รีวิวเชียงใหม่ :: Things To Do, Eat And Stay in Mae Kampong, Chiang Mai

เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าทำไมใคร ๆ ก็หลงรักหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาอย่าง แม่กำปอง” จนต้องออกมาค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง การได้สัมผัสความเรียบง่าย ได้ใช้ชีวิตช้า ๆ พบปะผู้คนที่แสนน่ารักในหมู่บ้านสุดแสนคลาสสิคที่ยังคงไว้ซึ่งวิถีดั้งเดิม แถมยังมีตัวช่วยดี ๆ ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้ความทันสมัยเข้ากับอัตลักษณ์ของคนในชุมชนได้อย่างลงตัว จึงไม่ยากที่จะทำให้เราหลงเสน่ห์แม่กำปองอย่างถอนตัวไม่ขึ้นไปอีกคน และในฐานะแม่กำปองแฟนคลับ วันนี้เราขอเป็นอาสาสมัครทำหน้าที่ชำแหละหมู่บ้านแห่งนี้แบบหมดเปลือก ให้ทุกคนได้เห็น ได้รู้จัก และหลงรักแม่กำปองไปพร้อมกัน

และหนึ่งในตัวช่วยดี ๆ ที่ทำให้แม่กำปองเป็นชุมชนในดวงใจของนักท่องเที่ยวได้อย่างวันนี้ ก็คือ “แผนพัฒนากรุงไทยรักชุมชนบ้านแม่กำปอง” หนึ่งในโครงการเพื่อความยั่งยืนจากพี่ ๆ ทีมกรุงไทย ที่เข้ามาทำให้หมูบ้านแห่งนี้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดอบรมด้านการเงิน การจัดทำบัญชี และนำ QR Code มาใช้ในการชำระค่าสินค้าและบริการภายในหมู่บ้าน ทำป้ายข้อมูลและจุดเช็คอินต่าง ๆ รวมถึงการปรับปรุงห้องประชุมศูนย์เรียนรู้ ส่วนในด้านการตลาด ทางกรุงไทยก็ได้ช่วยชุมชนพัฒนาสินค้า เช่น เรื่อง Packaging และขายสินค้าผ่าน E-Commerce รวมถึงประชาสัมพันธ์สินค้าชุมชนผ่าน Krungthai Care นอกจากนี้ก็ยังจัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการ เช่น การจัดการการท่องเที่ยว การบริการนักท่องเที่ยว จัดทำสมุดเยี่ยมชม เป็นต้น

ก่อนจะเที่ยวแบบอินไซต์ เราต้องขอแนะนำให้รู้จักกับแม่กำปองพอหอมปากหอมคอกันสักนิด ที่นี่เป็นหมู่บ้านขนาดเล็กมีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 เมตร ปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่กว่า 134 หลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากดอยสะเก็ต มีอาชีพหลักคือปลูกเมี่ยงและกาแฟ นอกจากนี้ยังมีบางส่วนทำโฮมสเตย์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ด้วยบรรยากาศริมลำธาร ท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย รวมถึงสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้ที่นี่คือหนึ่งในหมู่บ้านกลางป่าที่ว่ากันว่าสโลว์ไลฟ์ที่สุด

WHERE TO VISIT IN MAE KAMPONG

001 เดินถ่ายรูปเช็คอินถนนกลางหมู่บ้าน

มาแม่กำปองทั้งทีต้องมีภาพคู่ถนนเส้นเล็ก ๆ กลางหมู่บ้าน ที่เรียกยอดไลก์สนั่นโซเชี่ยลได้ทุกครั้งที่โพสต์ บ้านไม้สไตล์เหนือที่กลายเป็นร้านค้าและร้านอาหารเล็ก ๆ เรียงรายตามแนวถนน แม้จะเป็นระยะทางไม่ไกลมากนัก แต่ได้สัมผัสความน่ารักแบบเต็ม ๆ จุดนี้จึงกลายเป็นเหมือนหัวใจหลักของการมาแม่กำปองเลยก็ว่าได้

