A mini guide to khon kaen { :

ขอนแก่น ดินแดนที่มักถูกละเลยด้วยทัศนคติเฉย ๆ จากนักท่องเที่ยว บ้างมองว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจ บ้างคิดว่าไร้ธรรมชาติจนพลาดสิ่งที่ซ่อนอยู่ อย่างไรก็ตามเรายังเชื่อฝังใจว่าในทุกท้องที่ย่อมมีเสน่ห์มนขลังที่ยังซ้อนไว้ รอให้นักเดินทางกางแผนที่เข้าไปพิสูจน์กัน และครั้งนี้เราขอพาทุกคนไปเที่ยวเมืองขอนแก่น อีกหนึ่งเมืองดังแดนอีสานบ้านเฮาที่พร้อมเปิดบ้านต้อนรับทุกๆ คน

การเดินทาง ↵

สำหรับใครที่เดินของมาขอนแก่นครั้งแรกก็ไม่ต้องกังวล เพราะหนทางการคมนาจรในเมืองแห่งนี้ครบ นอกจากจะมีตุ๊กๆ มี Taxi มีรถเช่าขับแล้ว ที่เมืองขอนแก่นเขายังมี ขอนแก่น City Bus สามสายหลักๆ ซึ่งสายสีเขียว ( บขส.3 – สนามบิน ) เป็นหนึ่งในสามสายที่รอบริการรับเราตั้งแต่สนามบินเลย สำหรับรถบัสของขอนแก่นถือว่าตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุด 2017 แบบเราได้เป็นอย่างดี มีไวไฟฟรีให้ผู้โดยสาร ราคาก็ก็ทำให้ยิ้มหน้าบานเพราะมีตังเพียง 15 บาทก็สามารถเที่ยวเมืองขอนแก่นได้สบาย แถมถ้าตกรถคันแรกก็ไม่ต้องรอจนเหนื่อยหน่าย หรือกระวนกระวายเพราะรถสายนี้มีตั้งแต่ 05:45 – 21:00 น. จ้า

นอกจากสายสีเขียวเส้นสนามบินแล้ว ยังมีอีกสองสายหลักได้แก่ สาย 24 สีแดงและสาย 24 สีน้ำเงินที่วิ่งครอบคลุมทั้งเมืองและให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเลย ซึ่งถ้าหลงทางหรือสับสนก็สามารถถามพี่คนขับได้เลย หรือจะแลกเหรียญพี่เขาก็มีให้แลกเปลี่ยนไม่ว่ากันนะ สนใจข้อมูลเพิ่มเติมก็ตามลิ้งค์นี่ไปเลย คลิกที่นี่

Guesthouse Bed Loaf Cafe’ 

สำหรับที่พักในขอนแก่นก็จะมีราคาให้เลือกหลายหลักตั้งแต่ร้อยยันพันเรียกได้ว่าตอบโจทย์กันทุกไลฟ์สไตล์ แต่ทริปขอนแก่น 2 คืนครั้งนี้เราพักที่ Guesthouse Bed Loaf Cafe’ ที่พักเท่ ๆ บนทำเลยอดเยี่ยมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยวิวทะเลสาบ หลังจากเช็คอินเรียบร้อยเราก็ลากของขึ้นไปเก็บที่ห้อง Suite With Lake View ห้องพักกว้าง ๆ ที่วาง Theme การตกแต่งแบบ Rustic พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สำคัญที่สุดคือวิวทะเลสาบที่สามารถมองเห็นได้จากปลายเตียงและห้องพักยังมีระเบียงให้เราออกไปนั่งชิลอีกด้วยจ้า

นอกจากห้องนอนจะกว้างใหญ่ ห้องน้ำภายในก็กว้างขวางเช่นกัน ซึ่งเดาจากขนาดน่าจะเข้าไปอาบน้ำพร้อมกันได้ถึง 5 คนเลยทีเดียวเชียว ซึ่งห้องน้ำเค้ามีแยกโซนเปียกโซนแห้งให้ด้วย เรียกว่าเอาใจกันสุดสุด

