เหนื่อยไหม?

ยามไปเขาใหญ่แล้วต้องตะลอนไปค่อนวันเพื่อหาที่พักหรูๆ หา Cafe คูลๆ หรือหาวิวเพื่อดูกับคนที่รัก จนบางทีเราก็ลืมไปว่าสาเหตุของการไปเขาใหญ่นั้น คือตั้งใจไปพักผ่อน หลีกหนีจากอากาศร้อนๆ และความวุ่นวายใดๆทั้งหมดทั้งมวลที่ชวนให้คิดถึงวันทำงาน เพราะฉะนั้น วันนี้ จ ะ เ ที่ ย ว ไ ป ไ ห น จะพาไป Slow Life อย่างแท้ทรู พาทุกคนไปพักอยู่ในรีสอร์ตสไตล์ Italy ที่ดีงาม ครบเครื่องทุกความต้องการทั้งที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ เบเกอร์รี ฟิตเน็ต สระและสปาดี๊ดีย์ฉบับปังปังรับลมหนาว ภายใน 3 วัน 2 คืนที่ Toscana Valley อาล่ะ พร้อมแล้วก็ตามเรามาเลย!!

จินตนาการถึงพื้นที่ที่มากกว่า 2,500 ไร่ซึ่งโอบล้อมไปด้วยขุนเขา ลำเนาไพร ธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ และใจกลางนั้นเป็นจุดที่ตั้งของ Toscana Valley รีสอร์ตและที่พักเท่ๆ ที่ได้รับการออกแบบในสไตล์อิตาลีได้ถึงอรรถรสติดยศให้กับความเนี๊ยบของสถาปัตยกรรมของทั้ง 2 โซนใหญ่ ซึ่งได้แก่ Town Square Suites ที่ได้รับแรงบันดาลจากลานสาธารณะใจกลางเมืองของอิตาลีและโซน Hotel La Casetta ที่จะคล้ายบ้านพักตากอากาศของอิตาลีเช่นกัน

⌈ Town Square ⌋

โซนที่เป็นเหมือนดั่งลานสาธารณะใจกลางเมืองของอิตาลี อาคารสไตล์ Low-Rise ที่ไม่สูงจนเกินไปในสีเหลืองๆ ส้มๆพาสเทลเข้ากันได้ดีกับ ต้นไม้ ใบหญ้าและท้องฟ้า และทัศนียภาพมุมกว้างของเขาใหญ่ พอรวมรวมมันก็เลยออกมาเป็นภาพที่น่าประทับใจและให้ความรู้สึกผ่อนคลายสุดๆ ซึ่งในโซน Town Square นี้ก็จะมีทะเลสาบและสนามกอล์ฟไว้รองรับสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการทำกิจกรรมต่างๆกับครอบครัว หรือเพื่อนฝูงอีกด้วย

  • Room

โซน Town Square จะมีห้องพักทั้งหมด 41 ห้องจาก 4 อาคารที่ครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเข้าพักแบบสบายๆ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ โซนทานอาหาร ไวไฟ มินิบาร์ และอื่นๆ ซึ่งนอกจาก Facilities ที่ครบครัน มุมต่างๆของทางรีสอร์ตนั้นก็สามารถเก็บภาพสวยสวยอวยตัวเองว่าอยู่เมืองนอกได้เลยนะแกร!

