1 อัลบั้มทริปเก่าผ่านไป 1 อัลบั้มทริปใหม่ก็เริ่มขึ้นพร้อมกับฤดูฝนอันชุ่มฉ่ำ ที่รอบนี้พัดเราขึ้นเหนือไปพักผ่อนแบบชิล ๆ ณ “เชียงใหม่” เมืองที่เต็มไปด้วยความคลาสสิคและแรงบันดาลใจ ให้ได้ใช้ช่วงวันหยุด 2 วัน 1 คืน อิ่มเอมใจไปกับกิจกรรมจาก 6 พิกัดหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นจิบกาแฟอุ่น ๆ ในแก้วใบใหม่ ออกไปหามุมถ่ายรูปเท่ ๆ ด้วยกล้องตัวเดิม สูดหายใจให้เต็มปอดในพื้นที่สุดกรีนของคนเมือง ขี่สกู๊ตเตอร์ลัดเลาะรอบเมืองไปบนเส้นทางที่ความคลาสสิคดั้งเดิมผสานความชิคเก๋สมัยใหม่ได้อย่างลงตัวลงใจ และเพื่อไม่ให้เสียเวลา เอาร่างกายและหัวใจไปรักตอบในทุกมุมของเชียงใหม่ด้วยกันกับเราเถอะ 

Day 1

001 PLUTO

เริ่มต้นแบบหลุดโลกกับคาเฟ่เปิดใหม่ในหมู่บ้านล้านนาวิลล์ ที่จะพาเราเดินทางผ่านห้วงอวกาศสู่อดีตดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลที่อยู่ไกลจากโลกมากสุดอย่างดาวพลูโต ณ ร้าน “PLUTO” คาเฟ่สีดำสนิทสไตล์มินิมอล ซึ่งมาพร้อมดีเทลและมุมถ่ายรูปสุดปัง ด้วยการจำลองบรรยากาศของอุกกาบาตที่ตกลงไปยังดาวพลูโตได้โดดเด่น แปลกตา ล้ำสมัย ชวนกดชัตเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นดีไซน์สีดำสนิททรงโค้ง ที่ตั้งอย่างโดดเด่นท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเข้ม เหนือหินกรวดสีขาวเทา ภายใต้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆ เราก็รู้ได้ทันทีว่านี่จะเป็นจุดถ่ายรูปสุดชิคแห่งใหม่ของชาวโซเชียลอย่างแน่นอน

มู้ดแอนด์โทนแนวขรึม คมเข้ม คลาสสิคของตัวร้าน ช่างเข้ากันได้ดีกับ Lambretta V200 Special สกู๊ตเตอร์ระดับตำนานรูปทรงวินเทจสุดคลาสสิคสี Milano Black คันโปรดของเรา ที่เท่สะท้านจนหัวใจสะเทือน งานนี้แค่นั่งเฉย ๆ โพสท่านิ่ง ๆ ออร่าความเท่ก็สาดกระจาย เหมือนหลุดออกมาจากนิตยาสารเมืองมิลาน ที่หล่อเหลาจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก โดยเฉพาะโครงเหล็กของตัวรถซึ่งใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมเดียวกับการออกแบบเครื่องบินทำให้มีน้ำหนักเบาดูแลรักษาง่าย จะขี่ชิว ๆ ชมเมือง หรือออกไปแวะชมธรรมชาติก็ขับดีไม่มีสะดุด

