นับถอยหลังใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกที นาทีนี้คงไม่มีอะไรดีกว่าการได้ออกไปพักผ่อน ดูแลตัวเองตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า เคลียร์สมอง เคลียร์จิตใจ จากเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี วันนี้เราเลยขอชวนทุกคนไปสัมผัสสายลมเย็นของ “เขาใหญ่” ในช่วงฤดูหนาว ให้ธรรมชาติแสนสดชื่นฮีลร่างกาย โดยเริ่มจากคาเฟ่ฮอปปิ้งน่ารัก เข้าพักรีสอร์ทวิวปังที่เหมือนยกแคว้นทัสคานีมาไว้ใจกลางเขาใหญ่ แวะเวียนไปจิบไวน์สวย ๆ ในไร่องุ่น ก่อนจะคว้าจักรยานคู่ใจออกไปปั่นชมวิวทุ่งกังหันลม แล้วไปหมุนตัวสะบัดผมพริ้ว ๆ ในสวนกุหลาบกลางพนา งานนี้รับรองได้เลยว่า 6 โลเคชั่นสุดชิล กับช่วงเวลา 2 วัน 1 คืน ต่อจากนี้ จะต้องมีเรื่องราวดี ๆ ให้เป็นปลายปีที่น่าจดจำแน่นอน

แน่นอนว่าสิ้นปีแบบนี้ … ทางเราก็ไม่ลืมที่จะหาผลิตภัณฑ์ดี ๆ มาดูแลตัวเอง อย่างสาว ๆ เรื่องเส้นผมและหนังศีรษะก็สำคัญมาก เพราะเป็นอีกหนึ่งส่วนในร่างกายที่จะช่วยเสริมความมั่นใจ ทำให้เรามีบุคลิกภาพที่ดี วันนี้เลยอยากแนะนำ เคลียร์ โฟรเซน พีโอนี แชมพูขจัดรังแคสูตรไมเซล่าที่ปราศจากพาราเบนแถมไม่เติมซิลิโคน พร้อมพลังพีโอนีและคูลลิ่งบลาส ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นตั้งแต่ตอนสระ ช่วยให้หนังศีรษะสะอาดอย่างล้ำลึก และปกป้องการเกิดรังแคอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังมีกลิ่นหอมสดชื่นของดอกไม้ งานนี้ไม่ว่าจะสะบัดผมหมุนตัวขนาดไหนก็มั่นใจในความผมยาวสลวยมีวอลลุ่ม สะกดทุกสายตา ดีงามขนาดนี้ทริปเขาใหญ่รอบนี้เราก็ไม่พลาดที่จะพกติดกระเป๋าเดินทางไปด้วยแน่นอนจ้า

Day 1

001 : Proof Café

ออกจากกรุงเทพมาประมาณชั่วโมงนิด ๆ เลียบถนนเมืองสระบุรีก่อนทางขึ้นเขาใหญ่ มีคาเฟ่น่ารักโดนใจนามว่า Proof Café ที่ควรแวะ ตัวร้านเป็นสตูดิโอสี่เหลี่ยมสีขาวเล็ก ๆ ตกแต่งเรียบง่ายในสไตล์มินิมอล ด้านในร้านรายล้อมไปด้วยหน้าต่างกระจก ที่เน้นรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โต๊ะเก้าอี้ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เน้นโทนขาวน้ำตาลจัดวางเข้ากันกับต้นไม้ประดับสีเขียว ทำให้บรรยากาศร้านดูอบอุ่นละมุนในทุกมุม ยิ่งในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีแบบนี้ ทางร้านได้ตกแต่งประดับประดาร้านให้เข้าธีมเทศกาลด้วยต้นคริสต์มาสพร้อมพร็อพน่ารัก มุมถ่ายรูปดีงามถูกใจสาว ๆ แน่นอน