Horizon View  : ห้องพักที่เหมาะสมสำหรับชมวิวเขาใหญ่ที่ได้ใจที่สุดด้วยระเบียงของห้องพักที่หันหน้าเข้าหาทิศที่ตะวันตกดินพอดี ส่วนขนาดห้องนี้ก็ใหญ่ถึง 80 Sq.m พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จัดไว้เป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกห้อง เพื่อรับรองความสุข ความชิลและประสบการณ์พักผ่อนที่ดีที่สุดของทุกๆคนฮะ

มาที่ห้องน้ำก็เว่อร์วังอลังการ สนุกสนานกันได้ทั้งจะลงอ่าง Jacuzzi เพื่อตีฟองนอนถ่ายรูปเล่น หรือถ้าขี้เกียจแช่ก็มีห้องอาบน้ำแบบฝักบัว ส่วนใครที่กลัวเปียกเปอะเลอะเทอะก็ไม่ต้องกังวล เพราะห้องน้ำที่นี่เขาแยกโซนแห้งกับโซนเปียกไว้อย่างดี และหลังจากอาบน้ำเสร็จก็มีที่เป่าผมเสร็จสรรพเรียบร้อยทยอยแต่งตัวสวยๆออกไปเดินเล่นข้างนอกต่อได้เลย

เอาล่ะ มาที่จุดที่พีคที่สุดของห้อง Horizon View กันนั่นก็คือภาพวิวสุดคูล ซึ่งสามารถดูได้จากระเบียงห้องพัก เริ่มจากภาพมุมกว้างแบบของโครงการ Town Square Suites เงยขึ้นไปสะดุดตากับทิวเขาใหญ่ยาวๆ ลากไปจรดยังท้องฟ้าของที่นี่ ( เสียดายวันที่เรามาฟ้ามืดหน่อยๆ ) ยิ่งถ้าได้มากับใครสักคนที่ทำให้ใจเราเต้นแรงทุกครั้งที่สบตา..คงเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากทีเดียว

Mountain View : ห้องที่มีวิวเป๊ะปังเหมือนดัง Horizon View เช่นกันแต่จุดเด่นอย่างหนึ่งของห้อง Mountain View นี่คือการจัดว่าง Interior Design ที่ทำให้ห้องนี่ดูกว้างและสบายตาเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการภาพแนวมินิมอล หรือ สายพอร์ทเทรจประดุจเป็นนางแบบหรือนายแบบ  ของนิตยสารเก๋ๆ ก็จัดได้สบายชัตเตอร์เลยนะ

  • VinoCafé and Wine Bar

VinoCafé and Wine Bar เป็นร้านอาหารที่เหมาะจะนั่งใช้เวลานานๆกับคนสำคัญ ด้วย concept และการบริการที่เป็นมากกว่าร้านอาหารเพราะทางรีสอร์ตตั้งใจให้ผู้มาเยือนทุกคนได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนอิตาลีที่แฝงอยู่ในทุกดีเทลของ outlet แห่งนี้ ซึ่งที่นี่ยังมีกาแฟสดบริการ มีห้องไวน์สำหรับสายดื่มที่แท้ทรู หรือจะดูของฝาก ของที่ระลึกที่นี่ก็มีขายจร้า

ด้วยบรรยากาศที่ชิวกับเพลงแจ๊สที่ลอยปลิวอยู่ในอากาศถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะทำตัวอืดอาด ช้าบ้าง ผ่อนคลายบ้าง ปลดล็อคสมอง ล่องใจไปกับอาหารดีดีสักจาน กาแฟร้อนร้อนสักแก้ว หรือรอยยิ้มจากคนรักข้างข้างสักคน ซึ่งเราแนะนำให้มาโดนในวันศุกร์เพราะจะมี Live Brand มาแสดงที่นี่ให้เราฟังกันอารมณ์ดีมีความสุขนะเออ

  • 223 Pasticceria

ร้าน Bakery ในวิถี Homemade แบบชาวอิตาเลี่ยนแท้ๆ ซึ่งแค่เดินผ่านเราก็จะได้กลิ่นหอมที่จะสูดจนจมูกเกือบบาน 223 Pasticceria จะขายขนมปัง บิสกิตและไอศกรีมที่ทางรีสอร์ตทำขึ้นเองด้วยวัตถุดิบคุณภาพและรับรองว่าทุกคนที่ได้ชิมจะคิดถึงรสชาติที่เคยลิ้มลองและหลงรักสมัยเรายังเป็นเด็กๆแน่นอน ( ทางร้านเขาการันตีเอาไว้แบบนี้เลย อิอิ )

