รีวิวภูเก็ต :: วันธรรมดาพาเหวนภูเก็ต 3 วัน 2 คืน

พอพูดถึงทริปซัมเมอร์ ภาพท้องทะเลสีคราม เมนูอาหารคาวหวานละลานตา และย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิคก็แว็บเข้ามาในหัว ใช่แล้ว .. เรากำลังพูดถึงไข่มุกแห่งอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ เกาะใหญ่ที่สุดในประเทศนามว่า “Phuket-ภูเก็ต” โดยแพลนรอบนี้เราจะ #พาเหวน รอบเกาะ 3 วัน 2 คืน เอาให้เต็มอิ่มกับทุกสไตล์ที่หาทำได้ง่าย ๆ ในจังหวัดนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกาะน้อยใหญ่ให้เราออกไปเริงร่าตีขาว่ายสำรวจอย่างอิสระ จุดชมวิวให้เราทอดสายตามองอาทิตย์อัสดง ชายหาดลับให้เราปูผ้าฟังเสียงคลื่นซัดเคล้าหนังสือเล่มโปรดและเพลย์ลิสต์คู่ใจ ร้านอาหารดี ๆ คาเฟ่เด็ด ๆ ตั้งแต่โลคอลยันมิชลินไกด์ให้เราเพลินพุง ตลอดจนกิจกรรมอีกมากมายในมุมมองใหม่ ๆ คละเคล้ามุมเก่า ๆ ที่ดูสับดูปังกว่า 10 พิกัด งานนี้บอกได้เลยว่าประทับใจ เลอค่า ปักหมุดเที่ยวตามแล้วไม่ผิดหวังแน่นอนจ้าาาาาา

Day1

01 จุมชมวิวกังหันลม .ราไวย์

เปิดทริปซัมเมอร์ให้สมกับการเป็นอัญมณีแห่งท้องทะเลอันดามัน ด้วยการมาชมวิวทะเลแบบพาโนรามาที่สวยและมีเสน่ห์สุด ๆ อีกแห่งของภูเก็ตกับ จุมชมวิวกังหันลม พิกัดที่อยู่ถัดออกไปจากแหลมพรหมเทพเพียงเอื้อม หากยืนรับลมฟิน ๆ ตรงจุดนี้ภาพตรงหน้าที่ได้จะเป็นเวิ้งทะเลกว้างใหญ่ เห็นหมู่เกาะกระจัดกระจายไกลลิบ ผสานแสงแดดทอระยิบระยับบนผิวน้ำ ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเรือยอร์ชและเรือใบ ลู่ลมตามคลื่นสู่หาดทรายเล็ก ๆ นามว่าหาดยะนุ้ย หากแหงนมองบนฟากฟ้าอันสดใสในบางวัน นอกจากฝูงนกที่กำลังบินแล้ว ก็ยังมีนักเหินเวหาเล่น Paragliding ต้านลมอย่างสนุกสนาน เป็นวิวต้อนรับที่มีชีวิตชีวามากทีเดียว

พอหันหลังกลับมาทางฝั่ง เราก็จะเห็นกังหันลมต้นยักษ์สีขาวทรงคิวท์ กับลานหญ้าสีทอง ที่ถ่ายรูปออกมาแล้วน่ารักน่าหยิก ซึ่งกังหันลมเหล่านี้ทำหน้าที่ผลิตพลังงานทดแทน อยู่ภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าบนนี้ลมพัดเย็นขนาดไหน เป็นอีกจุดชมวิวที่มาช่วงไหนก็ดีงามไม่แพ้ใคร 

 02 จุดชมวิวแหลมกระทิง

พิกัดต่อมาเราขอพาทุกคนไปชมวิวพระอาทิตย์ที่สุดปัง ตาแตก และยูนีคกว่าใคร ณ จุดชมวิวแหลมกระทิง ซึ่งการเดินทางไปยังจุดที่เป็นไฮไลท์ราจะต้องเดินผ่านเส้นทางธรรมชาติริมทะเลก่อนหนึ่งกรุบ เริ่มจากลัดเลาะไปตามชายหาดและโขดหินน้อยใหญ่สลับกันไป จนถึงทางเดินแนวดิ่ง ให้เราพุ่งตรงสู่ยอดเขา ที่มีพื้นหญ้านุ่มฟู ผันเปลี่ยนสีตามฤดูกาล ปกคลุมทั่วทุกอณู ลู่ไปตามแรงลมอย่างมีระเบียบ แค่เนินเขาก็เรียกว่าถ่ายรูปกันจนหอบ ชัตเตอร์ร้องขอชีวิตกันไปเลย 

เดินจนถึงสุดปลายแหลมก็เผยให้เห็นวิวอันงดงามกับลานหญ้าสีทองทอประกาย พื้นที่โล่งกว้างลาดลงสู่ผืนทะเลสีมรกต โค้งเว้าตามธรรมชาติดลบันดาล บวกกับท้องฟ้าที่กำลังปรับเปลี่ยนสีดังเช่นทุกวัน แต่วันนี้เรารู้สึกว่ามันพิเศษกว่าวันไหน ๆ เพราะภาพที่ได้มามันคุ้มค่ากับเหงื่อทุกหยาดหยดที่เสียไป เราต่างยื่นตะลึงกับความงามจนลืมเวลา สำหรับเราขอยกให้เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในไทยไปเลย

03 สมุทรภูเก็ต

มื้อเย็นวันแรก… เรามาให้รางวัลตัวเองกันกับอาหารที่รังสรรค์จากมหาสมุทร ที่ถูกบรรจุอยู่ในมิชลินไกด์ ณ สมุทรภูเก็ต ร้านอาหารที่มีกิมมิกไม่ธรรมดา ก่อกำเนิดโดยเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เจ้าของร้าน Le Du ที่มีมิชลิน 1 ดาวมาประดับ และเชฟแบงค์-ชัชวาล วราหะจีระกูล ที่ต้องการชูวัตถุดิบทางทะเลทั้งสองฝั่งของไทย คัดคุณภาพเสิร์ฟมาอย่างหรูหรา พร้อมแต่งแต้มเรื่องราวอย่างสวยงาม แบบฉบับไฟน์ไดนิง โดยร้านจะถูกตกแต่งผสมผสานความจีนฟีล Chinese Oriental มีความคลาสสิคและลักชูรีในเวลาเดียวกัน ถือเป็นมื้อค่ำที่ปังสุดตั้งแต่เคยมาภูเก็ตเลย 

ด้วยความเชี่ยวชาญชองเชฟ ที่มีผลงานโดดเด่นในการทำอาหารไทยสไตล์โมเดิร์น อาหารวันนี้จึงเป็นแบบไทย ๆ 16 คอร์ส ทุกอย่างจะเน้นวัตถุดิบคัดพิเศษที่หาได้จากชาวประมงตั้งแต่พื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ยาวสู่ด้ามขวานที่นราธิวาส เมนูแต่ละช่วงอาจไม่เหมือนกัน ปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละฤดู อย่างชุดแรกของเราวันนี้จะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย 4 คอร์ส ได้แก่ นาซิดาแฆ, ข้าวยำ, หอยแครง, กุ้งแชบ๊วย ของทะเลทุกอย่างมีความกรุบ ชิ้นโต ผ่านการ cook ที่ถูกต้อง อร่อยจนลำไส้ส่งเสียงร้องขอจานต่อไป ทันทีที่ชิ้นสุดท้ายตกถึงท้องเลยทีเดียว

เชตต่อมาเป็นช่วงของทานเล่น เชฟเอามาวางตรงหน้าแบบรัว ๆ ถึง 8 คอร์ส จัดมาในจานทรงสวย วางองค์ประกอบเป๊ะประหนึ่งงานศิลปะทั้งหมด เมนูที่เรากินแล้วแสงแทบจะพุ่งออกปากเลยคือ ‘ปูดำ’ แกงปูที่มีกลิ่นเครื่องถึงพริกถึงขิง มีเนื้อนวลเนียนราวไข่ตุ๋น พอตักเข้าปากพร้อมเนื้อปูหวานสดแล้วมันฟินมาก อีกจานคือ ‘ปลาเต๋าเต้ย’ สุดยอดปลาทะเลน้ำลึกที่เรามักเห็นในร้านอาหารเหลา พอมาเห็นอยู่ในจานไฟน์ไดนิงแล้วถึงกับกรี๊ด กับเนื้อปลาขาวอมชมพูแน่น ๆ ฉ่ำ ๆ กินคู่กับซอสราดและไข่ปลาคือเดอะเบสต์มาก ๆ ส่วนเมนูที่เหลือก็อร่อยไม่ซ้ำใคร อยากให้พวกเธอมาลองกันสักครั้งจริง ๆ

มาที่เมนคอร์สกันบ้าง จัดให้จุก ๆ 4 เมนูที่เสิร์ฟมาเป็นสำรับ โดยมี 3 จานเป็นกับ จับคู่มาพร้อมข้าวอบหม้อดินสไตล์ภูเก็ต ที่เขาอบข้าวให้เข้ากับเครื่องปรุงได้อย่างกลมกล่อม ส่งกลิ่นคล้ายอาหารจีนผสมทะเลหอมยั่วยวน ปลุกทุกโสตให้ตื่นตัว พอตักจานอื่นมากินคู่กันแล้ว มันคือความลงตัวแบบจิ๊กซอว์ถูกชิ้น ที่สำคัญวัตถุดิบทางทะเลยังสดเหมือนกำลังเริงระบำอยู่ในปากเลยทีเดียว 

ยังไม่หมดเท่านั้น เขายังมีอีก 2 เมนูหวาน ที่ปิดจบมื้อเราไปแบบฟิเนเล่ ได้แก่ ‘ตูโบ้’ ที่ทำจากมันหวาน ฟักทอง ถั่วแดงเนื้อหวานละมุนหนึบหนับ และโกโก้หลากเท็กซ์เจอร์จากชุมพร แม้เป็นมื้ออาหารที่ยาวนาน แต่การได้รับทราบรายละเอียดของทุกอย่างที่เรากลืนเข้าสู่ร่าง มันเป็นอีกอรรถรสของการกินจริง ๆ เรารู้สึกมันอร่อยล้ำ จนต้องละเมียดกินราวกับถูกสะกดจิต ใครที่เป็นแฟนคลับอาหารสไตล์นี้ หรืออยากลองเปิดประสบการณ์ เราขอแนะนำให้มาที่นี่ได้เลย 

Day2

04 ทริปล่องเรือหางยาว เกาะไข่นอก เกาะไข่นุ้ย เกาะรังใหญ่

ต่อไปเป็นกิจกรรมสร้างคอนเทนต์ให้เราอวดผู้อวดคนกันแบบลักชูกับ Exclusive 3 Island Trip โดย Boat and Beyond ที่จะมาลบภาพจำเรือท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ เติมภาพลักษณ์ใหม่ ด้วยเรือหางยาวสัญลักษณ์ของไทย อัปเกรดให้โก้หรูไฮคลาสขึ้น จะนั่งกลางเรือคู่กับผ้าม่านขาวเนื้อบางก็ได้รูปปัง ๆ หรือจะไปโพสท่านอนอาบแดด บนโซฟาสีเหลืองมัสตาร์ดที่หัวเรือก็ไม่มีใครว่า แถมยังมีเครื่องดื่ม ของกินเล่นมาให้ไม่ขาด เอกซ์คลูซีฟแบบกรรมการอึ้ง คนดูอึ้ง ฉันก็อึ้ง!!

นั่งชมวิว จิบน้ำมะพร้าวได้ประมาณ 40 นาที เรือลำน้อยคอยรักของเราก็มาเกยอยู่หน้าหาดอันขาวสะอาดแห่งเกาะไข่นอก เกาะเล็ก ๆ หน้าตาเหมือนไข่ดาวกลางทะเล ให้เรามีฟีลท่องเที่ยวแบบคนติดเกาะ เทคไทม์ยาว ๆ กับหาดทรายขาวละเอียด ขัดเท้ายามเดินย่ำอย่างอ่อนละมุน ทะเลสีมรกตไล่ความเข้มไปตามความลึกสดใสดั่งภาพสีน้ำมัน ใครใคร่ดำน้ำตื้นก็มีปลาต้วน้อยและพุ่มปะการังรอต้อนรับ ส่วนใครใคร่นอนเล่น เขาก็มีเตียงผ้าใบ พร้อมร้านค้า ร้านอาหารคอยบริการเช่นกัน 

ได้เวลาถอดผ้าโชว์ผิวแล้วกระโดดลงน้ำไปสวัสดีหมู่มวลสัตว์น้ำที่เกาะไข่นุ้ย จุดดำน้ำตื้น ที่รอบเกาะมีแนวปะการังหนาแน่นอยู่ถึง 17 ไร่ ส่วนใหญ่จะเป็นปะการังโขด ปะการังวงแหวน ลายลูกฟูก และดอกเห็ด ด้วยความที่มาช่วงซัมเมอร์ สภาพใต้น้ำเลยใสสมมงไฮซีซั่นของเขาสุด ๆ วันนี้เรามีปลามาทักทายให้พอหายคิดถึง แต่แค่ได้กระโดดลงทะเลท่ามกลางแดดร้อน ๆ แบบนี้ มันฟีลกู้ดสุด คอมพลีทมายซัมเมอร์สุด!!

ปิดท้าย Half-day Tour ที่เกาะรังใหญ่ เกาะที่ให้ความเป็นส่วนตัวขั้นสุด แทบจะมีเพียงเราที่เป็นกลุ่มมนุษย์อยู่บนเกาะนี้ เราใช้เวลาช่วงเที่ยงไปกับการปูผ้านั่งใกล้ชิดเกลียวคลื่น กินของว่าง ขนม นมเนยที่ทาง Boat and Beyond จัดไว้ให้อย่างสวยงาม รองท้องก่อนไปเดินต้านลมชมวิวเลียบชายหาด เห็นขอบฟ้าและขอบทะเลที่บรรจบทอดยาวออกไปไกลสุดตา เป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเอง เข้าถึงการพักผ่อนอย่างแท้ทรู เรือหรูกับแพลนทัวร์ลักชูแบบนี้ ต้องป้ายยาเพื่อนจองตามมาแล้วมั้ย ? 

05 Torry’s Ice cream

แปลงกายจากเงือกสาวสู่สาวชิค มาหาของหวานเติมพลังกันสักหน่อย ด้วยอากาศเฉียด 40 องศาแบบนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าไอศกรีม ซึ่งร้านที่เป็น must-try เมื่อมาภูเก็ตเลย ก็คือ Torry’s Ice Cream ร้านโลคอลไอศกรีมที่ตั้งอยู่ในซอยรมณีย์ ถนนถลาง ย่านเมืองเก่า โดดเด่นด้วยเตี่ยมฉู่ (ตึกแถว) สีชมพู ที่เป็นเค้าโครงเดิมสไตล์ชิโนยูโรเปียน ตกแต่งความจีนเข้าไปด้วยประตูหน้าต่าง ให้เป็นฟีล ‘เปอรานากัน’ วัฒนธรรมเลือดผสมระหว่างจีนและมลายู ภายในจัดวางเฟอร์นิเจอร์โบราณ ทำจากไม้สีเข้ม ตัดกับผนังสีเหลืองไข่แสนคลาสสิก เติมความหรูหราด้วยแชนเดอเลียร์คริสตัลระยับตา เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ลงดีเทลได้สุดปังจริง ๆ

เมนูของที่ร้านจะเน้นไปทางไอศกรีมโฮมเมด ทั้งเทศและไทยที่จัดเสิร์ฟอย่างมีชั้นเชิง เราสั่งเมนูฮิตตลอดกาลอย่าง Bi-Co-Moi (บีโกมอย) ข้าวเหนียวดำคัดเกรดที่เคี่ยวไม่ต่ำกว่า 3 ชม. คู่มากับไอศกรีมกะทิอัญชัน หวานมันลงตัว กระทิสดเหมือนเพิ่งปีนไปเด็ดจากต้น ส่วนถ้วยทรงสูงที่เห็นคือ Torry’s Signature Sundae ตะโกนความเป็นภูเก็ตให้ดังก้องไปทั่วปาก ด้วยไอศกรีมก้องถึง (ตุ๊บตั๊บ) ขนมปลาไส้ถั่วแดง และก้องถึงบด อร่อยหวานถึงใจเข้าคู่กับชาได้อย่างดี และในแต่ละช่วงก็จะมีสเปเชียลเมนูไม่ซ้ำกัน เรียกว่ากี่ครั้งก็ได้เมนูใหม่ ๆ ลิ้มลองแน่นอน 

06 หาดฟรีด้อม

วันนี้เราจะอำลากันด้วยแสงสุดท้ายริมทะเลที่ Freedom Beach หาดเล็ก ๆ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหาดป่าตองและหาดกะรน อีกจุดชมวิวภาคพื้นดินที่ต้องเดินป่าลัดเส้นทางธรรมชาติมาสัก 15 นาที  เพื่อนมาเจอหาดทรายโค้งสวย ด้านข้างมีสันป่าขึ้นตามแนวเป็นสีเขียวเข้มสบายตา เนื่องจากตั้งใจมาชม sunset แบบตัวแม่ งานผ้า งานร่มก็ต้องเอามาปูรอชมการแสดงสุดพิเศษกันหน่อย การได้กลิ่นไอทะเลหอม ๆ เห็นคนเดินคุยจูงมือกระหนุงกระหนิง มันเป็นการจบวันที่สุขสงบจนแอบงงกับตัวเอง สองวันก่อนยังวุ่นวายกับงานเต็มโต๊ะ ตอนนี้มานอนล้อตะวันอยู่ทะเลตอนใต้ ทุกอย่างมันดีจนเหมือนฝันไปหมด

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมภูเก็ตถึงกลายเป็นสวรรค์ของนักเดินทางทั่วโลก เพราะความเจริญที่ครบครัน บวกทะเลที่เข้าถึงง่าย ทั้งหาดที่มีชื่อเสียง และหาดลับ ๆ มุมสงบ ๆ อีกมากมาย ซึ่งฟรีด้อมบีชก็เป็นตัวการันตีชั้นดี ว่าฮิดเด้นเจมส์ของเมืองนี้ยังหลงเหลือให้เราสำรวจอยู่

ทันทีที่พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ท้องฟ้าก็ระเบิดกระจายลำแสงอย่างรู้งาน เปลี่ยนสีไปเรื่อย ราวกับงาน immersive Art อันยิ่งใหญ่ ทำให้เรารู้สึกรักภูเก็ตขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลย

 Day3

07 ชุมชนเมืองเก่า ในมุมมองใหม่ 

เช้าวันสุดท้ายขอตัดเลี่ยนจากทะเล สวิตซ์เข้าสู่โหมด Instagrammable กันที่ย่านเมืองเก่าที่เก๋ามิเคยคลาย จนเราต้องใส่ลงแพลนทุกครั้งเวลามาเยือน เพราะอยากร่วมเฟรมกับอาคารสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน สถาปัตยกรรมผสมระหว่างยุโรปและจีน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากปีนัง อายุร้อยกว่าปี ในสมัยการค้าดีบุกเจริญรุ่งเรือง สร้างเม็ดเงินให้ประเทศเราได้อย่างคับคั่ง ต่อเนื่องมายังปัจจุบันก็ยังสร้างการไหลเวียนทางเศรษฐกิจได้อย่างดีในด้านการท่องเที่ยว มีร้านขายของ ร้านอาหาร คาเฟ่มากมาย ซึ่งเราก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่จะมากระจายรายได้ด้วยการฮอปปิงจุก ๆ นั่นเอง 

มาครั้งนี้ไม่เหงาเหมือนปีก่อน เพราะร้านรวงเขาเปิดให้บริการแบบเต็มสตรีม คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวแทบทุกซอกมุม บ้างมาหาของกิน บ้างมาถ่ายรูปอวดโซเชียล ซึ่งอีกไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยคือสตรีทอาร์ตที่แทรกอยู่ตามผนังอาคาร จากศิลปินหลากหลายเชื้อชาติ ทั้งแบบอาร์ตสุดคูลดูเก๋ และแบบเน้นเล่าเรื่องราวผ่านตัวการ์ตูนอาตี๋อาหมวย กระจัดกระจายให้เราเห็นได้แทบทุกฝีก้าว แค่วางเฟรมแกล้งเดินผ่านเผลอ ๆ ก็ได้คลิปไปลงสตอรี่ในโซเชียลเป็นสิบแล้ว

หลังจากที่เติมรูปในเม็มกล้องจนแน่น ก็ได้เวลาหาของเติมท้องให้อิ่ม และถือโอกาสอัปเดตคาเฟ่ใหม่ ๆ กันสักนิด ที่แรกคือร้าน ‘GRAPH’ ร้านดังจากเชียงใหม่ส่งตรงสู่อาคารทรงคลาสสิกของภูเก็ตบนถนนพังงา ที่รีโนเวทหน้าร้านและภายในให้ดูโมเดิร์น ด้วยโทนน้ำตาลเข้มเปี่ยมมนต์ขลัง ด้วยความที่เป็นร้าน Specialty Coffee เขาจึงมีกาแฟให้เราเลือกแทบทุกรูปแบบ รวมไปถึง Coldbrew ส่วนขนมเราสั่งเป็น Canalé ชุ่มเนยหอมกลิ่นวานิลลาเจือน้ำตาลไหม้ เข้าคู่กับกาแฟได้อย่างเพอร์เฟกต์

ปรับอารมณ์จากความเคร่งขรึมสู่ความโคซี่ย้อนยุคที่ ไทยหัวคาเฟ่ ร้านเปิดใหม่ตั้งอยู่กับสโมสรไทยหัว (Thaihua Club) ภายในตึกเก่าอายุเกือบร้อยปี ที่บัดนี้เปิดให้คนนอกสมาคมอย่างเรา ๆ ได้เข้าไปนั่งชิล ชมงาน architecture ดั้งเดิมที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นงานสลักโบราณตามผนัง เสา กรอบหน้าต่าง ขอบประตู และที่ชอบมาก ๆ คือพื้นกระเบื้องโปรตุเกสลวดลายสมบูรณ์สวยงาม ส่วนกาแฟนั้นเรียกว่ารสชาติดีราคาน่ารักแบบหาไม่ได้ในละแวกนี้

อีกแลนด์มาร์กประจำย่านที่ต้องไปถ่ายรูปชูความเป็นภูเก็ต ชนิดโพสปั๊บรู้ปุ๊บว่าอยู่ที่ไหน นั่นก็คือ Phuket Clock Tower บริเวณสี่แยกธนาคารชาร์เตอร์ โดดเด่นด้วยอาคาร 2 ชั้นเป็นแนวยาวรูปตัวแอล ตรงหัวมุมมีหอนาฬิกาต่อสูงขึ้นจากตัวตึก อดีตที่นี่เคยเป็นสถานีตำรวจภูธรตลาดใหญ่ ปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนให้เป็น มิวเซียมภูเก็ต (Phuket Baba Museum) สะท้อนประวัติศาสตร์ชาวเปอรานากันในภูเก็ตผ่านสื่อที่ทันสมัย บอกแล้วว่าย่านเมืองเก่านี้มากี่ครั้งก็ไม่จำเจ หากลองใช้เวลาเดินลัดเลาะก็จะมีอะไรใหม่ ๆ ให้เราสำรวจอยู่เสมอ นี่ยังไม่รวมร้านโลคอล ราคาโลว์คอสต์ เกสต์เฮ้าส์ระดับตำนาน เรียกว่าแค่หนึ่งวันก็ยังใช้ไม่พอสำหรับที่นี่

08 Tree O’clock Cafe & Bistro

ออกจากย่านเก่าย่านเดิม แล้วมาฝากท้องมื้อใหญ่ ๆ ในมุมใหม่ ๆ กันบ้างที่ Tree O’clock Cafe & Bistro ร้านที่ถูกออกแบบเหมือนหลุดมาจากภาพ Perspective สุดล้ำ กับบันไดสีขาวที่ตั้งอยู่ทั้งภายนอกและภายใน ลักษณะรูปทรงคล้ายพีระมิด มีราวบันไดเส้นบางโค้งเว้าไปตามทรงลดความตึงเครียด คุมโทนสีเทา ดำ ขาว ดูมาดขรึม แซมความละมุนละไมด้วยเฟอร์นิเจอร์ ไม้เนื้อนวล นับว่าเป็นการออกแบบที่ยูนีคไม่เหมือนใคร จนขอยกให้เป็นตัวตึงในภูเก็ต ณ ตอนนี้ได้เลย 