แค่เปิดม่านแล้วก้าวออกมานอกระเบียงเราก็ได้คู่เคียงกับทะเลสาบแบบฟิน ๆ ซึ่งแหล่งน้ำแห่งนี้มีนามว่า หนองบึงโคตร เป็นบึงที่ชาวบ้านใช้ประกอบสัมมาอาชีพในอดีต แต่ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และใช้จัดพิธีหรืออีเวนท์ต่าง ๆ ประจำจังหวัด ยิ่งไปกว่านั้นปกติวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่นี่จะสวยมาก แต่เราไปช่วงมรสุมเลยไม่ได้เก็บมุมนี้มาฝาก ( ขอโทษนะฮะ )

พอเก็บของสำรวจนู่นนี่นั่นตามประสาในห้องเรียบร้อย เราก็ลงมานั่งคาเฟ่ซึ่งอยู่ด้านล่างของห้องพัก ด้วยการตกแต่งที่ไม่ค่อยต่างจากห้องมากเท่าไรจึงคุมธีมและสไตล์ดิบ ๆ ได้ดี แต่ที่มีมากกว่าในห้องพักหน่อย ๆ คือการใช้โซ่มาห้อยดวงไฟทำให้ภายในร้านดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับพาเพื่อนพ้อง ญาติสนิทมิตรสหายสายกินมานั่งฟินนั่งสนทนาอะไรก็ว่าไปจ้า

อาหารในร้านจะเป็นแนว Twisted Food ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ ก็คือการผสมผสานเมนูหลากหลายตามที่เราคิดว่าลูกค้าน่าจะชอบ ทีเด็ดของร้านเราขอยกให้พิซซ่าสี่ฤดูที่หน้าฟูไปด้วยเครื่องบนแป้งบางกรอบกัดกี่รอบก็โดนใจจริงๆ

Columbo Craft Village 

หลังจากเพิ่มพลังกับพิซซ่าถาดใหญ่ เราก็ออกเดินทางไปกันที่  Columbo Craft Village ชุมชนเล็ก ๆ ที่เกิดจากการรวมตัวของผู้มีใจรักในงานศิลป์ ที่อินกันจนร่วมมือพัฒนากลุ่มอาคารรอบสนามหญ้าน้อยๆ จนเป็นแหล่งรวมงานฝีมือน่ารักๆ

ภายในหมู่บ้านโคลัมโบจะมีร้านงานคราฟหลัก ๆ อยู่ 4 ร้านได้แก่

  • Numgunde Studio หรือ นำกันเด๊ะ ซึ่งเป็นภาษาอีสานแปลว่า ด้วยกัน ที่ที่ซึ่งสร้างสรรค์กระเป๋า หมวก และของใช้ที่ทำจากผ้าสีสันสดใส
  • Yub Shop Studio ร้านของนักวาดการ์ตูนหนุ่มที่รับวาดภาพโปสการ์ด และงานอาร์ตชิ้นใหญ่ ๆ เช่นกัน
  • Clay-more ร้านปั้นดินเป็นศิลปะซึ่งเจ้าของร้านก็เป็นถึงอาจารย์สอนสถาปัตย์ ซึ่งที่นี่จะมี Workshop ล้ำ ๆ เป็นกิจกรรมที่สามารถทำร่วมกันได้ด้วย
  • Woodhaus ร้านงานไม้และงานปักผ้าของคู่สามีภรรยาไทย-อเมริกันฮะ

นอกจากร้านงานฝีมือแล้วที่นี่ยังมีร้านอาหารดีๆ ไว้บริการเราอีกด้วยซึ่งนั่นก็คือร้าน 1309 Handcraft Cuisine เป็นลักษณะร้านอาหารที่มีกระจกหลายๆ บานทำเป็นผนังรอบล้อม ส่วนเมนูเด็ดที่ต้องลองก็จะเป็นสเต๊ก แฮมเบอร์เกอร์ และแซนด์วิชที่อร่อยคุ้มเกินราคาแน่นอน

Cafe’ de forest

เสพย์งานศิลป์จนฟินใจก็ถึงเวลาไปต่ออีกหนึ่งร้านกาแฟดัง Coffee and Bakery ร้านที่นักท่องเที่ยวคอกาแฟอาจงอแงถ้าพลาดชิม ทั้งกาแฟไทยและกาแฟอิตาลี แถมยังเมนูชาบริการด้วย ส่วน Concept ของร้านก็ตามชื่อเลยฮะ Cafe’ de forest เป็นร้านกาแฟร่มรื่นและใกล้ชิดธรรมชาติด้วยการที่ตัวร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ จึงมั่นใจได้ว่าเราจะได้จิบกาแฟไป ชมสิ่งแวดล้อมเขียว ๆ ไปแน่นอน