  • Caffe Del Museo

ร้านอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจใน concept “Museo” หรือพิพิธภัณฑ์ของทางอิตาลี ดังนั้นทั้งอาหาร การตกแต่ง และสิ่งแวดล้อมย่อมมีกลิ่นอายของประเทศนี้อยู่แน่นอน Caffe Del Museo เป็นภัตตาคารที่เสิร์ฟ All Day Dining ( ทั้งวันฮะ ) โดยมื้อเช้าจะเป็นไลน์ Buffet ส่วนกลางวันและเย็นจะเป็น A La Carte เมนู และแน่นอนว่าเซฟใหญ่ของที่นี่ก็ imported มาจากประเทศอิตาลีด้วย ( ขนลุกไปค่ะ )

ซึ่งตอนเรามาที่ Caffe Del Museo ก็เป็นเวลามื้อเย็นที่เราจะเอ็นจอย Dinner กัน ส่วนโซนที่นั่งนั้นก็มีทั้ง Indoor และ Outdoor มานั่งสั่งอาหารรอพลางเสพอากาศฟินๆ สูดโอโซนฉ่ำๆของเขาใหญ่เล่นกันไป ถ่ายรูปเล่นกันไปจนสาแก่ใจเลย มาถึงห้องอาหารที่การันตีความเป็นอิตาลีที่แท้ทรูทั้งที จะไม่ลองเทสอาหารจากเซฟอิมพอร์ทฝีมือดีได้อย่างไร เราเลยจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบกับ 5 เมนูแนะนำอันได้แก่ Organic Ham Salad,  Pizza 4 Cheeses, Pasta ปลากระพง, Penne Pink Sauce และ Rib Eye Steak ซึ่งสั่งปุ๊บก็ใช้เวลาไม่นานนักกลิ่นหอมๆก็ลอยตามลม พร้อมเสิร์ฟบนจานร้อนๆ

แต่ถ้าถามว่าเมนูที่เป็น Signature ที่สุดคืออะไร ทางร้านอาหารและทุกคนก็จะพร้อมใจกันตอบว่า Rib Eye Steaks เนื้อริบอายส์นุ่มเหนียวกำลังดี เสิร์ฟพร้อมซอสลับฉบับ Caffe Del Museo ทานคู่กับผักสดสดที่อิมพอร์ตจากเขาใหญ่ซึ่งกัดเขาไปนี่ถึงกับฉ่ำปาก ฉ่ำใจ Recommended ไว้ให้ต้องมาโดนกันให้ได้จริงจริง

ส่วนอาหารเช้าที่ Caffe Del Museo ก็อย่างที่บอกไว้ว่าที่นี่เค้าจะเสิร์ฟไลน์ Buffet สำหรับแขกที่มาพักในโซน Town Square Suites กินกันได้แบบไม่มีขีดจำกัดในสไตล์ International Buffet Breakfast จะจัดเบคอน ไส้กรอก ออมเล็ต หรือจะสายสุขภาพกับโยเกิร์ต นม ผลไม้ สลัดก็ตามสบาย ซึ่งที่นี่เขาการันตีวัตถุดิบทุกอย่างสด สะอาด ใหม่ไว้ใจในคุณภาพได้เลยฮะ

ส่วนเราไม่ค่อยหิวเท่าไร เลยฝากท้องไว้กับกาแฟร้อนๆหอมกรุ่น ทานคู่กับขนมปัง ครัวซองโปะแยมรสชาติ หวานๆ เปรี้ยวๆ พอให้มีพลังงานเพื่อผลาญยามเที่ยวต่อ นั่งจิบกาแฟไป กัดขนมปังไป ดูผู้คนรอบข้างที่เริ่มต้นวันใหม่พร้อมกันกับเราก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งนะ

