รีวิวจีน :: A first-timers guide to travelling China ( เปิดซิงไปจีนครั้งแรก กับ 7 ข้อควรรู้ก่อนไปจีน ) 🇨🇳

แนะนำ 7 เมืองโมเดิร์น กับ 7 ข้อควรรู้ก่อนไปเที่ยวจีน

หลายร้อยพันหมื่นลี้บนผืนแผ่นดินมังกรแห่งนี้ นั้นอุดมไปด้วยความหลากหลายที่จะทำให้สายท่องเที่ยวต้องใจสั่น ไล่มาตั้งแต่ทุ่งหญ้าสุดสายตา ภูเขาสูงเสียดฟ้า เมืองโมเดิร์นกับตึกดีไซน์สุดล้ำที่ชวนให้กดชัตเตอร์ได้ไม่หยุด ไปจนถึงมรดกโลกและสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่เยอะจนเป็นเรื่องปกติ ก็อย่างที่เราเคยบอกไปแหล่ะว่าจีนมีกำแพงเมืองเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ส่วนโลกมีสิ่งมหัศจรรย์ของจักรวาลคือจีน ถ้าอยากรู้ว่ามีที่ไหนฟิน ๆ ก็สามารถเลื่อนหาเรื่องเล่าจากแดนมังกรที่เพจเราได้ ส่วนถ้าใครมีความคิดว่าเที่ยวจีนเป็นเรื่องยากเราอยากให้ลองเปิดใจ เปลี่ยน mindset ใหม่ แล้วค่อย ๆ เลื่อนดูเรื่องที่เราอยากมาเม้าท์วันนี้ ที่รวบรวมเมือง 7 เมืองโมเดิร์นทันสมัยมาแนะนำ แถมบอกหมดตั้งแต่เป็นขั้นตอนการเดินทางสู่จีน รวมถึงวิธีการเที่ยวในจีนแบบง่าย ๆ ฉบับอ่านจบปุ๊บบินตามไปเปิดซิงเที่ยวจีนครั้งแรกได้ทันที

please fasten your seat belt, we’re ready to go!!!! กรุณารัดเข็มขัดที่นั่งของคุณให้เรียบร้อย พวกเราพร้อมเดินทางละจ้าาาาา

001 เมืองโมเดิร์นล้ำสมัยที่เหมาะแก่การไปเยือนจีนครั้งแรก

หัวข้อแรกที่จะทำให้การเตรียมตัวของเราทั้งหมดสมบูรณ์แบบที่สุด ก็คือการวางแผนการเดินทาง ไม่ใช่เฉพาะในจีนนะ แต่การเดินทางในทุกประเทศ เราเสียเวลา เสียเงินไปแล้ว เราก็ควรใช้มันอย่างคุ้มค่า แม้ว่าการทำอะไรนอกแพลนบ้าง การหลงทางบ้างจะเป็นประสบการณ์ที่น่าสนุก แต่เอาเข้าจริงการทำเรื่องสนุก ๆ ตามแพลนมันเวิร์คกว่ามากจริง ๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้การหาข้อมูลท่องเที่ยวในจีน หรือหาแพลนดี ๆ ไว้ลอกก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เพราะเราสามารถหาสิ่งเหล่านี้ผ่านโลกออนไลน์ได้ทั้งจากเว็บไซต์ เพจเฟสบุ๊ค  ยูทูป แล้วนำมาปรับเป็นแผนการเดินทางแบบฉบับของตัวเองได้อย่างง่ายดาย ใด ๆ เราว่าหัวข้อนี้สำคัญเอามาก ๆ เพราะทุกอย่างที่เตรียมมาจะปัง หรือพังก็ตัดสินได้จากข้อนี้ล่ะ แต่ถ้าตีกรอบว่าไปเที่ยวเปิดซิงจีนครั้งแรก เราก็อยากแนะนำเมืองใหญ่ ๆ ที่ทุกอย่างง่ายไปหมด วันนี้เราถือโอกาสรวบรวม 7 เมืองโมเดิร์นล้ำสมัย บางเมืองเหมือนมาจากโลกอนาคต บางเมืองความโมเดิร์นผสานวัฒธรรมเก่าอย่างลงตัว บางเมืองชวนอึ้งชวนว้าวกับสิ่งปลูกสร้าง ส่วนเมืองไหนจะเหมาะแก่การไปเปิดซิงจีนครั้งแรกของแต่ละคนเลื่อนตามมาดูแล้วจิ้มเลือกกันได้เลย