Khonkaen Walking Street

เสร็จจากการจิบคอฟฟี่เพลิน ๆ ก็ได้เวลาเดินเล่นกันที่ Walking Street (ถนนคนเดิน) หรือตลาดนัดท้องถิ่นของคนขอนแก่นที่บริเวณหน้าสำนักงานที่ดินซึ่งก็อยู่ด้านหน้าร้านกาแฟ Cafe’ de forest เลย ถนนคนเดินแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นในปีพศ. 2553 โดยมีจุดประสงค์สนับสนุนกระตุ้นการค้าขายยามเย็นช่วงพนักงานเลิกงาน และเป็นที่ ๆ ให้เด็กนักศึกษารวมทั้งประชาชนทั่วไปได้มาปล่อยของ ปล่อยไอเดีย ผ่านสินค้าและบริการของตัวเองฮะ

ณ แลนด์มาร์คแห่งนี้จะมีสินค้าพื้นเมืองของภาคอีสาน มีงานหัตถกรรมพื้นบ้าน งานศิลปะ งานแฮนด์เมด งานเปิดหมวกเล่นดนตรีของน้อง ๆ พี่ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยอขนแก่น รวมทั้งงานไอเดียโลดแล่นที่ขนมาแสดง ขนมาขายกันเต็มบริเวณรวมแล้วมากกว่า 700 ร้านทีเดียว และสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเรา ๆ ถ้าสนใจก็ไปกันได้ทุกวันเสาร์ตั้งแต่เวลาห้าโมงเย็นจนถึงสี่ทุ่มครึ่งหรือเที่ยงคืนเลยฮะ

โบโบ้ เครปนมสด

ต่อให้ถนนคนเดินจะมีของกินล่อตาล่อใจมากแค่ไหน แต่ยังไงกระเพราะอาหารต้องเผื่อที่ว่างหนึ่งในสี่ของกะเพาะไว้สำหรับของหวาน เพราะเราจะพาไปชิมร้านเครปที่โด่งดังปังแบบเด็ก มข แวะมารอซื้อแทบทุกคน โบโบ้ เป็นเครปนมสดมีจุดเด่นที่ไส้เน้นๆ แบบจัดเต็มส่วนแป้งรสจะเค็มกว่าเจ้าอื่นนิดหน่อย แต่นุ่มอร่อยแบบไม่ผิดหวังแน่นอน นี่ขนาดเรามาวันฝนตกคนยังพกร่มมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสายเลย

ความหลากหลายของไส้ก็ได้ใจเราสุดๆ ราวกับไปฉุดทุกวัตถุดิบบนโลกมาไว้ที่นี่ ทั้งไส้คาว ไส้หวาน มีให้เลือกจนยิ้มหน้าบานแน่นอน แต่ไส้เด็ดที่เราแนะนำก็จะเป็นหน้าผักโขมอบชีสที่เรารู้สึกแปลกและไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน

ถนนหลังมอ

เตร็ดเตร่ร่อนเร่จนถึงสามทุ่ม ก็ได้เวลาทำตัวเป็นเด็กหนุ่มอีกครั้งกับถนนหลังมอ แหล่งชอบพอของวัยรุ่นท้องถิ่น ถ้าสายกินเชิญ Walking Street ถ้าสายดีดให้มาหลังมอ ถ้าอยากต่อก็ไป U-Bar ถ้าเริ่มล้ามานั่ง Be-To-Sit ไหวอีกนิดก็สะกิดจีบเด็กขอนแก่น ….ก็..ประมาณนั้น

ถ้าถามเด็ก มข ว่าคืนนี้ไปเมาที่ไหน 90 คะแนนก็จะไปหยุดที่ U-Bar แต่ถ้าเอาแค่ถนนเส้นหลังมอที่เราเดินอยู่ ดูก็รู้ว่าน่าจะเป็นร้าน Be-To-Sit ที่ ณ เวลานั้นผู้คนเริ่มทยอยไปนั่งใกล้ชิดเบียดเสียดกันสุด เราก็ไม่รอช้ารีบไปร่วมปาร์ตี้ด้วยทันทีจนรู้สึกตัวอีกทีก็ภาพตัดเรียบร้อยจ้า