  • Horizon Pool

Horizon Pool เป็นสระว่ายน้ำหรูๆ แบบ infinity pool ชิคๆ ซึ่งสระนี้จะตั้งอยู่ที่โซน Club House ที่ทำให้เราดูชีวิตดีมากๆ กับการที่หย่อนกายลงภายในน้ำเย็นๆ ชมวิวเขาใหญ่ที่เปิดกว้างที่ด้านมุมมองซึ่งโอบกอดไว้ด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม สิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ของเขาใหญ่ และสายลมเย็นๆพริ้วไหวไปรอบกาย เป็นชั่วขณะที่ดีต่อตาและเป็นยาใจให้กับวันพักผ่อนของเราจริงๆ

และเมื่อยามเย็นมาถึง เราก็ได้แต่นั่งอึ้งกับแสงสีส้มจากตะวันกลมๆ ที่ค่อยๆล้มตัวลงเข้าสู่ขอบฟ้าพร้อมกับเสียงนกกาพากันกลับรังนอน ส่วนเราเองก็ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น เสพบรรยากาศที่ช่างผ่อนคลายสบายใจให้ได้นานที่สุด

  • Bike Track

ขอแสดงความยินดีกับสายปั่นขยันถีบ เพราะที่ Toscana Valley เขามีเส้นทางจักรยานที่ยาวถึง 5 กิโลเมตรเลยจร้า ซึ่งก็จะเริ่มตั้งแต่ทางโซน Town Square Suites ผ่านทะเลสาบ ทิวเขาและสนามกอล์ฟ โดยทางโรงแรมจะเตรียมป้ายและสัญญาณต่างๆเพื่อความปลอดภัย 100% ของนักปั่นทุกคน ใครสายออกกำลังกายแต่ยังอยากจะโรแมนติคก็ขอเชิญมาปั่นจั๊กบอกรักชิคชิคกันที่นี่เลยฮะ

  • The Library

อย่างที่เอ่ยไว้ตอนต้นว่ามาที่นี่คือจบในทุกนิยามของความต้องการการพักผ่อน เพราะที่นี่ก็มีโซนห้องสมุดด้วยจร้า ไม่ว่าเมื่อไรที่แอบอยากหนีใครมานั่งอ่านหนังสือเงียบๆ ก็ลองเดินเลียบๆเคียงๆเข้ามาที่ The Library โซนอ่านหนังสือและนั่งทำงานสุดคูล เหมาะสำหรับเวลาต้องการอยู่แบบสงบๆ หรือไม่ถ้าเรามาเป็นกลุ่ม อยากจะจัดประชุมก็ทำได้เช่นเดียวกัน ( ปล. รองรับได้เป็นร้อยคนนะฮะ )

  • Spa

สปาของ Toscana Valley มี Concept คือ Tuscan ซึ่งหมายความถึงมาตรฐานของประเทศอิตาลีภายใต้ชื่อเท่ๆ อย่าง Tuscan Senses Spa ซึ่งมีบริการงานผ่อนคลายครบตั้งแต่หัวจรดเท้า จะนวดไทย นวดน้ำมันหรือเสริมสวยก็ทำได้ด้วยเช่นกันนะ

ถ้านวดไทยเขาจะใช้ชื่อพิศมัยหน่อยๆว่า SIAM MASSAGES & RETREAT ซึ่งห้องนวดไทยจะเป็นเหมือนดังรูปที่ถ่ายมาฝากกันด้านล่างเลย อย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าปวด เมื่อยตรงไหนมา เจอนวดไทยไปทีก็การันตีได้ว่าหายแน่นอนนนนน