อยากจะรู้ว่าอุกกาบาตพุ่งชนเข้าอีท่าไหน ดาวพลูโตดวงนี้ถึงออกมาสวยไม่มีที่ติได้ขนาดนี้ ซึ่งทันทีที่ประตูบานใหญ่ถูกเปิด และเราก้าวเข้าภายในตัวร้าน ก็เหมือนได้เดินเข้าสู่อีกโลกใบนึงจริง ๆ เพราะเฟอร์นิเจอร์ โครงสร้างอาคาร พื้น และเพดาน ที่ทำมาจากวัสดุคล้ายหินสีเทา ทำให้เราเหมือนอยู่ในดินแดนอันเวิ้งว้างของอวกาศที่ไร้สีสัน แต่ด้วยรูปทรงโค้งมน และกลมเกลี้ยงของสิ่งต่าง ๆ ตรงหน้า ก็ทำให้เราไม่ได้รู้สึกเคว้งคว้างและจืดชืด แต่กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศแปลกใหม่ น่าถ่ายรูปไปทุกมุม บอกเลยว่ามุมถ่ายรูปเยอะมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมแลนด์มาร์คกลางร้าน ที่เขาเปิดให้แสงแดดส่องลงมาเป็นช่องคล้ายสปอร์ตไลท์ดวงโตคือโก้มาก ยิ่งมุมพระจันทร์เต็มดวงที่อยู่ไม่ไกลก็คือห้ามพลาดด้วยเช่นกัน

ตัวร้านสวยจัดเต็ม อาหารทั้งคาว หวาน เครื่องดื่ม หรือแม้แต่ตอนกลางคืนที่กลายร่างเป็นบาร์ Cocktail ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน  มื้อเช้าวันนี้เราเลยขอจัดเน้น ๆ ด้วยจานสตาร์ทเตอร์ สลัดผักหลากสีมาเพิ่มความเฟรซ และ Onion Soup รสอ่อน ๆ ที่ช่วยอุ่นท้องให้พร้อมรับจานต่อไป จานหลักเราเลือก Seafood Paella (ปาเอยาซีฟู๊ด) ข้าวผัดทะเลสไตล์สเปนที่รสชาติเข้มข้น ดีมากเว่อร์, Prawn on Parmesan Toast กุ้งสด ๆ เข้ากันดีมาก ๆ กับไข่คน และขนมปังกรอบ ๆ หมดจานอย่างไว, Vogole (วองโกเล่หอย) เมนูเส้นดำรสเผ็ดกำลังดี ทานเพลิน ตัดเลี่ยนได้ดี ขอบอกเลยว่าอาหารทุกจานอร่อยเกินคาดไปเยอะ ถือเป็นมื้อเช้าที่ฟินเนเล่สุด ๆ

002 Tomato house.cnx

จากความดิบเท่สุดคูลของพลูโตขี่มาไม่ไกลในหมู่บ้านล้านนาวิลล์ ย่านสันผีเสื้อ เราก็จะได้มู้ดสว่างสดใสมินิมอลสไตล์ กับสาขา 2 ของร้าน “Tomato house.cnx” ตัวร้านถูกรีโนเวทมาจากบ้านหลังน้อย ให้กลายเป็นคาเฟ่สีขาวที่กว้างขวาง และโดดเด่นจากผนังอิฐสีส้มช่วงแนวด้านหน้าร้าน ส่วนพื้นจรดเพดานรอบ ๆ ต่างเป็นสีขาวล้วน การออกแบบเน้นรูปทรงสี่เหลี่ยม และทรงโค้งมน เป็นความไม่เข้ากันที่เข้ากันอย่างลงตัวสุด ๆ

จากมุมหน้าร้านหากมองไปทางขวาจะเจอกับศาลานั่งเล่นสไตล์ญี่ปุ่น เป็นมุมคลาสสิคเรียบง่าย มีความเซ็นของสวนหินและเสาไม้เบา ๆ บวกกับความเก๋สไตล์มินิมอลของสระน้ำและหลังคาเรียบ ๆ ก็เป็นอีกมุมที่ควรค่าแก่การสละเวลาไปโพสท่าสักหนึ่งกรุป นี่ขนาดยังไม่ทันได้เข้าร้านนะ ก็มีมุมให้เราเลือกกดชัตเตอร์ยาวเป็นหางว่าวแล้ว

