วันนี้เราจะมาชวนให้ทุกคนแต่งตัวสบาย ๆ ออกมาเดินชิล ๆ กันที่  “ซีแอตเทิล” เมืองต้นกำเนิดร้านกาแฟระดับโลกที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความโรแมนติก ด้วยความที่เป็นทั้งเมืองท่า ผสานเมืองเก่าที่เคยรุ่งเรืองตอนยุค 80 ทำให้มีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งความทันสมัยปนกลิ่นอายความเรโทรอยู่นิด ๆ ที่นี่จึงเหมาะแก่การมาพักผ่อน ค่อย ๆ เที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ หาสิ่งเลอค่าปรนเปรอตัวเอง ปล่อยเวลาให้ไหลช้า ๆ ไปกับมิวเซียมสุดคูล สถาปัตยกรรมแสนเก๋ คาเฟ่เลิศรสทั้ง 14 โลเคชั่นที่เราคัดสรรเป็นซิตี้ไกด์มาฝากทุกคนแบบต๊าซชชชชระดับสิบ!!!!!

Seattle เมืองหลวงของรัฐวอชิงตัน (ที่ไม่ใช่วอชิงตันดีซีนะเธอจ๋า) แห่งนี้ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอเมริกาติดกับแคนนาดา ทิวทัศน์ของที่นี่เป็นทั้งแบบวิวเมืองที่เต็มไปด้วยตึก แต่ก็ล้อมรอบไปด้วยทะเลและภูเขา แม้ขนาดจะไม่ใหญ่เท่านิวยอร์ก ซานฟรานฯ แต่จุดท่องเที่ยวนี่จัดว่าเลอค่าไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ อาร์ตมิวเซียม สวนสาธารณะ ท่าเรือ ชายหาด และอาหารทะเลสด ๆ สไตล์อเมริกัน ในหน้าหนาวอากาศจะอยู่ที่ -2 ถึง 7 องศา ส่วนหน้าร้อนอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 25 เท่านั้นเอง สามารถเที่ยวได้ทั้ง 4 ฤดู ทั้งฤดูหนาว, ฤดูใบไม้ผลิ, ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง

ก่อนจะไปเริ่มกันที่โลเคชั่นแรก แน่นอนว่าเราขอเน้นย้ำเหมือนรีวิวที่ผ่าน ๆ มาอีกครั้งว่า ประกันการเดินทางคือสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ อยากให้ทุกคนพึงระลึกไว้เสมอว่า “การมีแล้วไม่ได้ใช้ ย่อมดีกว่าจำเป็นต้องใช้แล้วไม่มี” อย่างรอบนี้ทางเราขอแนะนำเป็น TIPINSURE บริษัทประกันคุณภาพที่น่าเชื่อถือ ไม่มีปัญหาเวลาเคลม ซื้อง่ายจ่ายคล้องในช่องทาง online มีให้เลือกทั้งรายเที่ยว รายปี อย่างรายเที่ยวมีราคาตั้งแต่ 163 บาท – 537 บาท รายปีเริ่มที่ 1,585 บาท คุ้มครองจุก ๆ ตั้งแต่ 1 ล้านบาท – 3 ล้านบาทไปเลยจ้า ลองเข้าไปเช็คโปรแกรมที่เหมาะกับตัวเองเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3zmy5is

001 Space Needle

โลเคชั่นแรกที่อยากแนะนำ … เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่บ้างแล้ว Space Needle ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่อยู่คู่เมืองมานานเกือบ 60 ปี แกคิดดูว่าตึกทรงสูงเพรียวที่ยอดมีลักษณะคล้ายจานบิน สมัยนั้นมันจะล้ำยุคขนาดไหน เรียกว่าเป็นตึกมหานิยมที่คนอายุ 30 ขึ้นไปจะต้องเห็นผ่านการ์ตูนไซไฟโลกอนาคตกันบ้างแหละ โดยด้านบนนี้ เขาเปิดเป็นร้านอาหารและจุดชมวิวแบบ indoor – outdoor ให้เราขึ้นไปชมวิวพาโนรามา วันไหนที่เจอฟ้าใส ๆ อากาศดี ๆ เราจะเห็นทั้งเมือง เห็นทั้ง Mount Rainier ภูเขาสูงที่สุดในวอชิงตัน