หนึ่งในแลนด์มาร์คบนถนนเส้นหลักนี้ที่ไม่ว่าใครเดินผ่านก็ต้องแวะแชะภาพก็คือ ร้านกาแฟลุงปุ๊ดป้าเป็ง คาเฟ่และโฮมสเตย์รุ่นบุกเบิกแห่งแม่กำปอง ด้วยสไตล์บ้านเก่าแบบชาวเหนือ ปลูกอยู่ติดถนนและลำธาร ทำให้บ้านแห่งนี้เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปที่ฮอตสุด ๆ ในแม่กำปอง ดังนั้นการได้ถ่ายรูปเช็คอินคู่กับผนังหน้าร้าน ถือเป็นอันจบมิชชั่นที่รู้กันว่ามาถึงแม่กำปองเรียบร้อยแล้ว

แดดเริ่มจางไปพร้อมกับดวงตะวันที่ลับขอบฟ้า ยิ่งแสงน้อยเท่าไหร่ บรรยากาศของที่นี่ยิ่งดีขึ้นเรื่อย ๆ พอเริ่มค่ำจะเห็นแสงจากดวงไฟข้างถนนและบ้านเรือนสองข้างทางค่อย ๆ เปิดทีละดวง ทีละดวง บวกกับสายลมเย็น ๆ ที่พัดมากระทบผิว ทำให้แอบอิ่มใจและยิ้มออกมาด้วยความสุขแบบไม่รู้ตัว

002 เส้นทางศึกษาธรรมชาติแม่กำปอง

แม้ว่าการเดินป่าศึกษาธรรมชาติจะเป็นพาร์ทที่ออกแรงเยอะหน่อยสำหรับการมาเที่ยว จนหลายคนอาจมองข้ามไปบ้าง แต่เรานั้นขอชูมือเชียร์กิจกรรมนี้สุดแขน เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เริ่มต้นจากวัดคันธาพฤกษา วัดเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน ผ่านไร่เมี่ยง ไร่กาแฟ ไปสู่ป่าต้นน้ำ ก่อนจะนำขึ้นไปยังน้ำตกแม่กำปอง และย้อนกลับลงมายังชุมชน ขอบอกเลยว่านี่คือการใช้เวลา 2 ชั่วโมงที่คุ้มค่าสมกับการเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่สุด

ผ่านเนินเขาหลังวัดไป เราก็เริ่มเข้าสู่ไร่กาแฟและไร่เมี่ยงที่ชาวบ้านปลูกแซมไว้กับไม้ใหญ่ดั้งเดิม ตลอดเส้นทางเราได้เห็นเมล็ดกาแฟสีแดงกำลังสุกบนต้น ซึ่งกาแฟของที่นี่เป็นสายพันธุ์กาแฟอาราบิกาชั้นดี ปลูกบนพื้นที่อุดมสมบูรณ์บนความสูง 1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล สุกสะพรั่งช่วงเดียวกับดอกไม้ในป่า จึงทำให้มีกลิ่นหอมพิเศษเฉพาะถิ่นที่ไม่มีใครมาเหมือนได้

เราได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ หยุดมองสิ่งรอบตัว ฟังเสียงสัตว์ แมลง รับลมเย็น ๆ ตลอดเส้นทาง จนในที่สุดก็มาถึงบริเวณป่าต้นน้ำ และจุดนี้มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรายืนตะลึงงันก็คือไม้ตุ้มยักษ์ ขนาด 16 คนโอบ ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางป่าต้นนี้ไงล่ะ ซึ่งไม้ตุ้มเป็นไม้ต้นน้ำที่เก็บกักน้ำได้เก่งมาก จะเห็นว่าพื้นที่ใกล้กับไม้ตุ้มจะมีน้ำผุดจากรากไม้ไหลเป็นทางน้ำลงไปยังลำธารที่อยู่ใกล้ ๆ นี่คือการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้นไม้ ป่าไม้ มีความสำคัญกับการกักเก็บน้ำจริง ๆ