Shanghai

เริ่มต้นกันที่ Shanghai เมืองล้ำสมัยเกินหน้าเกินตาทุกเมืองของจีน แค่แลนดิงลงสู่สนามบิน ก็เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกอนาคตแล้ว ยิ่งเจอย่าน Lujiazui ก็ยิ่งรู้สึกหลงยุคหลงสมัยเข้าไปอีก กับกลุ่มอาคารทรงแปลกตาสูงเสียดฟ้า ไม่ว่าจะเป็น Shanghai Tower ที่สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ยืนเคียงคู่กับ Oriental Pearl TV Tower หอคอยยอดแหลมที่มีลูกกลม ๆ คล้ายไข่มุกอยู่ตรงกลาง 2 ลูก  ที่เราสามารถขึ้นชมวิวเมืองได้แบบ 360 องศา พร้อมบรรดาพิพิธภัณฑ์ อาร์ตแกลลอรีที่มีการจัดแสดงด้วยนวัตกรรมสุดเก๋อีกมากมาย ที่สำคัญยังเป็นที่ตั้งของดิสนีย์แลนด์ ให้เราไปยืนกระทบไหล่กับเหล่าคาแรกเตอร์ตัวโปรดได้ดั่งฝัน แค่นั่งเครื่องบินมาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

Changsha

ส่วนมงที่สองเราขอลงคะแนนให้ Changsha เมืองเอกของมณฑลหูหนาน บางคนอาจจะติดภาพจำมณฑลนี้ว่ามีแต่ธรรมชาติอลัง หมู่บ้านโบราณปัง ๆ เท่านั้น ความจริงตัวเมืองเขาก็มีความโมเดิร์นไม่แพ้ใคร กับบรรดาตึกสูงที่กระจายอยู่ทั่ว แต่ก็ยังคงเก็บรักษาโบราณสถานอายุหลายพันปีแซมอยู่ได้อย่างไม่ขัดตา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ Meixihu International Culture & Art Center ศูนย์วัฒนธรรมและศิลปะนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในหูหนาน เป็นสถาปัตยกรรมที่ชวนตื่นตะลึงกับลายเส้นอันโค้งมนทรงเสน่ห์ ผลงานออกแบบโดย Zaha Hadid สถาปนิกระดับโลกที่ได้ฉายาว่าเป็น ‘Queen of the curve’ รอบ ๆ ยังมีคาเฟ่ธีมเก๋ จุดถ่ายรูปเท่ ๆ ให้เราไปเดินฮอปอีกมากมาย

Chengdu

ย้ายฝั่งมาที่มณฑลเสฉวนกันบ้าง เรามากล่าวทักทายน้องแพนด้ากันที่เมือง Chengdu เมืองที่มีประชากรเยอะเป็นอันดับ 3 ของจีน จึงมีความอู่ฟู่ด้านเศรษฐกิจเป็นพิเศษ เห็นได้จากแหล่งชอปปิงที่มีแบรนด์ระดับโลกมาเปิดมากมาย แม้จะดูทันสมัยแต่เขายังเก็บรักษาโบราณสถาน พร้อมบูรณะตกแต่งให้งดงามทั้งยามเช้า-ยามเย็นให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเช็กอิน นอกจากนี้ยังป็นศูนย์รวมการคมนาคม เราสามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงไปเที่ยวเมืองอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย และที่มาสคอตเขาเป็นหมีแพนด้าก็เพราะมีศูนย์อนุรักษ์แพนด้าอยู่ที่นี่ด้วยนั่นเอง

Chongqing

หนึ่งในมหานครที่จะทำให้ทุกคนต้องมนต์ขลัง หลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น ‘Chongqing’ เมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน เบิกเนตรให้เราเห็นจีนแบบใหม่แบบสับ สามารถครีเอตผังเมืองผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับความคลาสสิกได้อย่างลงตัว สร้างห้างริมน้ำในรูปแบบอาคารจีนอันโอ่อ่า กลายเป็นภาพที่เรียกคนทั่วโลกให้อยากแห่แหนมาเชยชม ไหนจะ Jiefangbei clock tower หอนาฬิกาเก่ากลางจัตุรัสในย่านการค้า จุดชมวิวเมืองปัง ๆ ให้เห็นโค้งน้ำเจียหลิงที่ขนาบข้างด้วยป่าคอนกรีตอันหนาแน่น และ Chongqing Art Gallery อาร์ตแกลสวยตะโกนตั้งแต่ภายนอกที่ดูดุดัน แต่แฝงด้วยงานสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของจีน พร้อมภายในที่ครบครันไปด้วยห้องจัดแสดงผลงานที่เหมาะกับอาร์ตทุกรูปแบบ