002 Museum of Pop Culture (MoPOP)

ตึกที่แค่เดินผ่าน ขาเจ้ากรรมก็เดินเลี้ยวแบบสมองไม่ต้องสั่งการ เพราะความต๊าชในดีไซน์ล้ำสมัยสุดแปลกตาของ Museum of Pop Culture กับคอนเซ็ปท์ที่สร้างให้เป็นพื้นที่แสดงออกทางผลงานอย่างสร้างสรรค์ของศิลปะทุกแขนง ทั้งภาพยนตร์ ดนตรี ภาพวาด ภาพกราฟฟิก ทำให้เราเห็นอาร์ตมิวเซียมในมุมที่แปลกไป เอาจริง ๆ แค่ถ่ายรูปด้านหน้าก็ว่าปังแล้ว พอเข้าไป ฉันถึงกับร้องกรี๊ดเลย เหมือนเจอชิ้นส่วนที่ขาดหาย ได้เจอกับสิ่งที่ค้นหามานาน

เข้าไปปุ๊บก็จะเจอกับจอ LCD ขนาดใหญ่ฉายงานศิลปะทุกแขนงที่เขาจัดแสดงไว้ ไม่ว่าจะเป็นภาพอิลลาส โมชั่นกราฟิก คอนเสิร์ต ภาพยนตร์ คอสตูมแฟชั่น ฯลฯ แสดงถึงความเป็น Pop Culture ที่แท้ทรู มีทั้งนิทรรศการถาวรและแบบหมุนเวียน แล้วยังมีเปิดคอร์สสอนศิลปะแบบออนไลน์ตามหัวข้อที่คนสนใจ เขาส่งเสริมกันไปแบบสุดทางจริง ๆ ส่วนใครเป็นคนที่รักเสียงดนตรีขึ้นสมอง หรือมีวงที่เป็นติ่งอยู่ อยากให้ลองมาที่ร้านขายของที่ระลึก เขาวางขายซีดี หนังสือประวัติ เสื้อยืดวง ของที่ระลีกจากศิลปินวงดัง ๆ มากมาย อย่างตอนเราไป มีนิทรรศการของ Nirvana และ Disney Costume เจอของน่าสะสมเพียบ!

003 Chihuly Garden and Glass

มิวเซียมที่จัดแสดงงานศิลปะเป่าแก้วจากศิลปินคนดัง Dale Chihuly เคยแสดงงานมาแล้วกว่า 200 มิวเซียมรอบโลก เรียกว่ามิวเซียมฮอปปิ้งคนไหนพลาด Chihuly Garden and Glass จะต้องเสียใจไปชั่วชีวิตตตต.. ว่าด้วยเรื่องศิลปะการเป่าแก้ว ที่ไทยก็มีให้เห็นมากมาย ญี่ปุ่นไปเที่ยวก็เห็นถมเถ จะพิเศษอะไร๊.. โอ้ยยเธอจ๋า บอกเลยว่าเทคนิคของศิลปินคนนี้มีเอกลักษณ์ ทั้งรูปทรงดูอ่อนช้อย การไล่โทนสีสวยงามสร้างความพริ้วไหวให้ผลงานดูมีชีวิต เข้ากับงานสถาปัตยกรรม ฉีดกฎงานเครื่องแก้วอื่น ๆ ที่มักจะเป็นเครื่องใช้ในบ้าน และเครื่องประดับไปเลย

ในแกลลอรี่จะเป็นห้องมืดแสดงเครื่องแก้วฟอร์มต่าง ๆ ที่เราชอบคือโลกใต้ทะเลสีคัลเลอร์ฟูล สะท้อนแสงไฟวิบวับตามเนื้อแก้ว มีแมงกะพรุนหลากชนิดไล่สีสวยจนแทบละสายตาไม่ได้ ออกจากตัวอาคารมาจาเจอกับโรงเรือนกระจกใสกิ๊งสะดุดตา ขนาดไม่ใหญ่ มีความสูงประมาณ 40 ฟุต เบื้องล่างเป็นสวนพฤกษาเขียวสบายตา ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นผลงานการเป่าแก้วแซมอยู่อย่างลงตัว มองขึ้นด้านบนก็ได้แสงเงาสะท้อนจากดอกไม้สีส้มสดใสที่ทำจากแก้ว พอโดนแสงสาดก็เห็นเป็นดอกไม้โปร่ง ๆ แบบซีทรู มันคูลมากเลยแก๊..