003 น้ำตกแม่กำปอง

อีกโซนข้างบนขึ้นเนินจากหมู่บ้านไปประมาณ 1 กิโลเมตร ยังมีแหล่งน้ำอันสมบูรณ์อีกหนึ่งแห่งนั่นก็คือ น้ำตกแม่กำปอง น้ำตกเล็ก ๆ ประจำหมู่บ้าน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีทั้งหมด 7 ชั้น ซึ่งชั้นบนสุดจะมีแอ่งน้ำเล็ก ๆ สำหรับลงเล่นได้ น้ำใสสะอาดเย็นชื่นใจ มีต้นเฟิร์น และตะไคร่น้ำขึ้นอยู่ทั่วไป มีน้ำใช้ตลอดปี แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ และที่นี่ยังเป็นแหล่งกำเนิดของประปาหมู่บ้านแม่กำปองที่ชาวบ้านร่วมกันสร้าง เพื่อใช้ประโยชน์ภายในหมู่บ้านอีกด้วย

004 ศูนย์การเรียนรู้แม่กำปอง

อีกหนึ่งจุดที่คนไม่ค่อยพูดถึง แต่ควรค่าแก่การแวะมาดูก็คือ ศูนย์การเรียนรู้แม่กำปอง เพราะนอกจากจะมีจุดถ่ายรูปเช็คอินแล้ว ที่นี่ยังมี “ศูนย์การเรียนรู้กาแฟ โฮงคั่วกำปองคอฟฟี่” ที่ทางกรุงไทยได้มาช่วยส่งเสริมอาชีพในด้านการตลาดให้แก่ชาวบ้าน รวมไปถึงการออกแบบ Packaging เพิ่มมูลค่าให้กาแฟแม่กำปอง ทำให้ชุมชนพัฒนาสินค้าจนสามารถส่งขายได้ทั่วประเทศ นี่คือการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างคุณค่าในตัวเองให้กับชาวบ้านโดยไม่ทิ้งวิถีดั้งเดิมจริง ๆ

WHAT TO EAT IN MAE KAMPONG

001 ข้าวซอยกลอยใจ

ความสุขอีกอย่างของการมาแม่กำปอง ก็คือการได้ลิ้มลองรสชาติอาหารเหนือลำ ๆ แบบพื้นบ้านแต้ ๆ ร้านแรกที่เราขอแนะนำคือ ข้าวซอยกลอยใจ ร้านข้าวซอยในบ้านปูนกึ่งไม้ 3 ชั้น เปิดให้บริการชั้น 2 และ 3 สามารถนั่งมองถนนหน้าร้านลุงปุ๊ดป้าเป็งจากมุมสูงได้ ส่วนเมนูที่นี่ก็ให้เลือกมากมายทั้ง ข้าวซอย(อร่อยมาก) ขนมจีนน้ำเงี้ยว(ชอบมาก) ไส้อั่ว แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม จิ้นส้มหมู รวมไปถึงก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก็มีให้สั่ง ทุกเมนูรสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเมืองเหนือ ที่สำคัญราคาน่ารักน่าชังด้วยล่ะ

002 ไข่ป่าม ป้ออุ้ยแม่อุ้ย

เมื่อมาแม่กำปองก็ต้องคิดถึงเมนู ไข่ป่าม ที่เรียกได้ว่าเป็นเมนูประจำหมู่บ้านก็ว่าได้ ซึ่งเจ้าไข่ย่างในกระทงใบตองที่ส่งกลิ่นหอมไปสามบ้านเจ็ดบ้านนี้ มีกรรมวิธีที่แสนจะเรียบง่าย แต่ได้ผลลัพธ์และรสชาติที่สุดวิเศษ แม้จะเป็นเพียงเมนูไข่ในกระทงน้อย ๆ แต่ได้ใจไปเต็ม ๆ จนหลายคนต่างการันตีว่ามาทุกครั้งก็ต้องได้กินทุกครั้ง