ในส่วนเมนูของร้านคือน่ารักทุกอย่าง แต่ถ้าที่เราสั่งมาทานแล้วต้องจดชื่อมาบอกต่อก็ต้องเป็นพวกชาเขียว มัจฉะลาเต้ คาราเมลมัคคีอาโต้ Hojicha Americano รวมถึงเมนูฟิวชั่นสุดพิเศษในช่วงซีซั่นนี้ ที่ทางร้านเอาชาเขียวพรีเมียมมามิกซ์กับนมสดรสกลมกล่อมท็อปด้วยน้ำสตรอว์เบอร์รีสดผสมเนื้อ อร่อยหอมหวานมันลงตัว ดื่มแล้วสดชื่น เข้ากันอย่างดีกับเบเกอรี่โฮมเมดอย่าง Lemon Tart ที่ได้กลิ่นเลม่อนรสชาติเปรี้ยวอมหวานในทุกคำ หรือใครสายบราวนี่ ร้านนี้เค้าก็อบกันวันต่อวันเลย ยิ่งนั่งยิ่งเพลิน ถ่ายรูปได้ทุกมุม เอาใจเราไปเต็ม ๆ เลยจ้า

002 : Granmonte Vineyard and Winery

ไปต่อไม่รอช้ามุ่งหน้าสู่เขาใหญ่กันต่อเลยดีกว่า และโลเคชั่นต่อมาบอกเลยว่าดีงามไม่แพ้กัน เพราะเราจะพาไปเดินสวย ๆ ประหนึ่งลูกสาวเจ้าของไร่กันที่ Granmonte Vineyard and Winery ไร่องุ่นสุดปังที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ โดยที่นี่เค้าปลูกองุ่นหลากหลายพันธุ์มาก ทั้งชนิดที่มีเมล็ดและไม่มีเมล็ด ทั้งองุ่นแดงและองุ่นขาว ไม่ว่าจะเป็น Muscat of Alexandria and Hamburg, Thomson, Perlette and Maroo Seedless Grapes และอื่น ๆ ซึ่งทางไร่ได้ทำการศึกษาเทคโนโลยี กรรมวิธีผลิตให้องุ่นที่ปลูกนั้นกลายมาเป็นไวน์ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดออกมา

นอกจากจะเป็นไร่องุ่นที่น่าสนใจของเขาใหญ่แล้ว ที่นี่ก็มีอีกกิจกรรมสุดเก๋ที่ห้ามพลาดนั่นก็คือทัวร์ไร่องุ่น โดยเค้าจะพาเรานั่งรถชมบรรยากาศรอบไร่ รับลมเย็น ๆ อากาศดี ๆ ดูวิวต้นองุ่นที่กำลังเติบโต และพวงองุ่นที่รอการเก็บเกี่ยว พร้อมทั้งยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกองุ่น รวมถึงกรรมวิธีที่ใช้ในการบ่มไวน์ในถังไม้โอ๊คอีกด้วย ยังไม่พอหลังจากทัวร์ไร่จบก็จะพาเราไปทำกิจกรรม Wine Tasting ชิมไวน์องุ่นจากไร่ในหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวน์ขาว ไวน์แดง รวมถึงไวน์โรเซ่ ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดนี้จะมีค่าใช้จ่ายเพียง 450 บาทต่อคนเท่านั้น คุ้มมาก แค่ได้ชิมไวน์พรีเมียมแบบนี้ก็ดีงามแล้วละเอาจริง

ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ ทางไร่ก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง Wine & Cheese Table at GranMonte ให้เรานั่งจิบไวน์ ทานชีส Artisanal ท่ามกลางบรรยากาศของไร่องุ่น ซึ่งนอกจากไวน์รสที่เราชอบและชีสอย่างดีแล้ว ก็ยังมีผลไม้ ขนมปังชีส และขนมปังบาเก็ตไว้ให้ทานคู่กันด้วย รสชาติถูกใจคอไวน์อย่างเรามาก แถมถ่ายรูปออกมาก็น่ารักมาก ๆ เช่นกัน