เข้ามาด้านในจะมีที่นั่งให้เลือกถึง 2 ชั้น ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลยจริง ๆ เพราะจากความเรียบง่ายของด้านนอก ก็เข้าสู่ความเรียบแต่ไม่ง่าย เพราะดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ ของด้านใน โดยเฉพาะเคาน์เตอร์บาร์ครึ่งวงกลมตัวยาว โซนสั่งเครื่องดื่มและเบเกอรี่แบบโอเพ่น ที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลของทั้งกาแฟและเบอเกอรี่สดใหม่ทั่วทั้งร้าน ช่วยเสริมให้บรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่นมากขึ้น จะถ่ายรูปมุมไหนก็ดูมีเทส เข้ากับการแต่งตัวได้หลาบแบบ เหมือนมาโฮมสตูดิโอขนาดย่อมเลย

ร้านเรียบง่ายแต่เมล็ดกาแฟแสนจะพิเศษ ไม่ว่าคุณจะชอบแบบคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้มเขาก็มีให้บริการกับเมนูที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมนู Basic หรือ Signature Menu ก็รับรองว่าถูกใจคอกาแฟ ส่วนใครที่ไม่ดื่มกาแฟทางร้านก็มีเมนู non-Coffee และเบเกอรี่ให้เลือก ส่วนตัวเราที่เป็นสายคาเฟอีนโดยแท้ทรู ก็ขอกดเลิฟให้กับเมนู เจริญเมือง ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างซอสคาราเมลไอริสครีมนุ่ม ๆ และ Tomato Blend อีก 2 ช็อต จนออกมาได้ความหอมกลมกล่อมลงตัว ยิ่งสั่งมาทานคู่กันกับ Lemon Meringu Tart ที่มีความเปรี้ยวสดชื่นกำลังดี และ Maccadamia Rall ที่หอมหวานไม่เลี่ยนเกินไป ก็บอกเลยว่าฟินสุด ๆ

003 Chang Moi Road – Tha Pare Road

ขี่ Lambretta เจ้าของตำนานความคลาสสิคเล่นกันต่อในย่านเมืองเก่าของเชียงใหม่ ด้วยการเริ่มต้นปักหมุดไปหยุดที่ “ถนนช้างม่อย” ถนนสายเก่าที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง กับโลเคชั่นสุดฮิตที่สายถ่ายรูปไม่ควรพลาด ร้านหวายน้ําผึ้ง ช้างม่อย ที่ฮอตฮิตติดลมบนจนต้องมาสักหนให้ได้สักครั้ง นอกจากจะได้รูปสวย ๆ แล้ว งานหวายของที่นี่ก็ถูกและดีจริง ๆ ส่วนใครอยากจะฮอปปิ้งคาเฟ่ หาโลคอลฟู้ดในตำนานทานต่อ บริเวณนี้ก็มีให้เลือกหลายร้านเลยทีเดียว

ขี่รถคู่ใจชมความงาม โชว์ความเท่ของสีดำ Milano Black มาเรื่อย ๆ ถึงถนนท่าแพ จนเจอหนึ่งอีกในแลนด์มาร์คสุดคลาสสิคที่ใคร ๆ ก็ต้องแวะมาเช็คอินเมื่อมาเยือนเมืองเชียงใหม่กับ “ประตูท่าแพ” แนวกำแพงเมืองเก่าที่ก่อด้วยอิฐมอญสีส้ม อดีตกำแพงต้านศัตรูที่ปัจจุบันยืนโดดเด่นเป็นสง่าอย่างสงบน่าถ่ายรูปคู่ เป็นมุมที่ถ่ายได้ทั้งวัน เช้าจรดค่ำ สวยไม่สร่างไม่สว่างก็ยังสวยของจริง!!!