ส่วนห้องนวดอื่นๆ จะแบ่งออกเป็นสี่ห้องมีชื่อเรียกชิคๆดังนี้ LUCCA, FLORENCE, AZZARO, และ SIENA ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อเมืองและศิลปวัฒนธรรมของทางอิตาลี ( ยังคง concept ว่าทุกอย่างต้องมาจากประเทศนี้จริงๆ ) ประเด็นคือแต่ละห้องจะตกแต่งได้สวยรวยดีเทลมากและที่สำคัญจะนวดเดียว หรือนวดคู่ ที่นี่ก็มีกูรูบริการครบครันจร้า

  • Country Club Gym

เอาล่ะ ต่อมาเพื่อสาย Fit & Firm สำหรับใครที่เที่ยวแล้วกลัวตัวบวมน้ำหนักเพิ่มก็ไม่ต้องห่วงเพราะทางโรงแรมเขาเป็นห่วงเป็นใยจัด Country Club Gym ไว้ให้ใช้บริการ จะวิ่งไป ชมวิวภูเขาไป หรือจะไปอบซาวนา แช่ห้องสตรีมให้ผิวใสๆ ก็ตามอัธยาศัย

⌈ Hotel La Casetta ⌋

พักผ่อนหย่อนใจกันไปกับโซน Town Square Suites เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าให้แคล้วขอเชิญน้องแก้วมาดูโซน Hotel La Casetta กันต่อเลย สถานที่ที่ให้ชวนจินตนาการว่ามาพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศในประเทศอิตาลีท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ทิวทัศน์เขาใหญ่และไอเย็นจากทะเลสาบใกล้ๆ ที่ไปนั่ง ไปพัก ไปถ่ายรูปมุมไหนๆ ก็ขอคอนเฟิร์มไว้ว่ามันชิลจริงๆ

  • Room

ห้องพักที่โซนนี้จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 สไตล์ได้แก่ Casetta Garden ห้องที่เน้นคนชอบชั้นล่างที่เปิดหน้าต่างออกไปแล้วก็ก้าวเข้าไปในสวนสวยๆได้เลย ต่อมา Casetta Mountain เป็นห้องที่อยู่บนชั้น 2 เพื่อการส่องวิวเขาใหญ่ได้อย่างจัง และสุดท้าย Casetta Loft ห้องที่ตอบโจทย์สำหรับเพื่อน หรือครอบครัวเพราะสามารถพักได้ถึง 4 ท่านโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มฮะ ซึ่งด้วยการออกแบบอาคารแบบ Low Rise จึงดูไม่แออัดยัดเยียดจนเกินไปเอื้อให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลายตลอดเวลา

  • Lago Gym

ที่ Lago Gym นี้ก็จะคล้ายๆกับ Country Club Gym แต่จะเล็กกว่านิดหน่อยเพื่อให้แขกที่เข้าพักในโซน Hotel La Casetta ได้มาออกกำลังกายกันใกล้ๆ ไม่ต้องข้ามโซนไปไกลฮะ ส่วนเครื่องเล่นและเครื่องออกกำลังกายก็มีมาตรฐาน ครบครัน ภายใต้แบรนด์ผู้ผลิตชั้นดีจากอิตาลีเช่นกัน

  • Roman Pool

Roman Pool สำหรับเราแล้วเป็นจุดที่คูลสุดๆ ด้วยสระว่ายน้ำที่มีเสาโรมันล้อมรอบเหมือนกับหอบตัวเองย้อนไปอยู่ในยุคกรีกโรมันโบราณที่เราแต่งชุดเก๋ๆอยู่เบื้องล่างเสาวิหารต้นสีขาวก่อนจะก้าวลงสระน้ำเพื่อทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง ( ฮ่า ) ส่วนในสระว่ายน้ำก็มีโซนลึกและโซนตื้นที่ไม่อันตราย มาเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ปลอดภัยแน่นอน ส่วนโมเมนท์ที่อยากให้ลองคือต้องสั่ง Cocktail ชิคๆ มาจิบริมสระ ( เปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ) แล้วลั่นชัตเตอร์ดู จะถ่ายรูปคู่ ถ่ายเดี่ยว ลอง Set ท่า Post เปรี้ยวๆ แล้วจะได้ฟีลเหมือนว่าเราอยู่ต่างประเทศมากจริงจัง ปังจนต้องรีบโพสต์ลง Instragram เลยฮะ!