เอมโอช

นอนยาวสลบไสลในสไตล์ จ ะ เ ที่ ย ว ไ ป ไ ห น จนค่อนสาย เราก็รวบรวมพลังกายทั้งหมดแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ แล้วก็ไปทานมื้อเช้ากันที่ร้านอาหารเอมโอช ร้านอาหารสไตล์เวียดนามที่อยู่กับขอนแก่นมาช้านาน ตัวร้านจะตั้งอยู่ตรงข้ามโรงแรมรามา ส่วนเวลาเปิดก็ดี๊ย์ดีตั้งแต่ตีสี่จนถึงบ่ายโมง

เมนูต้องห้ามพลาดก็มีมายมาย ทั้งไข่กระทะที่เสริฟพร้อมกับขนมปังยัดไส้ ซึ่งอร่ยมากอยากให้ลองไปชิม อีกทั้งหมูยอ กุญเชียงที่ทอดมาแบบไม่อมน้ำมันกินกันไม่เลี่ยน ก๋วยจั๊บญวนและต้มเลือดหมูก็อูมามิ อร่อยแบบทะลุมิติกันไปเลย ส่วนเครื่องดื่มที่นี่ก็จมีชา กาแฟและน้ำส้มให้เลือกกันได้ตามความชอบความนิยมกันไปเลย

Neighbour Café ↵

Neighbour Café ร้านกาแฟเล็กๆ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของสองสาวพี่น้อง ฝน-ณัฐวิภา เอมอิ่มธรรม และ แพร-พีรญา เอมอิ่มธรรม ที่เคยแอบฝันว่าอยากมีคาเฟ่ที่ให้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนเพื่อนบ้าน ร้านตกแต่งภายใต้ concept มาบ้านเพื่อน ดังนั้น mood and tone ก็จะโดนความอบอุ่น ผ่อนคลายสบายใจ

 

และระหว่างที่เรานั่งจิบอเมริกาโนอยู่ ห่างตาก็ดันเหล่ไปพบร้านอาหารที่ดูดีมีเสน่ห์แถมชื่อก็เท่ห์นามว่า เย็นเต็ก ซึ่งเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ภายใต้ concept บ้านโบราณย้อนยุค Look ดี ๆ ที่ควรมาเยือนสักครั้งถ้ามาที่ขอนแก่น

Mamafaka Gallery ↵

MAMAFAKA GALLERY สถานที่ ๆ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึง MAMAFAKA หรือ ตั้ม-พฤษ์พล มุกดาสนิท ผู้สร้างคาแรกเตอร์อันน่าจดจำอย่าง Mr.Hell Yeah!ที่ได้จากโลกใบนี้ไปแต่ได้ฝากผลงานไว้ให้คนข้างหลังจดจำ โดยพื้นที่ประมาณ 80 ตารางเมตรได้รับการสร้างสรรค์เป็นเขตพื้นที่แสดงแกลอรี่ผลงานของพี่เขา

โดยทางเดินในแกลอรี่จะมีผลงานจัดแสดงให้เราชื่นชมตลอดทาง จัดวางเป็นโซน ๆ โดยที่จะมีห้องหนึ่งซึ่งจัดแสดงอุปกรณ์และเครื่องมือของใช้ต่าง ๆ ของพี่เขานี้และมีลายเซ็น MAMAFAKA ประดับไว้ด้วย

Jufang Avani ↵

ยังไม่ได้ทันจะทำอะไรเวลาก็ผ่านไปจนจะใกล้เที่ยง เราเลยบอกลา Mamafaka Gallery เพื่อไปต่อมื้อเที่ยงกันที่ Jufang Avani ภัตตาคารอาหารกวางตุ้งที่ห้องอาหาร Jufang ของ AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre ซึ่งเป็นร้านอาหารแนวกว้างตุ้งที่เปิดให้บริการในมื้อกลางวันและมื้อเย็นประจำโรงแรมอวานี่ซึ่งเป็นหนึ่งในเชนโรงแรมใหญ่ระดับประเทศ (และขยายสาขาไปต่างประเทศด้วยนะ) ดังนั้นมั่นใจในคุณภาพของอาหารได้เลย

