ช่วงหยุดยาวส่งท้ายปีที่จะถึง … หากเพื่อน ๆ เร่ิมหมดไอเดียเที่ยวเมืองกรุงฯ เราอยากให้ลองเติมแพชชั่นง่าย ๆ ด้วยการแมทช์ลุคคุมโทนให้ดูเท่ แล้วออกมาใช้ชีวิตช้า ๆ เช็คอินในมิวเซียมชิค ๆ คาเฟ่คูล ๆ และบาร์ลับสุดหรูที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมือง เที่ยวใกล้ ๆ พร้อมครีเอทมุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ให้จุใจไปกับ 5 โลเคชั่นที่เราเลือกสรรมาแนะนำ บอกเลยว่ามีแต่ที่อาคิเทคท์สวย ๆ ดีไซน์โคตรเจ๋ง และเพื่อความสมาร์ทนำเทรนกว่าใครการฮอปปิ้งวันนี้ เราขอเดินทางด้วยเพื่อนคันใหม่ Lambretta X300 สกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุด ในลุคที่ล้ำสมัย แต่ยังคงไว้ซึ่ง DNA อิตาลีขนานแท้ ที่ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายความคลาสสิก

มาดูกันดีกว่าเราลุคนี้กับสกู๊ตเตอร์ สีเทา Argento Grey คันโปรด พอมาโลดแล่นในเมืองหลวงแล้วมันจะทัชใจน่าตามรอยขนาดไหนกัน

ถึงแม้จะเที่ยวเพียงแค่ในกรุงฯ แต่ก็ทำให้เราตื่นเต้นได้ไม่น้อย เพราะเพื่อนร่วมทางในวันนี้คือ Lambretta X300 สกู๊ตเตอร์ DNA เข้มข้นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ส่งตรงจากประเทศอิตาลี ภายใต้คอนเซปต์ “Heritage to Future” ตอกย้ำการเป็นตำนานที่จะคงอยู่ตลอดไป พร้อมดีไซน์มิติใหม่ ผ่านรูปทรง Diamond Lines ของเส้นสายบนตัวรถ ซึ่งถือเป็นการก้าวสู่ New Generation ของแลมเบรตต้าที่ผสานรวมแนวคิดแห่งอนาคตมาออกแบบให้ มีความล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Milano Green (เขียว), Lucente Black (ดำ), Gemma White (ขาว) และ Argento Grey (เทา) ในราคาสุดว้าวเพียง 154,900 บาท เท่านั้น!

01 : CPS Coffee Thonglor

เท่ให้สุดเราบิดมาหยุดที่ย่านสุขุมวิท ปักพิกัดแรกไปที่ CPS Coffee Thonglor คาเฟ่จากแบรนด์แฟชั่นดังที่มาเปิดใจกลางเมือง ซึ่งทางร้านตั้งใจให้สาขานี้เป็นร้านเรือธงของแบรนด์ เลยออกแบบให้เก๋ไม่ซ้ำใคร ด้วยดีไซน์อาคารเป็นขั้นบันไดคุมโทนสีขาวไล่ระดับ พร้อมโลโก้ให้เป็นสีขาวทั้งหมด อาศัยแสงแดดที่ตกกระทบจนเกิดเงาที่ตัวอักษร จนกลายเป็นจุดเช็คอินสุดฮิตที่เรียกความสนใจจากเหล่าคาเฟ่ฮอปทั้งหลายได้อย่างดี มีอุโมงค์ตรงกลางให้เราได้เดินเข้ามาในร้าน สำหรับชื่อร้าน C.P.S Coffee มาจาก Coffee, Passion และ Specialty ถูกออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ Modern Timeless ที่ไล่เฉดสีของร้านให้เหมือนความเข้มของเมล็ดกาแฟคั่วนั่นเอง

ร้านว่าเท่แล้ว แต่รถเราเท่กว่าด้วยสี Argento Grey ทำให้เวลาจอดถ่ายที่ไหนก็ดูโดดเด่นน่าสนใจ ล้ำสมัยเน้นรูปทรงแบบ Diamond Line มาเป็นเส้นสายบนตัวรถ เกิดเหลี่ยมเท่ เข้ากับทุกสถานที่ มาพร้อมเบาะนั่งยาวที่นุ่มสบาย ชุดไฟหน้าทรงหกเหลี่ยม บังลมหน้ามีช่องแตรที่เป็นซิกเนเจอร์ และด้านท้ายสะดุดตากับชุดไฟท้าย LED Combination Light ขีดตั้งขนาดใหญ่พอ ๆ กับป้ายทะเบียน ซึ่งรวมไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉินอยู่ในชุดเดียวกัน เท่ไม่ไหวขับไปไหนก็มีแต่คนมอง

