รีวิวไต้หวัน :: A Simple Taiwan 5 Days Itinerary (Updated 2023)

ไต้หวันครั้งแรกในรอบ 3 ปี ครั้งนี้ เราได้กลับมาเที่ยวแบบวาไรตี้ จัดเต็มจุก ๆ กันถึง 29 โลเคชั่น ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธาณะบนเขาเทควิวเมือง 360 องศา วัดเก่าแก่ที่นอกจากสายมูจะต้องร้องกรี๊ดแล้ว สายแลนด์สเคปก็ต้องร้องว้าวตามไปด้วยย ร้านอาหารมากมายตั้งแต่ระดับบิบกูร์มองด์จนถึงร้านสุดป็อปของคนท้องถิ่น รวมไปถึงกิจกรรมอีกมากมายที่จะทำให้ 5 วันเต็มไปด้วยความสนุกสุดขีด ไม่ว่าจะปั่นจักรยานสุดคิ้วท์ชมเส้นทางธรรมชาติ ถีบเรือกลางทะลเลสาบที่ห้อมล้อมด้วยภูเขา เดินลัดเลาะตามแนวหาด รับลมชมทะเลแบบชิล ๆ ตลอดจนสระว่ายน้ำกลางทะเลสุดอันซีนที่เชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยเห็น ไฮไลต์ปังขนาดนี้ และนอกจากที่กินที่เที่ยวจะว้าวซ่าที่พักที่เราจัดมาก็คือว่าจึ้ง เอาเป็นว่าแพลนนี้พลาดไม่ได้ …. ส่วนจะดีแค่ไหน รีบตามกันไปเช็คอินแบบรัว ๆ  ได้เลย

DAY 1

01 Dadaocheng Pier Plaza

ออกจากบ้านในเวลาชิล ๆ บินไฟล์ทสาย ๆ เพื่อมารับลมยามเย็นในวันแรกที่ Dadaocheng Pier Plaza ท่าเรือที่เต็มไปด้วยร้านกินดื่ม ที่คึกคักเป็นพิเศษในตอนกลางคืน เดิมทีที่นี่เคยเป็นพื้นที่อพยพของชาว Pingpu ปัจจุบันมีการปรับภูมิทัศน์ให้กลายเป็นแหล่งชิลเอาท์ มีร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร ให้เราเลือกซื้อแล้วมานั่งจิบนั่งกินแบบไม่ซ้ำ ภายใต้แสงไฟส้มเรืองรองสะท้อนน้ำ เป็นการเริ่มโมเมนต์แรกในไต้หวันที่พิเศษสุด ๆ ไปเลย

02 Ximending / New Mala Hot Pot

สปอตหลักในคืนแรกขอเน้นไปที่กิน ซึ่งเราปักหมุดมายัง Ximending ย่านดาวน์ทาวน์ที่ยืนหนึ่งในทุกด้าน เพราะมีทุกอย่างครบครัน เรียกว่าเป็นย่านการค้าที่ไม่เคยหลับใหล จอแจไปด้วยผู้คนตั้งแต่สาย บ่าย ค่ำ ส่วนร้านอาหารที่เราให้เป็นนัมเบอร์วันคือ New Mala Hot Pot บุฟเฟต์หม้อไฟที่เหล่าแฟนคลับหม่าล่าจะต้องฟิน โดยรสชาติของซุปหม่าล่าที่เผ็ดชา มีกลิ่นหอมแ ละรสเข้ากับเนื้อหมู เนื้อวัว ซีฟูดชั้นดีของเขาได้อย่างกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มทั้งชา น้ำอัดลม เบียร์ ไอศกรีม Haagen Dazs ให้กินแบบไม่อั้นในราคาแสนถูก บอกเลยว่าคุ้ม!

03 Just Sleep Ximending

ส่วนที่หลับนอนคืนแรกของเรานั้น ขอเน้นการเดินทางที่สะดวกเพราะอยู่ห่างจาก Ximending และสถานีรถไฟเพียง 2 นาทีเท่านั้น ที่ Just Sleep โรงแรมที่ออกแบบสไตล์โมเดิร์น ใช้โทนสีเข้มฟีลเท่ ๆ เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเรา แม้ห้องนอนจะขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็สามารถจัดสัดส่วนได้อย่างดี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น WiFi ตู้นิรภัย บริการฝากสัมภาระ ห้องซักรีด ฯลฯ ที่ชอบมาก ๆ คือพื้นที่ส่วนกลาง มีการจัดวางเหมือนงาน art exhibition ครีเอตมุมถ่ายรูปได้เต็มไปหมด และใกล้ ๆ กันยังมีร้านสะดวกซื้อให้เราซื้อขนมกินก่อนนอนได้ด้วย