Guangzhou

เมืองที่หลายคนอาจจะเคยคุ้นหูแต่ยังไม่เคยรู้ว่ามันดีล้ำหน้าใครต่อใครไปแล้วหลายก้าว ‘Guangzhou’ อัดแน่นไปด้วยงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่เล่นใหญ่เล่นโตจนเราเกือบหัวใจวาย ไม่ว่าจะเป็น Guangzhou Circle ตึกใหญ่ทรงกลมที่มีรูตรงกลาง ตั้งสะท้อนน้ำจนมองเห็นป็นเลขแปด ซึ่งถือเป็นเลขมงคลของคนจีน, Guangzhou Opera House อาคารทรงคลื่นของ Zaha Hadid คนดีคนเดิม ฝีมือเรื่องเส้นบนอาคารนี้ยืนหนึ่งสุด ๆ และที่ห้ามพลาดเลยคือการเดินชมเมืองยามค่ำคืนอันสดใสระยิบระยับไปด้วยแสงไฟหลากสี ประดับอยู่บนอาคาร สะพาน และท้องถนน แต่ถ้าชมบนฝั่งมันธรรมดาไป เขาก็มีเรือสำราญให้ไปชมวิวกลางน้ำได้แบบปัง ๆ

Shenzhen

ที่สุดท้ายนี้บอกเลยว่าเหนือความคาดหมายมาก เมื่อเทียบกับเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ‘Shenzhen’ ทุกสิ่งในนี้เรียกว่าสร้างใหม่ทั้งหมด ด้วยการวางแผงอย่างดี ตั้งคอนเซปต์อย่างแยบยล จนได้รับรางวัลออกแบบระดับโลกมาครอบครอง อย่าง Shenzhen Bao’an Waterfront Cultural Park สวนสาธารณะที่คว้ามง ASLA Honor Award ของอเมริกามาครอบครอง, ร้าน Zhongshuge Bookshop ร้านขายหนังสือที่มีสาขามากมายในจีน ซึ่งของเมืองนี้ถือว่าเป็นอีกแห่งที่สวยที่สุด ถือเป็นสปอตถ่ายภาพที่เหล่าอินสตาแกรมเมอร์ไม่ควรพลาด ส่วนสายอาร์ตสายแฟจะต้องตาแตกกับมิวเซียม MOCAPE ที่ออกแบบได้เหมือนโลกอนาคตไม่แพ้ใคร แถมเป็นอาคารที่ใช้พลังงานหมุนเวียนจากธรรมชาติ มุ่งเน้นให้เห็นถึงความรักษ์โลกอีกด้วย

Beijing

พูดถึงจีนไม่พูดถึงเมืองนี้คงไม่ได้ ‘Beijing’ มหานครอันเนืองแน่นไปด้วยที่สุดของโลก ทั้งสิ่งปลูกสร้างขึ้นทะเบียนมรดกโลก ไปจนถึง 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างกำแพงเมืองจีน แม้ภาพในหัวแว็บแรกจะดูโบราณ แต่ด้านเทคโนโลยีเขามีดีไม่แพ้ใคร อะแด็ปทุกความทันสมัยเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไม่ขัดเขิน ใครใคร่ช้อปผายมือไปที่ Wangfujing Pedestrian Street แหล่งรวมแบรนด์ระดับโลกมากมาย ใครชิคเก๋ต้องไป 798 Art District โรงงานเก่าแก่โครงตึกสวยที่ถูกปรับโฉมให้เป็นพื้นที่จัดแสดงงานอาร์ต ใครอยากพบเจอความโลกอนาคตนี่เลย Phoenix International Media Center สิ่งปลูกสร้างโดมกระจกที่ออกแบบจากรังนกฟีนิกซ์อย่างยิ่งใหญ่ ใด ๆ คือต้องไม่ลืมแวะไปเยี่ยมเยือน Universal Beijing Resort ธีมปาร์คที่ทำให้คาแรกเตอร์ตัวโปรดของเราออกมาโลดแล่นในโลกแห่งความเป็นจริง เชื่อมโยงการเดินทางแสนง่ายด้วยรถไฟฟ้า งานนี้บอกเลยถ้าเลือกปักกิ่งการเปิดซิงเที่ยวจีนครั้งแรกของทุกคนจะเปลี่ยนภาพจำของประเทศนี้ไปตลอดกาล

แนะนำเมืองโมเดิร์นที่เหมาะกับคนคูลได้เปิดใจเปิดซิงเที่ยวจีนครั้งแรกกันแล้ว คำถามต่อมา.. ถ้าอยากจะหาที่เที่ยวชิค ๆ คาเฟ่เก๋ มุมถ่ายรูปลับ ๆ ในจีนเราจะหาข้อมูลอัปเดตจากไหนได้ คำตอบก็คือแอป ‘小红书 (Xiao Hong Shu) หรือ RED แปลว่าหนังสือสีแดงเล่มเล็ก ๆ เป็นคลังข้อมูลที่ชาวอินฟลูฯ จีนเขามาอัปเดตไลฟ์สไตล์กัน ทั้งในรูปแบบภาพถ่าย คลิปวิดีโอสั้น รวบรวมไว้ทั้งเรื่องกิน เที่ยว ที่พัก ความงาม แฟชั่น ฟีลลิงโซเชียลที่เราใช้กันนี่แหละ แต่เลิศกว่า weibo ตรงที่แพลตฟอร์มเขาสวยกว่า จัดเรียงให้ใช้ง่ายกว่า วัยรุ่นจีนจึงนิยมเล่นกัน