003 : La Casetta Hotel by Toscana Valley

ลมเย็นอ่อน ๆ ยามบ่าย อากาศกำลังดี ถึงเวลาที่เราจะเช็คอินเข้าที่พัก ซึ่งรอบนี้ขอเลือกเป็น Toscana Valley รีสอร์ทตกแต่งสไตล์อิตาลี เหมือนยกแคว้นทัสคานีมาไว้ใจกลางเขาใหญ่ ที่นี่ออกแบบได้ดีมาก มากจนเธอจะคิดถึง Little Old Town เล็ก ๆ ที่เคยไปเดินเล่นแถวยุโรปเลยล่ะ มีหลากหลายโซนให้เลือกพักตามความชอบ ถ้าอยากได้ความเงียบสงบ ผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ ต้องเลือกพักในโซน La Casetta ที่มาพร้อมจุดเด่นคือทะเลสาบขนาดใหญ่ และบ้านโทนสีส้มน้ำตาลอิฐ ไหนจะสระว่ายน้ำก็สวยงามหลากหลายสไตล์ งานนี้รับรองว่ามีมุมให้แชะภาพ อัพลงสตอรี่รัว ๆ จนเป็นจุดไข่ปลาแน่นอน

หมุนตัวถ่ายรูปแกล้ง ๆ แอ้คท่าเผลอ ๆ แบบสาวน้อยวัยใสกับกระโปรงพลิ้ว ๆ สีหวานไปแล้ว ลากกระเป๋ามาดูในส่วนของห้องพักกันต่อ เราพักห้องแบบ Casetta Garden View ที่มาพร้อมวิวสวน และการตกแต่งแบบจัดเต็มเหมือนยกห้องพักในอิตาลีมาไว้ที่นี่ ซึ่งห้องพักใหญ่มาก มีระเบียง ห้องรับแขก โต๊ะรับประทานอาหารส่วนตัวภายในห้อง มุมมินิบาร์เล็ก ๆ และเตียงนอนแสนนุ่ม พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถเปิดรับลมเย็น ๆ จากข้างนอก หรือใครชอบแช่ตัวก็มีอ่างอาบน้ำไว้พร้อมให้แช่กันทั้งวัน

หลังจากตะลอนเที่ยวกันมาทั้งวัน ก็ถึงเวลาผ่อนคลายด้วยการลงแช่ตัวในน้ำอุ่น ๆ พร้อมชมวิวสวนสวย ๆ และไม่ลืมที่จะหยิบแชมพูคู่ทริปอย่าง เคลียร์ โฟรเซน พีโอนี มาค่อย ๆ ละเมียดละไมสระผม ซึ่งใครอยากผมสวยสลวยตั้งแต่โคนถึงปลาย เจ้าแชมพูตัวนี้ตอบโจทย์มากเว่อร์ เพราะน้องเป็นแชมพูสูตรใสที่อ่อนโยนต่อเส้นผม ปราศจากพาราเบนและไม่เติมซิลิโคน พร้อมพลังพีโอนีและคูลลิ่งบลาส ที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่น ทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างล้ำลึก ขจัดรังแคได้อย่างอยู่หมัด แถมผมไม่ฟีบแบน มีวอลลุ่ม และที่เราชอบมาก ๆ คือสระเสร็จแล้วผมหอมมากแม่ เหมือนเพิ่งออกมาจากทุ่งดอกไม้ ดีงามปังไม่ไหวขนาดนี้ พร้อมสะบัดผมถ่ายรูปต่อกับโลเคชั่นในวันพรุ่งนี้สุด ๆ เลยจ้า