004 Pike Place

ย่านดาวน์ทาวน์สุดคึกคักของเมืองที่เป็นแหล่งรวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร และผู้คนไว้ในที่เดียว บวกกับบรรยากาศตลาดสไตล์อเมริกัน เรียกได้ว่า Pike Place เป็นตลาดเกษตรกรที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเลยก็ว่าได้ โดยตลาดแห่งนี้เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรในสมัยก่อนที่ไม่อยากขายของผ่านพ่อค้าคนกลาง

ที่นี่มีขายทั้งของสด ผัก-ผลไม้ อาหารทะเล ร้านดอกไม้เมืองหนาว ของฝาก งานคราฟต์ต่าง ๆ  เห็นความมีชีวิตชีวาตลอดเวลา ทิ้งเราไว้ที่นี่ นั่งชิลตามคาเฟ่ตั้งแต่เช้าตรู่ยันพระอาทิตย์ตกก็ยังไม่เบื่อ ยิ่งมาในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ร้านค้าเขาจะมาเปิดเต็มพื้นที่ เห็นผู้คนมาจับจ่ายซื้อของอย่างมันส์มือ

อีกไฮโลท์เด็ดของ Pike Place Fish Co. ที่สร้างความสนใจและเรียกเสียงปรบมือจนเราต้องเดินตามเสียงนั้นไป คือ โชว์โยนปลา จากพนักงานหนุ่มหน้ามนกล้ามแน่นที่ได้ใจสาว ๆ ไปแล้วครึ่งนึง พอมีคนเข้าไปซื้อปลา เขาจะตะโกนชื่อ โดยมีชายหนุ่มอีกคนอยู่ด้านในขานรับ จากนั้นก็โยนปลาเข้าไปเพื่อชั่งกิโล ใส่ถุง ถือเป็นกิมมิกการซื้อขายเก๋ ๆ เรียกสีสันให้ตลาดแห่งนี้เป็นอย่างดี

005 Gum Wall

บริเวณใกล้  ๆ กับตลาด เราจะเห็น Gum Wall กำแพงเทกเจอร์แปลกตาที่เห็นแล้วแอบว้าว แต่พอรู้ความเป็นมาก็แอบอึ้ง… เพราะตะปุ่มตะป่ำที่เห็นคือหมากฝรั่ง ตรงตัวตามชื่อสถานที่เลย ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วด้วย ต้นกำเนิดกำแพงเกิดขึ้นเมื่อ 30 กว่าปีก่อน มีคนมือบอน เคี้ยวหมากฝรั่งแล้วมาป้ายทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดก็ยังมีมาอีก จากหนึ่งเป็นสอง สาม สี่ จนอัดแน่นไปทุกอณูตามเสา ป้าย ตลอดระยะ 500 เมตร อย่างที่เห็น ถ้าเรามองข้ามเรื่องความเป็นมา ความจริงมันก็เป็นเหมือน Arts Collection ที่น่ามองเหมือนกันนะแก คนมาถ่ายรูปกันเยอะมาก ๆ

006 Kerry Park

จุดชมวิวตรง Kerry Park สวนเล็ก ๆ ตั้งอยู่ริม West Highland Drive เป็นเนินสูงสำหรับชมวิวเมือง เห็นตั้งแต่ Queen Anne จนถึง Elliott Bay พระเอกของจุดนี้คือการได้เห็น Space Needle เคียงคู่กับ Mount Rainier สองคู่ชูชื่นประจำซีแอตเทิล มันเป็นภาพวิวเมืองหลวงมีตึกหลายทรงหลายขนาด พร้อมภูเขาอันยิ่งใหญ่เป็นแบคกราวน์ ความฟินเนเล่ที่ใคร ๆ ต่างมารอช่ืนชม คือ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ให้เราพบความงดงามของฟ้าเปลี่ยนเฉดสีจากส้มสลัวลงเรื่อย ๆ เมื่อฟ้ามืด ภาคพื้นดินก็เริ่มฉายแสงบ่งบอกความเป็นเมืองหลวงแสนศิวิไลซ์ บอกเลยว่าเป็นความเปลี่ยนผ่านของช่วงเวลาที่เหมือนต้องมนต์สะกด สวยต๊าชจนใจฟูไปเลยค๊าฟฟ