002 วีซ่า

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกใจฟูจนอยากตีตั๋วเที่ยวจีนซะเดี๋ยวนี้ก็คือเรื่อง ‘วีซ่า’ คนไทยหัวใจไชนีสอย่างเราได้รับสิทธิ์ยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างประเทศ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ฟรีวีซ่าตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมานี้เอง โดยสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน รวมระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน ภายใน 6 เดือน เป็นอีกก้าวที่จะทำให้เราเที่ยวจีนได้ฉ่ำขึ้น พบเจอความเล่นใหญ่อลังการของพี่จีนได้ง่ายขึ้น แถมประหยัดค่าวีซ่าเอาไปกินไปเที่ยวได้แบบเต็มเม็ดเต็มเหนี่ยว ถือเป็นผลดีที่ช่วยเพิ่มแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจระหว่างกันมากขึ้น มีแต่เรื่องดี ๆ แบบนี้ ไม่เที่ยวจีนไม่ได้แล้ว

003 เงิน

อีกเรื่องที่พูดแล้วต้องตกใจขอแชร์ได้ไหมแม่ก็คือ “เงิน” ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะจีนพัฒนาไปไกลมาก ประเทศเค้าแทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดไปแล้ว เวลาจับจ่ายซื้อของส่วนมากเค้าจ่ายด้วย WeChat Pay, Alipay ซึ่งเราก็สามาถผูกบัตรเครดิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น VISA, MASTER เข้ากับ App ได้แล้วด้วย หากไม่มีบัตรเครดิตเรายังสามารถใช้จ่ายผ่านทาง TrueMoney ได้อีกด้วย แถมการใช้งานทุกอย่างคือเหมือนตอนใช้ในไทยเลย เพียงแต่ตอนกดจ่ายเงินร้านค้าที่จีน ให้เลือกช่องทางการชำระเงินเป็น Alipay (แถบด้านล่างสุดของ App) ตามนี้คือจบ สะดวกเว่อร์ ๆ ส่วนคนที่อยากใช้บัตรเครดิตโดยตรง ถ้าเป็น Union pay ก็รูดได้สบายเลย แต่ถ้าเป็น VISA, MASTER อาจจะได้แค่ตามร้านหรือโรงแรมใหญ่ ๆ เท่านั้น

สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในประเทศจีนเราว่าค่อนข้างไม่ต่างจากไทยมากนัก คือมีให้เลือกทั้งแบบภัตตาคาร และอาหารบ้าน ๆ ดังนั้นเราจึงคุมงบได้สบายใจแน่นอน อาจจะมีแพงบ้างอย่างพวกค่าขึ้นกระเช้า เข้าพิพิธภัณฑ์ เข้าสถานที่มรดกโลก ซึ่งแกเอ้ยยยยยภาพรวมคือคุ้มค่ามากกกกก กับทุกหยวนที่จ่ายไป เพราะจีนก็คือจีนอ่ะเนอะ เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ทำ จะทำไรทีต้องยิ่งใหญ่อลังการ ปัง ปัง ปัง เท่านั้น จ่ายไปจ่ะ คุ้ม!!!! ดูก็สวย ถ่ายรูปก็เด่น คนเม้นก็เยอะ!!!

004 ที่พัก

เรื่องสำคัญที่ไม่พูดไม่ได้เด็ดขาดก็คือที่หลับที่นอนจ้า จีนในแต่ละเมืองแต่ละที่เขาก็มีที่พักให้เลือกหลากหลายแนวมาก ไล่ตั้งแต่หลักร้อย หลักพัน ยันหลักหมื่นไปเลยจ้า อยากนอนโฮสเทลเก๋ ๆ รับบทวัยรุ่นอินดี้สายชิวถ่ายรูปบนเตียงขาวๆ ให้เข้ากับแคปชั่นเชิงท่องเที่ยวแบบรักษ์โลก หรือโรงแรมชิคๆ ที่ถ่ายมุมไหนก็สวยเด่นใครเห็นเป็นร้องว้าว ไปจนถึงที่พักสุดหรูลูกคุณหนูตัวจริง ก็หาได้ง่ายยิ่งกว่าทางออกเซนทรัลเวิลด์ ส่วนการจองแนะนำให้จองผ่าน trip.com เพราะนางจะมีตัวเลือกที่หลากหลายกว่าแอพที่บ้านเรานิยมใช้กัน โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่นอกเมืองออกไป ออ อย่าลืมเช็คกันดี ๆ ด้วยนะ บางโรงแรมไม่เขาไม่รับต่างชาติ ซึ่งใน trip.com คือนางคัดมาแล้วและจะมีเขียนบอกไว้ เพราะฉะนั้นปลอดภัยสุด