ลัดเลาะรับลมให้ผ่อนคลาย ปรับใจให้สดชื่น ชมความคลาสสิกของเมืองเชียงใหม่ให้เต็มตา เมื่อมองกลับมาที่เจ้า Lambretta V200 Special สกู๊ตเตอร์ระดับ​ตำนาน​จากอิตาลี ก็ยิ่งทำให้เราสัมผัสได้ถึงความวินเทจมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะนอกจากตัวรถจะเท่ทุกกระเบียดนิ้วแล้ว แม้แต่ดีเทลเล็ก ๆ อย่างหน้าปัดเรือนไมล์ ก็ยังถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยกลิ่นอายคลาสสิกของยุค 60 ซึ่งตรงกันข้ามกับเทคโนโลยีภายในที่ถูกออกแบบให้ทรงประสิทธิภาพอย่าง ไฟระบบ Liquid Crystal Display แถมสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ได้ด้วย ถือเป็นการหลอมรวมความคลาสสิกและเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างเพอร์เฟก

ตลอดเส้นทางที่ลัดเลาะภายในเมืองเชียงใหม่ไปเรื่อย ๆ เราก็ยิ่งพบว่ารอบ ๆ เมืองยังมีตึกเก่าวินเทจตั้งตระหง่านรอให้สายสตรีทแวะมาเช็คอินอีกหลายตึกมาก ๆ บางตึกอาจอยู่ในหลัก 10 ปี บางตึกก็มีอายุมากกว่า 100 ปี แต่ยังคงความดูดีและคลาสสิคไม่เสื่อมคลาย เอาเป็นว่า หากใครหลงรักสไตล์วินเทจ ก็อย่าลืมเผื่อเวลาแล้วลองไปขี่รถเล่นตามล่าหาตึกสวย ๆ สร้างจุดเช็คอินเท่ ๆ ใหม่ ๆ กันนะทุกคน

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เมืองเชียงใหม่เป็นเมืองที่เราหลงใหลมาก ๆ ก็คือท่ามกลางตึกเก่าวัดวาอารามและกำแพงเมืองแห่งประวัติศาสตร์ หากขี่สกู๊ตเตอร์ไปเรื่อย ๆ รอบ ๆ คูเมือง ก็จะพบเจอคาเฟ่สมัยใหม่ ร้านค้าปัจจุบัน ตั้งสลับเรียงรายเกี่ยวพันกันอย่างลงตัว อย่างร้าน “Aliotte” ที่เราแวะมาเดินช้อปเสื้อผ้า ก็ถือเป็นสิ่งยืนยันว่าเชียงใหม่มีความชิคเก๋หลากหลายมิติอย่างแท้จริง!!!

004 Ang Kaew Reservoir ( อ่างแก้ว มช. )

ปิดท้ายวันแรกตามแบบฉบับวัยรุ่นเชียงใหม่กันที่ Ang Kaew อ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แหล่งรวมตัวยามเช้าและยามเย็นสุดฮอตของเหล่านักศึกษา นักเรียน คนทำงาน รวมถึงเหล่าสัตว์เลี้ยง เพราะพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำกว้างขวาง เต็มไปด้วยธรรมชาติ แถมมี Background งาม ๆ เป็นดอยสุเทพ และอยู่ใกล้แค่ในตัวเมือง จะมาเดี่ยว มากลุ่ม มาคู่ มาพร้อมกิจกรรมสนุก ๆ หรือมาเพื่อนั่งเฉย ๆ ก็มีความสุข เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวในเมืองที่ห้ามพลาด

พอถ่ายรูปเสร็จก็จัดแจงหามุมเหมาะ ๆ นั่งชิว ๆ ปิกนิกแบบส่วนตัว หย่อนก้นนั่งรับลมเย็น ๆ อาบแสงแดดอุ่น ๆ กินพิซซ่าอิตาเลียนสไตล์ ขนม เครื่องดื่ม ที่เตรียมมา พลางมองความเร่าร้อนที่อยู่ในดวงตาของเหล่าวัยรุ่นรอบตัว มองความรื่นเริงของเหล่าสัตว์เลี้ยงที่ได้ออกมาโลดเเล่นในพื้นที่กว้างขวาง มองเมฆน้อยลอยละล่อง แล้วมองทิวเขาของดอยสุเทพแบบไม่ต้องมองเวลา เชียงใหม่เชียงใจมันดีจนมาซ้ำแล้วซ้ำอีกก็ไม่เคยเบื่อ