พอเข้ามาด้านในร้านจะมีที่นั่งให้เลือกทั้งโซน indoor และ outdoor ในบรรยากาศสบาย ๆ ส่วนใครเป็นคอกาแฟเรียกได้ว่ามาถูกร้านมาก เพราะเมนูไฮไลท์ของเขาคือ Dirty Coffee จากช็อตเอสเพรสโซเมล็ดกาแฟคั่วกลาง ผสมผสานกับนมเย็นเฉียบ มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ อย่างเราลองสั่งเป็น Matcha Dirty เวลาจิบก็ได้ความหอมของชาเขียวไปด้วย รสชาติกลมกล่อม เป็นการมิกซ์สองเครื่องดื่มในแก้วเดียวเอาไว้ได้อย่างลงตัว ทานคู่กับเหล่าเบเกอรี่ที่ทางร้านพรีเซ้นต์อย่างเต็มที่ อย่างครัวซองค์ เค้กช็อคโกแลต ดีงามลงตัวไปหมด

02 : Davin Cafe

พิกัดที่สองขอพาทุกคนมาที่เลียบด่วนรามอินทรา กับอีกหนึ่งคาเฟ่สุดอลังตั้งตระหง่านในสไตล์ Steampunk ที่มีความคลาสสิคนิด ๆ อินดัสเทรียล และเครื่องจักรหน่อย ๆ ผสานกันอย่างลงตัวจนออกมาเป็นบรรยากาศที่มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใครอย่าง Davin Cafe โดยกลางวันเค้าจะเปิดเป็น Specialty Coffee Bar บรรยากาศแนว Classic Loft โล่งโปร่งสบาย หลังอาทิตย์ตกดินก็จะปรับเปลี่ยนเป็น Cocktail Bar เสิร์ฟอาหารเอาใจสายชิล ความเท่ที่เราชอบมากของที่นี่คือพอเข้ามาปุ๊บจะให้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในวิหารกรีกโบราณ มีรูปปั้นเดวิด เทพี Aphrodite เข้ากับ Concept ร้าน เท่ไม่มีที่ติ ไม่ต่างจาก Lambretta X300  สกู๊ตเตอร์ DNA เข้มข้นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ส่งตรงจากประเทศอิตาลีของเราเลย

ด้านนอกว่าจัดเต็มถ่ายรูปแบบจุใจแล้ว ด้านในก็คูลไม่แพ้กัน ตรงกลางร้านดีไซน์เป็น Slow-Bar ที่เราสามารถชม Barista จัดเตรียมกาแฟได้ พร้อมที่นั่งให้เลือกหลายมุมมาก ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังมี Specialty Coffee ทั้ง Drip และ Syphon ให้คอกาแฟทั้งตัวจริงและมือใหม่ได้เลือกดื่มด่ำกับเมล็ดกาแฟ Single Origin เกรดพรีเมี่ยมหลากหลายแหล่งกำเนิด บอกเลยว่าต้องโดนสักเสิร์ฟจริง ๆ ส่วนทางด้านของเบเกอรี่ก็อบเค้าก็อบสดใหม่จากเตามาให้เลือกเพียบ ทั้ง Strawberry Double Cheese, Black Forest Cake, Orange Cake, และ Ham Cheese Croissant สั่งสักช้ินสองชิ้นมาทานคู่กับเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านแนะนำลงตัวมาก ๆ

แก้วนี้อยากให้ทุกคนได้ลอง ภายนอกอาจจะเหมือน Dirty ทั่วไป แต่รสชาติถูกใจเรามาก เป็นเมนูใหม่ของร้าน ชื่อว่า  “Mocfle Dirty” ที่เปลี่ยนจากเอสเปสโซช็อตธรรมดาให้เป็นช็อตมอคค่า พร้อมผสมกับทรัฟเฟิล อร่อย นวล กลมกล่อม และหอมมากๆ แต่ถ้าอยากซาบซ่าสักหน่อยแนะนำให้ลองลองสั่ง “Yuzu Sunrise” กาแฟดำผสมส้มยูซุ ที่แค่จิบแรกก็บอกได้คำเดียวว่าหอมหวานอร่อยสดชื่นแน่นอน

ก่อนจะมูฟออนไปโลเคชั่นต่อไป เรามาดูความเท่ในส่วนดีเทลต่าง ๆ  ของเจ้า Lambretta X300 กันสักหน่อย เรือนไมล์ส่วนบนเป็นแอนาล็อกแสดงผลร่วมกับจอ LCD ด้านล่างในกรอบสี่เหลี่ยม บังลมหน้ามีปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์และเปิด-ปิดเบาะ พร้อม STORAGE BOX ช่องเก็บของใต้เบาะกว้างพอที่เราจะใส่พร็อพเท่ๆ มาถ่ายรูป หรือเสื้อผ้าสำหรับออกมาเที่ยวทริปสั้นๆ 2 วัน 1 คืน ได้สบายเลย