DAY 2

04 Dr.Sun Yat-Sen Memorial Hall 

เริ่มต้นวันที่สองด้วยการเช็คอินกับแลนด์มาร์กประจำเมือง ณ Dr.Sun Yat-Sen Memorial Hall อนุสรณ์สถานแห่งชาติ ด็อกเตอร์ ซุนยัดเซ็นที่สร้างมานานถึง 51 ปี เพื่อรำลึกถึงบิดาแห่งไต้หวัน ผู้ล้มล้างระบบกษัตริย์และก่อตั้งประเทศจีนใหม่ จนกลายมาเป็นไต้หวัน ที่พัฒนาเติบโตได้อย่างทุกวันนี้ สถาปัตยกรรมของที่นี่เป็นลักษณะเหมือนพระราชวังจีนสมัยก่อน สอดแทรกความโมเดิร์นเข้าไป ทำให้ดูน่าสนใจ โดยไฮไลต์ของเขาคือการเดินสวนสนามเปลี่ยนเวรยามของเหล่าทหาร ที่เรามาชมได้ทุก ๆ ต้นชั่วโมงตั้งแต่ 09:00-17:00 น. และเมื่อเดินออกมาด้านหน้าก็จะเจอกับสวนพร้อมวิวตึก Taipei101 สัญลักษณ์ของประเทศด้วย

05 Acheng Goose Jilin No.1 – Michelin guide

หลังจากยืนชมพิธีเปลี่ยนกะของเหล่าทหารอย่างใจจดจ่อ ก็เพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่มีอาหารตกถึงท้อง มื้อสาย ๆ นี้เรามุ่งหน้าไปที่ร้าน Acheng Goose Jilin No.1 ร้านอาหารที่เปิดมาได้ 13 ปี มีรางวัลมิชลินไกด์มาประดับ เมนูเด็ดของทางร้านคือเนื้อห่านแสนนุ่ม ที่เขาต้มจนซุปซึมเข้าเนื้อ มีหนังหนึบ ๆ กับชั้นไขมันหนากำลังดีเคี้ยวได้เพลิน ๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูเคียงอย่างไส้กรอกที่เสิร์ฟพร้อมหัวหอมสด เครื่องในตุ๋นราดมากับซุปเข้มข้นฉ่ำ ๆ ผัดผักกินกับข้าวสวยร้อน ๆ โรยงาท็อปด้านบนเพิ่มความหอม มันอร่อยสมมงมิชลินไกด์จริง ๆ 

06 Yuanshan – Jiantan Mountain 

กินกันแบบจัดหนักจนท้องแทบแตก โลเคชั่นต่อไปเลยต้องขอเดินย่อยสักหน่อย กับทางเดินเขา Yuanshan – Jiantan Mountain เป็นเขาที่มีความสูงอยู่ที่ 206 เมตร ใช้เวลาเดินไปกลับประมาณชั่วโมงนิด ๆ เป็นทางเดินง่าย ๆ บนนี้เราจะเห็นไทเปทั้งสองด้านที่ถูกห้อมล้อมด้วยธรรมชาติ มีระเบียงสีขาวที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ยื่นออกไปนอกไหล่เขา เป็นทั้งมุมถ่ายรูปคิวท์ ๆ และชมวิวแบบกว้าง ๆ ถือเป็นอีกที่ที่คนไต้หวันเองก็มาพักผ่อนหย่อนใจเช่นกัน

07 Taipei Performing Arts Center

ชมวิวจนฉ่ำใจแล้ว เราก็มาส่องงาน Architect กันต่อที่ตึกลูกชิ้น Taipei Performing Arts Center อาคารใหม่แกะกล่องที่เพิ่งเปิดให้ชมไม่ถึงปี ตึกนี้เป็นศูนย์ศิลปะการแสดงที่มีการออกแบบทางสถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัย ฝีมือ Rem Koolhaas และ David Gianotten แห่ง OMA บริษัทที่สร้างอาคารงาม ๆ มากมายในฮ่องกง ปักกิ่ง ภายในนี้มีโรงละครถึง 3 แห่ง ไฮไลต์คือ Globe Playhouse โรงละครทรงกลมที่จุคนได้ถึง 800 ที่นั่ง และยังมีอีก 2 โรงละคร สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้รวมกันได้เป็น Super Theatre ที่รองรับได้ถึง 2,300 ที่นั่งเลยทีเดียว เราชอบบรรยากาศในนี้มาก เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวมาเดินชมอาคารแล้ว ก็มีคนเมืองมานั่งอ่านหนังสือ นั่งชิลร้านกาแฟ ทำให้ที่นี่ดูผ่อนคลาย ไม่เงียบเหงา เห็นแล้วอยากมานั่งสักชั่วโมง

08 Bao’an Temple

เอาใจสายมูด้วยการมูฟมาวัดเก่าแก่ Bao’an Temple ‘วัดต้าหลง เป่าอัน’ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าวัดเป่าอัน ที่มีอายุมากกว่า 190 ปี เป็นวัดพุทธแบบจีนที่สร้างขึ้นโดยผู้อพยพชาวฟูเจี้ยน เพื่ออุทิศแก่เทพเป่าเซิงต้าตี้ ที่คอยช่วยเรื่องการรักษาโรคภัยและยังมีเทพองค์อื่น ๆ ให้เรามาไหว้ขอพรได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ การงาน การเงิน ฯลฯ อีกความว้าวของวัดคือวิธีการสร้างที่ใช้เพียงไม้และหิน โดยช่างฝีมือจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีความวิจิตรทั้งลายสลักรูปมังกร สิงโต ภาพจิตรกรรมมากมาย ใช้เวลาสร้างนานเกือบศตวรรษ จนขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดในไทเป และได้ขึ้นทะเบียนเป็นหนึ่งในมรดกโลกจาก UNESCO อีกด้วย