DAY 2

เช้าตรู่ของวันต่อมาเรารีบอาบน้ำล้างหน้า หยิบชุดคุมโทนมาใส่ แล้วเดินเชิดฉายพร้อมอิ่มเอมใจไปกับอาหารมื้อเช้า และบรรยากาศที่สวยแบบไม่มีที่ติ ซึ่งไลน์อาหารเช้าของที่นี่เค้าจัดเต็มมาก ทั้งสไตล์ไทยอย่างข้าวต้ม ต้มเลือดหมู สไตล์อเมริกันเบรคฟาสก็มีมุมแฮม บาโลน่า ที่ทานคู่กับชีส หรือสไตล์จีนอย่างติ่มซำ ขนมจีบ ซาลาเปา ปาท่องโก๋ น้ำเต้าหู้ก็จัดเต็มไม่อั้น ส่วนขนมปังต่าง ๆ ก็คือเยอะมากเช่นกัน มีทั้งขนมปังสังขยา ครัวซองที่กรอบนอกนุ่มในอบอวลไปด้วยกลิ่นเนย กินไป ชิลล์ไป มองวิวตรงหน้าไป ไม่ต้องเร่งรีบ ค่อย ๆ เคี้ยว ค่อย ๆ กลืน ลิ้มรสรสชาติอาหารทุกคำอย่างเต็มที่

เมื่อท้องอิ่มก็ถึงเวลามาเดินย่อยเปลี่ยนบรรยากาศในตัวเมืองอิตาลี เอ้ย!!! โซน Town Square กันต่อ ซึ่งโซนนี้ก็เป็นอีกมุมของ Toscana Valley ที่มีความน่ารัก คึกคัก สไตล์ตัวเมืองอิตาลี เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านพิซซ่า ร้านไอศกรีม และคาเฟ่ พร้อมมุมถ่ายรูปที่เยอะแยะน่ารัก อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำที่ใหญ่ที่สุดพร้อมวิวแบบพาโนรามาให้เราได้แหวกว่ายพร้อมชมวิวเขาด้านหลังไปเพลิน ๆ อีกด้วย

004 : สวนกุหลาบกลางพนา

ดื่มด่ำกับบรรยากาศอิตาลีอย่างหนำใจ ช่วงสายเรามูฟออนมาต่อกันที่ สวนกุหลาบกลางพนา สวนดอกไม้โรแมนติกที่โอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจี ที่นี่มีกุหลาบต่างประเทศพันธุ์ดีและกุหลาบป่าหายากหลากหลายชนิดให้เลือกชมละลานตา รับรองว่าคุณผู้หญิงทั้งหลายจะเดินเล่นถ่ายรูปได้เป็นชั่วโมงแบบไม่มีเบื่อ เสร็จแล้วไปนั่งเล่นในบ้านหลังเล็กที่เป็นคาเฟ่น่ารัก พร้อมสั่งชากุหลาบและขนมมาทานพร้อมชมวิวเขาตรงหน้า ได้ฟีลอลิซเจ้าหญิงในดินแดนมหัศจรรย์มาก ๆ

แปลงดอกกุหลาบของที่นี่เค้าปลูกเป็นระเบียบมาก นอกจากเดินเล่นง่ายแล้ว ยังถ่ายรูปออกมาสวยอีกต่างหาก จะหมุนตัวพลิ้ว ๆ พร้อมสะบัดผมสักหน่อยก็ยังได้ แอบกระซิบบอกว่าที่นี่ไม่มีค่าเข้านะทุกคน แต่ถ้าชอบประทับใจต้นกุหลาบต้นไหน หรืออยากได้ช่อกุหลาบไปเซอร์ไพรส์แฟนสาวก็สามารถสั่งจองซื้อดอกกุหลาบ หรือต้นกุหลาบไปปลูกต่อที่บ้านได้นะ

จะว่าไปตั้งแต่สระผมด้วย เคลียร์ โฟรเซน พีโอนี ไม่ว่าจะวิ่งเล่น หมุนตัว ถ่ายรูปขนาดไหน ผมก็ยังพลิ้วสวย แถมมีกลิ่นหอมตลอดทั้งวัน หอมเหมือนกลิ่นกุหลาบทั้งสวนมารวมกันเลยจ้า