ถึงแม้จะมาอยู่ในหมู่บ้านกลางหุบเขาแบบนี้ คนที่ไม่ชอบพกเงินสดแบบเราก็ไม่ต้องห่วงเรื่องของการจับจ่ายใช้สอยเลย เพราะทางนี้เขารองรับการจ่ายเงินด้วย QR Code ของกรุงไทยไว้คอยบริการครบวงจร งานนี้บอกได้เลยว่าซื้อง่ายขายคล่องสุด ๆ เลยจ้า

003 ไส่อั่วแม่นิ่ม

ถ้าเห็นไส้อั่ววางเป็นขด ๆ มีควันพวยพุ่งออกมาจากเตาย่าง เราแนะนำให้รีบเข้าไปลอง ร้านไส้อั่วแม่นิ่ม ร้านไส้อั่วชื่อดังแห่งแม่กำปองสัก 2 กิโล ล้อเล่นนนน!! เพราะรสชาติดั้งเดิมของไส้อั่วย่างที่เข้มด้วยสมุนไพรจะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับการกินโดยไม่รู้ตัว ปัจจุบันร้านแม่นิ่มขยับขยายจากเพียงแค่ขายไส้อั่วหน้าบ้านมาเป็นขายอาหารพื้นเมืองต่าง ๆ ภายในร้านมีที่นั่งพร้อมให้บริการรวมไปถึงโซนนั่งทานริมน้ำก็ได้ฟิลอีกแบบ รสชาติดีแถมไม่แพง อยากให้ทุกคนได้มาลองกัน

004 ปังปิ้งเตาถ่าน

เต็มที่กับของคาว ทางเราขอแนะนำกันต่อกับร้านของหวานน่ารัก ๆ อย่างเจ้าขนมปังก้อนกลมปิ้งบนเตาถ่านหอม ๆ สารพัดไส้แล้วแต่จะออเดอร์ รสชาติหวานมัน กัดคำแรกจะสัมผัสถึงความกรอบด้านนอกของขนมปังที่ย่างมาได้หอมกำลังดี เมื่อกัดไปถึงไส้จะได้พบกับความหวานหอมแบบล้นทะลักออกมา ยิ่งได้กินแบบร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศเย็น ๆ ของที่นี่ จะยิ่งเพิ่มอรรถรสได้มากกว่าปกติ ที่สำคัญแพคเกจจิ้งเค้าก็ดูดีมีสไตล์ถือถ่ายรูปเพิ่มความคิ้วท์ได้เป็นกอง

005 เทดดู้ คอฟฟี่

ออกมาหน้าหมู่บ้านแม่กำปองประมาณ 5 นาที เราจะเจอกับอีกหนึ่งอาณาจักรร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในแมกไม้เขียวขจี มีเสียงลำธารน้ำตกไหลอยู่เบื้องล่าง เป็นสัญญาณบอกว่าเราต้องเดินลงบันไดผ่านเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่เพื่อไปยัง เทดดู้ คอฟฟี่ และความสำเร็จเป็นของคนที่พยายามอย่างเรา เพราะคาเฟ่แห่งนี้บรรยากาศดีแบบไม่ต้องประดิษฐ์ใด ๆ อาศัยแค่ธรรมชาติอันร่มรื่นของแม่กำปอง นั่งมองน้ำตกและต้นไม้ ก็ฟินแบบไม่มีคำบรรยายแล้ว

นั่งฟังเสียงธรรมชาติเล่นดนตรีแบบเพลิน ๆ ไม่นานขนมและเครื่องดื่มที่สั่งไว้ก็ถูกยกมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ สำหรับคอกาแฟมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะจะได้ลิ้มรสของกาแฟหอม ๆ ที่ปลูกเอง คั่วเอง จากไร่แบบออร์แกนิคไร้สารพิษใด ๆ จะว่าไปการได้ใช้เวลายามบ่ายไปกับการนั่งจิบกาแฟร้อน ๆ พร้อมครัวซองต์นุ่ม ๆ ฟังเสียงน้ำตกไหลผ่าน คือความฟินของชีวิตอีกแบบหนึ่งเลยล่ะ