007 The Elliott Bay Book Company

Book Store ขวัญใจหนอนหนังสือประจำเมือง ที่ปลุกความเนิร์ดในตัวเราให้ตื่น The Elliott Bay Book Company เป็นร้านหนังสือที่น่าอยู่ม๊ากกก.. สตั๊นตั้งแต่ด้านนอกร้านตั้งอยู่ตรงมุมตึกทรงคลาสสิก โครงสร้างภายในเป็นโถงกว้างเพดานสูงใช้วัสดุไม้ตั้งแต่เสา คาน บันไดจนไปถึงตู้หนังสือที่เป็นสีโทนเดียวกันทั้งหมด โซนหนังสือแนะนำจะมีโน็ตเล็ก ๆ ติดอยู่เป็นรายละเอียดว่าเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร ชอบเพราะอะไร บรรยากาศค่อนข้างเงียบ มีมุมสงบเหมาะสำหรับการนั่งอ่านหนังสือ ถ้าถามว่ายิ่งใหญ่ขนาดไหน ก็เขามีหนังสือมากถึง 150,000 เล่ม ตอนแรกจะแวะเข้ามาดูแป๊บเดียว พอเงยหน้ามาอีกทีเวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วอะแก..

008 Fremont Troll

โทรลล์ สัตว์ในตำนานที่มักอาศัยอยู่ในถ้ำลึก แต่บัดนี้ เราสามารถพบเจอพี่แกได้ที่ใต้สะพานออโรร่า ใจกลางเมืองซีแอตเทิล Fremont Troll เป็นประติมาธรรมสุดเท่ที่อายุกว่า 30 ปี มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับยักษ์โทรลล์ในจินตนาการเราเลย นี่เป็นผลงานศิลปะชิ้นโบว์แดงของ Steve Badanes ทำจากเส้นเหล็ก ลวด ตามด้วยเทคอนกรีต ที่ตาเป็นลูกโลหะแวววาว มือซ้ายกำลังบดขยี้  Volkswagen Beetle อินสไปร์มาจากเรื่อง Billy Goat’s Gruff  ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก Fremont Arts Council เป็นการจัดการแข่งขันเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ใต้สะพานไม่ให้เสื่อมโทรมจากเหล่าคนไร้บ้าน และพ่อค้าส่งยา ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี เพราะเจ้า Fremont Troll ได้กลายเป็นจุดเช็คอินสุดป๊อป มีนักท่องเที่ยวมายืนต่อแถวถ่ายรูปคึกคักตลอดทั้งวัน

009 Molly Moon’s Homemade Ice Cream

ตัดจากการเสพศิลป์ เดินมาร์เก็ตมาหาอะไรหวาน ๆ ให้ชื่นใจสักนิด กับร้านไอติมยอดฮิตติดลมบนของเมือง Molly Moon’s แบรนด์ที่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2008 แต่กลับครองใจทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวไปเต็ม ๆ ด้วยความพิถีพิถันในการเลือกวัตถุดิบ 90% คัดมาสด ๆ จากฟาร์มในพื้นที่ Pacific Northwest ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมรสน้ำผึ้งที่จะใช้น้ำผึ้งดอกลาเวนเดอร์จากเมือง Sequim ไอศกรีมรสกาแฟสุดสเปเชียลเบลนเมล็ดเฉพาะที่นี่เท่านั้น และไอศกรีมสำหรับคนที่กินแบบวีแกน นอกจากช่วยหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชนแล้ว ยังแบ่งรายได้แก่องค์กรส่งเสริมพลังหญิง ส่วนเราได้ไอศครีมรสพรีเมี่ยมในราคาปกติแถมยังได้ทำบุญสวย ๆ ด้วย ไม่เพอร์เฟ็คตรงไหนเอาปากกามาวง

ไอศกรีมของเขามีให้เลือกเยอะมาก รสออริจินอลมีถึง 11 รสชาติ ตามฤดูกาลอีก 4 พร้อมท็อปปิ้งเสริมรสชาติ-เทกเจอร์อีกมากมาย เสิร์ฟทั้งแบบโคนวาฟเฟิลกรอบอบใหม่หอม ๆ หรือใส่ถ้วยก็ได้ อย่างที่บอกว่าวัตถุดิบเขารับจากเกษตรกรท้องถิ่น ยืนหนึ่งเรื่องความสดใหม่ เน้นความออร์แกนิค กัดไปคำแรกก็รู้สึกได้ถึงคุณภาพ ไม่หวานเลี่ยน กินได้เพลิน นี่ติดใจจนแวะไปกินสองรอบสองสาขา รสชาติมาตรฐานเดียวกันเป๊ะ..