005 การเดินทาง

ถ้าถามว่าการเดินทางในจีนสะดวกไหม นี่กล้าตอบแบบเต็มปากเลยว่าสะดวกมากกกก และดีเป็นอันดับต้น ๆ ในระดับสากล ชนิดที่เผลอหยิกแขนตัวเองว่า เฮ้ย!!! นี่เรื่องจริงใช่เปล่า ชั้นไปอยู่ไหนมาถึงยังนึกภาพการเดินทางในจีนเป็นแบบยุคอากงอาม่า รถม้าเทียมเกวียน โล้สัมเภาอยู่อีก จนเพื่อนต้องเตือนว่า หยุดดูหนังจีนกำลังภายในซะบ้างสิ๊ คือมันดีแบบร้องว้าวเลยนะ ทั้งความสะอาด ความเป็นระบบ ความทันสมัย สถานีรถไฟเมืองหลัก ๆ คืออลังการตาแตก สมกับที่จีนประกาศจะเป็นเจ้าโลกจริง ๆ อ่ะ มันใช่!!!! และเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนเราขอแบ่งการเดินทางออกเป็นสองหมวดหลัก ๆ

• การเดินทางภายในเมือง

12 123 12 12 1 รัวมือไปจ่ะ เพราะการเดินทางภายในเมือง โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อย่างเซี่ยงไฮ้ คุนหมิง ฉางซา ฉงชิ่ง กวางโจว เซินเจิน คือการเดินทางในฝันของคนเมือง ชนิดสร้างความว้าวตะลึงพรึงเพริดเลอเลิศสุดในปัฐพีให้กับนักเดินทางหน้าใหม่ได้เลยล่ะ ใครที่กำลังกลัวการเดินทางในจีน เราขอแนะนำให้เริ่มต้นไปเมืองเหล่านี้ก่อน เพราะทั่วทั้งเมืองสามารถเดินทางได้ง่าย ๆ ไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวได้เกือบหมด้วยรถไฟใต้ดิน จะเที่ยวอีกที่ แล้วไปกินข้าวอีกฝากของเมืองก็ง่ายดาย ในราคาที่ถูกมากจนต้องยกเครื่องคิดเลขมากดว่า เอ้ะ ราคานี้จริงหรอ เริ่มต้นแค่ 2 หยวนหรือประมาณ 9 บาทก็ได้หรอ นี่ก็ได้แต่เอามือทาบอก คุณพระ มีแต่ กทม. หรือนี่ที่ค่ารถไฟฟ้าแพงหูดับ สำหรับใครแพลนใช้รถไฟใต้ดินเป็นหลักอยู่แล้วเราแนะให้โหลด Metro China Subway ไปเลย แอพเป็นภาษาอังกฤษมีชื่อสถานีภาษาจีนกำกับ สามารถบอกเวลา รอบขบวน และประมาณราคาค่าเดินทางให้ด้วย เรียกว่าแอพเดียวเที่ยวได้ทั่วจีนเลยจ้า

ส่วนเมืองไหนที่รถไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงเค้าก็มีออฟชั่น 2 3ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถบัสที่สะดวกและราคาถูก แต่ถ้าอยากได้ความไวและลักซ์ชัวรี่การเรียกแท็กซี่มันก็ต้องมีบ้าง เรื่องเงินอาจไม่ใช่ปัญหา การสื่อสารต่างหากที่ขัดข้อง ดังนั้นมีเงินอย่างเดียวก็ไปไม่ได้ ต้องมีแอพ DIDI แอปเรียกรถแทกซี่อารมณ์เดียวกับ Grab ของบ้านเรา ไว้ปักหมุดที่เราอยู่และปลายทางครบทุกโลเคชั่นยิ่งกว่า Google Map ทำให้การสื่อสารไม่เป็นไปหาอีกต่อไป เพราะแอปทำแทนเราเรียบร้อยแล้ว แถมทริคให้อีกนิดหน่อยคือถ้าเสิร์ชชื่อสถานที่เป็นภาษาอังกฤษแล้วไม่ขึ้น ให้วกกลับไปหาชื่อจีนในกูเกิ้ลก่อนแล้วก๊อบมาวาง รับรองเจอ!!! แนะนำอีกนิดว่าให้โหลดแอปก่อนเดินทาง เพราะมันจะให้เราลงทะเบียนและส่งรหัสมา verify ทางข้อความ พอไปถึงจีนก็จะได้ใช้ได้เลย

• การเดินทางระหว่างเมือง

ถ้าการเดินทางในเมืองทำให้แกได้แต่หวนคิดถึงคำขวัญ กรุงเทพฯ คุณภาพชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวแล้ว พอแกเจอการเดินทางระหว่างเมืองเข้าไปบอกเลย แกจะอยากยกมือขึ้นภาวนาขอพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ประเทศไทยมีการคมนาคมแบบนี้ในเร็ววัน สาธุ!!! อย่างแน่นอน เพราะมันมีตัวเลือกให้เลือกหลายแบบ หลายราคา หลายเวลามากจ้าแม่ คาราวะ 3 จอกไปเลยจ้าพี่จีน ส่วนจะมีช่องทางไหนให้เลือกบ้างนั้น ขยี้ตาแล้วตามมาดูกันเลย

