลงมาเห็นบรรยากาศแบบนี้ ก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์จพลังขึ้นอีก 20% แล้ว หากจะเลือกนั่งนอกร้านเค้าก็มีมุมให้ชิลใต้ร่มเงา นั่งเล่นสูดหายใจให้เต็มปอด เดินเล่นใช้สายตาและหัวใจสัมผัสกับธรรมชาติที่กว้างใหญ่ตรงหน้า ก็เป็นช่วงเวลาที่แสนจะเพอร์เฟค

หมดเวลาไปกับการชื่นชมธรรมชาติเบื้องหน้าซะเกือบ 10 นาที ถึงพึ่งนึกได้ว่านี่เรามาคาเฟ่ เรามาเพื่อดื่มกาแฟเย็น ๆ และทานขนมอุ่น ๆ ด้วยนี่ นึกได้ก็ไม่รอช้าลองเปิดประตูเข้าสู่ตัวร้านด้านใน เราก็พบกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ด้านนอกคือความสดชื่นกว้างใหญ่ ส่วนด้านในคือความกระทัดรัดและอบอุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มทรงกลมและทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทำให้ผนังสีขาวเรียบ ๆ และกระจกบานสูง ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ยิ่งหลอมรวมกับกลิ่นกาแฟหอม ๆ ด้วยแล้ว จิตใจก็แทบจะล่องลอยไปกับความสุข ยิ่งสายถ่ายรูปแบบเราจะมองมุมไหนก็รู้สึกว่าใช่ไปซะหมด

สั่งเครื่องดื่มและขนมไปไม่นาน น้อง ๆ ที่แสนน่ารักก็มาตั้งอยู่ตรงหน้า วันนี้เราเลือกชิมเมนูแนะนำอย่าง Fluffy Latte กาแฟเข้ม ๆ กับฟองนมนุ่ม ๆ ลงท้องแล้วลงตัวลงใจมาก ๆ ส่วนอีกแก้วเลือกเป็นเมนูบ๊วยโซดาที่หวานซ่ากลมกล่อม ทานแล้วพร้อมออกไปสู้แดดแบบฉ่ำ ๆ สมชื่อเมนู Chum Chum ส่วนขนมหวานอุ่น ๆ เราเลือกเป็น Cookie Dark Choc คุกกี้ดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้น รสไม่หวานมากจนเกินไปและหนุบหนับจนคำสุดท้าย ส่วนอีก 1 เป็นเมนูเรียบง่ายแต่ทานแล้วอร่อยได้ใจก็คือ โดนัทโรยไอซิ่ง ที่ทั้งนุ่มมมมม ทั้งหวานนนนกำลังดี แค่นี้กระเพาะก็ถูกรีเฟรชให้ตื่นตัวตั้งแต่ยามเช้าแล้ว

02 Like a Mountain

จุดแวะถัดมาคือคาเฟ่สุดปังที่ขึ้นชื่อเรื่องความมินิมอลและความเป็นธรรมชาติ ใครอยากจะหามุมนั่งจิบกาแฟใต้ร่มเงาไม้ใหญ่อย่างต้นจามจุรีอายุกว่า 100 ปี แถมยังได้นั่งมองบึงน้ำแบบเพลิน ๆ ก็คงจะนึกถึงที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก Like A Mountain คาเฟ่สุดคิ้วท์ที่เปิดแค่ 4 วันต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันจันทร์ ภายใต้แนวคิดที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลจิตใจของคนมาเที่ยว ไปพร้อม ๆ กับการดูแลธรรมชาติรอบ ๆ คาเฟ่ ซึ่งตอนได้ฟังเราก็แอบคิดนิดนึงนะว่ามันจะเป็นไปได้หรอ แต่เมื่อได้ลองสัมผัสจริง ๆ แล้วก็ต้องบอกว่าเกินคาดไปมาก ๆ เพราะที่นี่ใช้พื้นที่ภายในตัวร้านไม่ได้ใหญ่มาก แต่กลับให้พื้นที่กับธรรมชาติแบบสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว

ถึงแม้ภายในร้านจะไม่ได้ใหญ่โตอลังการมากมาย แต่ก็ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยดีเทลทุกมุมมอง จนนึกว่าเปิดประตูจากเขาใหญ่ก็เข้ามาถึงใจกลางเมืองโซลง่าย ๆ แบบนี้เลยหรอ ตัวร้านจะตกแต่งด้วย 3 สีสำคัญคือโทนสีขาว สีครีม และสีน้ำตาลอ่อน เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นสไตล์สแกนดิเนเวียน ทำให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลาย รอบร้านรายล้อมด้วยกระจกบานใหญ่ทั้งจากด้านข้างและด้านบน แสงจากธรรมชาติจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น แม้จะนั่งเล่นภายในตัวร้าน แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงพลังของธรรมชาติ ที่สำคัญจะมาช่วงเวลาไหน ถ่ายรูปมุมไหนของร้านก็สวยคนละแบบทั้งวันเลยล่ะ

จริง ๆ  แล้วเปิดประตูเข้ามาในร้านปุ๊บสิ่งที่จะรอต้อนรับเราคือเคาน์เตอร์ยาวที่ตั้งโชว์เค้กหน้าตามินิมอลชิ้นกำลังดี เครื่องทำกาแฟสีเงิน และกลิ่นหอม ๆ ของเมล็ดกาแฟที่ชวนให้พุ่งเข้าหา สำหรับที่นี่เราบอกได้เลยว่าความอร่อยของขนมและเครื่องดื่มไม่เป็นสองรองใคร ซึ่งแก้วที่ขอยกนิ้วให้ก็คือ Like A Mountain ชื่อเดียวกับร้านขนาดนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นกาแฟสูตรซิกเนเจอร์ เราชอบความเข้มข้นของกาแฟ ยิ่งมาดื่มคู่กับก้อนวิปครีมกลม ๆ ก็ยิ่งเสริมให้ความเข้มข้นของกาแฟมีความมิวกี้ละมุนลิ้นดื่มเพลินรวดเดียวแทบหมด ส่วนของหวานหน้าตาน่ารัก ๆ ผู้ที่เข้ารอบชิงในวันนี้คือเมนู Rare Cheesecake ชีสเค้กเย็น ๆ เนื้อฟูนุ่ม มีความหวานเปรี้ยวกำลังดี ตัวฐานก็ยังคงความกรุบกรอบ ทานได้เพลินสุด ๆ

ไม่ว่าจะแง่มุมใดเราก็รู้สึกว่าธรรมชาติคือปราการป้องกันมนุษย์จากมลภาวะที่ดีที่สุด La Mer The Concentrate Serum จึงเป็นเซรั่มที่เราไม่สามารถขาดได้ตั้งแต่ลองใช้ครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อนจนถึงทุกวันนี้ เพราะนี่คือเซรั่มที่ช่วยเติมเต็มความแข็งแรงและเป็นเกราะป้องกันให้กับผิว  ทำให้ผิวได้รับการปลอบประโลมแลดูสุขภาพดีแม้ไม่แต่งหน้า เรื่องหน้ามัน หน้าหมอง หน้าแห้ง แค่พกตัวนี้ไปด้วยทุกที่ รับรองว่าผิวหน้าดีสุดปัง ถ่ายรูปมุมไหนก็ไม่พังแน่นอน

03 Kirimaya

ธรรมชาติคือที่พักผ่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์ แต่ความไพรเวทและความลักซ์ชัวรี่ก็ยังเป็นสิ่งที่เราต้องการ Kirimaya จึงเป็นที่พักที่ตอบโจทย์เรามากที่สุดในทริปนี้ เพราะภายใต้ความหมายของชื่อซึ่งหมายถึง “ภาพลวงแห่งขุนเขา” คือภาพจริงซึ่งสวยจนเหมือนฝัน และความหรูหราที่เกินบรรยาย นอกจากจะใส่ใจในเรื่องของความสวยงามความเป็นธรรมชาติแล้ว ประสบการณ์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เค้าใส่ใจไม่แพ้กัน ไม่ว่าคุณจะอยากนอนเล่นมองดูดวงดาวที่กระจายเกลื่อนเต็มท้องฟ้าในยามค่ำคืน สัมผัสวิถีชีวิตสัตว์ป่าแบบใกล้ชิด ท่องเที่ยวไปตามเส้นทางเดินป่า ท้าทายตัวเองไปกลับคอร์สกอล์ฟ ทานอาหารแบบท้องถิ่น หรือแม้แต่ทรีทเม้นท์ตัวเองในมายาสปาก็เลือกได้ตามความชอบ

ที่นี่มีห้องพักให้เลือกแบบหลากหลายไม่ว่าจะเป็นห้องแบบสวีทบนตึก ห้องพักวิวดี ๆ บนชั้น 2 หรือห้องพักวิวสวนให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติก็ครบ แต่ตัวเราขอเลือกพัก Tented Villa ซึ่งมีเพียง 2 หลัง นี่คือห้องพักในรูปแบบเต้นท์กระโจมสีขาวขนาดใหญ่ เหมาะกับเราผู้อยากอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบด้านล่างตั้งชิดติดผืนหญ้า ส่วนด้านบนเป็นผืนฟ้า ด้านข้างรายล้อมด้วยต้นหญ้าและต้นไม้ ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวเหมือนกับเหมาภูเขาทั้งลูกไว้เป็นของเราเพียงคนเดียวเป็นที่สุด

ด้านในของเต้นท์ตกแต่งด้วยสีเอิร์ทโทน มีทั้งสระน้ำสปาส่วนตัวไว้แช่น้ำอุ่น ๆ จิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ฟังเสียงนกร้อง และระเบียงสำหรับนั่งเล่นสุดกว้างขวาง อยากตื่นเช้ามาสัมผัสแสงแรก หรือนอนเล่นเหม่อมองดวงดาวกับพระจันทร์ตอบโจทย์ อุปกรณ์เครื่องใช้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสบู่ล้างมือ ครีมอาบน้ำ ยาสระผม ก็ล้วนแต่บรรจงเลือกให้มีกลิ่นหอมที่เข้ากันกับความสดชื่นของธรรมชาติ กลายเป็นห้องพักแสนอบอุ่น หรูหราจนเหมือนเดินอยู่ในแดนมายา มันควรค่าอย่างยิ่งสำหรับการเป็นสถานที่รีเฟรชร่างกายตั้งแต่จิตใจภายในจนถึงร่างกายภายนอก

04 Roukh Cuisine

สำหรับมื้อเย็นวันนี้เราเลือกมาฝากท้องกับร้านแบบ open Air ที่ทำให้เราได้สูดอากาศและเสพธรรมชาติของเขาใหญ่อย่างเต็มที่ ณ Roukh Cuisine ร้านอาหารที่พร้อมเสิร์ฟวัตถุดิบจากธรรมชาติ ผลผลิตอันได้จากการปลูกเอง เก็บเอง และทานเองภายในโรงแรมรุกข์ คีรี ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ และผักสลัด จำพวกกรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค สมุนไพรฝรั่งอย่างโรสแมรี่พาสลี่หรือไธม์ แม้แต่ผักไทย ๆ อย่างกะเพรา โหระพา สะระแหน่ ก็มีไม่ขาด ที่นี่จึงเป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟทุกคนในรูปแบบ Farm to Table อย่างแท้ทรู

จากธรรมชาติสู่ธรรมชาติ คือความสุขที่ห้องอาหารแห่งนี้มอบให้กับทุกคน การตกแต่งภายใต้ Concept อย่าง Barn House กลิ่นอายสไตล์โมเดิร์นคันทรี ผนังห้องอาหารสีน้ำตาลอมเทา เก้าอี้ไม้ และโต๊ะไม้บวกกับฟูกนุ่ม ๆ สีขาว ท่ามกลางความเขียวขจีของต้นไม้ใบหญ้า และกลิ่นอายความชุ่มชื้นของผืนดิน นอกจากจะได้ทานอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายแล้ว ก็ยังเหมือนได้รับการเลี้ยงดูทางจิตใจและจิตวิญญาณภายในพร้อม ๆ กันด้วย

และภายใต้ Concept ของร้านอาหารที่ว่า “ปลูกด้วยรักดูแลด้วยใจ” ทำให้ทุกเมนูในห้องอาหารนี้ไม่ว่าจะเป็นอาหารสไตล์ตะวันตก สไตล์เอเชีย และอาหารไทย รวมถึงอาหารฟิวชั่นต่าง ๆ ถูกเสิร์ฟมาได้อย่างปราณีตลงตัว และอร่อยอย่างล้ำลึก เมนูที่เราเลือกในวันนี้คือ ซุปฟักทองร้อน ๆ ที่เข้มข้น และแน่นอนว่าฟักทองในซุปนี้เป็นฟักทองที่ปลอดสารพิษ เกี๊ยวห่อชีสอาหารจานง่าย ๆ ที่ช่วยเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี รุกข์คีรีการ์เด้นกรีกสลัด สลัดชามโตที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบสดใหม่ และการันตีว่าส่งตรงจากฟาร์มถึงโต๊ะจริง ๆ เป็นจานที่ทานได้เรื่อย ๆ และอร่อยจนเกือบลืมไปว่านี่เป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ ส่วนจานหลักต้องขอกดไลค์ให้แบบรัว ๆ ก็คือ ขาเป็ดกงฟีต์ซอสบลูเบอรี่ ขาเป็ดตุ๋นที่นำมาทอดกรอบเพื่อให้ได้รสสัมผัสทั้งกรอบนอกและนุ่มใน เมื่อทานคู่กับผัดมันฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง และซอสบลูเบอรี่สูตรโฮมเมดของทางห้องอาหาร ก็ครบทั้งความเข้มข้น ความสดชื่น และความหวานมัน เป็นอีกหนึ่งมื้อที่รู้สึกทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ

นอกจากมื้อเย็น อร่อย ๆ ในบรรยากาศดี ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีไฮไลค์หนึ่งที่เราไม่อยากให้ทุกคนพลาดนั่นก็คือ Italian Picnic เซตปิกนิกริมสระสำหรับสองท่าน ช่วงเวลาที่อยากแนะนำยกให้เป็นช่วงเย็น เพราะบรรยากาศคือดีงามมาก โดยในเซตเค้าจะเน้นเสิร์ฟเมนูที่มีวัตถุดิบหลักเป็นเป็นมะเขือเทศคุณภาพจากฟาร์มของทางรีสอร์ตที่ปลูกแบบปลอดสารพิษ อย่างวันนี้เค้าจัดเต็มให้เราทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม ได้แก่ Tomato Feta Cheese Zucchini, Tomato Bruchetta, Arancini Risto Promodoro Sauce จานหลักสุดเฮลตี้ที่เสิร์ฟบนจานเดียวกัน แต่ละเมนูมีรสชาติแต่กต่างแต่เสริมกันอย่างดี จานถัดมาคือ Italian chicken wrap เนื้อไก่นุ่ม ๆ กับแป้งตอติย่า ทานจิ้มกับซอสโฮมเมดสุดเข้มข้น คือเฟรซมาก และ Salami Tomato Dry Fruit Mozzella, Black Olive จานปิดท้ายของคาวที่เราชอบมาก ๆ เพราะไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน ของหวานคือ Brownie และ Blueberry lemon cake อันนี้คือดีงามมมม อร่อยจนอยากขอเพิ่มเลยล่ะ ส่วนเครื่องดื่มมีให้เลือกหลากหลายทั้งชา อิตาเลี่ยนโซดา และ Sparking Rose wine มาเพิ่มความซาบซ่าให้กับยามเย็นหลังพระอาทิตย์ตก

อิ่มเอมกับวันแรกของทริปไปแบบฟิน ๆ เราก็รู้สึกได้ว่านี่คืออีกหนึ่งทริปพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนเลอค่าที่สุดของปี เพราะตั้งแต่เช้าจรดค่ำเราได้รับการเติมเต็มอย่างดีที่สุดทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังขาดความ เพอร์เฟก หากไม่ได้ใส่รูทีนนี้เข้าไปในวันดี ๆ นั่นก็คือการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับเช้าวันใหม่ และฟื้นฟูผิวที่ถูกกระทบจากมลภาวะในวันนี้แบบง่ายและรวดเร็วแต่ได้ผลชะงักนักกับ La Mer The Concentrate Serum ปิดท้าย ปิดจ๊อบ ปิดไฟนอนแบบเพอร์เฟกฟูลฟิลตั้งแต่ภายในถึงภายนอก

Day 2

นอนแบบเพอร์เฟคก็ย่อมส่งผลต่อเช้าวันใหม่ให้เป็นอีก 1 วันที่เพอร์เฟคไม่แพ้กัน เริ่มต้นวันเราก็ยังขอคงความ Routine สำคัญที่ขาดไม่ได้ ด้วยการใช้ตัวช่วยดี ๆ อย่าง La Mer The Concentrate Serum เซรั่มประกอบส่วมผสมที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น Lime Tea Extract และ Stabilizing Ferment อันเป็นเอกลักษณ์ของ La Mer ที่ทำหน้าที่เสริมเกราะป้องกันผิวจากสารระคายเคืองที่พบเจอได้ในทุกวัน เช่นมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งความเครียดสะสมจากชีวิตประจำวัน คุณสมบัติอีกอย่างที่เราชอบคือเซรั่มตัวนี้มอบความผ่อนคลายจากกลิ่นหอมอ่อน ๆ ขณะใช้ หลังจากผ่อนคลายจากกลิ่นของเซรั่มตัวนี้แล้ว ก็ต่อด้วยการแตะเนื้อเซรั่มเบา ๆ และทาลงบนบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่เราต้องการการปลอบประโลมและเสริมสร้างความแข็งแรงแบบขั้นสุด เมื่อใช้เป็นประจำ เช้า-เย็น เซรั่มตัวนี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน และให้ผิวที่แลดูสุขภาพดี พร้อมเผชิญทุกมลภาวะ

ปล่อยเปลือยหน้าให้สวยใสแบบเบาสบาย ปล่อยผมสยายยาวอยู่กลางหลัง ใส่ชุดผ้าซาตินเนื้อนุ่ม แล้วมาปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติและอากาศยามเช้าที่อุ่น ๆ เพื่อนั่งดื่มด่ำกับ Breakfast on Cruise บนเรือ Maya Cruse ที่มีให้บริการเฉพาะผู้ที่พักที่นี่เท่านั้น และมีเพียง 2 รอบ คือเช้าและตอนเย็นต่อวัน นี่จึงเป็นบริการสุด Exclusive ที่ไม่ควรพลาดหากมาพักที่นี่ด้วยประการทั้งปวง

แสงแดดยามเช้ากำลังอ่อนสบายและไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผิว เมื่อกระทบเข้ากับพื้นน้ำที่กระจายตัวตามแรงกระเพื่อมของไม้พาย จากฝีพายซึ่งโรงแรมคัดสรรมาเป็นอย่างดี แค่เรือเริ่มออกตัว มีลมพัดเบา ๆ กระทบผิวหน้า ภายใต้บรรยากาศเงียบสงบ บนเรือไม้สีเข้มเอกลักษณ์เฉพาะของโรงแรม และอาหารเช้าแบบไทย ๆ มีทั้งแตงโมปลาแห้ง หมูปิ้งเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ ไก่พันธุ์อ้อย ขนมปังสังขยา และเครื่องดื่มแบบเบา ๆ ทานไปถ่ายรูปไปแบบเพลิน ๆ เผลอแป๊บเดียวก็ครบรอบ 1 ชั่วโมงเต็ม มื้อเช้าในวันนี้จึงมีแต่คำว่าดีเต็มไปหมด

05 Khaam Khaoyai

สำหรับสายคาเฟ่แล้วการจัดให้เขาใหญ่เป็นหนึ่งในจุดหมายของคาเฟ่ฮอปปิ้งก็เรียกว่าไม่เกินจริงเลยทีเดียว เพราะนอกจากบรรยากาศดี ๆ ของเขาใหญ่แล้ว สไตล์การตกแต่งคาเฟ่ที่หลากหลายและชวนอึ้งก็มีให้เห็นอยู่เสมอ หลังจากเช็คเอาท์ในวันนี้เราเลือกแวะ Khaam คาเฟ่สไตล์แจแปนนิสโมเดิร์นมินิมอล ที่ลงตัวมาก มาก มาก คือถ้าเต็มห้า เราให้ที่นี่สิบ เพราะทุกครั้งถ้าหากเอ่ยถึงความเป็นญี่ปุ่นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือความปราณีตบรรจง เริ่มตั้งแต่ทางเข้าที่เราเดินผ่านแผ่นหินก้อนใหญ่ทรงรีนับ 10 ก้อนเข้าสู่ปากทางสี่เหลี่ยมคล้ายอุโมงค์ทอดยาว และยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของความใส่ใจ และแปลกใหม่

สิ่งที่ยากที่สุดก็คือความเรียบง่ายนี่แหละ แต่สำหรับที่นี่ทุกอย่างกลับลงตัวเป๊ะ ที่นั่งด้านในมีหลากหลายมุม และหลากหลายสไตล์ให้เราเลือก แต่ทั้งหมดถูกคุมให้อยู่ในโทนสีขาวน้ำตาล กระจกบานโตและสวนแบบญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ จะเลือกนั่งข้างในสูดกลิ่นหอมของชาชั้นดีและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสวนด้านนอกก็ฟิน หรือจะเลือกนั่งด้านนอกสูตรกลิ่นไอดิน ดมกลิ่นต้นหญ้า ชมก้อนเมฆที่เปลี่ยนรูปไปมาบนท้องฟ้าก็เพลินดี