นอกจากรูปลักษณ์สุดวินเทจจนคนเหลียวซึ่งตอบโจทย์การขี่เที่ยวในเชียงใหม่แล้ว ฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ของเจ้า Lambretta ก็ถูกออกแบบมาได้โดนใจผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบันเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นช่องสำหรับเก็บสัมภาระใต้เบาะ ที่กว้างพอให้ใส่พร็อพ หมวกกันน๊อค และสัมภาระปิกนิกจิปาถะได้อย่างเต็มที่ ในส่วนของที่พักเท้าก็มีขนาดใหญ่ และเบาะที่ถูกออกแบบให้มีรูปทรงทันสมัยแต่นุ่มนั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้ซ้อน ยิ่งเสริมให้การเดินทางกับสกู๊ตเตอร์ระดับตำนานคันนี้ มีทั้งความสบายและความสวยงาม ไม่ขาดแม้แต่ข้อเดียว

Day 2

005 Huai Tueng Thao Reservoir (อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า)

เช้าวันสุดท้ายขอเริ่มแบบสดใสกันที่ “อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า” พื้นที่ที่เริ่มแรกถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ แต่ ณ บัดนี้ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติต้องห้ามพลาดของเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อย เพราะรอบ ๆ พื้นที่อ่างเก็บน้ำระยะทาง 4 กิโลเมตรนี้ ถูกรายล้อมด้วยทิวทัศน์อันงดงาม ทั้งทุ่งหญ้า ป่าไม้ ภูเขา รวมถึงหาดทราย ทำให้คล้ายมีชายทะเลอยู่ที่นี่ด้วย แถมยังสามารถลงเล่นน้ำได้จริง ๆ

และเป้าหมายหลักในการมาที่นี่ของเราก็คือ ฟาร์มแกะขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางทุ่งหญ้า เมียงมองถัดไปคือกังหันลมสีน้ำตาลเข้มสูงใหญ่ ใบพัดสีขาว และภูเขาลูกโตที่แน่นขนัดไปด้วยต้นไม้สีเขียวขจีของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุย กิจกรรมที่น่าทำก็คือการยืนชิล ๆ เดินชิล ๆ นั่งชิล ๆ ป้อนหญ้า ป้อนอาหาร พลางอุ้มน้องแกะตัวน้อย ๆ กว่าร้อยตัวแบบเพลิน ๆ โดยไม่ลืมกำชับเพื่อนร่วมทางไว้ว่า กดเลยไม่ต้องนับ เท่านี้หนึ่งอัลบั้มก็ถือกำเนิดอย่างง่ายดาย

1 อัลบั้มผ่านไป … อีก 1 อัลบั้มใหม่ก็กำลังจะตามมา เพราะว่าที่นี่มีมุมให้ถ่ายรูปอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นมุมต้นไม้แห้งยืนต้นตายอย่างโดดเดี่ยว แต่ก็มองดูเฟี้ยวแบบมีสตอรี่ ส่วนใครที่อยากมองวิวในมุมสูง รับลมเพลิน ๆ ก็สามารถมุ่งตรงไปยังหุ่นฟางคิงคองพ่อ แม่ ลูก สามใบเถาที่ยืนไล่เรียงความสูงต่ำอย่างน่ารักและโดดเด่น เป็นทั้งแลนด์มาร์คสำหรับถ่ายรูปและจุดชมวิว ห่างออกไปไม่ไกลคือสะพานไม้ไผ่วิวทุ่งนา ก็สวยสดชื่นชุ่มฉ่ำน่าแวะไปถ่ายรูปไม่แพ้กัน แค่นี้ก็จบครึ่งวันได้อย่างแสนจะเพลิดเพลินเกินบรรยาย