03 : The Jim Thompson Art Center

อาร์ตมิวเซียมแสนสงบจนไม่อยากเชื่อว่ามีโลเคชั่นอยู่ใกล้ย่านสยามสแควร์ขนาดนี้ The Jim Thompson Art Center อาคารสูง 4 ชั้นสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3,000 ตารางเมตร ที่นี่เป็นแหล่งรวมความอาร์ท ภายในมีทั้งคาเฟ่ ห้องสมุด อาร์ตแกลอรี่ ร้านขายของที่ระลึก และดาดฟ้าชมวิวเมืองแบบเท่ ๆ โดยทางมูลนิธิ James HW Thompson ได้สร้างที่นี่ขึ้นเพื่อให้มีพื้นที่รองรับสำหรับจัดแสดงนิทรรศการ งานศิลปะต่าง ๆ ในอนาคตอีกด้วย ซึ่งมีแนวคิดที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

บรรยากาศภายในเงียบสงบ แบ่งเป็นโซนชัดเจนในแต่ละชั้น เริ่มจากชั้น 1 ที่มีคาเฟ่ชื่อ Artzy Café กั้นเป็นห้องกระจกใส ด้านในตกแต่งเรียบเน้นสีสันสดใส เหมาะเป็นที่นั่งพัก ดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ส่วนชั้น 2 เป็นห้องสมุด William Warren Library ห้องสมุดที่ตั้งชื่อตามวิลเลียม วอร์เรน เพื่อเป็นการขอบคุณที่เค้าเขียนหนังสือ The Unsolved Mystery ชีวประวัติของจิม ทอมป์สัน ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ทำให้ผู้คนได้รับรู้ถึงเรื่องราวและความสำเร็จของจิม ทอมป์สันมากขึ้น

ภายในห้องสมุดนี้เน้นหนังสือ นิตยสาร และ DVD ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของจิม ทอมป์สัน โดยความสนใจหลักของเค้าคือสิ่งทอ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการก่อตั้งบริษัทผ้าไหมไทยแบรนด์ Jim Thompson นั่นเอง ส่วนบริเวณชั้น 3 จะเป็นโซน JTAC’s Gallery เป็นที่จัดแสดงโชว์ผลงานศิลปะแบบหมุนเวียน โดยจะสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกเดือนไม่ซ้ำกัน เพราะฉะนั้นมาเดือนไหนก็ไม่มีทางเบื่อแน่นอน

สุดท้ายที่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี่จะอยู่บริเวณชั้น 4 โซน Rooftop กับดาดฟ้าเปิดโล่งสไตล์ Industrial Loft ที่เราสามารถขึ้นมาถ่ายรูปท่ามกลางวิวตึกสูงที่รายล้อม ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนี้เค้าทำไว้เพื่อเป็นสวนจัดนิทรรศการศิลปะในรูปแบบประติมากรรมนะ ซึ่งหากช่วงไหนไม่มีงานจัดแสดงก็สามารถขึ้นมาถ่ายรูปเท่ ๆ ไว้อัพลงไอจีแบบเราได้

ด้วยความที่ขี่ในกรุงฯ อาจจะต้องเลี้ยวเข้าซอยเล็กซอยน้อย ขึ้นเนินบ้างก็ไม่มีปัญหา เพราะมีระบบกันสะเทือนด้านหน้าของ Lambretta X300 เป็นอาร์มลิงก์คู่ แถมด้านหลังโช้คอัพคู่มาพร้อมล้อแม็กขนาด 12 นิ้ว มีระบบเบรกเป็นดิสก์หน้า-หลัง พร้อม ABS ทั้งสองล้อ ทำให้เรายิ่งกว่ามั่นใจในทุกการขับขี่บนท้องถนนเลย

04 : In My Element Cafe

ออกจากใจกลางเมืองมาเช็คอินกันต่อที่คาเฟ่คอนกรีตเปลือยรูปทรงเรขาคณิตสไตล์ Brutalist ที่มีชื่อว่า In My Element Cafe ดิบเท่ไร้การปรุงแต่ง กลางย่านราชพฤกษ์ ด้านนอกชวนแปลกตาด้วยรูปทรงคล้ายโดม ภายใต้การตกแต่งที่เน้นสีโมโนโทนเรียบนิ่ง เจาะผนังเปิดเป็นช่องแสงครึ่งวงกลมเพื่อดึงแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาภายในร้าน