นอกจากติ่มซำที่อร่อยยังมีเมนูเรียกน้ำย่อยอีกมากให้ฝากปากฝากท้องลองเดินตักตามอัธยาศัย ส่วนอีกหนึ่งไฮไลท์ก็จะเป็นเมนูก๋วยเตี๋ยว ( บะหมี่เซียงไฮ้หรือจะเรียกว่าราเมียนก็ได้ ) โดยที่ทางโรงแรมทำเส้นปรุงสดให้ทานกันชามต่อชามเลย ซึ่งจะให้ดีเสิร์ฟปุ๊บต้องกินปั๊บเส้นจะได้ไม่อืดจ้า

หลังจากสั่งโน่นสั่งนี้ รู้ตัวอีกทีก็มีอาหารเต็มโต๊ะ ทั้งติ่มซำหลากหลายหน้า เป็ดย่างก็มา คะน้าเห็ดน้ำมันหอยก็มี หมูอบซอสฮ่องกงก็ดี กินกันเปรมปรีดิ์ด้วยราคาดี ๆ มีโปรโมชั่น 4 จ่าย 3 ไปอีก พ่อแม่พี่น้อง ญาติสนิทมิตรสหาย หรือใครมีโอกาสมาเที่ยวก็อย่าลืมมาทานอาหารที่นี่กันนะ

เขื่อนอุบลรัตน์ ↵

จากโรงแรม AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre เราออกนอกเมืองมาต่อกันที่เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของประเทศไทยที่สร้างขึ้นถัดจากเขื่อนภูมิพล โดยเขื่อนอุบลรัตน์ตั้งอยู่ที่ตำบลเขื่อนอุบลรัตน์ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และ ตำบลโนนสัง อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งถ้ามาเที่ยวมาดูแล้วจะรู้ว่าที่นี่ต้องดีต่อชัตเตอร์แน่นอน ยิ่งแสงยามเช้ายามเย็นต้องเป็นใจให้ได้ภาพสวย ๆ กลับบ้านชัวร์

เก็บภาพจนเต็มอิ่มเราก็พากันไปที่ท้ายเขื่อน เพื่อไปนั่งชิวเอาเท้าจุ่มน้ำ สั่งอาหารมานั่งทานเล่นกันบนแพ ซึ่งขอบอกว่าที่นี่บรรยากาศดีมากแถมร้านอาหารก็มีให้เลือกนั่งเต็มไปหมด บอกตรงนี้เลยว่าเหมาะแก่การมานั่งจกส้มตำ ข้าวเหนียว รสชาติแซ่บถึงเครื่องแดนอีสานแบบหมู่เฮาที่สุด

ตลาดต้นตาล ↵

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คในเมืองของแก่นที่ต้องห้ามพลาดก็คือตลาดต้นตาล หรือ Ton Tann Market ที่นี่เป็นแหล่งช็อปเด็ด ๆ แนวใหม่ที่มีไว้ให้เดินเล่นสบาย ๆ หลังเลิกงาน เลิกเรียน ซึ่งภายในโครงการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 6 โซนดังตามนี้

  • ตาลฟ้า ราคาประหยัด ที่ ๆ จัดแสดงสิ้นค้าเปิดท้ายและสินค้ามือสอง
  • ตาลแดง แสดงสินค้า เสื้อผ้าหน้าผม หาของชื่นชมกันที่นี่ฮะ
  • ตาลขาว ทานข้าวกัน ตามชื่อเลยจ้า เป็นจุดอาหารราคาประหยัดที่จัดขายบนรถเข็นฮะ
  • ตาลส้ม ชมพระอาทิตย์ ลานกว้างที่สามารถจุคนได้ถึง 250 ชีวิตไว้สำหรับชมวิวและงานแสดงต่าง
  • ตาลเหลือง เรื่องอาร์ทๆ เป็นจุดห้ามพลาดสำหรับสินค้าทำมือ หรือสินค้า Handmade เก๋ ๆ จ้า
  • ตาลเขียว เที่ยวธรรมชาติ สายซื้อต้นไม้กลับบ้านต้องมาเยี่ยมลานขายพันธุ์พืชที่นี่นะ

เดินชิมเพลิน ๆ ก็เผลอตั้งใจมาสร้างไขมันส่วนเกินกับขนมปังปิ้งไส้ทะลักที่ร้าน H2 ซึ่งจริง ๆ เป็นร้านขายเครื่องดื่มภายใต้สโลแกน Drinking Healthy Makes you Happy เครื่องดื่มดี ๆ รสชาติอร่อยที่คนไปรอคอยต่อแถวเยอะมาก เป็นที่สนใจขนาดนี้เราไม่พลาดลองอยู่แล้วทั้งน้ำปั่น ทั้งขนมปังปิ้งไส้ทะลัก