09 #TaiwanLanternFestival 2023

โชคดีที่เรามาตรงช่วงเขาจัดงานโคมไฟสุดยิ่งใหญ่ในรอบ 23 ปีพอดี แน่นอนว่าเราก็ไม่พลาดแวะไปชม #TaiwanLanternFestival 2023 โดยปกติงานนี้จะจัดในช่วงหลังตรุษจีน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 5-19 กุมภาพันธ์ 66 เพื่อต้อนรับคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งแรกในรอบปี เพราะเชื่อว่าพระจันทร์จะนำพาความหวังและความฝันของชาวเมืองไปสู่อนาคตนั่นเอง โคมต่าง ๆ จะถูกติดตั้งตามแลนด์มาร์กทั่วทั้งไทเป 4 โซนใหญ่ ๆ มีความล้ำสมัยขึ้นด้วยการผสมผสานโคมไฟแบบเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน ไฮไลต์คือน้องกระต่ายหยกสูง 22 เมตร นักษัตรประจำปีที่มาในรูปแบบ Y2K น่ารักน่ากอด สามารถขยับทักทายเราได้ทุกชั่วโมงตั้งแต่ 18:00-21:00 น. และยังมีสปอตให้ตามล่าอีกเยอะมาก แน่นอนว่าสวยตาแตกแทบทุกจุด เรียกว่าเป็นค่ำคืนที่เดินขาลาก แต่เต็มอิ่มไปกับความสวยงาม จนแทบลืมเวลาไปเลย

DAY 3

10 Sheng De Gong Temple (聖德宮)

เที่ยวแบบออกนอกเมืองอีกนิดมาแถบนิวไทเป แนะนำว่าให้เหมารถเที่ยวจะสะดวกสุด พิกัดแรก Sheng De Gong Temple (聖德宮) ‘วัดเซิ่งเต๋อกง’ วัดบนเขาที่เป็นไอจีสปอตของเหล่าอินฟลูสายท่องเที่ยวมากมาย ฟีลลิ่งเหมือนเป็นจุดชมวิวเมืองไทเปพร้อมธรรมชาติโดยรอบ พร้อมกรอบซุ้มประตูวัดอันเป็นเอกลักษณ์ดูมีมนต์ขลัง ส่วนใหญ่คนนิยมมาชมพระอาทิตย์ตกดินกัน ภายในมีทั้งวัดเก่าแก่และที่สร้างขึ้นใหม่ องค์ประธานคือเจ้าแม่ทับทิม หรือม่าโจ้ว/มาจู่ ที่ผู้คนนิยมมาขอพรด้านโชคลาภ การค้าขาย ได้ทั้งขอพร ชมวิว ชมสถาปัตยกรรมประวัติศาสตร์ ครบขนาดนี้ ไม่มาไม่ได้แล้วล่ะ

11 Shen’ao Elephant Trunk Rock

ขับไกลออกมาอีกหน่อย เพื่อไปเดินฮัมเพลงริมทะเล กับสปอตงาม ๆ  Shen’ao Elephant Trunk Rock ผารูปงวงช้างเฌ่ออ้าว เป็นโขดหินขนาดใหญ่ที่ยื่นออกนอกทะเล มีรูโค้งตรงกลาง หากมองจากด้านข้างจะคล้ายกับหัวช้างที่หันหน้าออกสู่ทะเล ในวันฟ้าเปิด เราจะสามารถขึ้นไปเดินถ่ายรูปบนหัวช้างได้ แต่วันฝนตกแบบนี้ ทางเดินค่อนข้างลื่น เขาเลยปิดทางไม่ให้ขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย แต่เรายังสามารถเดินชมหินรูปทรงแปลกตาที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและคลื่นทะเลนานนับพันปีได้ ไม่ว่าจะเป็นรูปรังผึ้ง แท่นหินที่เหมือนกลุ่มเห็ด ร่องรอยลักษณะคล้ายฟอสซิล เป็นต้น

12 Shen’ao Rail Bike

อีกไฮไลต์ของทริปที่สร้างรอยยิ้ม และทำให้เราเห็นไต้หวันในมุมที่แตกต่าง คือ Shen’ao Rail Bike การปั่นจักรยานปักเป้าบนรางรถไฟเก่าสาย Shen’ao ที่แต่ก่อนใช้ในการลำเลียงแร่ธาตุ ถ่านหินส่งออกไปยังต่างประเทศ การปั่นจักรบนเส้นนี้จะนำทางเราไปชมความงามของทะเล ภูเขาตามแนวชายฝั่ง เข้าอุโมงค์ที่ประดับไปด้วยไฟหลากสี สวยงาม เรียกเสียงฮือฮาจากเราและผู้ร่วมทริปได้อย่างดี โดยหนึ่งคันจะสามารถนั่งได้ 2 คน จะมาเป็นคู่ช่วยกันปั่น หรือมาเป็นครอบครัวกับลูกตัวน้อย ก็น่ารักไม่เบา 