  • Club Lago

อีกหนึ่งภัตตาคารของ Toscana Vallyey ที่เป็น All Day Dining จากความหมายของ Club Lago ที่แปลว่าคลับที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ดังนั้นร้านอาหารแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่ง outlet ที่เหมาะสมสุดสุดในการรับประทานอาหารแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะว่าเราสามารถเสพทั้งวิวทะเลสาบ วิวภูเขา ทั้ง indoor และ outdoor ได้ตามใจไปกับ concept ของเมนูที่แนว Comfort Food กล่าวคือจะเป็นอาหารจานที่สบายท้อง ทานง่าย รสชาติคูลๆคู่กับวิวชิคๆเป็น Quality time กันไป

ซึ่งมื้อเที่ยงนี้ของเราที่ Club Lago ก็มีด้วยกันทั้งหมด 5 จานด้วยกัน คอหมูย่าง พายมัสมั่นไก่ เนื้อแดดเดียว หอยแมลงภู่เปลือกดำกับน้ำยำวาซาบิ ซึ่งรสชาติถือว่าจัดจ้านวิถีไทย กินไปน้ำหู น้ำตา น้ำลาย น้ำเหงื่อไหล หัวโล่งได้ใจมากๆฮะ

ส่วนพระเอกของมื้อนี้หลังจากเผ็ดเด็ดสระตี่กันไป เลยจัดสเต็กปลากระพงซอสไวน์ขาว อร่อยนุ่มลิ้น กลิ่นไม่คาวกินได้ยาวๆจนหมดจานเลยจร้า

และในส่วนของอาหารเช้าที่โซน Hotel La Casetta ก็มี Line Buffet อาหารเช้าเช่นกัน ซึ่งทางโรงแรมนั้นก็ยังคง concept ที่วัตถุดิบสดใหม่มาให้ลูกค้ารับประทาน รวมทั้งมีโซนปรุงอาหารจานร้อนเช่นเมนูไข่ทั้งหลายให้เลือกความสุกที่ชอบได้เลย นอกจากนั้นพี่พี่พนักงานทุกคนยังบริการด้วยรอยยิ้มดูอบอุ่นมากๆทีเดียว

ส่วนความหลากหลายของอาหารก็ไม่ได้น้อยมีทั้งเบเกอร์รี สลัด ขนม นม ชา กาแฟ ครบทุกสารอาหารที่ต้องการในหนึ่งวัน และบรรยากาศนั้นก็เหมือนว่าเราได้ตื่นมาใจกลางเมืองๆหนึ่งของอิตาลี มารับลม รับอากาศดีๆในตึกส้มๆ ก่อนจะก้มหน้ากินอาหารตรงหน้าจนหมดจานจร้า

ก็จบลงไปกับหนึ่งทริปใกล้กรุงพุ่งมาที่เดียวจบครบทุกนิยามการพักผ่อนกับ Toscana Valley รีสอร์ทเก๋ๆ ทำเลเขาใหญ่ที่มี 2 โซนแตกต่างกันไปตาม Life Stlye การท่องเที่ยว แต่รับรองว่ามาที่นี่ที่เดียวคือครบ ไม่ต้องเหนื่อยขับรถ ไม่ต้องกูเกิ้ลหาของกิน เพียงแค่ใช้เวลาฟินๆไปกับคนสำคัญข้างๆกันให้ได้มากที่สุด ชาร์จพลังกาย พลังใจเอาไว้ลุยกันใหม่ในวันทำงานยาวๆเลยจร้า

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก

บันทึก