รถไฟความเร็วสูง : ชินคันเซ็นก็แซงไม่ได้นะจ้ะ เพราะรถไฟความเร็วสูงของพี่จีนนั้นคือรถไฟที่ได้มงอันดับ 1 เรื่องความเร็วสูงที่สุดในโลกแบบกินนิ่ม นี่จึงเป็นวิธีการเดินทางที่เหมาะมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อยแต่อยากเก็บหลายหลายเมืองในคราวเดียว อย่างนั่งจากกวางโจวไปเซินเจิน หรือเซี่ยงไฮ้ไปหางโจว ก็ใช้เวลาไม่นานสามารถไปเช้าเย็นกลับได้เลย และแม้ตอนนี้รถไฟความเร็วสูงจะไม่ได้มีครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ แต่ระดับพี่จีนเราเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีก็น่าจะเห็นรถไฟความเร็วสูงวิ่งทั่วประเทศก็เป็นได้ ในแง่ของมาตรฐานการบริการก็ต้องบอกว่าระดับสากล ตั้งแต่เรื่องของความตรงเวลา ความสะอาด ห้องน้ำห้องท่าที่เป็นแบบสากล รถเข็นขายของบริการก็มีครบถ้วน ถ้าเคยนั่งชินคันเซ็นที่ญี่ปุ่นก็คือไม่ต่างเลยจ้าดีงามมาก นอกจากการจองตั๋วที่สถานีแล้ว trip.com ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางจองตั๋วออนไลน์ที่อยากแนะนำ โดยหลังการจองเราจะได้อีเมลคอนเฟิร์มพร้อมเลขที่นั่ง ตอนขึ้นใช้แค่พาสปอร์ต ไม่ต้องไปปริ๊นบัตรหรือรับตั๋วที่สถานีใด ๆ ทั้งสิ้น ง่ายม๊ากกกกก!!!

รถไฟนอน : ทางเลือกต่อมาสำหรับผู้ที่มีเวลาแต่งบจำกัด ก็คือรถไฟนอน ที่ได้มาตรฐานความสะอาดและบริการในราคามิตรภาพ เพราะเป็นรถไฟที่สะอาดไม่ต่างจากรถไฟความเร็วสูง มีห้องน้ำห้องท่าเสร็จสรรพ มีเตียงนอนที่ถูกปูไว้รองรับการนอนเรียบร้อยแล้ว แถมยังมีที่ชาร์จและที่วางของเล็ก ๆ ให้เราด้วย อย่างเดินทางจากคุณหมิงไปลี่เจียงนี่ก็เป็นอีกวิธีที่นอกจากจะได้ประหยัดค่าโรงแรมไปหนึ่งคืน ได้นอนมาสวย ๆ ถึงที่หมายตอนเช้าแล้วเที่ยวได้เลยแล้ว พอได้เดินขึ้นรถไฟ และนั่งลงท่ามกลางเสียงหวูด และทัศนียภาพของเมืองที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปก็ทำให้เราจินตนาการว่าตัวเองถือพ่อมดน้อยแฮร์รี่พอตตอร์ ที่ได้เดินผ่านชานชลาเก้าเศษสามส่วนสี่ เพื่อเดินทางไปยังฮอกวอต จะต่างกันตรงที่เพื่อนร่วมทางของเราไม่ได้ฉลาดเท่าเฮอร์ไมโอนี่หรือหน้าตาดีเท่ากับรอน แต่ก็มีดีกว่าตรงที่ทริปนี้ถ้าไม่มีพวกนี้ก็คงไม่ได้มีความสุขขนาดนี้น่ะสิ ราคาของรถไฟนอนก็มีให้เลือกหลายช่วงราคาแต่ที่แนะนำคือตู้นอนสี่เตียงแบบที่เราเลือกประจำ เพราะถ้าจะจ่ายถูกกว่านี้ก็อาจไม่สะดวกเท่าที่ควร หรือจ่ายแพงกว่านี้ก็ไปรถไฟความเร็วสูงน่าจะดีกว่า