13 Yue Cheng Shanghainese Xiaolongbao

สุดเรื่องการเที่ยวแล้ว การกินเราก็ไปสุดตลอดทริปเช่นกัน สำหรับมื้อนี้ เรามาฝากท้องกันที่ Yue Cheng Shanghainese Xiaolongbao ร้านเสี่ยวหลงเปาเจ้าดังแห่งเมือง Keelung ที่มีรสชาติโดดเด่น ถูกอกถูกใจทั้งชาวไต้หวันและต่างชาติอย่างเรา ด้วยซุปที่ค่อนข้างเข้มข้นด้วยมันจากหมูสับ แทรกซึมออกมาระหว่างนึ่งในช่วงเวลาที่พอดี ตัวแป้งที่ห่อก็นุ่มหนึบไม่หนาเกินไป ถือเป็นเสี่ยวหลงเปาที่เพอร์เฟกต์สุด ๆ อีกเมนูคือ 牛肉捲餅 (หนิวโล่วเจี๊ยนปิง) ลักษณะคล้ายแป้งเคบัปห่อเนื้อ แตงกวา หัวหอมแล้วนำไปจี่บนเตาให้เกรียมหน่อย ๆ กินคำแรกถึงกับตาวาว ทั้งความสดของผัก และเนื้อหมักรสเค็มที่เข้ากับแป้งอย่างลงตัว ใครได้มาตามรอย แนะนำให้สั่งสองจานนี้เป็นอย่างแรกเลย

14 Wangyougu Velley

ยามบ่ายนี้ขอพาทุกคนมาออกกำลังกายด้วยการเดินเลาะขึ้นเขาไปชมวิวมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่ Wangyougu Velley เป็นเส้นทางที่ใช้เวลาเดินราว ๆ 1 ชั่วโมง เหมือนเราเดินอ้อมเขาจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน ตลอดเส้นทาง เราจะตื่นตาตื่นใจไปกับวิวธรรมชาติสุดอลัง ซึ่งภาพจากกล้องไหน ๆ ก็ไม่สามารถสื่อความงดงามนี้ได้หมด เพราะมันเป็นเฟรมภาพพาโนราม่าอันกว้างใหญ่ สวยจนเราไม่สามารถละสายตาได้เลย ใครที่เป็นสายเดินเขา ชอบเทควิวทะเลและเนินหญ้ากว้าง ขอแนะนำให้ลิสต์ที่นี่เอาไว้เลย

15  Heping Island Park

ยังอยู่ในโซนของวิวทะเล ที่เรามั่นใจว่าเป็น Unseen ที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อน กับ Heping Island Park อุทยานริมทะเลที่อยู่บนเกาะเหอผิง เกาะเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของไต้หวัน เป็นสปอตที่เราชอบที่สุดในทริป เพราะมีสระว่ายน้ำกลางทะเล ที่สร้างโดยการนำหินมากั้น สร้างบันไดทางลงให้เป็นเหมือนสระว่ายน้ำธรรมชาติสุดเท่ ไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินเข้มนุ่มลึกของน้ำทะเล คลื่นบนผิวน้ำที่ซัดมาเบา ๆ ไม่ขาดช่วง ขอบหินที่ใช้กั้นเป็นแนวยาวสุดมินิมอล ถ่ายรูปออกมาแล้วเหมือนเป็นผลงานศิลปะเลยทีเดียว 

16  Zhengbin Fishing Port

ยังคงอยู่กันในเมือง Keelung ทางใต้ของเกาะเหอผิง แม้จะดูเป็นย่านที่เงียบสงบ แต่เขามีจุดเช็คอินน่ารัก ๆ ซ่อนอยู่เยอะแยะไปหมด ที่เห็นนี้คือ Zhengbin Fishing Port ท่าเรือประมงที่มีอายุมากถึง 80 ปี สร้างโดยชาวญี่ปุ่น เป็นท่าเรือประมงที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น ปัจจุบันอาคารที่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมน้ำนั้นถูกฉาบสีสันสุดคัลเลอร์ฟูล คล้ายกับที่ยุโรป แต่แน่นอนว่าเราจะได้เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้คน ร้านรวง อาหาร ฯลฯ เอาจริง ๆ พอแสงแดดตกกระทบสร้างเงาสี ๆ สะท้อนในน้ำ มันยิ่งน่ารักขึ้นแบบทวีคูณเลย เชื่อว่าใครได้มาจะต้องได้รูปไปอีกเป็นร้อยแน่ ๆ นอกจากนี้เขายังมีพิพิธภัณฑ์เรือประมงแห่งแรกบนทะเล ที่จัดแสดงเรือศิลปะพื้นบ้านให้เราได้ชมด้วย