ร้านโจ๊ก จั๊บ บัตรคิว ↵

ไหน ๆ ก็เลยเถิดกับเรื่องกิน อินกันมาทั้งวัน เพราะฉะนั้นก็ขอต่ออีกหนึ่งร้านที่ดังมาก “ร้านโจ๊ก จั๊บ บัตรคิว” ซึ่งร้านตั้งอยู่ห่างจากตลาดต้นตาลประมาณ 10 นาที ร้านบัตรคิวนี้เป็นร้านที่พี่น้องชาวขอนแก่นยืนยันหนักแน่นกับเราทุกคนว่าต้องมาลองให้ได้ พอถึงหน้าร้านก็สัมผัสได้เลยว่าคนแน่นจริง และถึงแม้จะเป็นแค่ร้านรถเข็นที่มีคนมุงเต็มไปหมด และพอดูไปใกล้ ๆ จะเห็นหม้อยักษ์สามหม้อใหญ่ที่มีของกินหอม ๆ อุ่นร้อนอยู่ในนั้น

โจ๊ก ก๋วยจั๊บ ต้มเส้น ถ้าจัดมาแยกจานก็คงเฉย ๆ ไม่มีปรากฏการณ์อัศจรรย์อะไร แต่นี่เล่นใส่ทุกอย่างมาพร้อมกันเลยตะลึงงั้นแบบ Unseen in ขอนแก่น เป็นไอเดียที่โลดแล่นไม่มีในเหนือใต้ตกออก แค่ขอบอกว่าอีสานมีนะนาย หน้าตาเธออาจจะงง ๆ ว่าตกลงกินได้ใช่ไหม แต่พอใส่ปากเข้าไปก็ต้องร้องว่าอร่อยยยยยยย เชื่อเรา เรากินมาแล้ว!

HOBS ↵

ส่งท้ายคืนวันที่สองด้วยการปนั่งชิลผ่อนคลายกันสักนิดกับแลนด์มาร์คที่สร้างโดยซีนิท พลาซ่ากับ Hugz Mall ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งแรกกลางเมืองขอนแก่นจ้า ตัวอาคารจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 โซนได้แก่ อาหาร บริการและซุปเปอร์มาเก็ต ซึ่งเราก็ดันมาเจอร้านเด็ดที่ชอบมากๆ นั่นก็คือ HOBS นั่นเอง ไหนๆ ก็มาที่นี่ พี่ก็นั่งชิลเม้ามอยเอนจอยดริ้งกิ้งกันยาวๆ จนหมดไปหนึ่งคืนฟินๆ อินขอนแก่นจ้า

แล้วแต่ กะเพราแท้ ↵

ด้วยความเป็น จ ะ เ ที่ ย ว ไ ป ไ ห น ต้องห้ามตื่นไวตอนไก่โห่ และหลังจากตื่นแล้วก็ต้องโอ้เอ้หยิบมือถือมาสไลด์หน้าจอดูข่าวสารบ้านเมือง จนเวลาใกล้เที่ยงถึงได้สปริงร่างกายและจิตวิญญาณออกมาจากเตียงเพื่ออาบน้ำเก็บของพร้อมลงไปเช็คเอาท์ พอเรียบร้อยก็ตรงดิ่งไปฝากท้องมื้อเช้า+มื้อเที่ยงที่ แล้วแต่ กะเพราแท้ ร้านอาหารที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่นและนักดนตรีอินดี้ บอกเพียงแค่นี้ที่นี่ย่อมมีความพิเศษไม่เหมือนใครเกิดขึ้นแน่นอน ความแปลกแหวกแนวของทางร้านจะอยู่ที่ภาชนะใส่กะเพราซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ บางทีเป็นจาน บางทีเป็นปิ่นโต พาลไปยังหม้อหุงข้าวหรือเครื่องปั่นน้ำผลไม้ อย่างไรก็ตามทางร้านก็ใส่ใจความสะอาดกับทุกจานที่เสริฟจริงๆ

ร้านจะเต็มไปด้วยนักศึกษาเนื่องจากราคาที่เป็นมิตรบวกกับ Concept เกรียนโดนใจซึ่งต่างฝ่ายต่างลุ้นว่าจะได้อะไรมาแทนจานข้าวปกติของตนก่อนจะมาอวดบน Social ให้ทุกคนได้ดูกัน