และไฮไลท์ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินของแม่กำปอง คือขากลับสำหรับใครที่อยากได้ฟิลลิ่งเดินบนยอดไม้กลางป่าก็สามารถข้ามสะพานแขวนออกไปด้านนอกร้านได้ ระหว่างทางเราจะได้มองป่าและน้ำตกด้านล่าง สัมผัสบรรยากาศได้เต็มที่ เรียกว่าทั้งสวยและเสียวในคราวเดียวกัน

006 บ้านอิงดาว

สำหรับสถานที่ที่ดีที่สุดของการชมหมู่บ้านแม่กำปองแบบพาโนรามา เราต้องขอยกตำแหน่งให้กับ บ้านอิงดาว คาเฟ่ที่สามารถนั่งมองวิวด้านล่างได้แบบเห็นบ้านทุกหลังคา เห็นความเขียวของป่าที่โอบล้อมหมู่บ้าน เห็นไปจนถึงต้นกาแฟอาราบิก้าชั้นดีที่อยู่ในไร่ที่ไล่เรียงกันมาจนกลายมาเป็นกาแฟในแก้วตรงหน้าเราตอนนี้ มันยิ่งทำให้อินกับบรรยากาศและการนั่งจิบลาเต้อาร์ตพร้อมกับตักบราวนี่ชิ้นโตเข้าปากอย่างอิ่มเอมความสุข

WHERE TO STAY IN MAE KAMPONG

เนื่องจากแม่กำปองเป็นหมู่บ้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในลักษณะของ Homestay ที่เปิดให้บริการมาร่วม 20 ปีแล้ว แล้วล่าสุดยังได้รับรางวัลอันดับ 2 หมู่บ้านท่องเที่ยวโฮมสเตย์ยอดเยี่ยม (Best Homestay) จากการประกวดสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท (Thailand Rural Tourism Award 2020) มาการันตีคุณภาพการทำโฮมสเตย์ได้อย่างดีเยี่ยม ดังนั้นถ้ามาแม่กำปอง เราแนะนำให้ลองนอนโฮมสเตย์ของชาวบ้านในชุมชน เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวแม่กำปองแท้ ๆ ดูสักครั้ง

สำหรับโฮมสเตย์ภายในกลุ่มของหมู่บ้านนั้นมีมากกว่า 20 หลังด้วยกัน บ้านเรือนส่วนใหญ่ล้วนเป็นบ้านไม้สะอาดเรียบร้อย ทุกห้องถูกจัดไว้ให้พักผ่อนได้อย่างสบายและน่าพัก รวมไปถึงในส่วนของกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในชุมชน ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านจะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการการท่องเที่ยวของชุมชนด้วย เรียกได้ว่านี่คือการบริหารกันเองภายในหมู่บ้าน เพื่อคนในหมู่บ้านและนำมาพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืน

สิ่งสำคัญที่สุดของการพัฒนาคือการวางรากฐานที่ดี การมีแผนการเงิน และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ซึ่งเราได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมแล้วว่า การที่กรุงไทยเข้ามาช่วยสร้างประโยชน์ให้กับชาวแม่กำปองอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การเพิ่มมูลค่าสินค้า การวางแผนเรื่องการเงิน หรือการทำ PR ต่าง ๆ แต่ยังรวมไปถึงการสอนเรื่องการออมเพื่ออนาคต จนทำให้หมู่บ้านมีความมั่นคงทางการเงินกลายเป็นชุมชนเข้มแข็งอย่างแท้จริง

ความสวยงามบางทีก็ไม่ต้องเติมแต่งอะไรมากมาย ความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาตินั่นแหละคือความสวยงามที่ยั่งยืนและมีคุณค่า อย่างที่เราได้มาเยือนแม่กำปอง ไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ที่นี่ก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ยังคงไว้ซึ่งวิถีดั้งเดิม เพิ่มเติมคือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อมขึ้น เราว่าเหตุผลหนึ่งคือ คนพื้นที่รักและหวงแหนอัตลักษณ์ของตนและมีความรู้มากพอที่จะพัฒนาชุมชนให้ก้าวไปข้างหน้าได้

อยากให้ทุกคนได้มายลแม่กำปอง ลองรู้จักแล้วจะรักหมดใจ