รถบัสระหว่างเมือง : สำหรับบางเมืองที่เป็นเป้าหมายของเรา แต่ดันอยู่บนแถบเทือกเขาหรือต้องใช้การข้ามเขากว่าจะไปถึง อย่างรูทฉงชิ่งไปต้าจู๋/อู่หลง ซึ่งแน่นอนว่ารถไฟจึงยังไม่สามารถนำพาเราไปได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้หนทางซะทีเดียว เพราะการเดินทางไปแต่ละเมืองนั้นก็ยังมีตัวเลือกอย่างรถบัสรออยู่ ซึ่งรถบัสของจีนก็มีให้เลือกหลายราคาหลายเวลาเช่นกัน ซึ่งอันนี้ก็ต้องไปดูเอาที่หน้างานว่าจะมีอะไรให้เลือกบ้าง สำหรับเดินทางกลางวันก็เลือกนั่งบัสทั่วไปกินลมชมวิวไปได้ แต่ถ้าต้องเดินทางกลางคืนก็มีรถบัสนอนให้เลือก ถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย ซึ่งในข้อนี้นั้นก็อาจจะมีความไม่สะดวกสบายอยู่บ้าง อาจจะมีความเมื่อยก้นกบสักเล็กน้อย แต่เราก็ยืนยันได้ว่าจุดหมายที่แกกำลังจะไปนั้นจะลบล้างความไม่ถูกใจออกไปจนหมดสิ้นได้แน่นอน

เห็นมั้ยล่ะว่าการเดินทางในจีนนั้นไม่ได้ยากเย็นและมีทางเลือกดี ๆ ให้เราหลายทาง แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งที่มนุษย์ยุค 4.0 อย่างเราขาดไม่ได้ก็คือแผนที่แบบออนไลน์นั่นเอง ก็เพราะอยากให้แน่ใจว่านั่งรถมาถูกทางแน่นะ ลงไม่ผิดป้ายแน่นะ หรือต้องใช้เวลานานแค่ไหนกันแน่นะ อะไรแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ ซึ่งปกติเราก็มักจะใช้เจ้าแอพ google map กันเป็นประจำ แต่ในจีนเนี่ย google map เค้าจะไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะเค้ามี Gaode Map (高德地图) แอปแผนที่ของจีนที่มีความแม่นยำให้เราได้โหลดใช้แทน ซึ่งบางสถานที่ที่ไม่มีชื่ออังกฤษอาจจะต้องใช้วิธีเสิร์ชชื่อภาษาจีนแล้วก๊อปปี้มาใส่เอา ส่วนแอพอื่น ๆ ที่เราใช้ค่อนข้างบ่อยเพิ่มเติมก็จะมี Baidu Map และ map.me เป็นอีกหนึ่งแอพที่สามารถบอกทางได้แม่นยำแถมเป็นภาษาอังกฤษอีกด้วย แค่มี 3 แอพนี้ก็มั่นใจ จะเดินทางไปไหนก็ไม่ต้องกลัววล

006 ภาษา / คำศัพท์ภาษาจีนพื้นฐาน

แม้ว่าการสื่อสารกับชาวจีนเราจะสามารถใช้แอปพลิเคชันช่วยได้อย่างสะดวกสบาย แต่การได้พูดคุยกันแบบตัวต่อตัว การได้ใช้เสียงของเราเอง การแสดงสีหน้าท่าทางของเราย่อมทำให้ความสัมพันธ์และการสื่อสาร เป็นไปในเชิงบวกได้มากกว่า ก่อนไปจีนนอกจากหนีห่าวแล้วก็ควรซ้อมคำสั้น ๆ คำอื่นไปเพิ่ม เช่น ขอบคุณ อร่อย ชอบ ห้องน้ำ หิว ฯลฯ ซึ่งคำพวกนี้ตามในอินเตอร์เน็ตเองก็มีสอน พอรู้นิดหน่อยก็จะดูเป็นนักท่องเที่ยวที่น่ารัก เป็นมิตร ฟีลเดียวกับเวลาเราชอบเห็นฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี พยายามพูดภาษาไทยนั่นล่ะ มันก็ดูน่ารักน่าเอ็นดู เผลอ ๆ เค้าอาจจะสอนศัพท์อื่นเราเพิ่มก็ได้นะ เพราะคนจีนจริง ๆ เค้าก็น่ารักกับนักท่องเที่ยวมาก ๆ ยิ่งคนจีนส่วนมากพอรู้ว่าเรามาจากไทยก็จะพูดภาษาไทยใส่เราด้วยวลีฮิตอย่าง สวัสดีค่าาา ไม่ว่าจะอาเจ๊อาเฮีย พูดคำเดียวเหมือนกันหมดเลย

ตัวช่วยกรณีฉุกเฉินสำหรับสื่อสารกับคนจีนขอยกให้ Google translate ผู้เชื่อมโยงคนทั้งโลกมาแล้วนักต่อนัก เพียงพิมพ์ประโยคที่เราต้องการพูดเป็นภาษาไทย แล้วเลือกภาษาที่จะให้แอพแปลเป็นภาษาจีน ทีนี้อยากจะยื่นให้เค้าอ่านหรือกดให้แอปออกเสียงก็ตามสะดวก หรือก่อนไปจะเซฟประโยคภาษาจีนที่คิดว่าจะได้ใช้ไว้ก่อนเลยก็ได้ จะได้ประหยัดเวลา เพราะพวกนี้ได้ใช้ชัวร์ไม่มั่วนิ่ม แถมคนจีนส่วนมากเวลาเราเข้าไปถามเค้าก็ยินดีช่วยเหลือเรากันดีมาก ๆ แม้ว่าจะดูพูดเสียงดังโวยวาย ดังไกลไปสามบ้านแปดบ้าน แรก ๆ ก็ตกใจทำไมต้องตะคอกด้วย พออยู่ไปสักพักอ้อ ฟีลเดียวกะอาม่าข้างบ้านเลยจ้า คือเสียงดังแต่ใจดี