ดูน้องๆ นั่งลุ้น เราก็เริ่มลนว่าตัวเองจะได้อะไร ผ่างงงง!! แบบนี้ก็ได้เหรอ เธอล่อใส่ข้าวมาในไหที่ต้องใช้กระบวยตักข้าวสาวไข่ดาวขึ้นมา และที่เด็ดกว่าคือกะเพราในกระถางนิ้วเท้าที่ให้ฟีลปวดร้าวเหมือนโดนเท้าเข้าปากจริง ๆ ฮะ (อย่างไรก็ตาม รสชาติก็โอเคใช้ได้เลยนะ)

อาหาร 50 ปี วิศวะรวมใจ ↵

ไหนๆ ก็อยู่ใกล้ มข แล้ว เลยขอเข้ามาชมอาคาร 50 ปี วิศวะรวมใจกันหน่อย อาคารแห่งนี้สร้างเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งคณะวิศวกรรมศาสตร์ครบ 50 ปีโดยใช้ประโยชน์เพื่อการเรียนการสอนและกิจกรรม และยังนำระบบต่าง ๆ ทางวิศวกรรมศาสตร์มาประยุกต์เพื่อให้เป็นจุดศึกษาของนักเรียนและผู้คนที่สนใจอีกด้วย แต่สิ่งที่ดีงาม ก็คือความสวยของดีไซน์ตัวตึกที่ถ้านึกอยากเป็นนายแบบนางแบบก็มาโพสต์ท่าถ่ายรูปที่นี่ได้เลย

ใครชอบถ่ายภาพแนวสถาปัตยกรรม หรือแสงเล่นเงาตามตึกล้ำๆ เท่ๆ ก็อยากให้ลองเฮมาที่นี่กันนะ รับรองว่าได้ภาพคูลๆ ให้คนในโลก Online ดูแน่นอน แต่ว่าก็อย่าส่งเสียงดังหรือรบกวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่กำลังตั้งใจเรียนกันนะ

Eights A Day ↵

จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นประมาณ 8 นาที เราก็มาอยู่กันที่ Eights A day ร้านคาเฟ่ บวก Co – Working Space ที่มาใน Concept Rustic ไม้ๆ เรียบๆ สร้างบรรยากาศอบอุ่นน่านั่งหนุนหมอนนอนอ่านหนังสือยาวๆ นอกเหนือจากบรรยากาศจะดี บาริสต้าที่นี่ก็หน้าตาน่ารัก น่าทักทายอีกต่างหาก

ส่วนเมนูก็มีให้ดูให้เลือกหลากหลายทั้ง ชา กาแฟ เบเกอรี่ ซึ่งพี่ๆ พนักงานเขาสามารถให้คำแนะนำได้ในกรณีเลือกไม่ถูก และขอแสดงความยินดีกับสาย Cold Brew เพราะที่นี่รสชาติจะ Cool มากๆ เหมาะสำหรับคนชอบดื่มกาแฟที่มีเทสฟรุตตี้นิดๆ สมุนไพรหน่อยๆ จ้า

ปล. กาแฟที่นี่จะรสชาติค่อนข้างหวาน ใครไม่ใคร่ทานอย่าลืมบอกพี่เขาลดหวานนิดหน่อยเด้อ

ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น ↵

เขยิบมาอีกนิดเราก็จะพบกับศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกที่ได้รับการก่อสร้างเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ ซึ่งศูนย์ประชุมนี้สามารถรองรับการจัดงานประชุมได้ถึง 8,000 ที่นั่งจึงใช้ในการจัดงานสำคัญ ๆ และยังเป็นสถานที่จัดงานพีธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่นอีกด้วย

เดินมาข้างๆ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก เราก็พบกับทิวต้นสนที่ขึ้นเรียงกัน และข้างๆ ก็เป็นทางปั่นจักรยานที่คู่ขนานไปทางอ่างเก็บน้ำ ซึ่งเราคิดว่าถ้าน้องนักศึกษาสาวจัดเดรสสีขาวๆ ใส่หมวก ทำตัวคาวาอี้หน่อยๆ มายืนโพสต์ท่าน่าจะได้ฟีลลิ่ง in Japan เลยนะ