005 : EL Café

คาเฟ่เขาใหญ่ช่วงนี้บอกเลยว่าท็อปฟอร์มมากแม่ อย่างร้าน EL Café คาเฟ่น้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน แถมช่วงนี้ยังอยู่ในช่วง Soft Opening แต่กระแสความฮิตไม่ซอฟท์เลยสักนิด จุดเด่นของร้านคือการออกแบบตกแต่งอย่างเรียบง่าย มินิมอล เอาใจทั้งสายธรรมชาติ สายเกาหลี ที่สำคัญยังเห็นวิวเขาใหญ่แบบเต็มตาอีกด้วย ตัวร้านตกแต่งโทนสีขาวน้ำตาล มีแปลงดอกคอสมอสด้านหน้าเพิ่มกิมมิคให้ร้านดูน่ารักอ่อนหวานยิ่งขึ้น พอเข้ามาด้านในก็จะเจอกับมุมกระจกบานใหญ่ ที่ทางร้านมีไอเดียการดีไซน์ไว้ให้เป็นเหมือนกรอบรูปที่มีภาพของธรรมชาติของเขาใหญ่เป็นองค์ประกอบ เก๋มาก ดีมาก ประทับใจในมุมนี้มาก

ร้านจะเน้นเป็นขนมที่อบสดใหม่ อย่าง Salted Egg Croissant ครัวซองค์ไส้ไข่เค็มที่ผ่าปุ๊บไส้ไข่เค็มลาวาก็ทะลักออกมาทันที รสชาติหวานมันกลมกล่อม ทานคู่กับ Butterfly Yuzu Sparkling เครื่องดื่มที่ใช้ส้มยูสุแท้จากเกาหลีท๊อปด้วยน้ำอัญชันสีม่วงสดใส ดื่มแล้วมีแต่คำว่าสดชื่น หรือใครคอกาแฟเค้าก็เมนูให้เลือกหลากหลาย ทุกเมนูล้วนทำจากวัตุดิบอย่างดี รสชาติเลยอร่อยถูกใจ ทานเสร็จก็สามารถเดินออกไปชมวิวถ่ายรูปนอกร้านกับต้นไม้เดียวดายต่อได้

 

006 : ทุ่งกังหันลม เขายายเที่ยง

เราขอจบทริปสวย ๆ ด้วยการเลือกไปเก็บภาพความประทับใจกันที่ เขายายเที่ยง สถานที่ตั้งทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้ครัวเรือนของจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงได้ใช้ปีละหลายล้านหน่วย ซึ่งการเที่ยวชมที่นี่ เราจะต้องเช่าจักรยานปั่นรอบ ๆ อ่างเก็บน้ำ เพื่อไปชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ และถ่ายภาพ ณ จุดต่าง ๆ ที่วิวปังมาก ๆ

การนั่งดูพระอาทิตย์ตก เป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ จากทริปนี้ เรารักความ golden hour ของที่นี่มาก แสงสีส้มที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีอ่อนลงจับกับสีท้องฟ้าจนเป็นวานิลลาสกาย พระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลง แอบหลังแนวภูเขา ลมที่พัดผ่านต้นไม้ และใบหญ้า มันฮีลใจ จนลืมสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านมาในปีนี้ไปหมด รู้ตัวอีกทีคือพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เป็นการจบทริปที่มีแต่ความรู้สึกดี ๆ อิ่มเอมใจมาก ๆ

จบทริปเขาใหญ่ได้ประทับใจสุด ๆ บอกได้เลยว่ารอบนี้ครบรสครบเครื่องมากเว่อร์ เที่ยวได้หลากหลายสไตล์ ทำให้วันพักผ่อนที่เรียบง่ายมีแต่เรื่องราวดี ๆ ที่น่าจดจำ ได้เคลียร์สมอง เคลียร์จิตใจ ปลดวางเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาทั้งปี เหมือนการที่ได้ใช้ เคลียร์ โฟรเซน พีโอนี แชมพูตัวเก่งที่ช่วยให้หนังศีรษะสะอาด ปกป้องการเกิดรังแคอย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังมีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดทั้งวัน เอาเป็นว่าทริปต่อไปอยากให้พวกเธอลองให้เคลียร์ช่วยดูแลเส้นผม รับรองว่าปล่อยผมได้แบบสวย ๆ รูปปัง ๆ กลับมาจนล้นเมมแน่นอน