006 The Booksmith

ร้านค้าอินดี้หัวนอก หรือร้านคาเฟ่หัวสมัยใหม่เราก็ได้เห็นมามากมายแล้ว แต่นี่คือครั้งแรกที่เราได้เห็นร้านหนังสือกลิ่นอายยุโรป มีความแปลกใหม่ เปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนและจิตวิญญาณของคนรักหนังสือจนอยากบอกต่อ ร้านหนังสือแห่งนี้ตั้งอยู่ในนิมมานเหมินทร์ซอย 5 มีนามว่า The Booksmith ร้านหนังสือที่ถูกเปิดโดยคนรักหนังสืออย่าง คุณอาร์ต-สิโรตม์ จิระประยูร ผู้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง Notthing Hill(1999) บนความไม่เชื่อว่าวงการหนังสือจะตายได้ จนออกมาเป็นร้านหนังสืออันเนืองแน่น หลากสไตล์ที่คุณอาร์ตเลือกสรรด้วยตัวเองจากยุโรป

นอกจากหนังสือหัวนอก นิตยสารไทยและต่างประเทศ เครื่องเขียน แผ่นเสียง สมุด Handmade แล้ว ในร้านยังมีมุมกาแฟและเบเกอรี่เล็ก ๆ น้อย ๆ คอยให้บริการ ท่ามกลางบรรยากาศที่ล้อมรอบไปด้วยอิฐสีส้ม และกระจกบานใหญ่สีใส กับไฟสีวอร์มไวท์ ตลอดระยะเวลาที่เราเดินเล่นดูหนังสือ นั่งเล่นอยู่ในร้าน จึงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและรู้สึกหัวใจอุ่นตลอดเวลา

หลังจากเลือกซื้อหนังสือเล่มโปรด หยิบโปสการ์ดใบที่ถูกใจ เราก็มานั่งหย่อนก้นพักกายในมุมคาเฟ่เล็ก ๆ โดยสั่งกาแฟลาเต้อาร์ตหอมกรุ่นในแบบที่ชอบ กับสโคนและแยมในแบบที่รัก พร้อมหยิบปากกาบรรยายความประทับใจใส่ลงในโปสการ์ดเหมือนที่ทำในทุก ๆ การเดินทาง ซีลทับอีกชั้นด้วยสแตมป์ดวงหนึ่ง ส่งถึงตัวเองในวันข้างหน้า จากตัวเองในวันนี้ โดยหวังว่าความทรงจำดี ๆ จะไม่สูญหายระหว่างทาง

เป็นอีกครั้งและอีกครั้งที่เราพูดได้เต็มปากว่า Lambretta V200 Special ที่ขับขี่ด้วยเกียร์ออโตเมติก CTV ขับเคลื่อนด้วยสายพาน พร้อมเครื่องยนต์ 168.9 ซีซี 13 แรงม้า 1 สูบ 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศคันนี้ ขับขี่ได้ไหลลื่น และปลอดภัย​มาก ๆ เพราะความเท่สุดคลาสสิกนี้มาพร้อมระบบเบรค CBS ดิสก์เบรคหน้าหลัง และระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic ระบบกันสะเทือนหลังแบบคู่ จะขับไกล ขี่ใกล้ ไปแบบจริงจัง หรือเที่ยวชมเมืองก็ไปได้สวย ที่สำคัญเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานท่อไอเสีย Euro 4 จะกี่เส้นทางก็เทใจให้คันนี้แบบเกิน 100 ได้เสมอ

ต้องบอกว่าเชียงใหม่รอบนี้เป็นการเที่ยวในเมืองที่ได้มู้ดหลากหลายแนวมาก หากเพื่อน ๆ อยากให้วันหยุดสุดสัปดาหน้าเต็มไปด้วยความทรงจำ ก็จงเตรียมตัวออกเดินทางไปทำวันดี ๆ ให้กลายเป็นวันที่ดียิ่งขึ้น ออกไปจิบกาแฟเดิม ๆ ในแก้วใบใหม่ ออกไปหามุมถ่ายรูปด้วยกล้องตัวเดิมในที่ใหม่ ๆ ออกไปดูตึกเก่าหลังใหม่ ๆ ออกไปเที่ยวที่เดิมในมุมมองใหม่ ๆ และออกจากบ้านไป “เชียงใหม่” กันเถอะ!!!!