17 AMBA Taipei Songshan

กลับเข้าเมืองมาเช็คอิน ล้างหน้าล้างตากันในที่พักวิวงาม AMBA Taipei Songshan ที่ได้เห็นตึก Taipei101 และความศิวิไลซ์ของไทเปตั้งแต่เช้ายันค่ำ ถ้าเทียบก็ถือเป็นโรงแรมระดับสี่ดาวที่มอบช่วงเวลาพักผ่อนให้เราได้เต็มสิบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้เราลงมานั่งเล่นอ่านหนังสือ ห้องนอนขนาดใหญ่พร้อม welcome set มีผลไม้ ขนม เครื่องดื่มแบบจุก ๆ  ชุดชงกาแฟแบบแคปซูล ชุดอาบน้ำครบเซ็ต ฟิตเนส เครื่องซักผ้าอบผ้าฟรีตลอด 24 ชม. พร้อมการบริการก็แสนเป็นมิตร ไลน์อาหารเช้าก็เนืองแน่นไปด้วยติ่มซำ ไหนจะโลเคชั่นที่อยู่ใกล้ชิดสนิทสนมกับตลาดกลางคืน Raohe ให้เราได้อิ่มเอมกับสตรีทฟูดสไตล์ไต้หวัน ถือเป็นอีกที่พักที่เหมาะกับคนชอบ City Life จริง ๆ

18 Raohe Night Market

ไนท์มาร์เก็ตเก่าแก่สุดป๊อปอีกแห่งของไทเป ตรอกเล็ก ๆ ที่มีความยาวประมาณ 600 เมตร อัดแน่นไปด้วยร้านอาหารแผงลอยหลายร้อยร้านค้า เมนูที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือน Raohe Night Market แห่งนี้คือซุปแพะตุ๋น ที่ทำออกมาได้นุ่มละมุนกลมกล่อมไร้กลิ่นสาบ แถมราคายังดีงามด้วย, Yu Pin Yuan Iced and Hot Tangyuan บัวลอยนมสดที่ภายในเป็นงาดำและถั่วบดราดกับน้ำเชื่อม ก่อนโปะบนน้ำแข็งไส, ซุปกระดูกหมูร้าน Chen Tung Pork Ribs Medicinal Herbs Soup, Fuzhou Black Pepper Bun ซาลาเปาอบโอ่งไส้หมูสับหมักพริกไทยดำ รสหวานเผ็ดร้อนนิด ๆ ถูกปากคนไทย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทีเด็ดที่ได้บิบ กูร์มองด์จากมิชลินทั้งนั้น นอกจากนี้ยังมีอาหารโลคอลแปลก ๆ ให้เราลิ้มลอง อาทิ ข้าวนึ่งเลือดหมู ไอศกรีมถั่วตัดผักชี พลาดไม่ได้คือเต้าหู้เหม็นที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

DAY 4

เพราะเมื่อวานนั่งรถผ่านแล้วเริ่มเห็นดอกซากุระไต้หวันผลิบานเต็มไปหมด เช้าวันนี้เลยตื่นไวเป็นพิเศษ เพื่อมาเดินทอดน่องดื่มด่ำระหว่างไปโลเคชั่นถัดไป จะบอกว่าด้วยสภาพอากาศที่คล้าย ๆ กัน ซากุระที่นี่สวยไม่แพ้ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีเลย เป็นอีกความงามที่เราไม่อยากให้ทุกคนมองข้ามนะ

19 shenkeng old street  (茄冬老樹)

เช้าวันนี้เรามาตลาดโบราณ Shenkeng หรือที่รู้จักกันในชื่อตรอกเต้าหู้เหม็น อาหารที่หลายคนได้กลิ่นแล้วอาจจะต้องเบือนหน้าหนี แต่สำหรับบางคน นี่คือแหล่งโปรตีนชั้นดีที่รสชาติอร่อยมากเลยทีเดียว ฟีลคนไทยชอบกินปลาร้าแต่ต่างชาติไม่เข้าใจนั่นแหละ.. ซึ่งเต้าหู้เหม็นนี้เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง เรียกว่าเป็นเครื่องเสวยของราชสำนักจีน และเป็นจานโปรดของซูสีไทเฮาเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่เราสามารถหาเต้าหู้เหม็นทานได้ทั้งแบบทอดและต้ม สำหรับระดับบิกินเนอร์ เราแนะนำให้ทอดจะกินง่ายสุด ส่วนเราลองแบบต้ม กินแกล้มกับอาหารจานอื่น ๆ ด้วยก็ช่วยกลบกลิ่น และลิ้มรสความกลมกล่อมได้อย่างเอร็ดอร่อยใช้ได้เลย

20 Maokong Gondola – Zhinan Temple

พิกัดต่อมาขอพาทุกคนมาชมทัศนียภาพที่สวยงามของไต้หวันตั้งแต่พื้นดินสู่ยอดเขา ด้วยกระเช้ากอนโดลาเมาคง Maokong Gondola กระเช้าลอยฟ้าแห่งแรกของไทเปที่เริ่มใช้เมื่อปี 2007 พาเรานั่งข้ามเขาไปยัง Zhinan Temple วัดซื่อหนาน วัดเก่าแก่ที่อยู่บนเชิงเขาโฮ่วซาน สร้างมานานกว่า 141 ปีแล้ว ในวิหารหลักจะมีเทพลู่ต้งปิง หนึ่งในแปดเทพของลัทธิเต๋า เป็นองค์ประธาน แต่ก่อนผู้คนที่มีความศรัทธาจะเดินขึ้นบันไดมากว่า 1,300 ขั้นเพื่อมากราบไหว้ขอพร จุดที่เราชอบมาก ๆ คือตรงลานด้านหน้าวิหารจะเป็นเหมือนจุดชมวิว เผยให้เห็นแมกไม้เขียวชุ่มฉ่ำ ทอดยาวออกไปสู่ป่าคอนกรีต เดินเล่นรอบ ๆ ยังมีสวนสวยพร้อมสระน้ำที่มีเก๋งจีนสีสดใสตั้งอยู่ตรงกลาง พอรวมกับซากุระที่กำลังบานแล้ว สวยราวกับภาพในนิยายเลย

ด้วยบริเวณรอบ ๆ นี้มีไร่ชาอยู่เยอะ เลยไม่แปลกใจที่จะมีร้านชาชื่อดังอยู่หลายสิบร้าน ครั้งนี้เราเลือกมาที่ Sih Ye Tea House ร้านชาที่ตกแต่งหรูหราแบบจีน 100% ตั้งแต่ บานประตู สะพานไม้ฉลุลายปิดทอง ธารน้ำตกเล็ก ๆ ที่มีปลาคาร์ปว่ายอย่างสบายอารมณ์ จนถึงโต๊ะไม้โบราณเคลือบเงาอย่างดี โดยที่นี่มีเมนูชาให้เลือกกว่า 20 ชนิด กาแฟ เบียร์ ขนม อาหาร และเมนูซิกเนเจอร์ที่เรากินแล้วประทับใจที่สุดคือ osmanthus sweet & chewy tea jelly เยลลี่ชา นุ่มหนึบหวานหอมอ่อน ๆ กินคู่กับเลมอนเพิ่มความสดชื่นระหว่างวันได้อย่างดี 

21 Bitan Tourist Attraction

สำหรับคนที่อยากเน้นการเดินทางง่าย ๆ แต่ได้วิวสวยงามพร้อมบรรยากาศชิล ๆ ทางเราก็มีมาฝากกันกับ Bitan Tourist Attraction จุดชมวิวปี้ถัน ตั้งอยู่ใกล้กับ Xindian Station ลักษณะเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำ Xindian คนเมืองนิยมมาใช้เวลาหย่อนใจสูดอากาศบริสุทธิ์ในวันหยุดกัน แถมมีกิจกรรมชิล ๆ ทั้งเดินข้ามแม่น้ำบนสะพานแขวนเพื่อชมความงามของธรรมชาติทั้งสองฝั่ง หรือจะเช่าเรือถีบเพื่อชมวิวกลางน้ำแบบไพรเวทก็ไม่ติด ที่สำคัญมีร้านค้า ร้านขายขนมเปิดบริการให้เราหาอะไรกินจุบจิบระหว่างวันด้วย

22 Eat-thing restaurant (義興樓)

ยังมูฟออนไม่ได้กับเหล่าร้านอาหารที่ได้รางวัลบิบกูร์มองด์ และนี่ก็เป็นอีกร้านที่รับรองว่ามาตามรอยแล้วไม่ผิดหวัง Eat-thing restaurant ร้านอาหารจีนจริงจังที่เปิดมานานกว่า 85 ปี สืบทอดมาถึงรุ่นที่ 4 ร้านตั้งอยู่ในย่าน Jingmei ซึ่งร้านนี้คนไม่เยอะมาก แต่อร่อยม๊ากกก โดยเฉพาะเป็ดทอดที่มีรสเค็มเข้าเนื้อกรอบนอกนุ่มใน ไก่ม้วนเครื่องเทศที่มีกลิ่นเครื่องเทศและรสกลมกล่อมจนแทบไม่ต้องขอน้ำจิ้ม และที่ชอบมาก ๆ คือผัดผักที่หน้าตาออกธรรมดา แต่พอกินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้ว อร่อยจนหยุดไม่ได้ คนไต้หวันบอกว่า ร้านนี้ถือเป็นร้านที่ขายเมนูอาหารจีนโบราณรสชาติดีที่หาทานยากในปัจจุบันด้วย

23 Hotel Resonance

เปลี่ยนที่นอนทุกคืนเพราะอยากให้ทุกคนได้เห็นหลาย ๆ แบบ เลือกนอนได้หลาย ๆ ไทป์ คืนนี้เรามาที่ Hotel Resonance เป็นเครือโรงแรมที่ Collection by Hilton เราจึงมั่นใจเรื่องความสะอาด ความสะดวกสบาย และความเพียบพร้อมได้เลย แถมยังตั้งอยู่ในย่าน Taipei Main Station เดินทางง่ายใกล้แหล่งชอปปิง การออกแบบของโรงแรมเน้นไปทางเรียบหรูสไตล์โมเดิร์น เหมาะกับคนรุ่นใหม่ มองไปทางไหนก็มีแต่ความลงตัว ห้องนอนกว้างกำลังดี มีอ่างแช่น้ำ เตียงนุ่มสบาย มุมโซฟาให้นั่งอ่านหนังสือพร้อมชมวิวเมือง ดีงามถึงกับต้องติดดาวไว้ในแมปเผื่อมานอนรอบหน้าอีกที

DAY 5

อาหารเช้าที่นี่ เขาจะให้เรามาเป็นคูปองเงินสด 350 TWD มาเลือกซื้อของกินใน Starbucks ที่เขาโคกับทางโรงแรม เราสามารถลงลิฟต์และติ๊ดบัตรเข้ามาจากโรงแรมได้เลย ถ้าใช้เงินไม่หมดก็เอามารวมกับเพื่อน ๆ เพื่อซื้อแบบ Take away ไปกินระหว่างทางได้อีก เลิศไม่ไหว

24 Neiwan Old street

วันสุดท้าย ขอออกนอกเมืองอีกสักหน่อย มาเช็คอินพิกัดแรกกันที่ Neiwan Old street ถนนสุดคลาสสิกที่ห้อมล้อมไปด้วยป่า เมื่อก่อนเป็นเส้นทางขนส่งไม้และเหมืองแร่ ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นชาว Hakka หรือที่เราเรียกกันว่าจีนแคะ จึงมีลักษณะความเป็นอยู่และอาหารที่แตกต่างจากชาวเมืองเล็กน้อย เราเลยรู้สึกเพลิดเพลินมากกับถนนเส้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือนเก่าแก่ที่ทำจากไม้ ภายในขายของที่ระลึก ของเล่นโบราณ ขนมสีฉูดฉาด เราลองสุ่มซื้อลูกพลับแห้งมาชิม มันหวานกรอบอร่อยกว่ากินจากห่อที่ซื้อตามห้างเป็นไหน ๆ และอย่าลืมไปถ่ายรูปเช็คอินกับสะพานแขวน มองผู้คนมาตกปลา จับกุ้ง กระโดดเล่นน้ำ เรียกว่าชมความเป็นอยู่แบบเรียล ๆ กันไปเลย

25  Hutoushan Environmental Park

กลับมาที่ความชอบส่วนตัวกันบ้างกับสวนสาธารณะแสนชิล Hutoushan Environmental Park ที่มีสิ่งปลูกสร้างเจ๋ง ๆ ให้เราเข้าไปหามุมร่วมเฟรม สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขา Hutou สถานที่ชมวิวพาโนราม่าของเมืองเถาหยวน กวาดตามองได้กว่า 180 องศา ล่าสุดได้มีการปรับปรุงพื้นที่ โดยสร้างโครงเหล็กรูปร่างคล้ายเครื่องบิน ผนังรอบด้านเป็นรู ๆ เหมือนตาข่าย ประดับด้วยภาพถ่ายของสถานที่ต่าง ๆ เป็นไอจีสปอตที่ใคร ๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป บริเวณใกล้เคียงยังมีศาลเจ้าญี่ปุ่น สนามเด็กเล่น เรียกว่าเป็นอีกที่หย่อนใจของชาวเมืองที่สามารถมาได้ตั้งแต่วิ่งออกกำลังตอนเช้า ชิลตอนพระอาทิตย์ตก และนอนดูดาวยามค่ำคืนได้เลย ใครมีเวลา เราแนะนำให้ซื้อขนม เครื่องดื่มมานั่งปิกนิกสักกรุบ รับรองว่าฟิน

26 1895 Memorial Park -The Brave Blue Lighting

ยังคงอยู่กับงานสถาปัตฯ สวย ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำในอดีตของชาวไต้หวันสมัยสงคราม Yiwei เป็นการต่อสู้ระหว่างชาวจีนแคะและกองทัพญี่ปุ่นในพื้นที่ละแวกนี้ และได้รับชัยชนะกลับมา จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า 1895 Yiweibaotai Memorial Park สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอาสาสมัครผู้กล้าที่เสียสละเลือดเนื้อนั่นเอง ยามค่ำคืน ตามขอบสระน้ำ แนวบันได และใต้สะพานจะเปิดไฟสีน้ำเงิน เป็น Ring of Yuwei ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวจีนแคะ บ่งบอกถึงความกล้าหาญ และเป็นแสงสว่างที่หลอมรวมกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เหมาะกับสายถ่ายภาพ Landscape และเหล่าคนเก๋ที่ชอบถ่ายรูปฟีลมินิมอลจริง ๆ

27 Taoyuan City Public Main Library

นอกจากคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์ แลนด์มาร์กต่าง ๆ แล้ว อีกอย่างที่เราชอบ คือชมการออกแบบห้องสมุดของแต่ละเมือง ซึ่งที่ Taoyuan City Public Main Library นั้นมีการออกแบบมาได้เหมาะกับการอ่านหนังสือมาก ด้วยการใช้อาคารโล่งโปร่ง ตรงกลางเป็นโถงทะลุตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบน จัดวางตู้หนังสืออย่างเป็นระเบียบ พร้อมมุมอ่านหนังสือที่ค่อนข้างไพรเวท มีผู้คนมาใช้บริการค่อนข้างเยอะ แต่กลับเงียบสงบ เลยรู้สึกว่าเป็นที่ที่ประชาชนสามารถมาใช้ประโยชน์ได้จริง ส่วนนักท่องเที่ยวอย่างเรายังสามารถมาร่วมแจม หาสมุดภาพน่ารัก ๆ นั่งดูเพลิน ๆ หรือใครมาเพื่อถ่ายรูปกับอาคารด้านหน้าก็ปังไม่แพ้กัน 

28 Xiang Roasted Duck

มื้อสุดท้ายของทริป ขอจัดหนักจัดเต็มกับเมนูเป็ดปักกิ่ง กับร้านชื่อดัง Xiang Roasted Duck ที่เป็น Highly recommend ได้คะแนนรีวิวดีเยี่ยมอย่างล้นหลาม ขอเริ่มจากการตกแต่งร้านก่อนเลยที่จะเน้นสีโทนฟ้า-น้ำเงินเหมือนเราอยู่ในม่านน้ำตกแสนเย็นตา ใช้เฟอร์นิเจอร์เข้าชุดสไตล์โมเดิร์น มองตรงไหนก็มีแต่ความเป็นระเบียบเข้าตาไปซะหมด ส่วนเมนูเด็ดคงหนีไม่พ้นเป็ดปักกิ่ง ที่พนักงานจะมาแล่เนื้อเป็ดให้ดูกันถึงโต๊ะ เห็นถึงความพิถีพิถันจัดวางอย่างสวยงาม โดยจะแยกหนังส่วนกรอบไว้ให้เล็กน้อย นอกนั้นจะเป็นเนื้อติดหนังที่มีความจุยซี่ รสกลมกล่อม พร้อมกลิ่นเป็ดหอม ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ บอกเลยว่าอร่อยสุด ๆ แถมราคายังดีงามสมเหตุสมผล และแน่นอนว่าใครอยากมา จะต้องจองกันมาก่อนนะฮะ เพราะคนค่อนข้างแน่นตลอดเวลา

29 Cozzi Blu Taoyuan

สำหรับค่ำคืนสุดท้ายนี้ เราเขยิบเข้ามานอนใกล้สนามบินที่ Cozzi Blu Taoyuan โรงแรมที่ตกแต่งในธีมใต้ท้องทะเล นำเสนอมุมต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ประหนึ่งได้พักผ่อนอยู่ในอาร์ตแกลลอรียังไงยังงั้น ถ้าเดินทัวร์ทุกซอกมุมของโรงแรม ก็เรียกว่าทำเอาเมื่อยได้เลยทีเดียว ไฮไลต์อยู่ที่โถงเพดานที่เป็นแมงกะพรุนโปร่งแสงสวยงามประดับประดา บาร์ที่เป็น Aqurium ห้องนอนกว้างขวางเหมาะกับกลุ่มครอบครัว สิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบไม่แพ้ที่อื่น ส่วนเรื่องการชอปปิงนาทีสุดท้ายก็ไม่ต้องกลัว เพราะอยู่ใกล้กับ Outlet ให้เราซื้อของได้แบบฉ่ำ ๆ ที่สำคัญอาหารเช้าอลังการ รสชาติดีงามมาก ๆ เรียกว่าเป็นคืนส่งท้ายที่สมมงสุด ๆ 

ถ้าไม่รักจะไม่ทำให้ขนาดนี้เด็ดขาด กับเที่ยวไต้หวัน 29 โลเคชั่นที่สามารถเที่ยวได้ทั้งแบบแพลนแน่น ๆ หรือปล่อยใจจอย ๆ เน้นเที่ยวเมือง ชมสถาปัตยกรรม หรือพุ่งเข้าหาธรรมชาติก็มีครบทุกสิ่ง ส่วนของกินก็เลือกที่ดีที่สุดมาให้ การหลับนอนก็เรียกว่าหลับสบายทุกค่ำคืน และเราก็ต้องขอบคุณการท่องเที่ยวไต้หวันที่คอยแนะนำ ทำให้ทริปครั้งนี้ของเราสะดวกสบายสุด ๆ เรียกว่าเป็นคัมภีร์ท่องเที่ยวไต้หวันฉบับอัปเดต 2023 ได้เลยทีเดียว