การออกแบบว่าแจ่มแล้ว มาดูเมนูก็ยังเพิ่มความว้าวเข้าไปอีก เพราะเขาขายทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม เราเลือกสั่ง 4 เมนูซิกเนอเจอร์ฮอตฮิตประจำร้าน ที่ขออวยยศเลยคือ Thai Beef Salad Taco ยำเนื้อแซ่บสะเด็ดในแป้งทาร์โก้กรุบกรอบ, Cream Caprese with Siam Grapefruit Salad โดดเด่นด้วย Burrata Chesse ขาวนุ่มรสนัวที่ตัดกับความกรอบเฟรชของผลไม้และผักได้อย่างดี แถมกาแฟเอย ขนมเอย อร่อยเลิศลงตัวไปหมด มุมถ่ายรูปก็เยอะ สำหรับร้านนี้เราขอมอบดาวให้เต็มหน่วยเลย

09 หาดกล้วย

อิ่มท้องแล้วก็มาเพิ่มความสดชื่นด้วยการรับลมทะเลยามบ่ายอันสงบเงียบที่ Banana beach หาดสวยลับ ๆ ที่อยู่ใกล้กับหาดในทอน อ.ถลาง ความเป๊ะปังสวยจึ้งของที่นี่จะอยู่ที่ทรายสีนวล มีหินน้อยใหญ่มากมายเป็นกลุ่มก้อน สร้างมุมงาม ๆ ให้เราไปโพสท่า ครีเอทรูปได้เพียบ ข้าง ๆ จะเป็นเชิงเขาอันร่มเย็น และธารน้ำธรรมชาติไหลออกสู่ทะเล เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ เป็นอีกมุมสงบ ๆ ของภูเก็ตที่น่าหาที่ร่มปูผ้า ใช้เวลากับบทความในหนังสือเล่มโปรดสักสองสามพากราฟ สลับกับลงเล่นทะเลชิล ๆ ยาว ๆ จริง ๆ

10 หาดไม้ขาว

ทริปนี้ขอจบไปกับภาพเท่ ๆ ในมุมยอดฮิตประจำเมืองที่โด่งดังไปทั่วโลก ณ หาดไม้ขาว ด้วยโลเคชั่นท่ีอยู่ใกล้สนามบินภูเก็ต ทำให้เราสามารถเห็นเครื่องบินที่กำลังเทคออฟและแลนด์ดิงได้อย่างใกล้ชิด พร้อมได้ภาพคู่กับนกเหล็กยักษ์ และท้องทะเลสดใสสุดอันซีน

โดยภาพที่เห็นนี้ยังถือว่าเครื่องบินยังไกลอยู่นะ เพราะช่วงที่เรามาเขาไปลงจอดอีกฝั่ง ถ้าเกิดมาช่วงที่เขาลงจอดฝั่งทะเล มันจะได้องศามุมเสยเครื่องบินที่เป๊ะ และขนาดเครื่องที่ใหญ่กว่านี้หน่อยนึง แต่ถึงยังไงแค่นี้ก็ปิดจบทริปได้สวยได้ปังแล้ว ใด ๆ ก่อนมาอย่าลืมเช็คไฟล์ทบินกันก่อนด้วยเด้อ เดี๋ยวมาเก้อไม่เจอเครื่องบินจะหาว่าไม่เตือน 

ถ้าการเดินทางเปรียบเหมือนสมุดจดบันทึก ภูเก็ตคงเป็นบทประพันธ์ตอนที่เราเขียนบ่อยที่สุด กลับมากี่ครั้งก็เอ่อล้นไปด้วยความทรงจำ เป็นเมืองที่สามารถใช้เวลาสนุกกับเพื่อน ๆ พร้อมกิจกรรมมากมาย ชิลเอาท์กับครอบครัวพักผ่อนอย่างหนำใจ หรือสร้างช่วงเวลาดี ๆ กับคนรัก แค่คิดก็มีแต่เรื่องที่สร้างความสุข และครั้งนี้ก็เป็นบันทึกอีกบท ที่พรั่งพรูไปด้วยความประทับใจ กับการเริ่มต้นหน้าร้อน ณ ภูเก็ต ถ้าเพื่อน ๆ อยากมีเรื่องราวดี ๆ มาแต่งแต้มในชีวิต ก็อย่าลืมมาตามรอยกันนะ