ส่วนการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ภายในประเทศจีนไม่ว่าจะเป็นขอความช่วยเหลือกับโรงแรม รถเช่ากรณีที่เราเลือกเดินทางแบบ Private Car การขอข้อมูลเวลาไปเที่ยวบางสถานที่ เค้าจะมีแอพในการแชทคุยกันเป็นของตัวเองนั่นก็คือ WeChat ให้เทียบก็คือ LINE ของบ้านเรานั่นแหล่ะ ดังนั้นก่อนไปโหลดรอไว้ได้เลยจ้า นางเป็นช่องทางการติดต่อหลักที่สะดวกและแพร่หลายมากที่สุดในจีน ส่วนการติดต่อผ่าน LINE, Whatsapp หรือ Facebook กับคนที่ไทย ยังสามารถใช้ได้ปกติถ้าแกซื้อ SIM card จากไทยไปเลย หรือถ้าจะใช้เน็ตที่จีนเล่นแอปพลิเคชันเหล่านี้ก็ต้องมี VPN ติดเครื่องไปอีกหนึ่งแอพ เพราะที่จีนเค้าบล็อคหมดจ้า

007 เครื่องบิน

เดี๋ยวนี้เราสามารถเดินทางไปจีนได้ง่ายพอ ๆ กับเชียงใหม่แล้วนะรู้ยัง เพราะความฮิตติดลม และความเป็นกระแสฟรีวีซ่าในช่วงนี้นี่ล่ะทำให้สายการบินต่าง ๆ เปิดเส้นทางจีนกันเป็นว่าเล่น แต่ที่เราขอยกให้เป็นหนึ่งในใจ ไปจีนรอบไหนก็ไปกับเจ้านี้ ก็คือสายการบินต้นทุนต่ำที่ดีที่สุดในโลก 14 ปีซ้อนอย่าง AirAsia เจ้าหางแดงที่เราพูดถึงบ่อย ๆ นั่นเองจ้า ก็เค้าน่ะเป็นเจ้าเดียวที่มีเที่ยวบินสู่จีนมากที่สุด!!! หลายเมืองสุด!!!! แถมมีโปรโมชั่นบ่อยสุด!!!! ทั้งโปรศูนย์บาท โปรต้นปี กลางปี ปลายปี โปรเสาร์ โปรอาทิตย์ โปรเกิดอยากจะโปร ปั้ดโธ่วววว โปรเยอะขนาดนี้ตามไปหาดีลดี ๆ กด see first เพจนางไว้เลยก็แล้วกัน!!!! ออแต่ถ้าจะเพิ่มดีกรีความคุ้ม ก็ต้องกดจองแพ็กสุดคุ้มที่จองได้พร้อมตอนจองตั๋วไปด้วยนาจา เพราะถูกกว่าแบบธรรมดาสูงสุดถึง 20% แต่มาพร้อมความสะดวกครบครันทั้งบริการอาหารร้อน เลือกที่นั่งได้ตามใจ เพิ่มน้ำหนักถึง 20 กิโล และตบท้ายด้วยประกันการเดินทางไปอีกกกกก คุ้มจุก!!! แค่นี้ก็พร้อมจิกเกี๊ยะ สวมกี่เพ้า ไปเดินบด ๆ ยั่ว ๆ ให้ทั่วเมืองจีนละจ้า

เห็นมั้ยว่าจีนเที่ยวไม่ยากอย่างที่คิด แค่ทำตามขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเดินทางที่เราคัดสรรมาแล้วว่าสำคัญ จำเป็นต้องทำ เท่านี้การเดินทางในจีนทุกคนก็เหลือแค่ออกเดินทางไปหาประสบการณ์ที่สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ ดังสุภาษิตจีนที่ว่าหนทางหมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก และสำหรับใครหลายคนที่ยังหลอนกับคำว่าเมืองจีน เราขอให้แกลบอคติ แล้วก้าวออกไปดูโลกจริง ๆ จะได้รู้ว่าเมืองจีนก้าวไปไกลกว่าหลายประเทศมากแล้วในทุก ๆ ด้าน ไม่เชื่อก็ลองเสิร์ช รีวิวเที่ยวจีน แล้วลองไปดู ทีนี้ล่ะแกจะได้รู้ว่าการเริ่มที่ว่ายากก็ยังแพ้การต้องห้ามใจไม่ให้ไปจีนซ้ำแล้วซ้ำอีกต่างหากล่ะ