ที่นี่จะมีเครื่องดื่มเพียงเมนูชาเขียวอย่างเดียวเท่านั้น โดยจะแบ่งหลัก ๆ เป็นชาเขียว 3 ประเภทได้แก่ Clear ชาเขียวเพียว ๆ สำหรับคนที่รักในสุขภาพและรสชาติแบบ Original ประเภทถัดไปได้แก่ Latte เมนูนมที่ออนท็อปด้วยชาเขียว ให้ทั้งความสดชื่น เข้มข้น ในแบบเฉพาะตัวของชาเขียว เพิ่มเติมคือมีความหอมมันและกลมกล่อม และแบบสุดท้ายคือ Cold Whisk เป็นอีกหนึ่งเมนูที่รวมชาเขียวและนมไว้ในแก้วเดียว จึงให้รสกลมกล่อมนุ่นละมุน แต่มีเอกลักษณ์คือเค้าจะใช้วิธีชงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมด้วยการตีนมและชาเขียวให้เข้ากัน แต่ไม่ว่าคุณจะชอบสไตล์ไหนก็แล้วแต่เราขอแนะนำให้สั่ง Bamboo matcha Belt Cake มาทานคู่ด้วยจะเป็นอัน Perfect อย่างที่สุด เพราะนี่คือเมนูมูสชาเขียวชนิดพิเศษที่เสิร์ฟมาในกระบอกไม้ไผ่และโรยผงชาเขียว on top เมนู signature ทานคำเดียวได้ทั้งรสหวานหอมและขมปากนิด ๆ จนชวนให้นึกถึงประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะ

06 Khao Yai Thieng Electric Wind Turbine

สถานที่รีเฟรชส่งท้ายทริปครั้งนี้เราขอพาทุกคนมายัง เขายายเที่ยง ภูเขาลูกโตซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน มีพื้นที่เชื่อมต่อผืนป่าหลายผืนเข้าด้วยกันรวมทั้งเขื่อนลำตะคอง ที่นี่มีไฮไลท์เป็นกังหันลมขนาดยักษ์หลายสิบต้น ซึ่งตั้งตระหง่านเพื่อรับลมและเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด ผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งใช้ภายในครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง

แต่อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกังหันลมเหล่านี้ ก็คงจะหนีไม่พ้นการเป็น Instagram Sport ของใครก็ตามที่แวะขึ้นลงเขาใหญ่จะต้องหาเวลามาหยุดดูสักครั้ง นอกยากมาแวะถ่ายรูปวิวเขื่อนลำตะคองและทุ่งกังหันลมได้ตลอดทั้งวันแล้ว ยังเหมาะแก่การมาหากิจกรรมทำแบบเพลิน ๆ ไม่ว่าจะเป็นเดินเล่น หรือปั่นจักรยานรอบอ่างเก็บน้ำก็เป็นไอเดียที่เข้าท่า

และแล้ว 2 วัน 1 คืนอันแสนคุ้มค่าก็จบลง นี่เป็นทริปรีเฟรชร่างกายที่ทำให้เรารู้สึกว่าแท้จริงแล้วชีวิตดี ๆ เริ่มต้นได้ง่าย ๆ แค่เอาตัวเองไปสัมผัสและใกล้ชิดกับธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การพักผ่อน การกินดื่ม และที่สำคัญที่สุดคือการบำรุงผิว หากเราสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ทุกวัน ก็สามารถทำให้ชีวิตของเราได้รับทั้งการปกป้องฟื้นฟูเป็นอย่างดีได้เหมือนดั่งเช่นที่เราใช้ La Mer The Concentrate Serum ผิวของเราอ่อนล้าได้ทั้งจากแสงแดดและความเย็นในสภาพอากาศที่แปรปรวน เซรั่ม Concentrate จึงเป็นเพื่อนคู่ใจที่เดินทางไปกับเราในทุกทริป เพื่อผิวที่ต้องการความผ่อนคลายและเสริมความแข็งแกร่งอันเป็นเกราะป้องกันที่ดี ผลลัพธ์คือผิวได้รับการพักผ่อนและการซ่อมแซมตลอดวัน ช่วยป้องกันผลกระทบจากความเครียดในชีวิตประจำวัน ที่อาจนำไปสู่ริ้วรอยก่อนวัยอันควร ดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่เสริมความแข็งแรงให้ผิวของเราได้เผยผิวสุขภาพดีในทริปพิเศษแบบนี้ ดังนั้นสำหรับทริปหน้าของทุกคนเราก็หวังว่านี่จะเป็นการเดินทางตัวอย่างที่ทำให้ทุกคนได้ Refresh ร่างกาย จิตใจ รวมถึงผิวหน้าที่ดีที่สุดทริปหนึ่ง