มุมไฮไลท์ด้านในจะอยู่ตรงที่ทางร้านจัดเป็นสวนหย่อมขนาดเล็ก โดดเด่นด้วยต้นแก้วเจ้าจอมที่ตัดแต่งทรงพุ่มกลมสวยงาม มีใบสีเขียวอ่อนช่วยลดความดิบกระด้างของอาคารคอนกรีต เงยหน้าไปด้านบนก็จะเจอกับช่องแสงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่สามารถมองเห็นท้องฟ้าและนำแสงแดดลอดผ่านลงมาถึงเรือนยอดของต้นไม้ได้อย่างพอดี กลายเป็นมุมที่ใคร ๆ ก็ต้องมาถ่ายรูป

ในส่วนของเมนูเครื่องดื่มนั้นมีทั้งแบบ Coffee และ Non-Coffee รับประทานคู่กับเบเกอรี่สไตล์โฮมเมดที่คุณแม่และเจ้าของร้านช่วยกันทำ อร่อยมาก แก้วแนะนำต้องนี่เลย Apple Americano เครื่องดื่มหอมเข้มข้น ได้รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นจากน้ำแอปเปิ้ลเป็นองค์ประกอบลงตัวแบบพอดิบพอดี ดูดทีมีแต่ความสดชื่น

05 : Kilik Social Club

โลเคชั่นสุดท้ายขอเอาใจผีเสื้อกลางคืน กับบาร์ลับใจกลางกรุงเทพฯ ที่จะไม่ลับอีกต่อไป สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่สำหรับการแฮงก์เอาต์กับแก๊งค์เพื่อน ที่ Kilik Social Club นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด โซเชียลคลับแห่งใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจแห่งนี้ พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้เราได้เพลิดเพลินไปกับค็อกเทลคุณภาพดี รังสรรค์จากบาร์เทนเดอร์มากฝีมือที่มีประสบการณ์มานานหลายปี คลอเคล้าด้วยเสียงดนตรีแนวเพลงแจ๊สจากการแสดงวงดนตรีสดและศิลปินดีเจมากมาย 

เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศร้านในยามค่ำคืน ก็ต้องอวยถึงไฟสุดเท่ของเพื่อนคู่ใจในวันนี้ ที่ชวนให้ชวนสะดุดตากับชุดไฟหน้า และไฟท้าย LED Combination Light ขีดตั้งขนาดใหญ่พอ ๆ กับป้ายทะเบียน ซึ่งรวมไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉินอยู่ในชุดเดียวกัน บอกเลยว่าจุดนี้หล่อเท่ล้ำสมัยที่สุด

ทันทีที่เข้าไปสัมผัสบรรยากาศภายในร้าน ก็ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในป่าที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตในตำนานและความเพ้อฝัน ในขณะเดียวกันยังสอดแทรกความเป็นผีเสื้อเอาไว้ในทุก ๆ องค์ประกอบ ดูสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ร้านได้อย่างน่าสนใจ เพราะชื่อร้านเองก็ได้แรงบันดาลใจมาจากคำว่า Butterflies in Your Stomach ที่สื่อถึงความรู้สึกปั่นป่วนเหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องเมื่อเราเห็นคนที่ชอบ ทำให้แนวคิดนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจนำมาสู่การดีไซน์ร้านที่ผสมผสานระหว่างสไตล์ตะวันตกเข้ากับกลิ่นอายสไตล์เอเชียได้อย่างลงตัว

ในส่วนของเมนู แน่นอนว่าทางร้านก็มีเมนูซิกเนเจอร์ให้เลือกสั่งมากมาย มี Butterfly Series ที่ได้ Inspiration มาจากผีเสื้อล้อกับชื่อร้าน ทั้ง cocktail และ mocktail หากใครหิวอยากรองท้องก็มีเมนูจานหลักนำเสนอเช่นกัน เป็นชีสบอร์ดเก๋ ๆ และ Beef with Truffle Ponzu Sauce จิบกับเครื่องดื่มไปพร้อมกันลงตัวจนไม่อยากลุกออกจากร้านเลย

เป็นอีกครั้งที่เราเลือกแนะนำที่เที่ยวใกล้ๆ เอาใจชาวกรุงฯ แต่ได้สัมผัสโมเม้นต์เท่ ๆ ไปกับ Lambretta X300 สกู๊ตเตอร์รุ่นล่าสุด นำเทรน มาในลุคที่ล้ำสมัย พร้อม DNA อิตาลีขนานแท้ มีกลิ่นอายความคลาสสิกอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือดีไซน์ที่หล่อเหลามากขึ้น ทำให้เมืองกรุงฯ ที่แสนวุ่นวาย กลับมีเสน่ห์น่าค้นหาขึ้นอีกครั้ง ทุกที่ทุกโลเคชั่นที่เราคัดมาตอกย้ำความเท่แบบมีสไตล์ได้แบบสุด ๆ วันหยุดนี้ถ้ายังไม่มีแพลนไปไหน ลองเซฟลิสต์นี้ไว้แล้วออกมาตามรอยเราได้เลย รับรองว่าต้องประทับใจแน่นอน