010 First Starbuck

ร้านกาแฟที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก สำหรับเราเรียกได้ว่าเป็นบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ กับร้านกาแฟสตาร์บัค ผูกพันจนเหมือนมีคุณแม่เป็นนางเงือกไซเรน ฉะนั้นการมาตามล่าเช็คอิน First Starbuck ก็เป็นหนึ่งใน wish list ที่เราต้องมาเยือนสักครั้งก่อนตาย แบรนด์ของเขามีมายาวนานกว่า 51 ปีแล้ว โดยสาขาแรกตั้งอยู่ใน Pike Place Market บอกก่อนเลยว่าคนต่อแถวยาวแบบสงมงจริง ๆ ใครคิดจะมา ขอให้เผื่อเวลากันสักหน่อย แต่ถ้าถามว่าคุ้มค่ากับการรอคอยมั้ย บอกได้เลยว่า..อย่างยิ่ง!!

ถ้าจะให้พูดจรง ๆ ที่นี่เป็นได้ทั้งร้านกาแฟและพิพิธภัณฑ์เลยนะ เพราะเขาจะขายเครื่องดื่ม-ขนมเป็นแบบ To Go มีเมล็ดกาแฟที่เบลนด์พิเศษ หาดื่มได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ทุกอย่างที่อยู่ในร้านจะใช้ออริจินอลโลโก้ ไม่มีสินค้าตามเทศกาลเหมือนที่อื่น ๆ ทำให้รู้สึกยังมีกลิ่นอายของวันวาน หวนให้เห็นภาพอดีตยามแม่ยังไม่อิมพอร์ตเข้าไทย ของบนชั้นก็จะมีทั้งแก้ว ปากกา สมุด กระเป๋า พวงกุญแจ สามารถซื้อเป็นของดีของฝากประจำเมืองได้เลย รับรองแฟน ๆ ร้านนี้ได้ไป จะต้องกรีดร้องด้วยความดีใจ

011 Storyville Coffee Pike Place

ความจริง เราจะเรียกซีแอตเทิลว่าเมืองแห่งกาแฟก็ไม่ติด เพราะเจอร้านกาแฟหอม ๆ แทบจะทุกมุมถนนเลยแก อย่างร้านนี้ก็เป็นอีกที่ที่เราหลงรักจนต้องยัดเข้ามาเป็น 1 ใน 14 ลิสต์ห้ามพลาด  Storyville Coffee สาขา Pike Place Market ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของตึก Corner Market building ร้านแจ่มว้าวสวยเรียบไฮโซด้วยสีโทนเข้ม เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ใช้ไม้เนื้อดีโทนสีเดียวกัน ฉายไฟส้มนัว ๆ ให้บรรยากาศอบอุ่นพาเคลิ้ม แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือรสชาติของตัวกาแฟที่เขาเบลนด์พิเศษจากโรงคั่วของตัวเอง แก้วเดียวไม่พอ ต้องหันกลับไปซื้ออีกสักหนึ่ง

โดยรสชาติของชอตกาแฟเขาจะซ่อนกลิ่นคาราเมล ช็อกโกแลต และทอฟฟี่ลงไป มันจะหอมนุ่มนวลมาก ๆ พอได้ผสมกับนมร้อน ๆ ก็ยิ่งกลมกล่อมเข้าไปอีก ส่วนซอสรสต่าง ๆ ในเครื่องดื่มก็จะเป็นแบบโฮมเมดด้วย เช่น Chocolate Sauce, Salted Caramel Sauce และ Vanilla Syrup นอกจากเมนูกาแฟแล้วเขามีชา อิตาเลี่ยนโซดา ช็อกโกแลต และขนมมากมายที่ทำสดวันต่อวัน ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วร้านเลย ปังจนเปิดได้ถึง 4 สาขาในเมืองไปเลยจ้าแม่..

012 Capitol Coffee Works

ยอมแล้วพี่จ๋ากับความดีงามของกาแฟในเมืองนี้ นี่ก็เป็นอีกร้านที่อยากแนะนำสำหรับคนอยากนั่งชิล ปล่อยเวลาให้ไหลไปกับตัวหนังสือสักสี่ห้าพารากราฟ ขอให้มาที่ Capitol Coffee Works ด้วยบรรยากาศสุดชิล แม้ด้านหน้าจะดูเหมือนร้านกาแฟคลาสสิกทั่วไป แต่ภายใน เขาจัดโล่งโปร่งสบายด้วยตึกทรงเพดานสูง พร้อมกระจกรับแสงให้ลอดผ่านเข้ามาแบบไม่มีอะไรกั้น มีบาร์กาแฟอยู่ตรงกลางร้าน บวกกับบริการคิ้วท์ ๆ ของบาริสต้าที่คอยแนะนำ ถามไถ่อย่างเป็นกันเอง โฮมมี่สุดอะไรสุด

มาในเรื่องของควาลิตี้กาแฟก็ไม่เป็นสองรองใครแน่นอน เพราะทางร้านใช้กาแฟจาก seattle coffee works คอฟฟี่คอมมูนิตี้ ที่เขาดูแลเรื่องเมล็ดตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก รวบรวมเมล็ดจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็น Colombia Ethiopia Guatemala และ Kenya ซึ่งถ้าใครติดใจก็สามารถซื้อเมล็ดไปทำเองที่บ้านได้ด้วย เราลองสั่งลาเต้ร้อน มากินคู่กับมัฟฟินสักหนึ่ง จะบอกว่ากาแฟนุ่มชวนฝันมาก พอมากินกับมัฟฟินเนื้อหนุบ มันเข้ากันได้ลงตัวพอดี กินไปอ่านหนังสือ ทำงาน มองคนเดินไปเดินมานอกหน้าต่างแล้วมันฟินจริง

013 Beecher’s Handmade Cheese

ร้านโฮมเมดชีสที่ตั้งอยู่ในโซน Pike Place Market ได้คะแนนรีวิวดีเยี่ยมอย่างล้นหลาม และเราก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ขอให้คะแนนเต็มสิบกับที่นี่เช่นกัน บอกเลยว่าคอชีสจะต้องละลายอยู่ตรงหน้า ขนาดเราแค่ได้กลิ่น น้ำลายก็ไหลออกมาแบบไม่รู้ตัวแล้ว เพราะที่ Beecher’s เขาทำชีสกันให้ดูสด ๆ ละลายกันจัง ๆ ที่เขาดังปังเปรี้ยงขนาดนี้เป็นเพราะความใส่ใจในวัตถุดิบ โดยเฉพาะน้ำนมของแม่วัวที่เอามาทำชีส ต้องลุยไปดูถึงฟาร์มว่าวัวสุขภาพจิตดีมั้ย ได้รับอาหารมีคุณภาพหรือเปล่า ไม่โดนฉีดฮอร์โมนมาใช่หรือไม่.. ดีจนมงลงได้เป็น BEST CHEESE IN NORTH AMERICA ในปี 2012 และยังได้รับอีกหลายรางวัลระดับโลกจากชีสประเภทต่าง ๆ ด้วย

โดยประเภทชีสที่วางขายก็มีเป็นชีสก้อนกลับบ้าน หรือชีสแท่งอบกรอบ แพ็กเกจงาม ๆ สำหรับเป็นของฝาก และอาหารปรุงร้อนพร้อมทาน มาถึงที่ก็ต้องกินตรงนี้ เดี๋ยวนี้กับเมนู “Mac & Cheese” หรือมักกะโรนีผัดซีส เทกเจอร์เป็นชีสยืด ๆ เคลือบตัวมักกะโรนีทั้งด้านในและนอก เรียกได้ว่าครีมมี่ หวานมัน หอมอร่อยมาก ๆ อีกเมนูที่เห็นคนสั่งเยอะคือ  “Mac & Cheese Grilled Cheese Sandwich” หรือขนมปังสอดไส้มักกะโรนีคลุกชีสแบบเยิ้มกว่า แต่ทางเราก็อิ่มจุกจนลองไม่ไหว นอกจากนี้ยังมีเมนูที่น่าสนใจอย่าง Cheese Curd Lasagna, MARIACHI MAC & CHEESE, Portobello Mushroom, Street Corn บางอย่างจะมีความเม็กซิกันหน่อย ๆ ถ้าใครได้กินแล้วก็เอามาแชร์ให้เราฟังได้นะ

014 Pike Place Chowder

โลสุดท้ายที่จะทำให้เราคิดถึงซีแอตเทิลแบบไม่ลืมเลือน Pike Place Chowder ร้านอาหารคิวยาวตั้งแต่เปิดตลาดยันตลาดวายก็ยังไม่มีทีท่าว่าแถวจะสั้นลง นี่เป็นอีกร้านในตำนานที่ทุกคนต้องมาตำ การันตีด้วยรางวัล-ใบประกาศที่แปะอยู่ตามผนังร้าน ตัวชูโรงของที่นี่ คือ ซุปเข้มข้นที่มีกลิ่นเฉพาะตัว มีส่วนประกอบของอาหารทะเลอยู่ในตัวซุป ส่งกลิ่นหอมไปทั่วรัศมีใกล้ ๆ ซุปของทางร้านเคี่ยวสดใหม่ทุกวัน มีการคัดวัตถุดิบจากฟาร์มอย่างดี และอาหารทะเลก็มาจากทะเลแปซิฟิกที่อยู่ติดกับเมืองนี้นั่นเอง บางเมนูจะปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ฉะนั้น รับรองได้ถึงความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นล็อบสเตอร์ ปู ออยสเตอร์ ฯลฯ

เมนูขายดีของทางร้านที่อยากนำเสนอ “BREADBOWL KIT” ซุปหอยลายหอม ๆ ที่ทางร้านจะเสิร์ฟมาในถ้วยที่ทำจากขนมปังอุ่นร้อนกรอบนอกนุ่มในพอดี๊พอดี กินเพลินมาก เหมาะสำหรับคนเลี่ยนง่าย แต่ถ้าอยากกินอิ่มแบบจริงจังต้องสั่ง LOBSTER ROLL KIT และ CRAB ROLL KIT  หน้าตาเหมือนแซนด์วิช อันนึงสอดไส้ล็อบสเตอร์หวาน ๆ เด้ง ๆ อีกอันเป็นเนื้อปูหอม ๆ คลุกเคล้ากับซอสและต้นหอมอย่างลงตัวเกินต้าน ถือเป็น 3 เมนู Best seller ที่คิดถึงกี่ครั้งก็น้ำลายแตกอะแก อร่อยมากจริง ๆ เอาไปเลย 10 เต็ม 10 ต๊าชเวอร์

หากเพื่อน ๆ กำลังสนใจเดินทางไปเที่ยวอเมริกา Etihad Airways คืออีกหนึ่งสายการบินที่ควรค่าแก่การกดจอง https://www.etihad.com/en-th/book เพราะนอกจากจะมีโปรโมชั่นปล่อยออกมาเรื่อย ๆ สายการบินมีมาตรการป้องกันต่าง ๆ ที่สามารถสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารในช่วงโควิด ใช้ Boeing 787-9 เครื่องบินลำใหญ่นั่งสบายแล้ว ตอนขาไปเราจะผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาที่สนามบินอาบูดาบีเลยจ้า ไม่ต้องไปแออัดกันที่ ตม. อเมริกา โดยเขามีบินลงเมืองหลัก ๆ ฝั่ง East อย่างนิวยอร์ก วอชิงตันดีซี และชิคาโก สำหรับทริปนี้เราเลือกบินลงชิคาโกเที่ยวกรุปกริปแล้วค่อยบินภายในต่อมายัง Seattle

ถ้าจะให้บอกว่าเราจอยกับอะไรมากที่สุดกับ Seattle เมืองหลวงขนาดกำลังดีนี้ ก็ตอบได้เลยว่าทุกอย่าง โดยเฉพาะร้านอาหารและคาเฟ่ ทุกร้านที่ไปมันอร่อยน้ำตาไหลมาก ๆ  แม้หน้าตาจะดูธรรมดา แต่กินไปคือรสชาติแกรนด์ทั้งชีส ซอส ซุป มันอร่อยจนเราสู้ไม่ถอยเลย และพิพิธภัณฑ์ที่มีอีกมากมายที่ยังไม่ได้ไป แม้ 14 โลเคชั่นนี้จะเป็นลิสต์ที่เราคิดว่าดีที่สุดแล้ว ถ้ามีเวลามากอีกหน่อย เชื่อว่าเราคงค้นหาที่ดี ๆ วิวจึ้ง ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ได้อีกแน่นอน รอบหน้าจะแพลนสัก 7 วัน ใครมีที่ไหนแนะนำก็มาบอกกันได้นะ