Terminal Cafe ↵

หลังจากเดินเล่นชิล ๆ เก็บภาพเรียบร้อย เราก็เคลื่อนพลมาต่อกันที่ร้านคาเฟ่ที่ดีไซน์โอเคมี Concept ชัดกับ Termincal Cafe ร้านกาแฟเท่ ๆ ที่ Set ทุกอย่างให้เกี่ยวข้องกับทางรถไฟตามที่ตั้งของร้านซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับรางรถไฟเลยจ้า

การตกแต่งของร้านก็ยืนพื้นด้วยปูนเปลือยตามสมัยนิยมแต่ผสมเฟอร์นิเจอร์ และของประดับราวกับเรานั่งอยู่ที่สถานีรถไฟ โดยในร้านจะมีทั้งป้ายสถานี เก้าอี้นั่งรอขบวนรถ ระฆังนายสถานีซึ่งรวม ๆ แล้วออกมาดีมีจุดขายที่ชัดเจนมาก ส่วนทางเมนูก็หลากหลายอยู่ทั้งคาวหวาน ชา กาแฟ ส่วนกลางคืนก็มีดนตรีสดบรรเลงให้เราครื้นเครงพร้อมเครื่องดื่มมีฟองด้วยฮะ

หลังจากอิ่มเอมกับการเพิ่มแคลอรี่ ก็ถึงเวลาเดินเล่นเอ็นจอยเก็บภาพบรรยากาศรอบ ๆ รางรถไฟ ซึ่งถ้าใครไปแถวนี้ห้ามลืมมาที่นี่เด็ดขาด เพราะมีมุมสวยๆ ต้องห้ามพลาดเยอะอยู่ทีเดียว

ปั้นแป้ง ↵

เส้นทางการเดินกินยังไม่ฟิน ยังไม่จบจนกว่าจะได้พบร้านปั้นแป้งตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย เสียงย่อมยอปั้นแป้งอร่อยไปทั่วหล้าาาาา สำหรับ ปั้นแป้ง เป็นร้านขนมเล็ก ๆ แต่น่ารักอบอุ่นในบรรยากาศบ้านไม้สีขาวหลังคาแดงที่สามารถแวะสั่งเค้กนั่งทานได้ทั้ง indoor และ outdoor ซึ่งรอบรอบบ้านก็มีสนามหญ้าเขียวเขียวให้นั่งได้สบายตากันยาวๆ ฮะ

ด้วยความอันนั้นก็ดี อันนี้ก็โดน เผลอสั่งเค้กกันไปสี่หน้าเลยจร้า แต่กว่าจะได้สี่รสนี้ก็เอาเราตาลายกับความหลากหลายของเมนูเหมือนกันนะ ส่วนรสชาติเป็นไง ก็จะบอกให้ว่าถูกใจมากๆ สมกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่นำทางให้เรามา เป็นการบอกลาทริปที่ทั้งฟิน ทั้งอิ่มเอมเปรมปรีย์ดีต่อใจจริงๆ

ถ้าใครติดตามเรามาทุกทริป เรามักจะกระซิบบอกเสมอว่าเชื่อเถอะว่าทุกๆ ที่เขามีเสน่ห์เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร มีความงดงาม มีความสุขและวิถีชีวิตที่แฝงไว้ให้ใครต่อใครไปค้นพบและกลับมาบอกเล่าต่ออย่างไม่รู้จบเป็นวงจรที่พัฒนาการท่องเที่ยวและสังคมอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง และทั้งหมดนี้ก็คือขอนแก่นดินแดนที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่ในความเป็นจริงมีสิ่งที่ดีงามซ่อนอยู่ การเดินทางมาเยี่ยมมาดูก็ง่าย แถมค่าใช้จ่ายก็สบายกระเป๋า เหมาะสำหรับทริปเบาๆ แบบวันเดย์ทัวร์ หรือจะเอาชัวร์ๆ พักสักคืนก็ดีนะฮะ

เชื่อเราเถอะว่าการออกเดินทางมันดี๊ดี มันอาจต้องมีเสียตังนิดหน่อย สอยเวลาเราไปบ้าง แต่สิ่งที่พบเจอระหว่างทางอาจเป็นคำตอบของคำถามที่แกรหามาทั้งชีวิตก็ได้นะ

จ ะ เ ที่ ย ว ไ ป ไ ห น เหรอ ตามพวกเราไปสิเธอแล้วจะรู้เอ๊งง!!

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก